ข้อ ๒๖
ข้อ ๒๖ ให้นำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามหมวดนี้ด้วย
ข้อ ๒๖ ให้นำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ มาใช้บังคับแก่การดำเนินการตามหมวดนี้ด้วย
ข้อ ๒๗ ให้บัญชีสัญญาประกันภัยมูลค่าเงินสดหรือสัญญาประกันชีวิตแบบเงินรายปีของบุคคลธรรมดา เป็นบัญชีที่ไม่ต้องถูกตรวจสอบ บ่งชี้ หรือรายงาน หากมีกฎหมายกำหนดห้ามผู้มีหน้าที่รายงานขายประกันภัยตามสัญญาดังกล่าวให้แก่ผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน
ข้อ ๒๘ ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่าต่ำ ให้พิจารณาถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากที่อยู่อาศัยปัจจุบันซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดของผู้ถือบัญชีที่ผู้มีหน้าที่รายงานมีอยู่ และมิใช่ที่อยู่อาศัยที่ใช้เพื่อการส่งเอกสาร ทั้งนี้ กรณีบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวให้ใช้ที่อยู่อาศัยที่ระบุในบัญชีดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ในช่วงระยะเวลาที่บัญชีนั้นไม่มีการเคลื่อนไหว ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่รายงานไม่มีข้อมูลที่อยู่อาศัยปัจจุบันของผู้ถือบัญชีตามวรรคหนึ่ง ที่อาจเชื่อถือได้ตามหลักฐานเอกสาร ให้ผู้มีหน้าที่รายงานสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษาไว้ เพื่อหาข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารระบุตัวตนที่ระบุว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๒) ที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์หรือที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน และรวมถึงตู้รับไปรษณีย์ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๓) หมายเลขโทรศัพท์ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน และไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศไทย (๔) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติไปยังบัญชีที่เก็บรักษาอยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก (๕) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่ผู้ที่มีที่อยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ที่ยังมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน หรือ (๖) คำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน หากผู้มีหน้าที่รายงานไม่พบที่อยู่ของผู้ถือบัญชีในฐานข้อมูล ในกรณีที่ไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามวรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบอื่นใดอีกต่อไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าวนั้น หรือบัญชีดังกล่าวนั้นเปลี่ยนเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง
ข้อ ๒๙ ในกรณีที่ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) จากการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าผู้ถือบัญชีดังกล่าวเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑
ข้อ ๓๐ ในกรณีที่ปรากฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” จากการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่พบที่อยู่อื่นใด และไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) ของผู้ถือบัญชี ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบกระดาษตามข้อ ๓๔ หรือจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชี หรือหลักฐานเอกสารที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้ถือบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ หากการสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในรูปแบบกระดาษดังกล่าวไม่สามารถระบุข้อบ่งชี้ใด ๆ ได้ และการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองหรือหลักฐานเอกสารนั้นไม่สามารถทำได้ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพากร
ข้อ ๓๑ ในกรณีดังต่อไปนี้ แม้จะปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องถือว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๑) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๒) (๓) หรือ (๔) แต่ข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) เอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนที่ไม่ใช่คู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน และ (ข) หลักฐานเอกสารซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรายงาน (๒) ข้อมูลของผู้ถือบัญชีปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๕) แต่ข้อมูลที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับ หรือเคยตรวจสอบและเก็บบันทึก ไม่ตรงกับข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) เอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนที่ไม่ใช่คู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน หรือ (ข) หลักฐานเอกสารซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ที่ไม่ต้องถูกรายงาน
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ให้ผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบด้วยการสืบค้นข้อมูลในระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ตนเก็บรักษา สำหรับการหาข้อบ่งชี้ ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง
ข้อ ๓๓ ในกรณีที่ระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของผู้มีหน้าที่รายงานมีรายการและปรากฏข้อมูลทั้งหมดดังต่อไปนี้ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องสืบค้นข้อมูลเอกสารในรูปแบบกระดาษเพิ่มเติมอีก (๑) สถานะที่อยู่อาศัยของผู้ถือบัญชี (๒) ที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน หรือที่อยู่สำหรับส่งไปรษณีย์ที่เป็นปัจจุบันของผู้ถือบัญชีซึ่งอยู่ในแฟ้มข้อมูลของผู้มีหน้าที่รายงาน (๓) หมายเลขโทรศัพท์ปัจจุบันของผู้ถือบัญชี (ถ้ามี) ที่เก็บอยู่ในแฟ้มข้อมูลปัจจุบันของผู้มีหน้าที่รายงาน (๔) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติจากบัญชีหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่ง และรวมถึงการโอนเงินไปยังบัญชีต่างสาขาของผู้มีหน้าที่รายงานหรือบัญชีในสาขาของสถาบันการเงินอื่น ในกรณีของบัญชีทางการเงินอื่นที่ไม่ใช่บัญชีเงินฝาก (๕) ที่อยู่ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” หรือคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” ของผู้ถือบัญชี และ (๖) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่บุคคลอื่น เพื่อดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชี
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวไม่ปรากฏข้อมูลทั้งหมดตามข้อ ๓๓ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี และตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว เฉพาะในส่วนที่ไม่ปรากฏข้อมูลนั้นในแฟ้มข้อมูลหลักปัจจุบันของผู้ถือบัญชี เพื่อการหาข้อบ่งชี้ใด ๆ ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวต้องเป็นเอกสารที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับมาภายในช่วงระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ดังต่อไปนี้ (๑) หลักฐานเอกสารที่เกี่ยวกับบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมากที่สุด (๒) สัญญาหรือเอกสารประกอบในการเปิดบัญชีซึ่งเป็นปัจจุบันมากที่สุด (๓) เอกสารที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด ที่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ตามหลักเกณฑ์การกำกับของกฎหมายอื่น (๔) คำสั่งมอบอำนาจหรือคำสั่งให้อำนาจลงลายมือชื่อให้แก่บุคคลอื่นที่ยังมีผลใช้บังคับในปัจจุบัน (๕) คำสั่งเพื่อโอนเงินเป็นประจำโดยอัตโนมัติที่เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคำสั่งที่เกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก
ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔ แล้ว และปรากฏว่าผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ที่เป็นผู้ดูแลบัญชีที่มีมูลค่าสูง รู้ว่าบัญชีดังกล่าวถือโดยผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน
ข้อ ๓๖ เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานตรวจสอบบัญชีแล้วให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ แล้วแต่กรณี (๑) ในกรณีที่ไม่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง สำหรับกระบวนการตรวจสอบบัญชีที่มีมูลค่าสูงและบัญชีดังกล่าวไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นบัญชีที่ถือโดยผู้ที่ต้องถูกรายงานตามที่กำหนดในข้อ ๓๕ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการอื่นใดอีกต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้มีข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีนั้น (๒) ในกรณีที่ปรากฏข้อบ่งชี้ตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) หรือต่อมามีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีทางการเงินนั้นเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑ (๓) ในกรณีที่ปรากฏคำสั่ง “ผู้เก็บไปรษณีย์ไว้ให้” หรือ “ผู้รับไปรษณีย์แทน” แต่ไม่พบที่อยู่อื่นใด และไม่ปรากฏข้อบ่งชี้อื่นใดตามข้อ ๒๘ วรรคสอง (๑) ถึง (๕) ของผู้ถือบัญชี ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชีหรือหลักฐานเอกสารที่บ่งชี้ถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้ถือบัญชีดังกล่าว ทั้งนี้ หากการจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารการรับรองตนเองหรือหลักฐานเอกสารนั้นไม่สามารถทำได้ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานรายงานบัญชีนั้นเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้ต่ออธิบดีกรมสรรพากร
ข้อ ๓๗ ในกรณีบัญชีที่มีมูลค่าต่ำและต่อมาบัญชีดังกล่าวเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ หรือ ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับบัญชีที่มีมูลค่าสูง ภายในปีปฏิทินถัดจากปีที่บัญชีเปลี่ยนสถานะเป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง และรายงานบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานนั้นต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปีถัดไปเป็นประจำทุกปี
ข้อ ๓๘ เมื่อผู้มีหน้าที่รายงานได้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีที่มีมูลค่าสูงโดยสมบูรณ์หรือครบถ้วนแล้ว ผู้มีหน้าที่รายงานไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบบัญชีนั้นในปีต่อ ๆ ไป เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ตามข้อ ๓๕ ในกรณีบัญชีที่ได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีดังกล่าวต่อไปเป็นประจำทุกปี จนกว่าบัญชีนั้นจะสิ้นสุดการเป็นบัญชีที่หาข้อมูลไม่ได้
ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันส่งผลให้ปรากฏข้อบ่งชี้อย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวข้องกับบัญชีที่มีมูลค่าสูงนั้น ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานของทุกคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานที่มีข้อบ่งชี้นั้นระบุถึง เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานจะเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ และบัญชีดังกล่าวเข้าข้อยกเว้นตามข้อ ๓๑
ข้อ ๔๐ ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้มีกระบวนการเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์จะสามารถระบุการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของบัญชี เช่น เมื่อผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ได้รับแจ้งว่าผู้ถือบัญชีมีการเปลี่ยนที่อยู่ทางไปรษณีย์ใหม่ในคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ผู้มีหน้าที่รายงานจะต้องถือว่าที่อยู่ใหม่ดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์ของบัญชี และหากผู้มีหน้าที่รายงานเลือกดำเนินการตามข้อ ๓๑ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารตามที่เห็นสมควรจากผู้ถือบัญชี
ข้อ ๔๑ การตรวจสอบบัญชีทางการเงินของบุคคลธรรมดาที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้ (๑) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าต่ำ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ (๒) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวให้แล้วเสร็จและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ (๓) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มีมูลค่าสูง ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ตรวจสอบบัญชีดังกล่าวและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗
ข้อ ๔๒ ให้บัญชีของนิติบุคคลที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ซึ่งมียอดเงินรวมหรือมีมูลค่ารวมของบัญชีเกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือ ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และบัญชีซึ่งมียอดเงินรวมหรือมีมูลค่ารวมของบัญชีไม่เกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ โดยต่อมามียอดเงินรวมหรือมูลค่ารวมของบัญชีเกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันสุดท้ายของปีปฏิทินถัดไป เป็นบัญชีที่ต้องถูกตรวจสอบ ตามที่กำหนดในส่วนนี้
ข้อ ๔๓ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีตามข้อ ๔๒ หากพบว่าเป็นบัญชีที่ถือโดยนิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงาน หรือโดยแพสซิฟเอ็นเอฟอีซึ่งมีผู้มีอำนาจควบคุมเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงาน ให้บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน
ข้อ ๔๔ ในการพิจารณาว่านิติบุคคลเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบข้อมูลที่เก็บรักษาเพื่อการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กำกับดูแลตามกฎหมาย หรือเพื่อการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ รวมถึงข้อมูลที่รวบรวมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวนั้นระบุว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการนี้ ข้อมูลที่ระบุว่า ผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงานนั้น ได้แก่ สถานที่ที่ก่อตั้งหรือจัดตั้งองค์กร หรือที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน (๒) ในกรณีที่ข้อมูลระบุว่าผู้ถือบัญชีเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในดินแดนของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานถือว่าบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงาน เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานได้รับเอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชี หรือได้พิจารณาตามข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองหรือข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชนว่า ผู้ถือบัญชีไม่ใช่ผู้ที่ต้องถูกรายงานของคู่สัญญาที่จะได้รับรายงาน
ข้อ ๔๕ ในการพิจารณาว่านิติบุคคลเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีซึ่งมีผู้มีอำนาจควบคุมเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงาน ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ตามความเหมาะสม แล้วแต่กรณี (๑) ในการพิจารณาว่าผู้ถือบัญชีเป็นแพสซิฟเอ็นเอฟอีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานต้องจัดให้ได้มาซึ่งเอกสารรับรองตนเองจากผู้ถือบัญชี เพื่อแสดงให้เห็นถึงสถานะของผู้ถือบัญชี เว้นแต่ผู้มีหน้าที่รายงานมีข้อมูลอยู่ในความครอบครองหรือข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนว่า ผู้ถือบัญชีเป็นแอ็กทิฟเอ็นเอฟอีหรือเป็นนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนตามข้อ ๘ ซึ่งมิใช่หน่วยงานทางการเงิน ของคู่สัญญาที่เข้าร่วม (๒) ในการพิจารณาว่าผู้มีอำนาจควบคุมนั้นเป็นผู้มีอำนาจควบคุมของผู้ถือบัญชีหรือไม่ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานพิจารณาตามข้อมูลที่รวบรวมและเก็บรักษาไว้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกำหนด (๓) ในการพิจารณาว่าผู้มีอำนาจควบคุมของแพสซิฟเอ็นเอฟอีเป็นผู้ที่ต้องถูกรายงานหรือไม่ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานพิจารณาตามข้อมูลดังต่อไปนี้ (ก) ข้อมูลที่รวบรวมและเก็บรักษาไว้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินกำหนด ในกรณีของบัญชีซึ่งถือโดยเอ็นเอฟอีตั้งแต่หนึ่งรายขึ้นไป และมียอดเงินรวมหรือมูลค่ารวมไม่เกินสามสิบล้านบาท หรือ (ข) เอกสารการรับรองตนเองที่ได้จากผู้ถือบัญชี หรือผู้มีอำนาจควบคุมในดินแดนที่ผู้มีอำนาจควบคุมมีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
ข้อ ๔๖ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติการณ์อันมีผลทำให้ผู้มีหน้าที่รายงานรู้หรือควรรู้ว่าเอกสารการรับรองตนเองหรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่น่าเชื่อถือ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการตรวจสอบบัญชีดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในส่วนนี้อีกครั้ง
ข้อ ๔๗ การตรวจสอบบัญชีทางการเงินของนิติบุคคลที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ผู้มีหน้าที่รายงานดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้ (๑) บัญชีที่เป็นบัญชีที่มียอดรวมหรือมูลค่ารวมเกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ หรือ ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ตรวจสอบและรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๗ (๒) บัญชีที่ยอดรวมหรือมีมูลค่ารวมไม่เกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท (ก) ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ แต่เกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ (ข) ณ วันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ แต่เกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ ให้ตรวจสอบบัญชีตาม (๒) และรายงานข้อมูลบัญชีทางการเงินที่ต้องถูกรายงานต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนของปีถัดจากปีที่ยอดรวมหรือมูลค่ารวมเกินเจ็ดล้านห้าแสนบาท
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).