ข้อ ๕๒
ข้อ ๕๒[๘] เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการดำรงชีพของพนักงานและครอบครัว สำนักงานพึงจัดให้มีสวัสดิการต่าง ๆ แก่พนักงาน ดังนี้ (๑) การจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม สำนักงานจะอำนวยความสะดวกให้พนักงานทุกราย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคมโดยการนำส่งเงินสมทบและอัตราส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศเป็นคราว ๆ ไป (๒) การจ่ายเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำนักงานจะจดทะเบียนจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยให้สำนักงานจ่ายเงินสบทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกรณี ดังต่อไปนี้ (ก) พนักงานที่มีอายุการปฏิบัติงานน้อยกว่าสามปี จ่ายในอัตราร้อยละห้าของอัตราเงินเดือน (ข) พนักงานที่มีอายุการปฏิบัติงานตั้งแต่สามปี แต่ไม่เกินห้าปี จ่ายในอัตราร้อยละเจ็ดจุดห้าของอัตราเงินเดือน (ค) พนักงานที่มีอายุการปฏิบัติงานตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป จ่ายในอัตราร้อยละสิบของอัตราเงินเดือน (๓) การตรวจสุขภาพประจำปี สำนักงานจะจัดให้มีการตรวจสุขภาพของพนักงานเป็นประจำปีละหนึ่งครั้ง รายละเอียดการตรวจ วัน เวลาและสถานที่ตรวจสุขภาพ สำนักงานจะประกาศให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป และให้รวมถึงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาด รายละเอียดการฉีดวัคซีน สำนักงานจะพิจารณาตามความจำเป็น (๔) การประกันสุขภาพหมู่ครอบคลุมพนักงาน คู่สมรสและบุตร สำนักงานจะเป็นผู้ออกเบี้ยประกันให้ ซึ่งพนักงานจะได้รับประโยชน์จากการประกันตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ การประกันสุขภาพหมู่ ให้ความคุ้มครองตามขอบเขตการคุ้มครองที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ตามที่เลขาธิการพิจารณาอนุมัติ (๕) การประกันชีวิตและอุบัติเหตุหมู่ครอบคลุมเฉพาะพนักงาน สำนักงานจะเป็นผู้ออกเบี้ยประกันให้ ซึ่งพนักงานจะได้รับประโยชน์จากการประกันตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ทั้งนี้ เงื่อนไขและวงเงินประกันตามที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ (๖) เงินช่วยเหลือการรักษาพยาบาล ให้พนักงานมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดอยู่จากประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคม หรือการประกันสุขภาพหมู่ โดยพนักงานมีสิทธิขอเบิกเงินช่วยเหลือได้ภายในวงเงินห้าพันบาทต่อปี (๗) เงินช่วยค่าทำศพ ในกรณีที่พนักงานเสียชีวิต สำนักงานจะจ่ายเงินช่วยค่าทำศพเป็นเงินห้าหมื่นบาท พร้อมพวงหรีดตามที่จ่ายจริงไม่เกินสองพันบาท (๘) บำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพนักงานออกจากงานหลังจากที่ปฏิบัติงานครบหนึ่งปีขึ้นไป ในการคำนวณบำเหน็จตอบแทน ให้นำอัตราเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยระยะเวลาการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานเพื่อคำนวณบำเหน็จตอบแทน ให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานของสำนักงานจนถึงวันที่สิ้นสุดการปฏิบัติงาน โดยให้นับจำนวนปีรวมทั้งเศษของปีด้วย การคำนวณเศษของปีที่เป็นเดือนหรือเป็นวันให้เป็นปีนั้น ให้นำเศษที่เป็นเดือนหารด้วยสิบสอง และเศษที่เป็นวันหารด้วยสามสิบได้ผลลัพธ์เท่าใดจึงหารด้วยสิบสอง ในการคำนวณให้ใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง และให้นำจำนวนที่คำนวณได้มารวมกันเป็นระยะเวลาที่ปฏิบัติงานซึ่งเป็นจำนวนปี สิทธิในบำเหน็จตอบแทนนั้นเป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไม่ได้ ในกรณีที่พนักงานออกจากงานเพราะเหตุถึงแก่ความตาย ไม่ว่าผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม ให้จ่ายบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวตามระยะเวลาในการปฏิบัติงานโดยใช้เกณฑ์คำนวณตาม (๘) วรรคสองโดยอนุโลม ให้แก่ทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (๙) สวัสดิการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด อนึ่ง การเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับสวัสดิการพนักงานและครอบครัว ให้ถือว่ารายการค่าใช้จ่ายดังกล่าว ได้รับอนุมัติการจัดหาตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยการพัสดุแล้ว