ข้อ ๒๗ ให้บัญชีสัญญาประกันภัยมูลค่าเงินสดหรือสัญญาประกันชีวิตแบบเงินรายปีของบุคคลธรรมดา เป็นบัญชีที่ไม่ต้องถูกตรวจสอบ บ่งชี้ หรือรายงาน หากมีกฎหมายกำหนดห้ามผู้มีหน้าที่รายงานขายประกันภัยตามสัญญาดังกล่าวให้แก่ผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน
ข้อ ๒๘ ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่าต่ำ ให้พิจารณาถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากที่อยู่อาศัยปัจจุบันซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดของผู้ถือบัญชีที่ผู้มีหน้าที่รายงานมีอยู่ และมิใช่ที่อยู่อาศัยที่ใช้เพื่อการส่งเอกสาร ทั้งนี้ กรณีบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวให้ใช้ที่อยู่อาศัยที่ระบุในบัญชีดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบัน
ในช่วงระยะเวลาที่บัญชีนั้นไม่มีการเคลื่อนไหว ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่รายงานไม่มีข้อมูลที่อยู่อาศัยปัจจุบันของผู้ถือบัญชีตามวรรคหนึ่ง ที่อาจเชื่อถือได้ตามหลักฐานเอกสาร ให้ผู้มีหน้าที่รายงานสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษาไว้ เพื่อหาข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ (๑)
เอกสารระบุตัวตนที่ระบุว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๒) ที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์หรือที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน และรวมถึงตู้รับไปรษณีย์ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๓) หมายเลขโทรศัพท์ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน และไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศไทย (๔)
คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติไปยังบัญชีที่เก็บรักษาอยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก (๕) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่ผู้ที่มีที่อยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ที่ยังมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน หรือ (๖) คำสั่ง
“ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน หากผู้มีหน้าที่รายงานไม่พบที่อยู่ของผู้ถือบัญชีในฐานข้อมูล ในกรณีที่ไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามวรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบอื่นใดอีกต่อไป
จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าวนั้น หรือบัญชีดังกล่าวนั้นเปลี่ยนเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง
ข้อ ๒๙ ในกรณีที่ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) จากการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าผู้ถือบัญชีดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑
ข้อ ๓๐ ในกรณีที่ปรากฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” จากการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่พบที่อยู่อื่นใด และไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) ของผู้ถือบัญชี ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบกระดาษตามข้อ ๓๔
หรือจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชี หรือหลักฐานเอกสารที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้ถือบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ หากการสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบกระดาษดังกล่าวไม่สามารถระบุข้อบ่งชี้ใด ๆ ได้ และการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองหรือหลักฐานเอกสารนั้นไม่สามารถทำได้
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพากร
ข้อ ๓๑ ในกรณีดังต่อไปนี้ แม้จะปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องถือว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๑) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๒) (๓) หรือ (๔) แต่ข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก
ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) เอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนที่ไม่ใช่คู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน และ (ข) หลักฐานเอกสารซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรายงาน (๒) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๕)
แต่ข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) เอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนที่ไม่ใช่คู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน หรือ (ข) หลักฐานเอกสารซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรายงาน
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบด้วยการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษา สำหรับการหาข้อบ่งชี้ ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง
ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้มีหน้าที่รายงานมีรายการและปรากฏข้อมูลทั้งหมดดังต่อไปนี้ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องสืบค้นข้อมูลเอกสารในรูปแบบกระดาษเพิ่มเติมอีก (๑) สถานะที่อยู่อาศัยของผู้ถือบัญชี (๒) ที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน
หรือที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์ที่เป็นปัจจุบันของผู้ถือบัญชีซึ่งอยู่ในแฟ้มข้อมูลของผู้มีหน้าที่รายงาน (๓) หมายเลขโทรศัพท์ปัจจุบันของผู้ถือบัญชี (ถ้ามี) ที่เก็บอยู่ในแฟ้มข้อมูลปัจจุบันของผู้มีหน้าที่รายงาน (๔) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่ง
และรวมถึงการโอนเงินไปยังบัญชีต่างสาขาของผู้มีหน้าที่รายงานหรือบัญชีในสาขาของสถาบันการเงินอื่น ในกรณีของบัญชีทางการเงินอื่นที่ไม่ใช่บัญชีเงินฝาก (๕) ที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” หรือคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” ของผู้ถือบัญชี และ (๖) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่บุคคลอื่น
เพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชี
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่ปรากฏข้อมูลทั้งหมดตามข้อ ๓๓ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว เฉพาะในส่วนที่ไม่ปรากฏข้อมูลนั้นในแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี เพื่อการหาข้อบ่งชี้ใด ๆ ตามข้อ ๒๘
วรรคสอง ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวต้องเป็นเอกสารที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับมาภายในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้ (๑) หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวกับบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมากที่สุด (๒) สัญญาหรือเอกสารประกอบในการเปิดบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมากที่สุด (๓) เอกสารที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด
ที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ตามหลักเกณฑ์การกำกับของกฎหมายอื่น (๔) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่บุคคลอื่นที่ยังมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน (๕) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติที่เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้
ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก
ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ แล้ว และปรากฏว่าผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ที่เป็นผู้ดูแลบัญชีที่มีมูลค่าสูง รู้ว่าบัญชีดังกล่าวถือโดยผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน
ข้อ ๓๖ เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบบัญชีแล้วให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี (๑) ในกรณีที่ไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง สำหรับกระบวนการตรวจสอบบัญชีที่มีมูลค่าสูงและบัญชีดังกล่าวไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นบัญชีที่ถือโดยผู้ที่ต้องถูกรายงานตามที่กำหนดในข้อ ๓๕
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการอื่นใดอีกต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้มีข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีนั้น (๒) ในกรณีที่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕)
หรือต่อมามีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีทางการเงินนั้นเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑
และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑ (๓) ในกรณีที่ปรากฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” แต่ไม่พบที่อยู่อื่นใด และไม่ปรากฏข้อบ่งชี้อื่นใดตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) ของผู้ถือบัญชี
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีหรือหลักฐานเอกสารที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้ถือบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ หากการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองหรือหลักฐานเอกสารนั้นไม่สามารถทำได้
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพากร
ข้อ ๓๗ ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่าต่ำและต่อมาบัญชีดังกล่าวเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ หรือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับบัญชีที่มีมูลค่าสูง
ภายในปีปฏิทินถัดจากปีที่บัญชีเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง และรายงานบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานนั้นต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปีถัดไปเป็นประจำทุกปี
ข้อ ๓๘ เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีที่มีมูลค่าสูงโดยสมบูรณ์หรือครบถ้วนแล้ว ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบบัญชีนั้นในปีต่อ ๆ ไป เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ตามข้อ ๓๕ ในกรณีบัญชีที่ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้
ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีดังกล่าวต่อไปเป็นประจำทุกปี จนกว่าบัญชีนั้นจะสิ้นสุดการเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้
ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีมูลค่าสูงนั้น ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง
เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑
ข้อ ๔๐ ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้มีกระบวนการเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์จะสามารถระบุการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของบัญชี เช่น เมื่อผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ได้รับแจ้งว่าผู้ถือบัญชีมีการเปลี่ยนที่อยู่ทางไปรษณีย์ใหม่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน
ผู้มีหน้าที่รายงานจะต้องถือว่าที่อยู่ใหม่ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของบัญชี และหากผู้มีหน้าที่รายงานเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารตามที่เห็นสมควรจากผู้ถือบัญชี
ข้อ ๔๑ การตรวจสอบบัญชีทางการเงินของบุคคลธรรมดาที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้ (๑) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าต่ำ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ (๒) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวให้แล้วเสร็จและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ (๓) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ
วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).