我的書籤免費註冊

ประมวลรัษฎากร หมวด ๔ ภาษีโรงค้า

มาตรา ๗๗–มาตรา ๙๒共 16 條

มาตรา ๗๗

มาตรา ๗๗ ภาษีโรงค้านี้อยู่ในประเภทภาษีอากรประเมิน และให้อำเภอเป็นผู้ประเมินเกี่ยวกับภาษีตามหมวดนี้

มาตรา ๗๘

มาตรา ๗๘ ในหมวดนี้เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น “โรงอุตสาหกรรม” หมายความว่าโรงสี ที่ทำการโม่หรือย่อยหิน ที่ทำการขุดแร่หรือโรงอุตสาหกรรมอื่นที่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกลทำให้เกิดกำลังหรือแปลงวัตถุดิบให้เป็นรูปอื่น หรือแปลงวัตถุที่ได้แปลงมาแล้วด้วยการฝีมือหรือด้วยเครื่องจักรหรือเครื่องกลให้เปลี่ยนสภาพเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดแห่งอุตสาหกรรมนั้นไว้ “ร้านค้า” หมายความว่าสถานที่ซึ่งใช้ในการประกอบหรือดำเนินกิจการค้าอันมิใช่โรงอุตสาหกรรมตามที่จะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดแห่งการค้านั้นไว้ ร้านค้าดังกล่าวในวรรคก่อนให้หมายความรวมทั้งที่ดิน โรงเรือน ตึก หรือแพซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าอันเกี่ยวเนื่องกับกิจการค้าและรวมตลอดถึงบริเวณของโรงเรือน ตึก หรือแพที่ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการประกอบหรือดำเนินกิจการค้ารวมทั้งการผลิตหรือเก็บสินค้า “โรงค้า” หมายความว่าโรงอุตสาหกรรมหรือร้านค้า หรือทั้งสองอย่างรวมกัน “ค่ารายปี” หมายความว่าจำนวนเงินซึ่งร้านค้าสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่ง ๆ ถ้าร้านค้าใดมีข้อตกลงให้ประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นเนื่องในการได้ใช้ร้านค้านอกจากค่าเช่าเช่นเงินค่าประกันวินาศภัย ซึ่งผู้ให้เช่าเป็นผู้รับประโยชน์เงินกินเปล่าหรือทรัพย์สินอย่างอื่น จะเอาประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นนั้นมาเป็นเกณฑ์อีกอย่างหนึ่งรวมคำนวณเป็นค่ารายปีด้วยก็ได้โดยคิดเฉลี่ยเป็นรายปีตามอายุสัญญาเช่าเว้นแต่สัญญาเช่ามีกำหนดเวลาไม่ถึงสามปี หรือมิได้มีกำหนดเวลาไว้ให้คิดเฉลี่ยเป็นสามปี “ปีภาษี” หมายความว่า ปีปฏิทิน “ป้าย” หมายความว่า ป้ายชื่อยี่ห้อ หรือเครื่องหมายของโรงค้า ซึ่งแสดงเป็นตัวอักษรหรือเครื่องหมายอย่างอื่นโดยการเขียน แกะ สลัก จารึก หรือทำให้ปรากฏโดยวิธีอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกระทำบนแผ่นกระดาษ แผ่นไม้แผ่นกระจก กำแพง ผนัง ผ้า หรือวัตถุอื่น ซึ่งแสดงไว้ที่โรงค้า หรือบริเวณใกล้เคียงกับโรงค้า

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ภาษีโรงค้าให้คิดจาก (๑) ป้ายตามอัตราที่ระบุไว้ในพิกัดอัตราฉบับที่ ๑ ท้ายหมวดนี้ (๒) (ก) ถ้าเป็นร้านค้า ให้คิดจากค่ารายปีตามอัตราที่ระบุไว้ในพิกัดอัตราฉบับที่ ๒ ท้ายหมวดนี้ (ข) ถ้าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ให้คิดจากกำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้และจำนวนลูกจ้าง ตามอัตราที่ระบุไว้ในพิกัดฉบับที่ ๓ ท้ายหมวดนี้

มาตรา ๘๐

มาตรา ๘๐ บุคคลธรรมดา บริษัทและหุ้นส่วนนิติบุคคลผู้ประกอบกิจการในโรงค้าในสยาม เป็นผู้ต้องเสียภาษีตามหมวดนี้ ในปีภาษีที่ประกอบกิจการนั้น

มาตรา ๘๑

มาตรา ๘๑ ภายในเดือนพฤษภาคมทุก ๆ ปี ให้ผู้ต้องเสียภาษียื่นรายการแสดงข้อความเพื่อการเสียภาษีตามมาตรา ๗๙ ตามแบบที่อธิบดีกำหนด ต่ออำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอ

มาตรา ๘๒

มาตรา ๘๒ ภาษีที่ต้องเสียตามหมวดนี้ ให้เสียภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน

มาตรา ๘๓

มาตรา ๘๓ ถ้าเงินภาษีที่ต้องเสียตามหมวดนี้สำหรับปีใดมีจำนวนเกินกว่า ๕๐๐ บาท ผู้ต้องเสียภาษีจะชำระเป็น ๒ งวด ๆ ละเท่า ๆ กันก็ได้ แต่เงินงวดที่ ๑ ต้องชำระภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๘๒ และงวดที่ ๒ ภายใน ๙๐ วันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ถ้าเงินงวดที่ ๑ ไม่ชำระภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ต้องเสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระเงินภาษีเป็น ๒ งวด และให้ใช้มาตรา ๒๗ บังคับ

มาตรา ๘๔

มาตรา ๘๔ เมื่อปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่าค่ารายปีซึ่งอำเภอประเมินเงินภาษีนั้นผิดจากเกณฑ์แห่งการคำนวณค่ารายปี ดังที่ได้บัญญัติไว้ในหมวดนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินภาษีใหม่ได้ภายในเวลา ๒ ปี นับแต่วันที่ถึงกำหนดเสียภาษี ถ้าในการประเมินใหม่นั้นปรากฏว่าได้เรียกเก็บภาษีเกินไป ก็ให้สั่งคืนเงินส่วนที่เกินให้แก่ผู้ต้องเสียภาษี ถ้าการประเมินใหม่ปรากฏว่าจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก ก็ให้เจ้าพนักงานประเมินแจ้งจำนวนเงินที่ต้องเสียเพิ่มไปยังผู้ต้องเสียภาษี และแจ้งเหตุที่ต้องเสียเพิ่มขึ้นอีกนั้นด้วย ในการนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในกรณีดังกล่าวไว้ในวรรค ๓ ให้ผู้ต้องเสียภาษีชำระจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียเพิ่มภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจำนวน

มาตรา ๘๕

มาตรา ๘๕ ผู้ใดเริ่มประกอบกิจการที่จะต้องเสียภาษีตามมาตรา ๗๙ (๒) ในระหว่างวันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ในปีภาษีปีใด ต้องยื่นรายการเพื่อเสียภาษีภายใน ๖๐ วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการนั้น และต้องเสียภาษีกึ่งอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราฉบับที่ ๒ และที่ ๓ ท้ายหมวดนี้ ผู้ใดเริ่มประกอบกิจการดังกล่าวข้างต้นในระหว่างวันที่ ๑ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมในปีภาษีปีใด ไม่ต้องยื่นรายการเสียภาษีในปีนั้น ผู้ใดประกอบกิจการในร้านค้าที่เข้าลักษณะยกเว้นภาษี ตามพิกัดอัตราฉบับที่ ๒ ท้ายหมวดนี้มาก่อน แต่ในระหว่างปีภาษีปีใดได้เปลี่ยนแปลงหรือขยายร้านค้า ทำให้กลับเข้าลักษณะต้องเสียภาษี ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เริ่มประกอบกิจการตั้งแต่วันที่หลุดพ้นจากลักษณะยกเว้นภาษี

มาตรา ๘๖

มาตรา ๘๖ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบหรือไต่สวน ให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะเข้าไปในสถานที่ของผู้ใดต่อหน้าผู้นั้นหรือผู้แทนในเวลากลางวันระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้ อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินจะเรียกผู้ชำนาญการพิเศษไปเป็นผู้ช่วยก็ได้ ผู้ถูกตรวจสอบหรือไต่สวนหรือผู้แทนจะต้องให้ความสะดวกตามสมควร

มาตรา ๘๗

มาตรา ๘๗ การเสียภาษีสำหรับป้ายตามมาตรา ๗๙ (๑) นั้น ถ้าผู้ใดมีป้ายขึ้นระหว่างปีก็ดี เปลี่ยนหรือแก้ไขป้ายใหม่ทำให้ภาษีที่ต้องเสียสำหรับป้ายที่เปลี่ยนหรือแก้ไขใหม่นั้นมีจำนวนสูงกว่าภาษีที่ต้องเสียสำหรับป้ายเดิมก็ดี ให้ผู้นั้นมาแจ้งและยื่นรายการเพื่อเสียภาษีสำหรับป้ายนั้นต่ออำเภอ และเสียภาษีภายใน ๑๕ วัน

มาตรา ๘๘

มาตรา ๘๘ ใบเสร็จค่าภาษีโรงค้านั้นต้องแสดงไว้โดยเปิดเผยในโรงค้า

มาตรา ๘๙

มาตรา ๘๙ วิธีคิดกำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้เป็นอย่างสูงสุดใน ๒๔ ชั่วโมงก็ดี กำลังสูงสุดของเครื่องจักรคิดเป็นแรงม้าก็ดี ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การประเมินตามพิกัดอัตราฉบับที่ ๓ ท้ายหมวดนี้ ให้กำหนดขึ้นโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๙๐

มาตรา ๙๐ ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๘๖ ผู้นั้นมีความผิดระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท

มาตรา ๙๑

มาตรา ๙๑ ผู้ใดไม่แจ้งต่ออำเภอ เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๘๗ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท

มาตรา ๙๒

มาตรา ๙๒ ผู้ใดเสียภาษีสำหรับโรงค้าแล้วไม่เอาใบเสร็จแสดงไว้โดยเปิดเผยในโรงค้าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๘ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕๐ บาท พิกัดอัตราฉบับที่ ๑ ป้าย ๑. อัตราภาษีเรียกเก็บนั้น ให้คิดตามพื้นที่ของป้ายดังต่อไปนี้ (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๑๐ บาท (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมายอื่น พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๕ บาท แต่ถ้าในป้ายนั้น พื้นที่สำหรับอักษรไทยน้อยกว่าพื้นที่สำหรับอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมายอื่นให้คิดตามอัตรา (ก) (ค) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๑ บาท ๒. ป้ายทุกป้ายต้องเสียอย่างน้อยป้ายละ ๑๐ บาท ๓. พื้นที่ของป้ายไม่ว่าจะมีรูปร่างลักษณะอย่างใด ให้คำนวณดังนี้ (ก) ถ้าเป็นป้ายมีขอบเขตกำหนดได้ ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร (ข) ถ้าเป็นป้ายไม่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้ถือส่วนกว้างที่สุดเท่ากับส่วนกว้างของตัวอักษรหรือเครื่องหมายนอกที่สุดที่ประกอบเป็นป้ายเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เซนติเมตรและถือส่วนยาวที่สุดเท่ากับส่วนยาวของตัวอักษรหรือเครื่องหมายนอกที่สุดที่ประกอบเป็นป้ายเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เซนติเมตร แล้วคูณส่วนกว้างกับส่วนยาวเป็นตารางเซนติเมตร พิกัดอัตราฉบับที่ ๒ ร้านค้า ๑. ภาษีที่เรียกเก็บนั้น ให้ใช้ค่ารายปีในปีที่ล่วงมาแล้วของร้านค้าเป็นหลักเกณฑ์การประเมิน แต่ในกรณีที่เป็นร้านค้าสร้างขึ้นใหม่ ใช้เป็นครั้งแรกในปีภาษีใดก็ดี หรือเป็นร้านค้าที่มิได้สร้างใหม่ แต่ไม่ทราบค่ารายปีในปีที่ล่วงมาแล้วและไม่สามารถตรวจสอบได้ก็ดี ให้ใช้ค่ารายปีในปีภาษีนั้นเองเป็นหลักเกณฑ์การประเมิน ๒. ภาษีให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) ร้านค้าที่ผู้ต้องเสียภาษีไม่ได้อาศัยอยู่ร้อยละ ๕๐ แห่งค่ารายปี (ข) ร้านค้าเฉพาะร้านที่ผู้ต้องเสียภาษีอาศัยอยู่ร้อยละ ๔๐ แห่งค่ารายปี (ค) ร้านค้าที่มีค่ารายปีไม่ถึง ๑๒๐ บาท ให้ยกเว้นภาษีสำหรับส่วนร้านค้า แต่ทั้งนี้ มิให้เป็นการยกเว้นในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการใช้ร้านค้าหลายร้าน และค่ารายปีแห่งร้านค้าเหล่านั้น รวมกันมีจำนวนตั้งแต่ ๑๒๐ บาทขึ้นไป (ง) ร้านค้าแผงลอยซึ่งค้าเฉพาะเครื่องบริโภคให้เรียกเก็บภาษีเพียงกึ่งอัตราของ (ก) (ข) หรือ (ค)แล้วแต่กรณี พิกัดอัตราฉบับที่ ๓ โรงอุตสาหกรรม ๑. ภาษีให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) โรงสี (๑) กำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้เป็นอย่างสูงสุดใน ๒๔ ชั่วโมง ในปีที่ล่วงมาแล้วคิดเป็นเกวียน ๆ ละ ๒๐ บาทต่อปี (๒) จำนวนลูกจ้างในปีที่ล่วงมาแล้ว คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือนคนละ ๑๐ บาทต่อปี (ข) ที่ทำการโม่หรือย่อยหิน ที่ทำการขุดแร่ หรือโรงอุตสาหกรรมอย่างอื่น (๑) กำลังสูงสุดของเครื่องจักรในปีที่ล่วงมาแล้ว คิดเป็นแรงม้า ๆ ละ ๒๐ บาทต่อปี (๒) จำนวนลูกจ้างในปีที่ล่วงมาแล้วคิดถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือน คนละ ๑๐ บาทต่อปี (ค) ถ้าใช้แต่เครื่องจักรหรือลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อย่างเดียว ก็ให้เรียกเก็บภาษีตาม (๑) หรือ (๒) เพียงอย่างเดียว แล้วแต่กรณี ๒. ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการในโรงอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ในปีภาษีใด ให้ใช้หลักเกณฑ์การประเมิน ดังต่อไปนี้ (ก) โรงสี (๑) กำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้เป็นอย่างสูงสุดใน ๒๔ ชั่วโมงในเดือนแรกที่ทำการ คิดเป็นเกวียน (๒) จำนวนลูกจ้างในเดือนแรกที่ทำการ คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายวัน (ข) ที่ทำการโม่หรือย่อยหิน ที่ทำการขุดแร่หรือโรงอุตสาหกรรมอย่างอื่น (๑) กำลังสูงสุดของเครื่องจักรในเดือนแรกที่ทำการ คิดเป็นแรงม้า (๒) จำนวนลูกจ้างในเดือนแรกที่ทำการ คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายวัน (๓) ถ้าใช้แต่เครื่องจักรหรือลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งแต่อย่างเดียว ก็ให้เรียกเก็บภาษีตาม (๑) หรือ (๒) เพียงอย่างเดียว แล้วแต่กรณี ๓. ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการในโรงอุตสาหกรรมขายเฉพาะแต่ผลที่ผลิตในการอุตสาหกรรมนั้น ไม่ว่าจะขายที่โรงอุตสาหกรรมนั้นเองหรือที่ร้านค้าซึ่งมีไว้สำหรับการขายนั้นก็ตาม ภาษีโรงค้าที่ต้องเสียตามมาตรา ๗๙ (๒) นั้น คงให้เสียแต่เฉพาะแต่สำหรับส่วนโรงอุตสาหกรรม

回 ประมวลรัษฎากร 全文

本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).