มาตรา ๙๒
มาตรา ๙๒ ผู้ใดเสียภาษีสำหรับโรงค้าแล้วไม่เอาใบเสร็จแสดงไว้โดยเปิดเผยในโรงค้าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๘๘ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๕๐ บาท พิกัดอัตราฉบับที่ ๑ ป้าย ๑. อัตราภาษีเรียกเก็บนั้น ให้คิดตามพื้นที่ของป้ายดังต่อไปนี้ (ก) ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๑๐ บาท (ข) ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมายอื่น พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๕ บาท แต่ถ้าในป้ายนั้น พื้นที่สำหรับอักษรไทยน้อยกว่าพื้นที่สำหรับอักษรต่างประเทศหรือเครื่องหมายอื่นให้คิดตามอัตรา (ก) (ค) ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน พื้นที่ป้ายทุก ๕๐๐ ตารางเซนติเมตรหรือเศษต่อ ๑ บาท ๒. ป้ายทุกป้ายต้องเสียอย่างน้อยป้ายละ ๑๐ บาท ๓. พื้นที่ของป้ายไม่ว่าจะมีรูปร่างลักษณะอย่างใด ให้คำนวณดังนี้ (ก) ถ้าเป็นป้ายมีขอบเขตกำหนดได้ ให้เอาส่วนกว้างที่สุดคูณด้วยส่วนยาวที่สุดของขอบเขตป้ายเป็นตารางเซนติเมตร (ข) ถ้าเป็นป้ายไม่มีขอบเขตกำหนดได้ ให้ถือส่วนกว้างที่สุดเท่ากับส่วนกว้างของตัวอักษรหรือเครื่องหมายนอกที่สุดที่ประกอบเป็นป้ายเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เซนติเมตรและถือส่วนยาวที่สุดเท่ากับส่วนยาวของตัวอักษรหรือเครื่องหมายนอกที่สุดที่ประกอบเป็นป้ายเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เซนติเมตร แล้วคูณส่วนกว้างกับส่วนยาวเป็นตารางเซนติเมตร พิกัดอัตราฉบับที่ ๒ ร้านค้า ๑. ภาษีที่เรียกเก็บนั้น ให้ใช้ค่ารายปีในปีที่ล่วงมาแล้วของร้านค้าเป็นหลักเกณฑ์การประเมิน แต่ในกรณีที่เป็นร้านค้าสร้างขึ้นใหม่ ใช้เป็นครั้งแรกในปีภาษีใดก็ดี หรือเป็นร้านค้าที่มิได้สร้างใหม่ แต่ไม่ทราบค่ารายปีในปีที่ล่วงมาแล้วและไม่สามารถตรวจสอบได้ก็ดี ให้ใช้ค่ารายปีในปีภาษีนั้นเองเป็นหลักเกณฑ์การประเมิน ๒. ภาษีให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) ร้านค้าที่ผู้ต้องเสียภาษีไม่ได้อาศัยอยู่ร้อยละ ๕๐ แห่งค่ารายปี (ข) ร้านค้าเฉพาะร้านที่ผู้ต้องเสียภาษีอาศัยอยู่ร้อยละ ๔๐ แห่งค่ารายปี (ค) ร้านค้าที่มีค่ารายปีไม่ถึง ๑๒๐ บาท ให้ยกเว้นภาษีสำหรับส่วนร้านค้า แต่ทั้งนี้ มิให้เป็นการยกเว้นในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการใช้ร้านค้าหลายร้าน และค่ารายปีแห่งร้านค้าเหล่านั้น รวมกันมีจำนวนตั้งแต่ ๑๒๐ บาทขึ้นไป (ง) ร้านค้าแผงลอยซึ่งค้าเฉพาะเครื่องบริโภคให้เรียกเก็บภาษีเพียงกึ่งอัตราของ (ก) (ข) หรือ (ค)แล้วแต่กรณี พิกัดอัตราฉบับที่ ๓ โรงอุตสาหกรรม ๑. ภาษีให้เรียกเก็บตามอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) โรงสี (๑) กำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้เป็นอย่างสูงสุดใน ๒๔ ชั่วโมง ในปีที่ล่วงมาแล้วคิดเป็นเกวียน ๆ ละ ๒๐ บาทต่อปี (๒) จำนวนลูกจ้างในปีที่ล่วงมาแล้ว คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือนคนละ ๑๐ บาทต่อปี (ข) ที่ทำการโม่หรือย่อยหิน ที่ทำการขุดแร่ หรือโรงอุตสาหกรรมอย่างอื่น (๑) กำลังสูงสุดของเครื่องจักรในปีที่ล่วงมาแล้ว คิดเป็นแรงม้า ๆ ละ ๒๐ บาทต่อปี (๒) จำนวนลูกจ้างในปีที่ล่วงมาแล้วคิดถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือน คนละ ๑๐ บาทต่อปี (ค) ถ้าใช้แต่เครื่องจักรหรือลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่อย่างเดียว ก็ให้เรียกเก็บภาษีตาม (๑) หรือ (๒) เพียงอย่างเดียว แล้วแต่กรณี ๒. ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการในโรงอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ ๑ มกราคมถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ในปีภาษีใด ให้ใช้หลักเกณฑ์การประเมิน ดังต่อไปนี้ (ก) โรงสี (๑) กำลังที่เครื่องจักรอาจทำการได้เป็นอย่างสูงสุดใน ๒๔ ชั่วโมงในเดือนแรกที่ทำการ คิดเป็นเกวียน (๒) จำนวนลูกจ้างในเดือนแรกที่ทำการ คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายวัน (ข) ที่ทำการโม่หรือย่อยหิน ที่ทำการขุดแร่หรือโรงอุตสาหกรรมอย่างอื่น (๑) กำลังสูงสุดของเครื่องจักรในเดือนแรกที่ทำการ คิดเป็นแรงม้า (๒) จำนวนลูกจ้างในเดือนแรกที่ทำการ คิดถัวเฉลี่ยเป็นรายวัน (๓) ถ้าใช้แต่เครื่องจักรหรือลูกจ้างอย่างใดอย่างหนึ่งแต่อย่างเดียว ก็ให้เรียกเก็บภาษีตาม (๑) หรือ (๒) เพียงอย่างเดียว แล้วแต่กรณี ๓. ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการในโรงอุตสาหกรรมขายเฉพาะแต่ผลที่ผลิตในการอุตสาหกรรมนั้น ไม่ว่าจะขายที่โรงอุตสาหกรรมนั้นเองหรือที่ร้านค้าซึ่งมีไว้สำหรับการขายนั้นก็ตาม ภาษีโรงค้าที่ต้องเสียตามมาตรา ๗๙ (๒) นั้น คงให้เสียแต่เฉพาะแต่สำหรับส่วนโรงอุตสาหกรรม