附則
หน้า ๕๑
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
ย
ณส
พระราชกฤษฎกา
กําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ
ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์
และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคล
= ๑7 ๕ 97 ๑7 ๐ จซ่
ซูงสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับท ๕)
พ.ศ. ๒๕๒๐๕
๕ =% ซ ซ= =
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสนทรมหาวชราลงกรณ
ณี 9๑7 9๑7 1 ๓
พระวชรเกลาเจาอยูหว
ให้ไว้ ณ วันที ๓๑ จันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕
เป็นปีที ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ฆ 9๑7 9๑7 1
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยทีเป็นการสมควรแก้ไขเพิมเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์และอัตรา
การจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕๐
วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
ประกันสังคม (ฉบับที ๕) พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขีนไว้
ดังต่อไปนี่
หน้า ๕๒
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และอัตรา
การจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕”
ฆ =๊% 9๑7 ๐7/ 0๐๑» 2 1๑7 ๑7 ๑7 =
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานิให้ใช้บังคับตังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้แก้ไขคําว่า “สามีภริยา” ในพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และอัตรา
การจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๐๑ เป็น “คู่สมรส” ทุกแห่ง
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี่แทน
“มาตรา ๑๒ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๒ หรือมาตรา ซ มิสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ ต่อเมือภายในระยะเวลาสีเดือน
1 =ฆ จ่ ๑7 '= ๕ 1 9 ๑7 ข เ! = จ | ข 1 =ฆ
ก่อนเดือนทีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน
ดังต่อไปนี
(๑) อัตราวันละสามร้อยบาท ปีละไม่เกินสามสิบวัน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล
ในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยในตังแต่หนึ่งวันขึ้นไป
(๒) อัตราวันละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินสามสิบวัน กรณีแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
ฆ ฆจ่๓ ขเ เว | บข ฆ ๕ ย ๑7
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพัก
ข่ ๑7 ะ 1 = ๑7 =% ณฒ ข ๑7 ๕ 1 จ '=' 1 ๑7 9/ จ่
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่หนึ่งวันขืนไป และกรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันตรายในท้องทิ
ทิเกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และได้เข้ารับการรักษาพยาบาล
ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามมาตรการของรัฐ โดยมีความเห็นทางการแพทย์ให้หยุดพัก
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่สามวันขึ้นไป ทั้งนี การเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแนวทาง
ของกระทรวงสาธารณสุขหรือมาตรการของรัฐดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกําหนด
โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
หน้า ๕๓
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
(๓) อัตราครั้งละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินสามครั้ง กรณีมีใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
หรือสถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมาแสดงต่อสํานักงาน
ซึ่งมิใช่กรณีตาม (๑) และ (๒)
ผู้ประกันตนตามวรรคหนึ่งมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ตาม (๑) และ (๒) เมื่อนับรวมกันแล้วต้องไม่เกินปีละสามสิบวัน”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๓ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๒ หรือมาตรา ซ มิสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน
ในกรณีทุพพลภาพเมื่อคณะกรรมการการแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้น
เป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ต่อเดือนตลอดชีวิต ดังต่อไปนี้
(๑) อัตราเดือนละหนึ่งพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
(๒) อัตราเดือนละหนึ่งพันสามร้อยบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลายี่สิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน
(๓) อัตราเดือนละหนึ่งพันหกร้อยบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสีสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่ายีสิบสี่เดือน
(๑) อัตราเดือนละสองพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาหกสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามสิบหกเดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพถึงแก่ความตาย
ให้สิทธิในการรับเงินทดแทนการขาดรายได้ดังกล่าวเป็นอันระงับในเดือนถัดไป และให้บุคคลตามมาตรา ๑๕
วรรคสาม (๑) มีสิทธิได้รับเงินค่าทําศพ”
มาตรา ๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
“มาตรา ๑๕ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
'= ๕ 1 ๕ = 9 1 ฆ่ จ่ฆ 1 =ฆ จฆ่ ๑7
หรือเจ็บป่วยเป็นเงงินทดแทนการขาดรายได้ ต่อเมือภายในระยะเวลาสีเดือนก่อนเดือนทีประสบอันตราย
ฆ ๕ 1 9๑ ๑7 ๑ 1 = 9จ/ เ 1 =ฆ ๑7 1 จ
หรือเจ็บป่วย ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน ดังต่อไปนี่
(๑) อัตราวันละสามร้อยบาท ปีละไม่เกินเก้าสิบวัน กรณีเข้ารับการรักษาพยาบาล
ในสถานพยาบาลประเภทผู้ป่วยในตังแต่หนึ่งวันขึ้นไป
(๒) อัตราวันละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินเก้าสิบวัน กรณีแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
ฆ ฆจ่๓ ขเ เว | บข ฆ ๕ ย ๑7
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพัก
ฆ่ ๑7 2 1 =< ๑7 =% = ๑7 ๕ 1 9จ/ '=' 1 ๑7 9 จ่
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่หนึ่งวันขึ้นไป และกรณีผู้ประกันตนเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันตรายในท้องที
ทิเกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และได้เข้ารับการรักษาพยาบาล
ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามมาตรการของรัฐ โดยมีความเห็นทางการแพทย์ให้หยุดพัก
เพื่อการรักษาพยาบาลตังแต่สามวันขึ้นไป ทังนี การเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข
ฆ @๑/ 0๑7 1 ๑ ๕ ๑7 ๕จ่ =' ๐ ๕ ๑7 '=
หรือมาตรการของรัฐดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทีเลขาธิการกําหนดโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี
(๓) อัตราครังละสองร้อยบาท ปีละไม่เกินสามครั้ง กรณีมีใบรับรองแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมาแสดงต่อสํานักงาน
= '=: 1 ฆ
ซึ่งมิใช่กรณีตาม (๑) และ (๒)
ผู้ประกันตนตามวรรคหนึงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
ฆ ๕ ณ๕ = บ ฆ่ ๓๑ ๑7 เว |=๑ ฯจ ย ๑@. 9 »
หรือเจ็บป่วยเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ตาม (๑) และ (๒) เมือนับรวมกันแล้วต้องไม่เกินปีละเก้าสิบวัน
มาตรา ซ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๐๑ และให้ใช้ความต่อไปนี่แทน
“มาตรา ๑๐ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
เมือคณะกรรมการการแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิมขืน เป็นเงินทดแทน
9/ 1 =ฆ = ๑7 1 จ
การขาดรายได้ต่อเดือนตลอดชีวิต ดังต่อไปนี
(๑) อัตราเดือนละหนึ่งพันห้าร้อยบาท ต่อเมือภายในระยะเวลาสิบเดือนก่อนเดือนทีทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
(๒) อัตราเดือนละสองพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลายี่สิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบสองเดือน
(๓) อัตราเดือนละสองพันห้าร้อยบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสีสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่ายีสิบสี่เดือน
(๑) อัตราเดือนละสามพันบาท ต่อเมื่อภายในระยะเวลาหกสิบเดือนก่อนเดือนที่ทุพพลภาพ
ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามสิบหกเดือน
ในกรณีที่ผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพถึงแก่ความตาย
ให้สิทธิในการรับเงินทดแทนการขาดรายได้ดังกล่าวเป็นอันระงับในเดือนถัดไป และให้บุคคลตามมาตรา ๑๓
วรรคสาม มีสิทธิได้รับเงินค่าทําศพ”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๑๕ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
ต่อเมื่อภายในระยะเวลาสามสิบหกเดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบ
มาแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่เดือน โดยให้ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรเป็นเงินสงเคราะห์บุตร
สําหรับบุตรซึ่งมีอายุไม่เกินเจ็ดปีบริบูรณ์จํานวนคราวละไม่เกินสองคน ในอัตราสามร้อยบาทต่อเดือน
ต่อบุตรหนึ่งคน แต่ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นไปแล้ว ทั้งนี้
ไม่ว่าจะเป็นบุตรซึ่งเกิดก่อนหรือหลังการเป็นผู้ประกันตน และผู้ประกันตนจะมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์บุตร
ในเดือนใดต้องมีการจ่ายเงินสมทบในเดือนนั้นด้วย”
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“มาตรา ๒๑ ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายก่อนอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่
จะได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๒๐ ให้จ่ายเงินบําเหน็จชราภาพ
ให้แก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทําหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั้น
หน้า ๕๐
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
แต่ถ้าผู้ประกันตนมิได้ทําหนังสือระบุไว้ ให้นํามาเฉลิยจ่ายให้แก่คู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน
ในจํานวนทิเท่ากัน
ในกรณีทีไม่มีผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามวรรคหนึงให้ทายาท
9/ ๑7 ๑7 1 จ ณฆฒ= = ๑7 = ๐ ๕ ๐ ๑7 ๐ ๑7 ณฒ ๐
ของผู้ประกันตนดังต่อไปนี้ มีสิทธิรับเงินบําเหน็จชราภาพตามลําดับ หากบุคคลลําดับใดมีจํานวน
มากกว่าหนึ่งคน ให้บุคคลลําดับนันได้รับส่วนแบ่งเท่ากัน
(๑) พิน้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
(๒) พีน้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา
(๓) ปู ย่า ตา ยาย
(@) ลุง ป้า น้า อา”
มาตรา ๑๐ ผู้ประกันตนซึงเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๕ และได้เข้ารับ
การรักษาพยาบาลตังแต่วันที ๒๐ มีนาคม ๒๕๒๓ ถึงวันที ๓๐ กันยายน ๒๕๒๐๕ ตามแนวทาง
ของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามมาตรการของรัฐ โดยมีความเห็นทางการแพทย์ให้หยุดพัก
ข่ ๑7 ข้ 1 ๑7 =% ๑/=« =% =' 9๑7๐7 6 =-. ๑7
เพื่อการรักษาพยาบาลตั้งแต่สามวันขืนไป ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
หรือเจ็บปวยตามมาตรา ๑๒ (๒) และมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึงแก้ไขเพิมเติม
โดยพระราชกฤษฎีกานี
การเข้ารับการรักษาพยาบาลตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขหรือตามมาตรการของรัฐ
= 9/ ๕ 9๑/ ง๑๐» ๑7 จ่ 1๑7 9 1 9/ 9/ =ฆ
ตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลประเภททีไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน
ตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล หรือในสถานบริการสาธารณสุขทีเป็นสถานบริการตามกฎหมาย
ว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและได้ทําความตกลงกับสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
หรือในสถานบริการสาธารณสุขตามทิกระทรวงสาธารณสุขกําหนดตามมาตรการของรัฐ หรือในสถานพยาบาลของรัฐ
สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถินหรือส่วนราชการอืน โดยสถานพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุข
๑7 1 เฆ 6 ขย% '=. 9๑7 ๕ 9๑7๐7 = '= = ๑
ดังกล่าวไม่มีแพทย์ซึงได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมปฏิบัติงาน
หน้า ๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
มาตรา ๑๑ ผู้ประกันตนซึงประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย และแพทย์ของสถานพยาบาลของรัฐ
ฆ ฆจ่๓ ขเ เว | บข ฆ ๕ ย ๑7
หรือสถานพยาบาลประเภททีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลมีความเห็นให้หยุดพัก
ฆ่ ๑7 1 1 ๑7 จ่ ฆ =๊6 9/ ๐/ 0ฉ๐๑» = 0๐» จ่ ฆ ร 9๑7 ๐7/ ๑๐7
เพื่อการรักษาพยาบาลอยู่ก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับไปจนถึงวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕
แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน
๑7 ด ฆ่ 1 =% =% ๑7 ด = ๑7 ๕ 9๑ ๑7
ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน
พ.ศ. ๒๕๒๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิมเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี
มาตรา ๑๒ ผู้ใดเคยได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพตามพระราชกฤษฎีกา
กําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์
จฆ่ 1 = =' ๑7 ด =% ๑7 ๕ 9/ ๑7
และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๕๕
และสิทธิการได้รับประโยชน์ทดแทนดังกล่าวได้สินสุดก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้มีสิทธิ
ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกฤษฎีกา
กําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์
จฆ่ 1 = =' ๑7 ด = ๑7 - 9 ๑7
และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๐๑
= = =-ี ฆ จะ 1๑7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๑/ ๑7
ซึงแก้ไขเพิมเติมโดยพระราชกฤษฎีกานีตังแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
= =' ณี 9๑7๐7 6 =. ฆ
มาตรา ๑๓ ผู้ใดมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพตามพระราชกฤษฎีกา
กําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์
จฆ่ 1 = =' ๑7 ด =% ๑7 ๕ 9/ ๑7
และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๕๕
๑7 1 ๑7 จ่ ฆ จ 9/ ๑๐7 ๑7 ๑/= =% ณี 9๑7๐7 6 ฆ
อยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีทุพพลภาพ
ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๒๐ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ
ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทน
= ๑7 ๕ 9/ ๑7 = = = =. จ
ของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๐๑ ซึงแก้ไขเพิมเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี
= = =ง 9๑7๐7 6 ๒ 6 =.
มาตรา ๑๕ ผู้ใดมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามพระราชกฤษฎีกา
กําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์
จฆ่ 1 = =' ๑7 ด =% ๑7 ๕ 9/ ๑7
และเงือนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๐๑
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕
๕% = | ๑ ๕ ซฆุู=% ช6 เด ขฆ เพย จ่ ฆ จจัๆขุ๐ ฆณฆ=๑๑ =๑ทๆ ข”๓๓
และบุตรนันมีอายุไม่เกินเจ็ดปีบริบูรณ์อยู่ในวันก่อนวันทิีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้มีสิทธิได้รับ
ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์
และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิ
ในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึงสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึงแก้ไขเพิมเติม
โดยพระราชกฤษฎีกานีตังแต่วันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ
มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อนุทิน ชาญวิรกูล
๑7 ฆ
นายกรัฐมนตรี
หน้า ๕๕
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จันวาคม ๒๕๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม
พระราชกฤษฎีกากําหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน
ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน
พ.ศ. ๒๕๒๑ เพื่อให้ผู้ประกันตนตามมาตรา ๕๐ มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตราย
หรือเจ็บป่วยเป็นเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราที่สูงขึ้น กําหนดให้ผู้ประกันตนซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่ออันตราย
ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ รวมถึงกรณีติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๕ ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม
กําหนดให้ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ทุพพลภาพมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีทุพพลภาพเพิ่มขึ้น
และเพิ่มเติมระยะเวลาและอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ
และสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณี
ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายก่อนอายุครบทกสิบปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
เพื่อให้การดําเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาสิทธิประโยชน์บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ จึงจําเป็นต้องตรา
พระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).