法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พ.ศ. ๒๕๕๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม

ในท้องที่ตำบลบ้านกาศ ตำบลแม่คง ตำบลแม่สะเรียง และตำบลแม่ยวม

อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้

“พื้นที่ประกอบการ” หมายความว่า

พื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจการบนพื้นดิน เหนือพื้นดิน หรือใต้พื้นดิน

และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ต่อเนื่องของกิจการ

“อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน” หมายความว่า

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

“พื้นที่คลุมดิน” หมายความว่า พื้นที่ดินที่มีอาคารปกคลุม แต่ไม่รวมถึงชายคา นอกชาน หรือระเบียง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง

การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒

ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน

โครงข่ายคมนาคมขนส่งและบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต

รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริมการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะสมกับศักยภาพและเงื่อนไขของพื้นที่

มีระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่เอื้อต่อการประหยัดพลังงาน

และมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม

(๒) ส่งเสริมการค้าและบริการให้เป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนถ่ายสินค้าและบริการเพื่อส่งต่อไปยังอำเภอโดยรอบและตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

(๓)

ส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่าให้เป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนถ่ายและจัดเก็บสินค้า

โดยส่งต่อไปยังประเทศพม่าและพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือตอนบน

(๔) ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนและการรักษาพื้นที่การเกษตรชั้นดี

เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพและเพียงพอแก่การบริโภคภายในชุมชน

(๕)

ส่งเสริมเศรษฐกิจภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องและภาคการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์

โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการจัดการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

(๖) ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น

และดำรงรักษาพื้นที่เมืองเก่าและย่านที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

(๗) ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่ต้นน้ำ

และแหล่งน้ำผิวดินอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนเพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ธรรมชาติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท

แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๑๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลืองมีเส้นทแยงสีขาว ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมของการอยู่อาศัยที่ยังคงเอกลักษณ์การตั้งถิ่นฐานแบบพื้นถิ่นซึ่งแวดล้อมด้วยพื้นที่ทางธรรมชาติและโบราณสถานที่สำคัญและส่งเสริมกิจกรรมด้านการบริการและการท่องเที่ยวในเขตอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๓๙

ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

มีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่อเนื่องกับย่านพาณิชยกรรมศูนย์กลางใหม่ของเมือง

และส่งเสริมการเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของชุมชนระดับศูนย์กลางรองซึ่งแวดล้อมด้วยพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่เกษตรกรรม

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม

ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเป็นพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งมีความหนาแน่นปานกลางในเขตศูนย์กลางเมืองเก่าที่ยังคงเอกลักษณ์การตั้งถิ่นฐานแบบพื้นถิ่น

และรองรับการขยายตัวของที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่อเนื่องกับศูนย์กลางพาณิชยกรรม

และการบริการหลักของชุมชน

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง

ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางพาณิชยกรรมการบริการระดับกลุ่มอำเภอตอนใต้

และเป็นพื้นที่อยู่อาศัยซึ่งมีความหนาแน่นมาก

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๔๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเป็นพื้นที่เกษตรกรรม การส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตร

และการสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๖

ที่กำหนดไว้เป็นสีขาวมีกรอบและเส้นทแยงสีเขียว

ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาสภาพทางธรรมชาติของพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๒๓

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมีกรอบและเส้นทแยงสีน้ำตาล

ให้เป็นที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒๙

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาให้เป็นพื้นที่เปิดโล่งสำหรับการนันทนาการ

สาธารณประโยชน์ และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม

และสงวนให้เป็นพื้นที่รับน้ำในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย

(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๑๓

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว

ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาและฟื้นฟูพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้คงความสมบูรณ์ตามสภาพทางธรรมชาติ

(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๒๑

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ไว้สำหรับการศึกษา

(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข

๑๑.๙ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนและคุ้มครองศาสนสถาน โบราณสถาน

ทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ตลอดจนสภาพแวดล้อมข้างเคียง

(๑๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๒.๑ ถึงหมายเลข

๑๒.๕๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนรักษาพื้นที่ศาสนสถานของชุมชน

(๑๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๓.๑ ถึงหมายเลข ๑๓.๖๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มีวัตถุประสงค์เพื่อสงวนพื้นที่สำหรับการบริหารราชการ การปกครอง และสาธารณประโยชน์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข

สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง

และสถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ

และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้

หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖)

โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๕๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ หมายเลข ๑.๒ และหมายเลข ๑.๓ ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน

๘๐๐ ตารางเมตร

(๗) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๙) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๑๐) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๑๑) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๑๒) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว บ้านแฝด

หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๓) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๑๔)

การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๑๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ หมายเลข ๑.๒ และหมายเลข ๑.๓

ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร

(๑๕) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๑๖) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก

หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรม

ที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ สถานที่นั้น

(๑๗) ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๑๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๑๙) กำจัดมูลฝอย

(๒๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๐.๖ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน

๐.๖ : ๑

(๒)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน

๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๔) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและโรงแรม

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ หมายเลข ๑.๒ และหมายเลข ๑.๓

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ในระยะ ๗๐ เมตร

จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยวอก

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า

๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข ๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข ๒.๑๓

หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐

ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร

สำหรับโรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงลำดับที่ ๒ (๑) ลำดับที่ ๒ (๒) ลำดับที่ ๒ (๘)

ลำดับที่ ๒ (๙) ลำดับที่ ๘ (๑) ลำดับที่ ๘ (๒) ลำดับที่ ๙ (๒) ลำดับที่ ๑๑ (๑)

ลำดับที่ ๑๑ (๗) ลำดับที่ ๑๒ (๑) ลำดับที่ ๑๒ (๒) ลำดับที่ ๑๒ (๕) ลำดับที่ ๑๒ (๖)

ลำดับที่ ๑๒ (๗) ลำดับที่ ๑๒ (๘) ลำดับที่ ๒๒ (๒) ลำดับที่ ๓๕ ลำดับที่ ๓๖ (๑)

และลำดับที่ ๓๖ (๓) ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน

๓๐๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข

สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง

และสถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บและสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้

หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกัน

หรือหลายหลังรวมกันเกิน ๕๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข

๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข ๒.๑๓ หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐

ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๘๐๐ ตารางเมตร

(๗) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๙) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๑๐) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข

๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐ ให้จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ดินแปลงย่อยไม่น้อยกว่าแปลงละ

๑๐๐ ตารางวา

(๑๑) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๑๒) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๓) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๑๔)

การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๗๕ ตารางเมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข ๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข

๒.๑๓ หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐

ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

(๑๕) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๑๖) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก

หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน

๒๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ

สถานที่นั้น

(๑๗) ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๑๘) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๑๙) กำจัดมูลฝอย

(๒๐) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๐.๖ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน

๐.๖ : ๑ เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข ๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข

๒.๑๓ หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐

ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๐.๘ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน

๐.๘ : ๑

(๒)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข ๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข ๒.๑๓

หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐ ให้มีความสูงของอาคารไม่เกิน ๑๐ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๓) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑๐ หมายเลข

๒.๑๑ หมายเลข ๒.๑๒ หมายเลข ๒.๑๓ หมายเลข ๒.๑๗ และหมายเลข ๒.๒๐ ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๔) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ในระยะ ๗๐ เมตร

จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียงให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร

และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยแม่หาร ห้วยทราย

ห้วยสิงห์หลวง และห้วยกองเอ๊าะ

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕

ตารางเมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า

๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนด ให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข

สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง

และสถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บและสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้

หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๙) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

เว้นแต่การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่ดินแปลงย่อยไม่น้อยกว่าแปลงละ

๕๐ ตารางวา

(๑๐) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๑๑) การอยู่อาศัยประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๒) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๑๓) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก

หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน

๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ

สถานที่นั้น

(๑๔) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๑๕) กำจัดมูลฝอย

(๑๖) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๑ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน

๑ : ๑

(๒) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๑๕๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข

๓.๑ หมายเลข ๓.๓ และหมายเลข ๓.๔

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๒๐๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน

๑๐ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๓) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๔) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนด ให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน

๒๕๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข

สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง

และสถานีบริการนํ้ามันประเภท ฉ

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บและสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด

ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

เพื่อการค้า

(๕) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่

(๘) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๙๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๖๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๕๐

เมตร

(๙) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก

หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน

๕๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ

สถานที่นั้น

(๑๐) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร

(๑๑) กำจัดมูลฝอย

(๑๒) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๓ เมตร เว้นแต่ที่ดินในบริเวณหมายเลข

๔.๓ และหมายเลข ๔.๔ ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๖

เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒)

ให้มีอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินไม่เกิน ๑.๒ : ๑ ทั้งนี้ ที่ดินแปลงใดที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว

หากมีการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม

อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของที่ดินแปลงที่เกิดจากการแบ่งแยกหรือแบ่งโอนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกิน

๑.๒ : ๑

(๓) ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละสามสิบห้าของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๔) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย

การอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน

๕๐๐ ตารางเมตร สำหรับโรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง ลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒

(๑) ลำดับที่ ๒ (๒) ลำดับที่ ๒ (๓) ลำดับที่ ๒ (๕) ลำดับที่ ๒ (๖) ลำดับที่ ๒ (๘) ลำดับที่

๒ (๙) ลำดับที่ ๗ (๑) ลำดับที่ ๗ (๔) ลำดับที่ ๘ (๑) ลำดับที่ ๘ (๒) ลำดับที่ ๙ (๑)

ลำดับที่ ๙ (๒) ลำดับที่ ๙ (๓) ลำดับที่ ๙ (๔) ลำดับที่ ๙ (๕) ลำดับที่ ๙ (๖)

ลำดับที่ ๑๑ (๑) ลำดับที่ ๑๑ (๗) ลำดับที่ ๑๒ (๑) ลำดับที่ ๑๒ (๒) ลำดับที่ ๑๒ (๕)

ลำดับที่ ๑๒ (๖) ลำดับที่ ๑๒ (๗) ลำดับที่ ๑๒ (๘) ลำดับที่ ๒๒ (๒) ลำดับที่ ๓๕

ลำดับที่ ๓๖ (๑) และลำดับที่ ๓๖ (๓)

ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๗๕๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมันและสถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

เพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

และสถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๕๐๐ ตารางเมตร

(๕) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๙) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว หรือบ้านแฝด

(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๑) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๑๒)

การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๗๕ ตารางเมตร

(๑๓) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๙๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๖๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๕๐

เมตร

(๑๔) ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๑๕) กำจัดมูลฝอยในระยะ ๑๐๐ เมตร จากเขตทางหลวงแผ่นดินและเขตทางหลวงชนบทและในระยะ

๒๕๐ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

(๑๖) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุในระยะ ๑๐๐ เมตร จากเขตทางหลวงแผ่นดิน

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๑๕๐ ตารางเมตรและมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย

การอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ในระยะ ๗๐ เมตร

จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยขุด

ห้วยแม่หาร ห้วยวอก ห้วยจ๊อม ห้วยปูน ห้วยทราย

ห้วยทรายหลวง ห้วยสิงห์หลวง ห้วยแม่กองแป และห้วยกองเอ๊าะ ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า

๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม

การอยู่อาศัย การอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่

สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานตามประเภท

ชนิด และจำพวกที่กำหนดให้ดำเนินการได้ตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้

และมีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน ๑๐๐ ตารางเมตร

สำหรับโรงงานตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงลำดับที่ ๒ (๕) ลำดับที่ ๒ (๘) ลำดับที่ ๒ (๙)

ลำดับที่ ๘ (๑) ลำดับที่ ๘ (๒) ลำดับที่ ๙ (๑) ลำดับที่ ๑๑ (๑) ลำดับที่ ๑๑ (๗)

ลำดับที่ ๑๒ (๑) ลำดับที่ ๑๒ (๕) ลำดับที่ ๑๒ (๖) ลำดับที่ ๑๒ (๗) ลำดับที่ ๑๒ (๘)

ลำดับที่ ๓๕ และลำดับที่ ๓๖ (๓) ให้มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันไม่เกิน

๕๐๐ ตารางเมตร

(๒) คลังน้ำมัน สถานที่เก็บรักษาน้ำมัน

ลักษณะที่สาม สถานีบริการน้ำมันประเภท ก สถานีบริการน้ำมันประเภท ข

สถานีบริการน้ำมันประเภท ค ลักษณะที่สอง สถานีบริการน้ำมันประเภท จ ลักษณะที่สอง

และสถานีบริการน้ำมันประเภท ฉ

ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการจำหน่าย

(๓) คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงบรรจุ

สถานที่บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทห้องบรรจุ

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทร้านจำหน่าย

สถานที่เก็บรักษาก๊าซปิโตรเลียมเหลวประเภทโรงเก็บ

และสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔)

โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๒๐๐ ตารางเมตร

(๕) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๗) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๘) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๙) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว บ้านแถว หรือบ้านแฝด

(๑๐) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๑๑) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๑๒)

การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๗๕ ตารางเมตร

(๑๓) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๙๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๖๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๕๐

เมตร

(๑๔) สถานที่เก็บสินค้าซึ่งเป็นที่เก็บ พัก

หรือขนถ่ายสินค้าหรือสิ่งของเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรืออุตสาหกรรมที่มีพื้นที่อาคารรวมกันเกิน

๔๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่รวมถึงการเก็บสินค้าหรือสิ่งของเพื่อรอการจำหน่าย ณ

สถานที่นั้น

(๑๕) ตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๑๖) กำจัดมูลฝอย

(๑๗) ซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๐๐

ตารางเมตรและมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม การอยู่อาศัย

การอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓) ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ในระยะ ๗๐ เมตร

จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียง ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยแม่สะลาบ

ห้วยทราย ห้วยทรายหลวง ห้วยสิงห์หลวง ห้วยแม่กองแป และห้วยโผ ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว

(๒) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๓) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๔) กำจัดมูลฝอย

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕

ตารางเมตรและมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒)

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่ดินซึ่งเป็นของรัฐ

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม การอยู่อาศัย การท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน

(๒) โรงมหรสพตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๕) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๖) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๗) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๘) กำจัดมูลฝอย

ที่ดินประเภทนี้

ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการโรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวมการใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕ ตารางเมตร มีความสูงของอาคารไม่เกิน

๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

และมีใต้ถุนสูงไม่น้อยกว่า ๒ เมตร

การวัดความสูงของใต้ถุนให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคาร

(๒)

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาตและให้มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า

๖ เมตร

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียงไม่น้อยกว่า

๓๐ เมตร สำหรับที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๘

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

(๒)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยแม่หารและห้วยแม่สะลาบไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยขุด ห้วยวอก ห้วยกองเอ๊าะ ห้วยจ๊อม ห้วยปูน ห้วยทราย ห้วยทรายหลวง

ห้วยสิงห์หลวง ห้วยแม่กองแป และห้วยโผ ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

(๔)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำเหมืองแกนไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษา หรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า

ต้นน้ำ ลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้

การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม

(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม

(๓) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

(๔) จัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

(๕) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว

(๖) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุด หอพัก หรืออาคารอยู่อาศัยรวม

(๗) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๘) กำจัดมูลฝอย

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕

ตารางเมตรและมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๓)

ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของลำคลองหรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

และให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงไม่เกิน ๑๖ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

และให้มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน

โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น

การอยู่อาศัย พาณิชยกรรม เกษตรกรรม การศาสนา

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) การอยู่อาศัยประเภทห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว

(๒) การอยู่อาศัยประเภทอาคารชุดหรือหอพัก

(๓) การประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว

(๔)

การประกอบพาณิชยกรรมที่มีพื้นที่ประกอบการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังรวมกันเกิน

๕๐ ตารางเมตร

(๕) การติด ตั้ง หรือก่อสร้างป้าย เว้นแต่ป้ายที่มีขนาดไม่เกิน ๐.๕๐

ตารางเมตร โดยมีความกว้างของป้ายไม่เกิน ๐.๕๐ เมตร และความยาวของป้ายไม่เกิน ๑.๐๐

เมตร

(๖) กำจัดมูลฝอย

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๑๐๐ ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและเกษตรกรรม

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕ ตารางเมตร

และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๓)

ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณะ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ในระยะ ๗๐ เมตร

จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของแม่น้ำยวมและแม่น้ำแม่สะเรียงให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน

๗๕ ตารางเมตร และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

(๒) ในระยะ ๔๕ เมตร จากริมฝั่งตามสภาพธรรมชาติของห้วยกองเอ๊าะ

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๗๕ ตารางเมตร

และให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละแปดสิบของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา

สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้ ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑)

ให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินรวมกันไม่เกินพื้นที่คลุมดินสูงสุดของอาคารที่มีอยู่เดิม

และมีความสูงไม่เกินความสูงของอาคารที่มีอยู่เดิม

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงส่วนที่สูงที่สุดของอาคาร

(๒) ให้มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการของรัฐ

กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้นและให้ดำเนินการหรือประกอบกิจการได้ในอาคารที่มีความสูงของอาคารไม่เกิน

๑๖ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

และให้มีที่ว่างโดยรอบอาคารไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณแนวถนนสาย ก ๘ ถนนสาย ก ๑๐ ถนนสาย ข และถนนสาย ค ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น

นอกจากกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้

(ก) การสร้างถนนหรือเกี่ยวข้องกับถนน

และการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

(ข) การสร้างรั้วหรือกำแพง

(ค)

เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๐๐

ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(๒) ที่ดินในบริเวณแนวถนนสาย ก ๑ ถนนสาย ก ๒ ถนนสาย ก ๓ ถนนสาย ก ๔ ถนนสาย

ก ๕ ถนนสาย ก ๖ ถนนสาย ก ๗ ถนนสาย ก ๙ ถนนสาย ก ๑๑ ถนนสาย ก ๑๒ ถนนสาย ก ๑๓

และถนนสาย ก ๑๔ ห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น นอกจากกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(ก) การสร้างถนนหรือเกี่ยวข้องกับถนน

และการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

(ข) การสร้างรั้วหรือกำแพง

(ค)

เกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๕๐

ตารางเมตร และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(ง)

การอยู่อาศัยในอาคารที่มีพื้นที่คลุมดินไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร ที่ไม่ใช่บ้านแถว ห้องแถว

ตึกแถว หรืออาคารขนาดใหญ่ และมีความสูงของอาคารไม่เกิน ๗ เมตร

การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างอาคารถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด

(จ) การอยู่อาศัยที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘

พลเอก

อนุพงษ์ เผ่าจินดา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

พ.ศ. ๒๕๕๘

๒. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. ๒๕๕๘

๓. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. ๒๕๕๘

๔. รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. ๒๕๕๘

๕. แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. ๒๕๕๘

๖. รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. ๒๕๕๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวมในท้องที่ตำบลบ้านกาศ

ตำบลแม่คง ตำบลแม่สะเรียง และตำบลแม่ยวม อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท

ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค

บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕

บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๕ สิงหาคม

๒๕๕๘

นุสรา/ผู้ตรวจ

๑๐ พฤศจิกายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๗๙ ก/หน้า ๒๑/๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมชุมชนแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e4226fe992acca7c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com