法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
95
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๑

เพื่อให้การดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นไปอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“พนักงาน”[๒] หมายความว่า พนักงานของสำนักงานและให้หมายความรวมถึงพนักงานของสำนักงานที่บรรจุแต่งตั้งโดยได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

“ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสำนักงาน

“การทำงานล่วงเวลา” หมายความว่า การทำงานเกินเวลาทำงานปกติที่สำนักงานกำหนดไว้ในวันทำงานปกติหรือในวันหยุด

“การทำงานในวันหยุด” หมายความว่า การทำงานในเวลาทำงานปกติในวันที่สำนักงานกำหนดให้เป็นวันหยุด ได้แก่ วันหยุดประจำสัปดาห์ และวันหยุดตามประเพณี

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในเรื่องใดไว้ หรือในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและมีมติวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

การกำกับดูแลและการบังคับบัญชา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เลขาธิการเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานทุกตำแหน่งของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เลขาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานของสำนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คำสั่ง และมติของคณะกรรมการ และให้มีอำนาจโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ดังต่อไปนี้

(๑) ออกประกาศ ข้อบังคับ และคำสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและสำนักงาน

(๒) แต่งตั้งบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อให้คำปรึกษาหรือปฏิบัติการใด ๆ ตามที่เลขาธิการมอบหมาย

ประเภทและตำแหน่งของพนักงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อให้การดำเนินกิจการของสำนักงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ สำนักงานจึงแบ่งผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานออกเป็น ๒ ประเภท คือ

(๑) พนักงาน ได้แก่ บุคคลที่สำนักงานบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานเป็นการประจำ ภายหลังจากพ้นระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงาน

(๒) ลูกจ้าง ได้แก่ บุคคลที่สำนักงานตกลงจ้างให้ปฏิบัติงานโดยมีการกำหนดระยะเวลาจ้างไว้ในสัญญาจ้างโดยมีสิทธิและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๓] ตำแหน่งงานของพนักงานแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มงาน ดังนี้

ก. กลุ่มงานบริหาร ประกอบด้วย

(๑) ผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ รองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ และให้หมายความรวมถึง ตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าผู้บริหารระดับสูงตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) ผู้บริหารระดับอาวุโส ได้แก่ ผู้อำนวยการฝ่าย และให้หมายความรวมถึง ตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าผู้บริหารระดับอาวุโสตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๓) ผู้บริหารระดับกลาง ได้แก่ ผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการส่วน และให้หมายความรวมถึง ตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าผู้บริหารระดับกลางตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข. กลุ่มงานวิชาการ ประกอบด้วย

(๑) ระดับทรงคุณวุฒิ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) ระดับเชี่ยวชาญ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๓) ระดับชำนาญการ ได้แก่ ผู้ชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

ค. กลุ่มงานปฏิบัติการ ประกอบด้วย

(๑) เจ้าหน้าที่วิชาการ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) เจ้าหน้าที่ทั่วไป และเจ้าหน้าที่เทคนิค หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

ตำแหน่งงานของลูกจ้าง ประกอบด้วย พนักงานช่วยอำนวยการ และพนักงานบริการ หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สำนักงานจะมีผู้ปฏิบัติงานในประเภทใด ตำแหน่งใด อยู่ในส่วนงานใด จำนวนเท่าใด ให้อยู่ภายใต้กรอบอัตรากำลังที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็น ลักษณะ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ปริมาณ และคุณภาพของงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งพนักงานของสำนักงานไว้เป็นบรรทัดฐานทุกตำแหน่ง โดยให้แสดงประเภทตำแหน่ง ชื่อของสายงาน ชื่อของตำแหน่ง หน้าที่ ความรับผิดชอบ ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งต้องมี และระดับตำแหน่ง

การบรรจุ แต่งตั้ง ย้ายและเลื่อนตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การบรรจุ แต่งตั้ง ย้าย หรือ เลื่อนตำแหน่ง ของพนักงานให้เป็นอำนาจของเลขาธิการ เว้นแต่พนักงานในระดับผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารอาวุโส ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การบรรจุบุคคลให้เป็นพนักงานเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้ผ่านการคัดเลือกได้ในตำแหน่งนั้น โดยคำนึงถึงคุณวุฒิ ประสบการณ์ และความรู้ความสามารถเป็นเกณฑ์

หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานเกี่ยวกับการคัดเลือกตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานให้ดำเนินการเมื่อมีตำแหน่งว่างหรือมีการเพิ่มกรอบอัตรากำลัง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บุคคลที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์

(๓) สามารถทำงานให้กับสำนักงานได้เต็มเวลาตามวันเวลาทำงานที่สำนักงานกำหนด

(๔) มีคุณวุฒิและความรู้ความสามารถตรงตามที่สำนักงานต้องการ

(๕) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๖) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๗) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๘) ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๙) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๐) ไม่เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

(๑๑) ไม่เป็นบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีนับตั้งแต่วันที่ได้รับการคัดเลือก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๒) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานของเอกชน เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นพนักงานในตำแหน่งใดให้ทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่าเก้าสิบวัน และสูงสุดไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เว้นแต่เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะได้อนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้ไม่ต้องทดลองปฏิบัติงาน หรือให้ทดลองงานเกินกว่า หนึ่งร้อยแปดสิบวัน

เมื่อครบกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาจัดทำรายงานผลการทดลองปฏิบัติงานของพนักงานผู้นั้น พร้อมความเห็นเสนอตามลำดับจนถึงเลขาธิการ เพื่อสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประจำต่อไป เว้นแต่พนักงานในระดับผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารอาวุโส ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

ผู้ซึ่งถูกสั่งให้ออกจากงานเพราะไม่ผ่านการทดลองปฏิบัติงาน ให้ถือว่าไม่เคยเป็นพนักงานของสำนักงาน แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใด ที่ได้รับในระหว่างผู้นั้นทดลองปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การบรรจุและแต่งตั้งพนักงาน ให้จัดทำเป็นสัญญาโดยกำหนดเงื่อนไขการปฏิบัติงานตามแบบสัญญาที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

กรณีที่มีความจำเป็น คณะกรรมการอาจกำหนดให้พนักงานที่ได้รับการบรรจุหรือแต่งตั้งในตำแหน่งที่กำหนด จัดทำสัญญาการรักษาความลับของสำนักงานขึ้นเป็นการเฉพาะก็ได้ ทั้งนี้ แบบสัญญารักษาความลับของสำนักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บุคคลใดไม่ยินยอมไปปฏิบัติงานในตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุ แต่งตั้ง ย้ายหรือเลื่อนตำแหน่งตามคำสั่งให้ถือว่าบุคคลนั้นไม่มีความประสงค์จะทำงานกับสำนักงานอีกต่อไป และสำนักงานมีสิทธิเลิกจ้างหรือสั่งให้ออกจากงานได้

วันทำงาน วันหยุดงาน เวลาการทำงาน และการบันทึกเวลาทำงาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ วันทำงานให้กำหนดสัปดาห์ละห้าวัน มีกำหนดเวลาทำงานวันละแปดชั่วโมงโดยไม่นับรวมเวลาหยุดพักกลางวันหนึ่งชั่วโมง รวมสัปดาห์ละไม่เกินสี่สิบชั่วโมง ดังนี้

(๑) วันทำงาน ได้แก่ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เว้นวันหยุดตามประเพณี

(๒) เวลาทำงานปกติ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๒.๐๐ นาฬิกา และ เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๓๐ นาฬิกา

(๓) เวลาพัก เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน เลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจกำหนดให้พนักงานผู้ใดหรือพนักงานกลุ่มใดทำงานเป็นเวลาอื่นนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ การกำหนดชั่วโมงการทำงานจะต้องไม่เกินสัปดาห์ละสี่สิบชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้พนักงานในระดับตั้งแต่ระดับผู้บริหารอาวุโสลงมาต้องบันทึกเวลาทำงานอย่างซื่อตรงและสม่ำเสมอ ในการทำงานวันทำงานปกติ การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ไม่ต้องบันทึกเวลาทำงาน การให้ผู้อื่นบันทึกเวลาแทนตนเอง หรือบันทึกเวลาไม่ตรงกับความเป็นจริง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และผิดวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ แบบบันทึกเวลาทำงานให้ใช้แบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ วันหยุดงานของพนักงาน แบ่งเป็น ๔ ประเภท ดังนี้

(๑) วันหยุดประจำสัปดาห์ ได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์

(๒) วันหยุดตามประเพณี ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการและมติคณะรัฐมนตรีโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในกรณีที่วันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ให้วันทำงานถัดไปเป็นวันหยุดทดแทนวันหยุดตามประเพณีนั้น

(๓) วันหยุดพักผ่อนประจำปี

(๔) วันหยุดงานเพราะเหตุเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานให้กับสำนักงาน

การลา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒[๔] การลาหยุดงานของพนักงานให้เป็นไปตามกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ลาป่วย

(๒) ลากิจ

(๓) ลาหยุดพักผ่อนประจำปี

(๔) ลาคลอดบุตรและลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร

(๕) ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร

(๖) ลาเนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

(๗) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

(๘) ลาเพื่อทำหมัน

(๙) ลาเพื่อการฝึกอบรม

(๑๐) ลาเพื่อจัดการศพ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๕] ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาหยุดงานของพนักงานให้เป็นไปตามกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เลขาธิการ เป็นผู้อนุญาตการลาของรองเลขาธิการ ผู้ช่วยเลขาธิการ

(๒) รองเลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นผู้อนุญาตการลาของผู้อำนวยการฝ่าย

(๓) ผู้อำนวยการฝ่าย เป็นผู้อนุญาตการลาของพนักงานในฝ่าย

(๔) ผู้อำนวยการเขต เป็นผู้อนุญาตการลาของพนักงานสำนักงานเขต

กรณีนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ข้างต้นให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การลาป่วย พนักงานซึ่งประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติงานก็ได้

พนักงานมีสิทธิลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกินสามสิบวันทำงาน

การลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่สามวันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแนบไปกับใบลาด้วย

การลาป่วยเนื่องจากการประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยอันเนื่องจากการปฏิบัติงานให้กับสำนักงาน สำนักงานจะอนุญาตให้พนักงานลาป่วยเพิ่มขึ้น โดยไม่รวมกับวันลาป่วยตามปกติ และจะจ่ายเงินเดือนให้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การลากิจส่วนตัว พนักงานซึ่งประสงค์จะลากิจส่วนตัว ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดงานได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถรอรับอนุญาตได้ทัน จะเสนอหรือจัดส่งใบลาพร้อมด้วยระบุเหตุจำเป็นไว้แล้วหยุดงานไปก่อนก็ได้ แต่จะต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้ทราบโดยเร็ว

พนักงานขอลากิจส่วนตัว โดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกินสิบวันทำงาน สำหรับจำนวนวันในการลาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บังคับบัญชาที่จะพิจารณาตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การลาหยุดพักผ่อนประจำปี พนักงานซึ่งประสงค์จะหยุดพักผ่อนประจำปีให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาต ล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน และต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะลาพักผ่อนประจำปีได้ โดยจะต้องพิจารณาตามความจำเป็นของงานเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่งานนั้น

พนักงานมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ตามระยะเวลาการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้

(๑) ระยะเวลาการปฏิบัติงานเกินกว่าหกเดือน มีสิทธิขอลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละห้าวันทำงาน

(๒) ระยะเวลาการปฏิบัติงานเกินกว่าหนึ่งปี มีสิทธิขอลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละสิบวันทำงาน

(๓) ระยะเวลาการปฏิบัติงานเกินกว่าห้าปี มีสิทธิขอลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีละสิบห้าวันทำงาน

ผู้ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อน ซึ่งได้หยุดงานไปยังไม่ครบกำหนด หากต่อมาผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นว่ามีความจำเป็นแก่กิจการของสำนักงานจะเรียกตัวมาปฏิบัติงานในช่วงที่ได้รับการอนุมัติให้ลาได้ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การสะสมวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีของสำนักงานให้เป็นไปตามกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) พนักงานที่ปฏิบัติงานไม่ถึงหนึ่งปี ไม่มีสิทธิในการนำจำนวนวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีที่เหลืออยู่สมทบกับสิทธิในปีถัดไปได้หรือเลื่อนวันลาหยุดพักผ่อนไปในปีถัดไปได้

(๒) พนักงานที่ปฏิบัติงานเกินกว่าหนึ่งปี มีสิทธิในการนำจำนวนวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีที่เหลืออยู่สมทบกับสิทธิในปีถัดไปได้ โดยรวมแล้วไม่เกินยี่สิบวัน ทั้งนี้ ในกรณีพนักงานออกจากงานไม่ใช่เพราะเหตุที่พนักงานกระทำความผิดวินัยร้ายแรง จำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่พนักงานนั้นไม่ได้ใช้สิทธิจะได้รับการคำนวณเป็นค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๖] การลาคลอดบุตร พนักงานมีสิทธิลาคลอดบุตร โดยให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อน หรือในวันที่ลา เว้นแต่ไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอหรือจัดส่งใบลาโดยเร็ว และมีสิทธิลาคลอดบุตรได้ครรภ์หนึ่งไม่เกินเก้าสิบวันโดยได้รับเงินเดือน ทั้งนี้ ให้นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย

พนักงานซึ่งประสงค์จะลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร ให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรได้อีกไม่เกินเก้าสิบวัน โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างวันที่ลา ทั้งนี้ ให้นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย พนักงานที่มีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งพร้อมแจ้งเหตุผลมาแสดงกับสำนักงานว่า ไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมก่อนหรือหลังคลอดได้ ให้มีสิทธิขอเปลี่ยนงานในหน้าที่เป็นการชั่วคราวได้โดยความเห็นชอบของเลขาธิการหรือคณะกรรมการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙[๗] การลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอดบุตร ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อน ให้มีสิทธิลาครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกินสิบห้าวันทำการ โดยผู้มีอำนาจอนุญาตอาจให้แสดงหลักฐานประกอบการพิจารณาอนุญาตด้วยก็ได้ และต้องใช้สิทธิการลาภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ภริยาคลอดบุตร วันลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตรไม่ถือเป็นวันลากิจส่วนตัว และให้นับเฉพาะวันทำการ

พนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร ซึ่งได้หยุดงานไปยังไม่ครบกำหนด หากต่อมาผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นว่ามีความจำเป็นแก่สำนักงาน ผู้มีอำนาจอนุญาตอาจเรียกตัวมาปฏิบัติงานระหว่างการลาก็ได้ การลาของพนักงานที่ถูกเรียกกลับมาปฏิบัติงานระหว่างลา ให้ถือว่าสิ้นสุดก่อนวันมาปฏิบัติงาน เว้นแต่ผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นว่าการเดินทางต้องใช้เวลา ให้ถือว่าสิ้นสุดก่อนวันเดินทางกลับ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การลาเนื่องจากราชการทหาร พนักงานซึ่งถูกเรียกตัวเข้ารับราชการทหารให้เสนอหรือจัดส่งใบลาพร้อมหลักฐานของทางราชการต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างที่ลา

เมื่อพ้นการรับราชการทหาร พนักงานจะต้องรีบกลับมารายงานตัวเพื่อเข้าทำงานต่อไปภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นจะถือว่าขาดงาน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ พนักงานที่ยังไม่เคยลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย แล้วแต่กรณี ถ้ามีระยะเวลาการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าสามปี อาจลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึง ผู้มีอำนาจอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบวัน และจะต้องได้รับอนุมัติก่อนจึงจะลาหยุดงานได้

พนักงานมีสิทธิขอลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้หนึ่งครั้ง เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวัน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างที่ลา

พนักงานที่ได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์แล้ว จะต้องอุปสมบทหรือออกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ภายในสิบวัน นับแต่วันเริ่มลา และจะต้องกลับมารายงานตัวเข้าปฏิบัติงานภายในห้าวัน นับแต่วันที่ลาสิกขาบท หรือวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การลาทำหมัน พนักงานซึ่งประสงค์จะลาเพื่อทำหมันให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน

พนักงานมีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรอง โดยได้รับเงินเดือนระหว่างที่ลา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การลาเพื่อการฝึกอบรม พนักงานซึ่งประสงค์จะลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ เพื่อเพิ่มทักษะความชำนาญและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ต้องเสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยเจ็ดวัน ทั้งนี้ การลาเพื่อฝึกอบรมจะต้องมีโครงการหรือหลักสูตรและกำหนดช่วงเวลาของโครงการหรือหลักสูตรที่แน่นอนและชัดเจน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างที่ลา

ผู้มีอำนาจอนุญาตจะไม่อนุญาตให้พนักงานนั้นลาเพื่อการฝึกอบรม หรือพัฒนาความรู้ความสามารถตามวรรคหนึ่ง หากพนักงานได้ลามาแล้วเกินสามสิบวัน หรือได้ลามาแล้วเกินสามครั้งในปีที่ลา หรือการลานั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่องานของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การลาเพื่อจัดการศพ พนักงานมีสิทธิลาเพื่อจัดการศพบิดา มารดา คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และบุตรผู้สืบเชื้อสายโดยตรง โดยต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบและจะต้องได้รับอนุมัติก่อน จึงจะหยุดงานได้ และให้ส่งใบลาในโอกาสแรกที่กลับเข้าทำงาน และต้องนำใบมรณะบัตรมาแสดงกับสำนักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ตายถึงแก่กรรม

พนักงานมีสิทธิลาเพื่อจัดการศพได้ครั้งละไม่เกินสามวัน โดยได้รับเงินเดือนระหว่างที่ลารวมแล้วปีละไม่เกินเก้าวันทำงาน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การลานอกเหนือจากที่กำหนดไว้ข้างต้นให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

เงินเดือน ค่าตอบแทนอื่น การทำงานล่วงเวลา

การทำงานในวันหยุด และการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ สำนักงานถือว่าข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่น เป็นความลับเฉพาะระหว่างพนักงานกับสำนักงาน พนักงานอื่นจะล่วงรู้ได้เฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ที่สำนักงานมอบหมายให้เท่านั้น และจะเปิดเผยมิได้เว้นแต่จะกระทำตามหน้าที่ที่สำนักงานมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ สำนักงานมีนโยบายที่จะบริหารเงินเดือนและค่าตอบแทนอื่นของพนักงานโดยคำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน และอัตราการจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนของหน่วยงานอื่น ๆ ในภารกิจเดียวกัน เพื่อให้มีความเป็นธรรมทั้งต่อพนักงานและสำนักงาน รวมทั้งสามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถให้ทำงานอยู่กับสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ พนักงานจะได้รับเงินเดือนในอัตราที่แตกต่างกันตามคุณวุฒิ ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และตำแหน่งที่บรรจุ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ พนักงานจะได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าอัตราต่ำสุด และไม่เกินอัตราสูงสุดของช่วงเงินเดือนของตำแหน่งที่กำหนดตามบัญชีอัตราเงินเดือนแนบท้ายระเบียบนี้ เว้นแต่ในกรณีพิเศษที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของสำนักงาน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ สำนักงานมีนโยบายการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ การทำงานในวันหยุด การทำงานล่วงเวลาในวันหยุด ดังต่อไปนี้

(๑) พนักงานตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และตำแหน่งผู้บริหารอาวุโส ไม่มีสิทธิได้รับค่าทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ การทำงานในวันหยุด หรือการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเฉพาะรายเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย

(๒) พนักงานตำแหน่งผู้บริหารระดับกลาง หรือตำแหน่งเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างเต็มความสามารถภายในเวลาทำงานปกติ ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ผู้บังคับบัญชาอาจให้พนักงานทำงานนอกเหนือจากวันและเวลาทำงานปกติ โดยสำนักงานจะจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติ ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดแก่พนักงาน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ค่าล่วงเวลาในวันทำงานปกติ ค่าทำงานในวันหยุด และค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดจะคำนวณจ่ายตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) จ่ายเฉพาะเวลาที่ทำงานจริง โดยหักเวลาพักออก และจะคำนวณจ่ายตามชั่วโมงที่ทำงาน

(๒) จ่ายในอัตราชั่วโมงละ

(ก) หนึ่งจุดห้าเท่าของอัตราเงินเดือนต่อชั่วโมงทำงานปกติ สำหรับชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติและชั่วโมงทำงานในวันหยุด

(ข) สามเท่าของอัตราเงินเดือนต่อชั่วโมงทำงานปกติ สำหรับชั่วโมงทำงานล่วงเวลาในวันหยุด

(๓) การคำนวณอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงทำงานปกติ ในข้อ (๒) คำนวณโดยใช้สูตร

อัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงทำงานปกติ = อัตราเงินเดือน ÷ (๓๐ วัน × ๘ ชั่วโมง)

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ พนักงานตำแหน่งบริหารระดับกลาง หรือตำแหน่งเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานเกินเวลาปกติเองโดยไม่ได้รับมอบหมายหรือได้รับอนุมัติให้ปฏิบัติงานจากผู้บังคับบัญชาจะไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุด สำหรับเวลาทำงานที่เกินเวลาทำงานปกตินั้น ๆ ทั้งนี้ หากได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติงานล่วงเวลาสัปดาห์หนึ่งจะต้องไม่เกินสามสิบหกชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การจ่ายเงินเดือน สำนักงานจะจ่ายเงินเดือนแก่พนักงานในวันที่ ๒๘ ของเดือน ในกรณีที่เป็นวันหยุด ให้จ่ายเงินเดือนก่อนวันหยุด โดยหักภาษี ณ ที่จ่าย และนำเข้าบัญชีเงินฝากของพนักงาน ณ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือธนาคารพาณิชย์อื่น ตามที่เลขาธิการกำหนด

การเลื่อนเงินเดือนประจำปี

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในแต่ละปีงบประมาณให้สำนักงานตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้สำหรับการเลื่อนเงินเดือนประจำปีตามที่คณะกรรมการเห็นชอบเป็นจำนวนไม่เกินร้อยละแปดของยอดค่าใช้จ่ายรวมเกี่ยวกับเงินเดือนของผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เลขาธิการจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีกรณีปกติ ให้พนักงานที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนในอัตราไม่เกินร้อยละหกของเงินเดือนพนักงานผู้นั้นในปีงบประมาณที่ผ่านมาตามที่เห็นสมควร

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีกรณีปกติให้พนักงานในระดับผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหารอาวุโส ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีกรณีปกติของพนักงานตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นำดัชนีราคาผู้บริโภคมาประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ กรณีพนักงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น เลขาธิการจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีเป็นกรณีพิเศษให้นอกเหนือจากการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีกรณีปกติ ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนกรณีปกติและกรณีพิเศษ เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละสิบสองของเงินเดือนผู้ปฏิบัติงานผู้นั้นในปีงบประมาณที่ผ่านมา

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีเป็นกรณีพิเศษให้นอกเหนือจากการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีกรณีปกติให้พนักงานในระดับผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีตามข้อ ๔๕ และ ๔๖ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนประจำปีไม่ต้องประกาศเป็นการทั่วไป แต่ให้แจ้งให้ทราบเป็นรายบุคคล

ค่าตอบแทนพิเศษประจำปี

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ พนักงานอาจจะได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษประจำปีในอัตราไม่เกินสองเท่าของเงินเดือนพนักงานผู้นั้นในปีงบประมาณที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการประเมินการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละคน โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

การพัฒนาพนักงาน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ สำนักงานมีนโยบายที่จะเพิ่มพูนพฤติกรรมการทำงานที่ดี ความรู้ ทักษะ ความชำนาญ ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรมของพนักงานทุกคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปฏิบัติงานของสำนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูง

95 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2551 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_cc64c0804e5ea644

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com