法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
64
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๓๙[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติราชการในการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกเป็นไปด้วยความเหมาะสม

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๓๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๙ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“หลักฐานทางทะเบียนรถ” หมายความว่า

หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

“ตรวจสภาพรถ” หมายความว่า

การดำเนินการตรวจสภาพรถตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

“ตรวจสอบรถ” หมายความว่า

การตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขเครื่องยนต์ หมายเลขตัวถังหรือโครงคัสซี น้ำหนักรถ

ขนาดสัดส่วนของรถ และสีรถ ว่าถูกต้องตรงกับรายการในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถหรือไม่

“นายทะเบียน” หมายความว่า

นายทะเบียนกลางหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนกลางมอบหมาย หรือนายทะเบียนประจำจังหวัด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การยื่นขอดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามระเบียบนี้ หากไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ให้ยื่น ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานขนส่งเขตพื้นที่

หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

กรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งขอวางหลักทรัพย์เพื่อประกันความเสียหายอันเกิดจากการขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒

เป็นสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อมายื่นขอดำเนินการทางทะเบียนรถเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถ

การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถหรือการโอนรถที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ประกอบการขนส่ง

ผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ประกอบการขนส่งผู้รับโอนจะต้องแนบสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้นำมาใช้วางเป็นหลักทรัพย์และผู้ประกอบการขนส่งต้องเอาประกันภัยความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอกเนื่องจากการขนส่ง

โดยรถของตนที่ใช้ในการขนส่งแต่ละคัน

พร้อมภาพถ่ายสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยประกอบคำขอดังกล่าวด้วย

สำหรับผู้ประกอบการขนส่งขอวางหลักทรัพย์อย่างอื่นนอกเหนือจากหลักทรัพย์ตามวรรคแรก

หรือนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยมาใช้วางเป็นหลักทรัพย์เมื่อมายื่นขอดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถสำหรับในกรณีขอจดทะเบียนรถ

หรือขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องแนบหลักฐานการทำประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ. ๒๕๓๕ ประกอบคำขอดังกล่าวด้วย ทั้งนี้

เว้นแต่การขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถถ้าผู้ประกอบการขนส่งมิได้แนบหลักฐานดังกล่าวประกอบคำขอ

และยืนยันว่าจะขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถไปก่อนแล้วก็ให้ดำเนินการได้

แต่เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้มีหนังสือแจ้งกรมการประกันภัยหรือสำนักงานประกันภัยจังหวัด

แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ

กรณีที่มีการนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยรวมของรถที่ใช้ในการขนส่งหลาย

ๆ คันมาแสดง

ให้นายทะเบียนผู้รับเป็นหลักทรัพย์ในครั้งแรกเป็นผู้บันทึกข้อความการรับหลักทรัพย์ไว้ในต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยต้นฉบับ

และรับรองสำเนาสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งที่ยังคงเหลืออยู่ของรถที่ใช้ในการขนส่งทุกคัน

เพื่อมอบให้ผู้ประกอบการขนส่งนั้นนำไปใช้สำหรับการดำเนินการทางทะเบียนสำหรับรถคันอื่น

ๆ ต่อไปด้วย

ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีเหตุผลความจำเป็นที่ไม่อาจนำต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมาแสดงได้

เนื่องจากมีข้อบังคับต้องนำต้นฉบับไปประกอบหลักฐานในการเบิกจ่ายตามระบบบัญชีแล้ว

ก็ให้นำสำเนาคู่ฉบับมาแสดงแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้

ต้องมีหนังสือยืนยันถึงเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวมาด้วย

ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งรายใดไม่อาจนำต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมาวางเป็นหลักทรัพย์ได้ในคราวเดียวกันกับการยื่นคำขอจดทะเบียนหรือต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

ก็ให้นายทะเบียนใช้ดุลพินิจรับเอกสารหลักฐานอื่นซึ่งแสดงให้เห็นหรือเชื่อได้ว่า

ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้จัดทำประกันภัยไว้แล้วจริงก่อนก็ได้ แต่ทั้งนี้

ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งรายนั้นต้องมีบันทึกยืนยันหรือรับรองว่าจะนำต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนามาให้ในภายหลัง

แต่อย่างช้าต้องไม่เกินกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันยื่นคำขอ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การดำเนินการใด ๆ ทางทะเบียนและภาษีรถตามระเบียบนี้

ถ้าผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถไม่มาติดต่อขอดำเนินการด้วยตนเอง

ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ

มาแสดงด้วยทุกครั้ง เว้นแต่การยื่นขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

การดำเนินการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ผู้ขอจดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

จะต้องเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่มีสิทธิใช้รถ โดยการมีกรรมสิทธิ์

หรือสิทธิครอบครองหรือรับเข้าร่วมกิจการขนส่ง

(เฉพาะกรณีที่การประกอบการขนส่งนั้นไม่มีข้อห้ามการเข้าร่วมกิจการขนส่ง)

โดยก่อนการจดทะเบียนรถผู้ประกอบการขนส่งจะต้องบรรจุรถในบัญชี ขส.บ. ๑๑

ของใบอนุญาตประกอบการขนส่งให้เรียบร้อยเสียก่อนแล้ว จึงยื่นคำขอจดทะเบียนรถตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด แล้วแต่กรณี

พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้

๙.๑ รถใหม่ที่ผลิตจากโรงงานภายในประเทศ

หรือรถที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่าย

ก. หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ

ข. หลักฐานการได้มาของรถ เช่น หนังสือแจ้งจำหน่ายรถ

สัญญาเช่าซื้อรถ หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ

ค. หลักฐานการชำระราคารถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน

หรือใบกำกับภาษี หรือใบส่งสินค้า (กรณีที่ใบส่งสินค้ามีรายการเกี่ยวกับตัวรถ

ผู้ซื้อ ผู้ขาย ราคาจำหน่าย จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ง. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

จ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง

(กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๒ รถประกอบขึ้นใหม่จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่แจ้งเลิกใช้แล้วภายในประเทศ

ก. ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี

หรือสัญญาซื้อขายโครงคัสซี แล้วแต่กรณี

(๑) กรณีโครงคัสซีเก่าของรถที่ได้แจ้งเลิกใช้แล้ว

ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี

(๒) กรณีโครงคัสซีไม่มีหมายเลข

ให้แนบภาพถ่ายใบอนุญาตค้าของเก่า และให้ผู้ขายบันทึกยืนยันการจำหน่ายโครงคัสซี

โดยระบุชื่อผู้ซื้อ วัน-เดือน-ปี

ที่มีการซื้อขายพร้อมแบบแสดงขนาดสัดส่วนของโครงคัสซีโดยสังเขป

ข. ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือใบกำกับภาษี

หรือสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี

(๑) กรณีเครื่องยนต์เก่าที่ได้รับการจดทะเบียนรถไว้แล้ว ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์

(๒) กรณีเครื่องยนต์ที่ยังมิได้รับการจดทะเบียนรถ

ให้แนบหนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์สำหรับรถ และหนังสือแจ้งจำหน่ายเครื่องยนต์

ค.

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนและภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของ

หรือผู้จำหน่ายโครงคัสซี หรือเครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี

ง. หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถทั้งหมด

และบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา

หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

จ. ใบเสร็จรับเงินค่าแรงประกอบรถ

(กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)

ฉ. หลักฐานการได้มาซึ่งอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (ถ้ามี)

ช. ใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก)

หรือใบเสร็จรับเงินค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร) (ถ้ามี)

ซ. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ฌ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๓

รถประกอบขึ้นใหม่จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ก. ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี

ข. ใบขนสินค้าขาเข้า

พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาพถ่ายซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี

โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

ค. บัญชีแสดงรายการสินค้า (อินวอยซ์) หรือภาพถ่าย

ซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี

โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

ง. ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า หรือภาพถ่าย

จ. ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือใบกำกับภาษี

หรือสัญญาซื้อขายเครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี

(๑) กรณีเครื่องยนต์เก่าที่ได้รับจดทะเบียนรถไว้แล้ว ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

ที่มีรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์พร้อมด้วยภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนา

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของหรือผู้จำหน่ายเครื่องยนต์

แล้วแต่กรณี

(๒)

กรณีเครื่องยนต์ที่ยังมิได้รับการจดทะเบียนรถให้แนบหนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์สำหรับรถและหนังสือแจ้งจำหน่ายเครื่องยนต์

ฉ.

หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถทั้งหมด

และบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา

หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ช. ใบเสร็จรับเงินค่าแรงประกอบรถ

(กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)

ซ. หลักฐานการได้มาซึ่งอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ (ถ้ามี)

ฌ. ใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก)

หรือใบเสร็จรับเงินค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร) (ถ้ามี)

ญ. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ฎ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านหรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๔ รถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซี

หรือรถที่แก้ไขเพิ่มเติมโครงคัสซี โดยมีโครงคัสซีเดิมเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยละห้าสิบ

ก. หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

ข. หลักฐานการได้มาของโครงคัสซีตามข้อ ๙.๒ (ก) หรือ ข้อ ๙.๓

(ก) - (ง) แล้วแต่กรณี

ค. หลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์รถอื่น ๆ (ถ้ามี)

ง. หลักฐานการเปลี่ยนโครงคัสซี หรือแก้ไขเพิ่มเติมโครงคัสซี

เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง

จ. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ฉ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๕ รถนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง

ก. เอกสารการอนุญาตนำรถเข้าของกรมศุลกากร ได้แก่

ใบเสร็จรับเงิน ค่าอากรขาเข้า หรือหลักฐานการยกเว้นอากรขาเข้า

บัญชีแสดงรายการสินค้า (อินวอยซ์) ใบขนสินค้าขาเข้า

พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบรับรองการนำเข้า (แบบที่ ๓๒)

ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น หมายเลขโครงคัสซี หมายเลขเครื่องยนต์

ข. กรณีเป็นรถใช้แล้ว

ต้องมีหนังสืออนุญาตให้นำรถเข้ามาในราชอาณาจักรของกรมการค้าต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์

ค. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ง. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๖ รถพ่วงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง

ก. หนังสือยืนยันการประกอบรถขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง

ข. หลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์รถต่าง ๆ

ค. หลักฐานการประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรงประกอบรถ

ง. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

จ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๗ รถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการ

อันเนื่องมาจากรถเป็นของกลางในคดีอาญาและถูกริบเป็นสมบัติของแผ่นดิน

ก. หนังสือแจ้งการขายทอดตลาด

ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ขายทอดตลาด

ข. ใบเสร็จรับเงินค่ารถ

ค. หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

ง. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

จ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๘

รถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการในลักษณะรถเก่าชำรุด หรือยานพาหนะชำรุด

โดยไม่มีการโอนทะเบียนรถเดิม

ให้ดำเนินการจดทะเบียนรถในทำนองเดียวกับการจดทะเบียนรถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า

โดยใช้หลักฐานการได้มาของซากรถ

ซึ่งเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้พร้อมทั้งเอกสารอื่น ๆ ดังนี้

ก. หนังสือแจ้งการขายทอดตลาด

ข. ใบเสร็จรับเงินค่าซากรถ

ค. หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

ง. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

จ. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๙ รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายรถยนต์

ก. ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่ได้แจ้งการไม่ใช้รถตลอดไปตามมาตรา

๓๔ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ไว้แล้ว

ข. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ค. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๑๐ รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายอื่น

นอกจากกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ก. หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ

ข. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ค. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง

(กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๙.๑๑ รถที่มีการเปลี่ยนประเภทการขนส่ง หรือรถที่เปลี่ยนลักษณะจากรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร

หรือเปลี่ยนจากรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ

ก. หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

ข. หลักฐานการเปลี่ยนลักษณะรถ เช่น ใบเสร็จค่าแรง

ค่าอุปกรณ์ส่วนควบ เป็นต้น

ค. สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

ง. หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนรถตามข้อ ๙

และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชี ขส.บ. ๑๑

(๒) ออกหลักฐานเพื่อนำรถไปตรวจสภาพ (ออก ทภ. ๑)

(๓) ตรวจสภาพรถ และออกใบรับรองการตรวจสภาพรถจดทะเบียนใหม่

(๔) ตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอการจดทะเบียนรถ

กับผลการตรวจสภาพรถ

(๕) ออกหมายเลขทะเบียนรถ

(๖) จัดเก็บภาษีประจำปี

และค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๗) บันทึกรายการจดทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน

และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเสนอนายทะเบียนลงนาม

(๘) นายทะเบียนพิจารณาลงนามในเอกสารทะเบียนรถ

(๙) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

เครื่องหมายแสดงการเสียภาษีและแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๑๐) แจ้งการจดทะเบียนรถไปยังหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ภายใต้บังคับแห่งหมวดนี้

(๑) รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าตามข้อ ๙.๒ และ

๙.๓ หรือรถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซีตามข้อ ๙.๔, ๙.๕ หรือ ๙.๘

ก่อนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดจะดำเนินการจดทะเบียนรถ ให้ส่งเรื่องและเอกสารหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียนรถไปตรวจสอบหลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์รถ

หรือหลักฐานการได้มาของรถกับสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครก่อน

และเมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจสอบถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการรับจดทะเบียนรถตามขั้นตอนปกติต่อไป

(๒) เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งผลการตรวจสอบหลักฐานการขอจดทะเบียนรถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าตามข้อ

๙.๒ และข้อ ๙.๓ แล้วให้ดำเนินการรับจดทะเบียนและชำระภาษีรถตามขั้นตอนปกติ

โดยให้ทำบันทึกในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ช่องบันทึกของเจ้าหน้าที่)

และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ มีข้อความว่า “รถประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า”

และเมื่อจดทะเบียนรถเรียบร้อยแล้ว ให้นายทะเบียนรวบรวมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

และจัดส่งให้กรมสรรพากรหรือสำนักงานสรรพากรจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน

(ก) ภาพถ่ายใบกำกับภาษีค่าโครงคัสซี

(ข) ภาพถ่ายใบกำกับภาษีค่าเครื่องยนต์

(ค) ภาพถ่ายใบกำกับภาษีค่าหัวเก๋ง (ในกรณีเป็นรถบรรทุก)

หรือภาพถ่ายใบกำกับภาษีค่าตัวถังรถ (ในกรณีเป็นรถโดยสาร) (ถ้ามี)

(ง) ภาพถ่ายใบกำกับภาษีค่าประกอบรถ (ถ้ามี)

(๓) รถที่ติดตั้งถังบรรทุกคลอรีนเหลว

เมื่อทำการตรวจสภาพรถแล้ว ปรากฏว่ารถนั้นมีสภาพมั่นคงแข็งแรง

มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้อง หากเป็นรถจดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการขนส่งนำรถไปขอรับการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน

พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองถัง

และอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถ

และเมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจสอบและรับรองจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว

จึงให้รับจดทะเบียนและชำระภาษีรถนั้นต่อไปได้

สำหรับในเขตจังหวัดอื่นให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการขนส่งนำรถไปขอรับการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน

พร้อมทั้งบันทึกแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้มีหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อทำการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถ

และเมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจสอบและรับรองจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว จึงให้รับจดทะเบียนและชำระภาษีรถต่อไปได้

(๔) รถบรรทุกวัสดุอันตราย (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว)

เมื่อดำเนินการรับจดทะเบียนรถแล้ว หากเป็นรถจดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งกรมโยธาธิการ สำหรับในเขตจังหวัดอื่น

ให้นายทะเบียนประจำจังหวัดมีหนังสือแจ้งสำนักงานโยธาธิการจังหวัด

เพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวต่อไป และเมื่อได้รับหนังสือแจ้งผลการออกใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแล้ว

ให้นายทะเบียนบันทึกเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวลงในประวัติรถคันนั้น

ๆ ต่อไปด้วย

(๕) การจดทะเบียนรถตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลตามข้อ ๙.๗

เมื่อดำเนินการจดทะเบียนรถแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งศาลที่ออกหนังสือหรือคำสั่ง

หรือคำบังคับเพื่อทราบผลการดำเนินการทางทะเบียนด้วยทุกครั้ง

(๖)

การจดทะเบียนรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารส่วนบุคคลที่มีที่นั่งผู้โดยสารเกิน ๒๔ คน

ไม่ว่าจะเป็นรถที่เคยจดทะเบียนแล้ว หรือยังไม่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

หรือตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ให้ขอรับความเห็นชอบจากกรมการขนส่งทางบกก่อน

ยกเว้นรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารของหน่วยงาน ดังนี้

(ก) กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร

องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล และเมืองพัทยา

(ข) รัฐวิสาหกิจ

(ค) สภากาชาดไทย หรือสถานพยาบาลของรัฐ

(ง) สถานศึกษาของรัฐ ได้แก่ สถาบัน มหาวิทยาลัย วิทยาลัย

หรือโรงเรียน เป็นต้น ที่ใช้รับส่งนิสิต นักศึกษา หรือนักเรียนของตน

การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อได้รับคำขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถตามข้อ ๑๒ ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) พนักงานตรวจสภาพ ตรวจสอบคำขอและหลักฐานประกอบคำขอ

เมื่อเห็นว่าถูกต้องให้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพ โดยยังไม่ต้องลงรับคำขอ

(๒) ตรวจสภาพรถ และออกใบรับรองการตรวจสภาพรถ

(๓)

เจ้าหน้าที่งานทะเบียนรถตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอกับผลการตรวจสภาพรถ

และตรวจสอบอายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ตลอดจนการบรรจุรถในบัญชี ขส.บ. ๑๑

(๔) จัดเก็บภาษีรถประจำปี

(๕)

บันทึกรายการเสียภาษีประจำปีในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีเสนอนายทะเบียนลงนาม

(๖) นายทะเบียนพิจารณาลงนามในเอกสารทะเบียนรถ

(๗) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี

ในกรณีที่มีการตรวจสภาพรถจากผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ

(เอกชน) ให้นำหนังสือรับรองการตรวจสภาพรถจากสถานตรวจสภาพรถดังกล่าวแนบเรื่องด้วย และให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติตาม

(๓) - (๗) ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ภายใต้บังคับแห่งหมวดนี้

(๑) รถที่ติดตั้งถังบรรทุกคลอรีนเหลว

เมื่อทำการตรวจสภาพรถแล้ว ปรากฏว่ารถนั้นมีสภาพมั่นคงแข็งแรง

มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบถูกต้อง หากเป็นรถจดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการขนส่งนำรถไปขอรับการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน

พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถ

เมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจสอบและรับรองจากกรมโรงงานอุสาหกรรมแล้ว

จึงรับต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถต่อไปได้ สำหรับในเขตจังหวัดอื่น

ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งผู้ประกอบการขนส่งนำรถไปขอรับการตรวจสอบ

และรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อน

พร้อมทั้งบันทึกแจ้งกรมการขนส่งทางบกเพื่อให้มีหนังสือแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองถังและอุปกรณ์ความปลอดภัยของรถ

และเมื่อได้รับแจ้งผลการตรวจสอบและรับรองจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว

จึงรับต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถต่อไปได้

(๒) รถบรรทุกวัสดุอันตราย (ก๊าซปิโตรเลียมเหลว)

เมื่อยื่นคำขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถให้ใช้หลักฐานเพิ่มเติม คือ

ใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวจากกรมโยธาธิการ

หรือสำนักงานโยธาธิการจังหวัด หรือหนังสือผ่อนผันจากกรมโยธาธิการ

หรือสำนักงานโยธาธิการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถสำหรับใบอนุญาตที่อยู่ระหว่างการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซ

ในกรณีที่อยู่ระหว่างการออกใบอนุญาตประกอบกิจการบรรจุก๊าซ

ให้ใช้หนังสือผ่อนผันจากกรมโยธาธิการเท่านั้น

การโอนรถ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การโอนรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอในแต่ละกรณี

ดังนี้

(๑) การโอนกรรมสิทธิ์รถ

(๑.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๑.๒) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน

สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

เป็นต้น

(๑.๓) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๒) การโอนสิทธิการใช้รถ

(๒.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒.๒) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ. ๑๑ ของผู้โอน เฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

(๒.๓) หลักฐานการโอนสิทธิการใช้รถ เช่น สัญญาเช่าซื้อ

หนังสือโอนสิทธิการเช่าซื้อ สัญญาเข้าร่วมกิจการ

หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจการกับสหกรณ์เดินรถ

เป็นต้น

(๒.๔) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๓) การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้รถ

(๓.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๓.๒) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ. ๑๑

ของผู้โอนเฉพาะในกรณีที่ผู้โอนมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

(๓.๓) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน

สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น

(๓.๔) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๔) การโอนรถโดยการรับมรดก หรือโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(๔.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๔.๒) สำเนาหรือภาพถ่ายใบมรณะบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก

แล้วแต่กรณี

(๔.๓) หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และหรือผู้จัดการมรดก

ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนและภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๕) การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม

และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(๕.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๕.๒) สำเนาใบมรณะบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก

(๕.๓) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

(๖) การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล

หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

(๖.๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๖.๒) คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือหนังสือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายให้โอนรถให้กับผู้รับโอน

พร้อมทั้งรายละเอียดของรถคันดังกล่าว

(๖.๓) หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อได้รับคำขอโอนตามข้อ ๑๕ ยกเว้นการโอนรถตามข้อ ๑๕ (๕)

และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชี ขส.บ. ๑๑

(๒) ตรวจสอบว่าผู้โอนได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ.

๑๑ แล้วหรือไม่หากปรากฏว่ายังมิได้ถอนรถ ก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน

(๓) (ก) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทภ. ๑)

พร้อมประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากร

(ข) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสอบ (ออก ทภ. ๑)

สำหรับกรณีการโอนรถโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือผู้โอนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

ไม่ต้องประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

(ค) ในกรณีการโอนกรรมสิทธิ์รถโดยการเช่าซื้อ

หรือการซื้อขายโดยมีเงื่อนไขหรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ไม่ต้องนำรถไปตรวจสอบและไม่ต้องประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด

(๔) ตรวจสอบรถ

(๕) ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอ

พร้อมทั้งตรวจสอบการลงลายมือชื่อของผู้ประกอบการขนส่ง

หรือเจ้าของรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ผลการตรวจสอบรถ และการเสียอากรตามประมวลรัษฎากร

(ถ้ามี) เมื่อเห็นว่าถูกต้องแล้ว ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการโอน

(๖) บันทึกรายการโอนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี

(กรณีเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการขนส่ง) เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๗) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (กรณีเปลี่ยนชื่อผู้ประกอบการขนส่ง)

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การโอนรถตามข้อ ๑๕ (๕)

เมื่อได้รับคำขอโอนและได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

จัดทำหนังสือไปถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือพนักงานสอบสวนท้องที่ตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดก

เพื่อขอความร่วมมือให้สอบปากคำบรรดาทายาทของเจ้ามรดกพร้อมทั้งขอให้ดำเนินการประกาศรับโอนมรดกนั้นด้วย

ถ้าปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่อาจดำเนินการสอบปากคำบรรดาทายาท

และประกาศรับมรดกตามที่ขอความร่วมมือไปได้

ให้นายทะเบียนแจ้งผู้รับโอนนั้นไปยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

แล้วนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการโอนรถ โดยให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการโอนรถโดยศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อ

๑๕ (๔)

(๒) เมื่อได้รับแจ้งผลการดำเนินการตาม (๑) แล้ว

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการโอนรถตามข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในการโอนรถ ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันโอน

ในกรณีไม่แจ้งภายในกำหนด ต้องเสียค่าปรับตามอัตราที่กำหนดไว้ก่อน

การย้ายรถ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การแจ้งย้ายรถออก ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ณ

จังหวัดต้นทางที่รถนั้นจดทะเบียนอยู่ หรือที่จังหวัดปลายทางก็ได้ พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

๑๙.๑ การแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการได้รับอนุญาตให้บรรจุรถคันที่แจ้งย้ายออก เว้นแต่กรณีการแจ้งย้ายรถที่ได้แจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา

๗๙ หรือยกเลิกการจดทะเบียนเนื่องจากมีการยกเลิกสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกันไว้แล้ว

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

๑๙.๒ การแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น สัญญาซื้อขาย, สัญญาเช่าซื้อ,

ใบเสร็จรับเงินค่าซื้อขายรถ เป็นต้น (ถ้ามี)

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง หรือเจ้าของรถ ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

กรณีแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๑๙.๑

แล้วให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ตรวจสอบการลงลายมือชื่อของผู้ประกอบการขนส่งในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีประจำปี

หากปรากฏว่ามีภาษีประจำปีค้างชำระ ให้จัดเก็บภาษีประจำปีที่ค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มให้เสร็จสิ้นก่อน

(๓) ตรวจสอบการถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ. ๑๑

หากปรากฏว่ายังมิได้ถอนรถก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน

(๔) หากปรากฏว่ารถคันที่ขอแจ้งย้ายยังมิได้รับอนุญาตให้ใช้ในประกอบการขนส่งของผู้ประกอบการขนส่งที่จังหวัดปลายทาง

ให้ผู้ประกอบการขนส่งที่ขอแจ้งย้ายรถแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙ เสียก่อน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อตรวจสอบตามข้อ ๒๐ ถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) จัดทำหนังสือแจ้งย้ายรถตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

และประทับตรากรมการขนส่งทางบกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เซนติเมตร

ตรงรอยต่อระหว่างหนังสือแจ้งย้ายส่วนบนกับส่วนล่างพร้อมกับบันทึกรายการย้ายรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และในประวัติรถให้ครบถ้วน เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๒) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และหนังสือแจ้งย้ายรถส่วนล่าง ให้ผู้ยื่นคำขอนำไปยื่นขอย้ายเข้าที่จังหวัดปลายทาง

(๓) ส่งหนังสือแจ้งย้ายรถส่วนบน

พร้อมทั้งสำเนาใบประวัติรถที่ได้รับรองสำเนาถูกต้องโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทาง

ภายในวันนั้นหรือวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางได้รับส่วนบนของหนังสือแจ้งย้ายรถโดยทางไปรษณีย์แล้ว

ให้ติดต่อโดยวิทยุไปยังนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางภายใน ๒ วันทำการ

เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรายการแจ้งย้าย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การย้ายรถเข้า ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หนังสือแจ้งย้ายรถส่วนล่าง

(๓) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถเดิม

เว้นแต่รถที่ได้แจ้งเลิกใช้ตามมาตรา ๗๙ หรือรถที่ยกเลิกการจดทะเบียน

เนื่องจากมีการยกเลิกสัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน เป็นต้น

(๔) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๒๓ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) นำหนังสือแจ้งย้ายรถส่วนบน

ซึ่งได้รับจากจังหวัดต้นทางและได้ดำเนินการตามข้อ ๒๒ แล้ว

นำมาแนบรวมไว้กับหลักฐานประกอบคำขอ

(๒) ส่งรถไปตรวจสอบหรือตรวจสภาพ แล้วแต่กรณี

แล้วดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนทำนองเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่

โดยให้บันทึกรายการแจ้งย้ายรถลงในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และใบประวัติรถ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การแจ้งย้ายรถ ณ จังหวัดปลายทางที่ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถนั้นประสงค์จะขอย้ายไปใช้งาน

ให้ยื่นคำขอได้เฉพาะในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) รถที่แจ้งเลิกใช้รถไว้แล้วตามมาตรา ๗๙

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

(๒) รถที่นายทะเบียนอนุญาตให้ยกเลิกการจดทะเบียน

เนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ไว้แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้นายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางตรวจสอบคำขอ

และหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๙.๒ พร้อมทั้งตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชี

ขส.บ. ๑๑ หากปรากฏว่าถูกต้อง

ให้มีบันทึกแจ้งไปยังนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางที่รถนั้นเคยจดทะเบียนอยู่

เพื่อดำเนินการแจ้งย้ายรถออก

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางได้รับบันทึกแจ้งการย้ายรถจากนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางแล้ว

ให้รีบดำเนินการแจ้งย้ายรถพร้อมกับบันทึกรายการย้ายรถในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถนั้น

และจัดส่งหนังสือแจ้งย้ายรถพร้อมภาพถ่ายสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และภาพถ่ายใบประวัติรถไปยังนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทาง

โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในวันนั้นหรือวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางได้รับเอกสารหลักฐานตามข้อ ๒๖

วรรคสองแล้ว ให้มีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของรถให้นำรถมาดำเนินการแจ้งย้ายรถเข้า เมื่อเจ้าของรถมายื่นขอดำเนินการแล้ว

ให้ดำเนินการต่อไปตามขั้นตอนเดียวกับการย้ายเข้ารถตามข้อ ๒๔ (๑)

และการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางได้ดำเนินการแจ้งย้ายรถเข้าตามข้อ ๒๔

หรือจดทะเบียนตามข้อ ๒๗ แล้ว

ให้มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการไปยังนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางที่รถนั้นเคยจดทะเบียนอยู่โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายในกำหนด

๓ วัน นับแต่วันดำเนินการย้ายเข้าเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางได้รับบันทึกการย้ายรถเข้าหรือแจ้งผลการจดทะเบียนแล้ว

ให้บันทึกข้อความไว้ในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถว่า รถคันนั้น ๆ

ได้ย้ายไปจังหวัดใดเป็นหมายเลขทะเบียนใด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

กรณีการขอแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง

หากผู้ประกอบการขนส่งประสงค์จะยกเลิกการแจ้งย้ายรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ต่อนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางที่แจ้งย้ายรถออก

พร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและหนังสือแจ้งย้ายรถส่วนล่าง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๓๐ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ในกรณียกเลิกการแจ้งย้ายรถและขอใช้งานในจังหวัดเดิม

ให้จังหวัดต้นทางจัดทำหนังสือสอบถามจังหวัดปลายทางว่า

ได้ดำเนินการทางทะเบียนรถแล้วหรือไม่ เพียงใด

พร้อมทั้งทำเรื่องยกเลิกการแจ้งย้ายไปด้วย เมื่อได้รับหนังสือตอบจากจังหวัดปลายทาง

ให้บันทึกการยกเลิกการแจ้งย้ายลงในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเสนอนายทะเบียนลงนาม

(๒)

ในกรณียกเลิกการแจ้งย้ายรถและประสงค์จะเปลี่ยนจังหวัดปลายทางที่ขอย้ายไว้เดิมไปยังอีกจังหวัดหนึ่ง

ให้ดำเนินการตาม (๑) ก่อน แล้วจึงดำเนินการย้ายรถออกไปยังจังหวัดใหม่

เช่นเดียวกับข้อ ๒๑ ต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

กรณีการขอแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

หากผู้ประกอบการขนส่งประสงค์จะยกเลิกการแจ้งย้ายรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

ต่อนายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางที่แจ้งย้ายรถนั้นออก

พร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และหนังสือแจ้งย้ายรถส่วนล่าง

ให้นายทะเบียนประจำจังหวัดปลายทางจัดทำหนังสือถึงจังหวัดต้นทางแจ้งผลการดำเนินการทางทะเบียนของรถคันดังกล่าว

พร้อมทั้งทำเรื่องยกเลิกการแจ้งย้ายไปด้วย

และให้บันทึกการยกเลิกการแจ้งย้ายในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเสนอนายทะเบียนลงนาม

เมื่อนายทะเบียนประจำจังหวัดต้นทางได้รับหนังสือจากจังหวัดปลายทางแล้ว

ให้บันทึกการยกเลิกการแจ้งย้ายในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

เสนอนายทะเบียนลงนาม

การแจ้งเลิกใช้รถ

การแจ้งไม่เสียภาษีและการยกเลิกการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ กรณีสูญหาย

ให้นำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้แจ้งความหายไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดง

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๓๓ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

(๒) ตรวจสอบว่ารถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งประจำทาง

และรถขนาดเล็กได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชี ขส.บ. ๑๑ แล้วหรือไม่

หากปรากฏว่ายังมิได้ถอนรถ ก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยเสียก่อน

(๓) ตรวจสอบรายการเสียภาษีประจำปี

หากปรากฏว่ามีภาษีค้างชำระ ให้จัดเก็บภาษีค้างชำระให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๔) บันทึกการแจ้งเลิกใช้รถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๕) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๖)

แจ้งการแจ้งเลิกใช้รถให้หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งเพื่อทำการถอนรถคันดังกล่าวออกจากบัญชี

ขส.บ. ๑๑ สำหรับรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง และการขนส่งส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

กรณีรถสูญหาย ประสบอุบัติเหตุ หรือถูกเพลิงไหม้จนใช้การไม่ได้ ให้ผู้ประกอบการขนส่งแจ้งเป็นหนังสือต่อนายทะเบียน

เพื่อเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙ พร้อมสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ผู้ประกอบการขนส่งแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยให้ถือเอาวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความเป็นวันที่ผู้ประกอบการขนส่งประสงค์จะเลิกใช้รถตามมาตรา

๗๙ หากผู้ประกอบการขนส่งมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนทราบภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความ ให้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามมาตรา ๑๔๓

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

การแจ้งใช้รถสำหรับรถที่แจ้งเลิกใช้ตามมาตรา ๗๙

ถือว่าเป็นการจดทะเบียนรถใหม่

โดยให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๓๖ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐ และเมื่อจดทะเบียนรถแล้ว

ไม่ต้องออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มใหม่

แต่ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มเดิมต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

การแจ้งไม่เสียภาษีรถตามมาตรา ๘๙

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ กรณีสูญหาย

ให้นำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้แจ้งความหายไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดง

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๓๘ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

หากแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถสูญหาย ให้ดำเนินการสั่งซื้อแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถใหม่เสียก่อน

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีประจำปี

หากปรากฏว่ามีภาษีค้างชำระให้จัดเก็บภาษีค้างชำระให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๓) บันทึกการแจ้งไม่เสียภาษีรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๔) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และใบรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การแจ้งใช้รถที่ได้แจ้งไม่เสียภาษีรถตามมาตรา

๘๙ ไว้แล้ว ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) ใบรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔๐ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ออกหนังสือนำรถไปตรวจสภาพรถ (ออก ทภ. ๑)

(๒) ตรวจสภาพรถ

(๓) ตรวจสอบรายการเสียภาษีประจำปี ดังนี้

(๓.๑) ถ้าภาษีประจำปีที่เสียไว้เดิมสิ้นอายุแล้ว

ให้ดำเนินการจัดเก็บภาษีรถให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๓.๒) ถ้ายังมีอายุภาษีเดิมเหลืออยู่ ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุภาษี

(๔) บันทึกการแจ้งใช้รถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๕) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

การยกเลิกการจดทะเบียนรถ เนื่องจากมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกันให้เจ้าของรถ

(ผู้ให้เช่าซื้อ) ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ กรณีสูญหาย

ให้นำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้แจ้งความหายไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดง

(๓) หนังสือยืนยันความถูกต้องในการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน สำเนาสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

และใบเสร็จรับเงินสำหรับรถที่ผ่อนชำระไปบ้างแล้ว

(๔) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔๒ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีประจำปี

หากปรากฏว่ามีภาษีค้างชำระ ให้จัดเก็บภาษีค้างชำระให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๓)

บันทึกการยกเลิกการจดทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถว่า

“ยกเลิกการจดทะเบียนเนื่องจากมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ” เสนอนายทะเบียนลงนาม

(๔) จ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๕)

แจ้งการยกเลิกการจดทะเบียนให้หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

เพื่อทำการถอนรถคันดังกล่าวออกจากบัญชี ขส.บ. ๑๑

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

การยกเลิกการจดทะเบียนรถ เนื่องจากมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

กรณีไม่สามารถนำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาแสดงได้ ให้เจ้าของรถ (ผู้ให้เช่าซื้อ)

ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ ดังนี้

(๑) หนังสือยืนยันความถูกต้องในการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน โดยให้มีข้อความรับรองไว้ด้วยว่า

หากมีข้อโต้แย้งใด ๆ เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของรถคันที่ยึดมา

ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมรับผิดชอบทุกประการ

(๒) สำเนาสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

(๓) หลักฐานที่แสดงถึงการติดตามทวงคืนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๔) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ กรณีสูญหาย

ให้นำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้แจ้งความหายไว้ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาแสดงเป็นหลักฐาน

(๕) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔๔ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑)

ให้มีหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้อทราบถึงการขอยกเลิกการจดทะเบียนรถเนื่องจาก ผู้ให้เช่าซื้อได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

พร้อมทั้งให้นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปคืนต่อนายทะเบียนภายในกำหนด ๑๕ วัน

นับจากวันที่ได้รับหนังสือ

(๒)

กรณีที่ผู้เช่าซื้อนำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้ดำเนินการยกเลิกการจดทะเบียนให้แก่เจ้าของรถตามขั้นตอนข้อ ๔๓

(๓)

กรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ใด ๆ ในรถคันดังกล่าวแล้ว ให้ดำเนินการยกเลิกการจดทะเบียนรถพร้อมทั้งออกใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถให้แก่เจ้าของรถ

โดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำขอรับใบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงจากผู้ให้เช่าซื้อ

(๔)

ให้นายทะเบียนออกคำสั่งยกเลิกหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถฉบับเดิมตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบผลการดำเนินการดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

รถที่ได้มีการยกเลิกการจดทะเบียน เนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

และเจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อรายใหม่ประสงค์จะนำรถคันดังกล่าวไปจดทะเบียนยังจังหวัดอื่น

ให้นายทะเบียนประจำจังหวัดเดิมที่รถจดทะเบียนอยู่ จัดทำหนังสือตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

โดยให้จัดส่งส่วนบนของหนังสือ

พร้อมทั้งแนบภาพถ่ายสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและใบประวัติรถ

โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้แก่นายทะเบียนประจำจังหวัดที่เจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อรายใหม่ประสงค์จะนำรถไปจดทะเบียน

สำหรับส่วนล่างของหนังสือให้มอบแก่เจ้าของรถหรือผู้เช่าซื้อรายใหม่

เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดต่อขอจดทะเบียนครั้งใหม่ต่อนายทะเบียนประจำจังหวัดที่ประสงค์จะนำรถคันนั้นไปจดทะเบียนต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การจดทะเบียนรถที่มีการยกเลิกการจดทะเบียน

เนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ถือว่าเป็นการจดทะเบียนรถใหม่ โดยให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) ส่วนล่างของหนังสือยกเลิกการจดทะเบียนรถ

เนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

จากจังหวัดต้นทาง

กรณีรถที่ได้ยกเลิกการจดทะเบียนเป็นรถจดทะเบียนที่จังหวัดอื่นมาก่อน

(๓) สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง

เฉพาะกรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง

(๔) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีที่มีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง ) ได้แก่

ภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน

และภาพถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน

หรือสำเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

เมื่อได้รับคำขอตามข้อ ๔๗ และได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอถูกต้องแล้ว

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐

และขั้นตอนการย้ายรถเข้าตามข้อ ๒๔

เว้นแต่เมื่อจดทะเบียนรถแล้วไม่ต้องออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มใหม่

แต่ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มเดิมต่อไป

การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบที่เป็นสาระสำคัญของรถให้ผิดแผกแตกต่างไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้

ให้ยื่นคำขอตามแบบพิมพ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเพื่อขออนุมัติจากนายทะเบียนก่อน และเมื่อได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนแล้ว

ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

64 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_02621445abf47ffe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com