法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๕/๒๕๖๓

เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่

ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พ.ศ. ๒๕๔๘[๑]

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้ว นั้น

เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ วรรคสามและวรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ และโดยที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ กำหนดให้มีหน่วยงานพิเศษเป็นการเฉพาะเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) เรียกโดยย่อว่า “ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19” ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๖๓ เรื่อง จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นหน่วยงานพิเศษ ตามมาตรา ๗ วรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ โดยมีผู้ปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้

(๑) นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์

(๒) รองนายกรัฐมนตรี กรรมการ

(๓) รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ

(๔) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรรมการ

(๕) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรรมการ

(๖) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ

(๗) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรรมการ

(๘) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม กรรมการ

และความมั่นคงของมนุษย์ (๙) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ กรรมการ

วิจัยและนวัตกรรม

(๑๐) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรรมการ

(๑๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรรมการ

(๑๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการ

(๑๓) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กรรมการ

และสิ่งแวดล้อม (๑๔) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กรรมการ

(๑๕) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรรมการ

(๑๖) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรรมการ

(๑๗) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรรมการ

(๑๘) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กรรมการ

(๑๙) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กรรมการ

(๒๐) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการ

(๒๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ

(๒๒) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กรรมการ

(๒๓) ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กรรมการ

(นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค)

(๒๔) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ

(๒๕) ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรรมการ

(๒๖) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ

(๒๗) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรรมการและ

ผู้ประสานงานทั่วไป

(๒๘) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการและ

ผู้ประสานงาน

ทั่วไป

(๒๙) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรรมการและ

ผู้ประสานงาน

ทั่วไป

(๓๐) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและ

ผู้ประสานงาน

ทั่วไป

(๓๑) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กรรมการและ

(นายประทีป กีรติเรขา) เลขานุการ

(๓๒) รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร กรรมการและ

(นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม) ผู้ช่วยเลขานุการ

(๓๓) อธิบดีกรมการค้าภายใน กรรมการและ

ผู้ช่วยเลขานุการ

(๓๔) อธิบดีกรมควบคุมโรค กรรมการและ

ผู้ช่วยเลขานุการ

(๓๕) ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่

และข้าราชการพลเรือนซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็น ประจำศูนย์

พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการโดยรวดเร็วและจะเรียกประชุมคณะกรรมการให้ทันท่วงทีมิได้ นายกรัฐมนตรีมีอำนาจใช้อำนาจคณะกรรมการไปพลางก่อนได้หรือจะประชุมร่วมกับกรรมการเฉพาะบางคนในเรื่องที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของกรรมการผู้นั้น โดยอาจเชิญบุคคลอื่นมาร่วมหารือด้วยก็ได้ มติของที่ประชุมถือเป็นมติคณะกรรมการ

นายกรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะกรรมการเฉพาะกิจ ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิในการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด 19 เพื่อกลั่นกรอง เสนอแนะทางวิชาการ ป้องกัน แก้ไขปัญหาหรือดำเนินการเฉพาะเรื่องอันมีความจำเป็นเร่งด่วนก็ได้

การประชุมคณะกรรมการตามข้อ ๑ และข้อ ๒ อาจใช้วิธีการประชุมทางไกลหรือสื่อสารด้วยระบบอื่นแทนการเชิญมาประชุมร่วมกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ กฎหมายที่โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง

(๒) จัดหาและบริหารจัดการหน้ากากอนามัย เจลล้างมือเพื่อกระจายให้ถึงประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์โดยวิธีแจกหรือจำหน่าย

(๒/๑)[๒] แก้ไขเยียวยาความเสียหายจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 และให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู ชดเชย หรือเยียวยาประชาชนจำแนกมาตรการตามกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินตามความเหมาะสม

(๓) จัดโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ และจัดตั้งหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเป็นองค์กรปฏิบัติการตามที่เห็นสมควร

(๔) ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลและประชาชน รวมทั้งปฏิบัติการจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง

(๕) จัดให้มีกำลังข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร และข้าราชการพลเรือน เพื่อดำเนินการตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่สำคัญต่าง ๆ รวมทั้งประสานให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบสถานที่นั้น ๆ ดำเนินการป้องกันตนเองตามความสามารถเป็นอันดับแรก

(๖) จัดให้มีชุดปฏิบัติการจากข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร และข้าราชการพลเรือนเพื่อเข้าระงับเหตุในกรณีการก่อความไม่สงบหรือช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

(๗) มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนเกี่ยวกับกำลังพลงบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

(๘) เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ชี้แจง ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสาร หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

(๙) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ในการดำเนินการตาม (๒/๑) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19 อาจมอบหมายส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ข้าราชการหรือพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ปฏิบัติงานในศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด - 19[๓]

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๓/๒๕๖๓ เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒)[๔]

วิวรรธน์/จัดทำ

๑๖ เมษายน ๒๕๖๓

พนิดา/เพิ่มเติม

๑๖ เมษายน ๒๕๖๓

นุสรา/ตรวจ

๑๗ เมษายน ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๖๙ ง/หน้า ๖/๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓

[๒] ข้อ ๔ (๒/๑) เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๓/๒๕๖๓เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒)

[๓] ข้อ ๔ วรรคสอง เพิ่มโดยเพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๓/๒๕๖๓เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๒)

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๘๗ ง/หน้า ๖๒/๑๕ เมษายน ๒๕๖๓

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_02e80dcd57ae1420

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com