我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 มาตรา 33

มาตรา ๓๓附則

มาตรา ๓๓ เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการตุลาการผู้ใด ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ หรือ เหตุรับราชการนาน ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ทำได้ด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. แต่การให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะในกรณีต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย อย่างร้ายแรง และดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๖ ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมองจะให้ รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ (๒) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อน ความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่สมควร ที่จะให้คงเป็นข้าราชการตุลาการต่อไป (๓) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้โดยสม่ำเสมอ แต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ หรือ (๔) เมื่อปรากฏว่าข้าราชการตุลาการนั้นขาดสัญชาติไทยหรือขาด คุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๑๑) หรือไปเป็นข้าราชการการเมืองหรือ สมาชิกรัฐสภา เว้นแต่กรณีตามความในมาตรา ๒๓ วรรคสอง คณะกรรมการตุลาการ *[๖] “มาตรา ๓๔ ให้มีคณะกรรมการตุลาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ต. ประกอบด้วย (๑) ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาศาล เยาวชนและครอบครัวกลาง และปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นกรรมการโดย ตำแหน่ง และ (๒) กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิสิบคน ซึ่งประกอบด้วย (ก) ข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๓) ซึ่งมิได้เป็น กรรมการตุลาการโดยตำแหน่งอยู่แล้ว และข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๔) ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกาหกคนที่ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือน ตั้งแต่ชั้น ๒ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก (ข) ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนหลังสุดตามลำดับสี่คน ซึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการ การเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ ในพรรคการเมือง หรือทนายความ ในกรณีที่ไม่มีกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) ครบสี่คน หรือกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) พ้นจาตำแหน่งตาม

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查