มาตรา ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
“มาตรา ๑๕ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
'= ๕ 1 ๕ = 9 1 ฆ่ จ่ฆ 1 =ฆ จฆ่ ๑7
หรือเจ็บป่วยเป็นเงงินทดแทนการขาดรายได้ ต่อเมือภายในระยะเวลาสีเดือนก่อนเดือนทีประสบอันตราย
ฆ ๕ 1 9๑ ๑7 ๑ 1 = 9จ/ เ 1 =ฆ ๑7 1 จ
หรือเจ็บป่วย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน ดังต่อไปนี่
(๑) อัตราวันละสามร้อยบาท ปีละไม่เกินเก้าสิบวัน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล
ในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยในตังแต่หนึ่งวันขึ้นไป
(๒) อัตราวันละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินเก้าสิบวัน กรณีแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
ฆ ฆจ่๓ ขเ เว | บข ฆ ๕ ย ๑7
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพัก
ฆ่ ๑7 2 1 =< ๑7 =% = ๑7 ๕ 1 9จ/ '=' 1 ๑7 9 จ่
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่หนึ่งวันขึ้นไป และกรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันตรายในท้องที
ทิเกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และได้เข้ารับการรักษาพยาบาล
ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามมาตรการของรัฐ โดยมีความเห็นทางการแพทย์ให้หยุดพัก
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่สามวันขึ้นไป ทังนี การเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
ฆ @๑/ 0๑7 1 ๑ ๕ ๑7 ๕จ่ =' ๐ ๕ ๑7 '=
หรือมาตรการของรัฐดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทีเลขาธิการกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
(๓) อัตราครังละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินสามครั้ง กรณีมีใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมาแสดงต่อสํานักงาน
= '=: 1 ฆ
ซึ่งมิใช่กรณีตาม (๑) และ (๒)
ผู้ประกันตนตามวรรคหนึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
ฆ ๕ ณ๕ = บ ฆ่ ๓๑ ๑7 เว |=๑ ฯจ ย ๑@. 9 »
หรือเจ็บป่วยเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ตาม (๑) และ (๒) เมือนับรวมกันแล้วต้องไม่เกินปีละเก้าสิบวัน
มาตรา ซ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี่แทน
“มาตรา ๑๐ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
เมือคณะกรรมการการแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิมขืน เป็นเงินทดแทน
9/ 1 =ฆ = ๑7 1 จ
การขาดรายได้ต่อเดือนตลอดชีวิต ดังต่อไปนี
(๑) อัตราเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท ต่อเมือภายในระยะเวลาสิบเดือนก่อนเดือนทีทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
(๒) อัตราเดือนละสองพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลายี่สิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน
(๓) อัตราเดือนละสองพันห้าร้อยบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสีสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่ายีสิบสี่เดือน
(๑) อัตราเดือนละสามพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาหกสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามสิบหกเดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพถึงแก่ความตาย
ให้สิทธิในการรับเงินทดแทนการขาดรายได้ดังกล่าวเป็นอันระงับในเดือนถัดไป และให้บุคคลตามมาตรา ๑๓
วรรคสาม มีสิทธิได้รับเงินค่าทําศพ”