法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายทะเบียน ที่ 6/2543 เรื่อง ให้แก้ไขแบบ ข้อความ ตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งนายทะเบียน

ที่ 6/2543

เรื่อง ให้แก้ไขแบบ ข้อความ ตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์

ตามที่นายทะเบียน ได้มีคําสั่งที่ 30/2542 เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่ได้รับการแก้ไขปรับปรุง แทนแบบ ข้อความพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ถูกยกเลิก ลงวันที่ 14 กันยายน 2542 และต่อมาได้มีการเลื่อนการบังคับใช้คําสั่งดังกล่าวออกไปเป็นเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2543 เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยิ่งขึ้น นั้น

บัดนี้ การพิจารณาปรับปรุงแก้ไขได้แล้วเสร็จ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา29 วรรคสอง และมาตรา 30 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 นายทะเบียนจึงมีคําสั่งให้แก้ไขแบบ ข้อความ ตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ตามคําสั่งนายทะเบียน ที่ 30/2542 ลงวันที่ 14 กันยายน 2542 ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ 6 ข้อ 7 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสามประเภท และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"6 การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี

6.1 ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัทน้อยกว่า 3คันบริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เป็นลําดับขั้น ดังนี้

ขั้นที่ 1 20% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สําหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าความเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัยปีแรก

ขั้นที่ 2 30% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สําหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 2 ปีติดต่อกัน

ขั้นที่ 3 40% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สําหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 3 ปีติดต่อกัน

ขั้นที่ 4 50% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สําหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทในการประกันภัย 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

ทั้งนี้บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท และเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองที่ต่ออายุเท่านั้น

คําว่า "รถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย" ให้หมายความรวมถึงรถยนต์คันที่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ค่าเสียหายนั้นมิได้เกิดจากความประมาท ของรถยนต์คันเอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

หากในระหว่างปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีมีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทแล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยปีต่อไปบริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนี้

(ก) ลดลงหนึ่งลําดับขั้นจากเดิม หากการเรียกร้องนั้นเกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย หรือผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

(ข) ลดลงสองลําดับขั้นจากเดิม แต่ไม่เกินอัตราปกติ หากมีการเรียกร้องที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปรวมกันจํานวนเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย

6.2 ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัทตั้งแต่3 คันขึ้นไปบริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนี้

- 30 % ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจํานวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัทในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 3 คันถึง 9 คัน

- 35 % ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจํานวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัทในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 10 คันถึง 19 คัน

- 40 % ของเบี้ยประกันภัยของปีที่ต่ออายุของรถยนต์ทุกคันที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท หักด้วยจํานวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัทในปีที่เอาประกันภัย ในกรณีได้เอาประกันภัยรถยนต์ 20 คันถึง หรือกว่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัทและเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองที่ต่ออายุเท่านั้น

คําว่า "จํานวนเงินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อบริษัท" ไม่รวมถึงค่าเสียหายที่มิได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

7. การเพิ่มเบี้ยประกันประวัติไม่ดี

ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถเอาประกันไว้กับบริษัทคันเดียวหรือหลายคันและมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปรวมกันมีจํานวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้นๆ ดังนี้

ขั้นที่ 1 20 % ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ

ขั้นที่ 2 30 % ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 2 ปีติดต่อกัน

ขั้นที่ 3 40 % ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 3 ปีติดต่อกัน

ขั้นที่ 4 50 % ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกเพิ่มเบี้ยประกันประวัติไม่ดีไม่ว่าลําดับขั้นใดและในปีกรมธรรม์นั้น มีการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ไม่ถึง 2 ครั้ง หรือถึง 2 ครั้ง แต่มีค่าเสียหายไม่เกิน 200% ของเบี้ยประกันภัยแล้วในการต่ออายุการประกันภัย บริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในลําดับขั้นเดิม เช่นในปีที่ผ่านมา แต่หากไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือมีการเรียกร้องค่าเสียหายแต่ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มิได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัยและผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยในปีต่อไปบริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในอัตราปกติ"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็น 7.6 ของข้อ 7. ของหมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสามประเภท

"7.6 การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์"

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ 8. ของหมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยทั้งสามประเภท และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 8 ข้อสัญญาพิเศษ ภายใต้จํานวนเงินจํากัดความรับผิดที่ระบุไว้ในตารางบริษัทจะไม่ยกเอาความไม่สมบูรณ์แห่งกรมธรรม์ประกันภัย หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เอาประกันภัย หรือข้อ 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 หรือเงื่อนไขทั่วไป เว้นแต่ข้อ 2 ของหมวดเงื่อนไขทั่วไป เป็นข้อต่อสู่บุคคลภายนอกเพื่อปฏิเสธความรับผิดตาม 1.1 ในหมวดนี้

ส่วนเงื่อนไข 7.6 บริษัทจะไม่นํามาเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก เพื่อปฏิเสธความรับผิดทั้งตาม 1.1 และ 1.2 ในหมวดนี้

ในกรณีที่บริษัทไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ต่อผู้เอาประกันภัย แต่บริษัทได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้วตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ในความรับผิดที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปแล้วผู้เอาประกันภัยต้องใช้จํานวนเงินที่บริษัทได้จ่ายไปนั้นคืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท"

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ 4 ของหมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยประเภท 1 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ 4 ความเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง ดังนี้

(ก) 2,000 บาทแรกของความเสียหายอันเกิดจากการชนในกรณีผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัทราบถึงคู่กรณีอีฝ่ายหนึ่งได้

(ข) ตามจํานวนเงินส่วนแรกของความเสียหายดังระบุไว้ในตาราง

(ค) 6,000 บาทแรกของความเสียหายต่อรถยนต์ ที่เกิดจากการชนการคว่ํา ในกรณีเป็นการประกันภัยประเภทระบุชื่อผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ มิใช้ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์

ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดในความเสียหายส่วนแรก (ข) และ (ค)หากความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น มิได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัยและผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเอง ตาม(ก) (ข) และ (ค) บริษัทจะจ่ายแทนผู้เอาประกันภัยไปก่อน เมื่อบริษัทได้จ่ายเงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบไปแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องใช้คืนให้บริษัทภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้องจากบริษัท"

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน 9.3 ของข้อ 9. ของหมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยประเภท 1 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"9.3 การขับขี่โดยบุคคลซึ่งในขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์"

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกเอกสารแนบท้าย ร.ย. 12 การเลิกความคุ้มครอง และให้ใช้

เอกสารแนบท้าย ร.ย. 12 การเลิกความคุ้มครอง ที่แนบท้ายคําสั่งนี้แทน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เพิ่มเอกสารแนบท้ายขึ้นอีกหนึ่งแบบ เป็นเอกสารแนบท้าย ร.ย. 28การเปลี่ยน/เพิ่มผู้ขับขี่ โดยให้มีแบบและข้อความตามที่แนบท้ายคําสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่บริษัทได้จัดพิมพ์กรมธรรม์ประกันภัย ตามคําสั่งนายทะเบียนที่ 30/2542 ลงวันที่ 14 กันยายน 2542 ไว้แล้ว ให้บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัยตามที่จัดพิมพ์ไว้นั้น พร้อมเอกสารแนบท้ายตามแต่ละประเภทของกรมธรรม์ที่แนบท้ายคําสั่งนี้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปพลางก่อนได้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2543

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความใน (1) การใช้ส่วนบุคคล และ (2) การใช้เพื่อการพาณิชย์ ของข้อ 6. ลักษณะการใช้รถยนต์ ที่ปรากฏในข้อบังคับทั่วไป และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"(1) การใช้ส่วนบุคคล

หมายถึง รถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดา และใช้รถยนต์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ไม่ใช้รับจ้าง หรือให้เช่า และให้รวมถึง รถที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของแต่เป็นรถที่มีไว้เพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้โดยเฉพาะ เช่น รถประจําตําแหน่ง ในกรณีดังกล่าวให้ระบุชื่อบุคคลนั้นเป็นผู้เอาประกันภัย

(2) การใช้เพื่อการพาณิชย์

หมายถึง รถที่ใช้รับจ้าง ให้เช่า หรือรถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นบุคคลธรรมดาแต่โดยปรกติการใช้รถจะใช้เพื่อการขนส่งผู้โดยสาร หรือบรรทุกสินค้าเพื่อประโยชน์ทางการค้า หรือธุรกิจ หรือเป็นรถที่ผู้เอาประกันภัยเป็นติติบุคคล"

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกหลักเกณฑ์การเพิ่มอัตราเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี และหลักเกณฑ์การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี ที่ปรากฏในข้อบังคับทั่วไป และให้ใช้หลักเกณฑ์ตามที่ปรากฏในข้อ 1 ของคําสั่งนี้แทน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความใน 10.4 ของข้อบังคับทั่วไป และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"10.4 ความเสียหายส่วนแรก

ความเสียหายส่วนแรก หมายถึง ส่วนแรกของความรับผิด หรือความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง แบ่งเป็น

ก) ความเสียหายส่วนแรก ที่เกิดขึ้นจากความตกลงระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันภัย โดยอาจตกลงให้ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกสําหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ หรือความเสียหายส่วนแรก สําหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งในกรณีนี้บริษัทจะต้องลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนี้

(1) ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์

- 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของ จํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

- ส่วนที่เกิน 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกัน 10% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

(2) ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถจักรยานยนต์

- 1,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของ จํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

- ส่วนที่เกิน 1,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกัน 20% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

(3) ความเสียหายส่วนแรก สําหรับความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

- 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 10% ของ จํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

- ส่วนเกิน 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกัน 1% ของจํานวนเงินความเสียหายส่วนแรก

ข) ความเสียหายส่วนแรก เนื่องจากผู้เอาประกันภัยผิดสัญญา เช่นรถยนต์คันเอาประกันภัยไปเกิดความเสียหาย ในขณะที่มีบุคคลอื่น ซึ่งมิใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ เป็นต้น

ค) ความเสียหายส่วนแรก สําหรับกรณีที่กําหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น ความเสียหายต่อรถยนต์ที่เกิดจากการชน ซึ่งผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้"

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกตารางที่ 1 เบี้ยประกันภัยพื้นฐานของรถยนต์ทุกประเภทและให้ใช้ตารางที่ 1 อัตราเบี้ยประกันภัยพื้นฐานของรถยนต์แต่ละประเภท ดังต่อไปนี้แทน

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกตาราง 2 อัตราเบี้ยประกันภัยเพิ่มตามความเสี่ยงภัยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอายุผู้ขับขี่ สําหรับรถยนต์นั่ง รถยนต์โดยสาร และรถจักรยานยนต์ และให้ใช้ตารางต่อไปนี้แทน

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้แก้ไขตารางแบ่งกลุ่มรถยนต์ (เฉพาะรถยนต์นั่งโดยรหัส 110 120

เท่านั้น) ในส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ Honda City จากกลุ่ม 3 ให้เป็นกลุ่ม 5

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขใด ซึ่งขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ปรากฏในคําสั่งนี้บังคับ

แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันภัย ตามคําสั่งนายทะเบียน ที่ 30/2542เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความ ตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่ได้รับการแก้ไขปรับปรุงแทนแบบ ข้อความ พิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยที่ถูกยกเลิก ลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขตามคําสั่งนี้ให้มีความหมายและเจตนารมณ์ตามที่ปรากฏในคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2543

นรวัฒน์ สุวรรณ

อธิบดีกรมการประกันภัย

นายทะเบียน

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายทะเบียน ที่ 6/2543 เรื่อง ให้แก้ไขแบบ ข้อความ ตลอดจนพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_018ef574aa68ab99

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com