法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและ

กิจการโทรทัศน์ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

ด้วยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ กำหนดให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีอำนาจกำกับดูแลการประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับบริการที่มีคุณภาพ

ประสิทธิภาพ รวดเร็ว

ถูกต้องและเป็นธรรมประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยประสบภัยธรรมชาติอย่างร้ายแรงและต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน สิทธิ

หรือเสรีภาพของประชาชนในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้

การปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จึงมีความสำคัญในการเผยแพร่และนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อการเตรียมพร้อม

เพื่อป้องกัน

แก้ไขและบรรเทาเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๖) (๒๔) และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา

๔๗ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ประกอบกับมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๔ วรรคท้าย มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๕๗

และมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.

๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน” หมายความว่า

เหตุใด ๆ อันอาจเกิดขึ้นหรือเกิดขึ้น และคาดหมายได้ว่าเหตุดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิต

ทรัพย์สิน สิทธิ หรือเสรีภาพของประชาชนในวงกว้างและให้หมายถึงสาธารณภัยต่าง ๆ

ตามกฎหมายว่าด้วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้วย

“แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้” หมายความว่า

แหล่งที่มาของข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้สาระสำคัญของข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเพื่อแจ้งข่าวหรือเตือนภัยเกี่ยวกับภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินให้ประชาชนทราบ

ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตุนิยมวิทยา

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

กรุงเทพมหานคร จังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก

กองทัพเรือ กองทัพอากาศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายเพื่อทำหน้าที่ระงับยับยั้งภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินหรือหน่วยงานที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

“ผู้ประกอบกิจการ” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และให้หมายความรวมถึงผู้รับอนุญาต

สัมปทาน หรือสัญญาจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐเพื่อประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์อยู่ในวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พ.ศ. ๒๕๕๑ มีผลบังคับใช้

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ประกอบกิจการทุกรายมีหน้าที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางและขั้นตอนที่กำหนดในประกาศฉบับนี้

โดยเมื่อมีภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ให้ดำเนินการตามแผนขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการที่ได้จัดส่งต่อคณะกรรมการตามข้อ

๘ อย่างเคร่งครัด

ในระหว่างที่ผู้ประกอบกิจการยังไม่มีหรือยังไม่ได้จัดส่งแผนขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินให้คณะกรรมการตามข้อ

๘ ในกรณีที่จำเป็นคณะกรรมการอาจมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งให้ผู้ประกอบกิจการถือปฏิบัติเพื่อเตรียมพร้อมในการป้องกัน

แก้ไขหรือบรรเทาเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นหรือคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายประสานความร่วมมือกับรัฐบาล

หน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานภาคเอกชน

และออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ

เมื่อรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ

การดำเนินการของผู้ประกอบกิจการทุกรายในกรณีที่มีภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

ให้เป็นไปตามประกาศฉบับนี้อย่างเคร่งครัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็น คณะกรรมการอาจมีคำสั่งยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ในบางข้อ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๑] ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับนับถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

การเตรียมพร้อมของผู้ประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายแจ้งรายชื่อผู้ประสานงานพร้อมข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อการติดต่อประสานงานในกรณีที่มีภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินต่อเลขาธิการภายในเวลาสามสิบวัน

นับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงผู้ประสานงาน

ให้แจ้งต่อเลขาธิการเป็นการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายจัดเตรียมความพร้อมในการรับหรือแสวงหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

เพื่อประโยชน์ในการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ ซึ่งผู้ประกอบกิจการจะต้องจำแนกข้อมูลสำหรับแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ

ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงข่าวสารเพื่อทราบ ซึ่งได้แก่

ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงทั่วไปที่อาจมีผลสืบเนื่องหรือนำไปสู่ภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

เป็นต้น

(๒) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเพื่อการเฝ้าระวัง ซึ่งได้แก่ ประกาศหรือข้อมูลที่มุ่งหมายให้หน่วยงาน

องค์กร หรือประชาชนเตรียมพร้อมและเฝ้าระวังภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

(๓) ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเพื่อการแจ้งเตือน ซึ่งได้แก่ ประกาศ

คำสั่ง หรือหลักเกณฑ์ใด ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ที่เป็นการกำหนดให้หน่วยงาน องค์กร

หรือประชาชนจะต้องปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือระงับยับยั้งความเสียหายอันอาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายจัดเตรียมความพร้อมสำหรับการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ

โดยการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ ให้กระทำด้วยวิธีการ ดังต่อไปนี้

(๑) การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยทางเสียง ซึ่งได้แก่

การอ่านคำแถลงการณ์ การบรรยายลักษณะเหตุการณ์

หรือวิธีการปฏิบัติตนของประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น

(๒) การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยทางภาพ ซึ่งได้แก่ การออกอากาศภาพหนังสือแถลงการณ์ที่แสดงให้ประชาชนเห็นและสามารถอ่านได้อย่างสะดวก

การออกอากาศภาพล่ามภาษามือ เป็นต้น

(๓) การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยทางตัวอักษร ซึ่งได้แก่

การออกอากาศคำบรรยายเป็นอักษรวิ่ง เป็นต้น

(๔) การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น สัญลักษณ์หรือสีตามมาตรฐานที่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเป็นผู้กำหนด

ที่สามารถทำให้คนพิการหรือคนด้อยโอกาสสามารถเข้าใจความหมายนั้นได้ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ประกอบกิจการทุกรายจัดทำแผนขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบกิจการในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินและส่งให้คณะกรรมการเพื่อทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

แผนขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

จะต้องเป็นแผนปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเงื่อนไขใบอนุญาต

คำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาเหตุ ตามกรอบจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน

ผู้ประกอบกิจการทุกรายจะต้องทบทวนแผนขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่งและจัดส่งให้คณะกรรมการทราบเป็นประจำทุกปีเพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน

แก้ไขหรือบรรเทาเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การปฏิบัติตนของผู้ประกอบกิจการ

ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอโดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ หากรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมิได้ร้องขอตามข้อ

๙ ให้ผู้อำนวยการสถานีหรือประธานโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแล้วแต่กรณี

ใช้ดุลยพินิจในการตัดสัญญาณจากผังรายการที่ออกอากาศอยู่เพื่อเข้าสู่การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ

การใช้อำนาจดุลยพินิจตามวรรคแรก จะต้องคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะหรือคาดหมายได้ว่าเหตุดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายในชีวิต

ทรัพย์สิน สิทธิ หรือเสรีภาพของประชาชนในวงกว้าง

และอยู่ภายใต้กรอบจรรยาบรรณของสื่อสารมวลชน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบจะต้องเป็นการรายงานข้อมูลที่จำเป็นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้

ด้วยความรอบคอบ และระมัดระวังไม่ก่อให้เกิดความตระหนกตกใจแก่ประชาชน ทั้งนี้

สำหรับการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยในกิจการโทรทัศน์จะต้องออกอากาศคำบรรยายเป็นอักษรวิ่งเพื่อแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบเป็นอย่างน้อย

การรายงานข้อมูลในลักษณะการเตือนภัย

ห้ามนำเสนอข้อมูลในลักษณะเป็นการแสดงความคิดเห็น เว้นแต่จะเป็นความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่รัฐ

หรือนักวิชาการที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในเหตุดังกล่าว

การรายงานข้อมูลในลักษณะเป็นการถ่ายทอดเสียงจากผู้สื่อข่าวในท้องที่

หรือเจ้าหน้าที่ หรือผู้ประสบภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินโดยตรงในสถานที่เกิดเหตุ

ไม่ว่าจะทางโทรศัพท์หรือการถ่ายทอดสดจะต้องมีการบันทึกชื่อของผู้ให้ข้อมูลและจะต้องไม่เป็นการรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นั้น

การออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยไม่ว่าจะเป็นการรายงานสดหรือไม่ก็ตาม

ให้ผู้อำนวยการสถานีหรือผู้มีหน้าที่ควบคุมรายการของแต่ละช่องตัดการออกอากาศ

การสัมภาษณ์ หรือการกระทำการใด ๆ หากเห็นว่าการออกอากาศนั้น ๆ

จะเป็นการสร้างความตระหนกตกใจแก่ประชาชน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบกิจการและผู้อำนวยการสถานีจะต้องรับผิดชอบในกรณีการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนที่ก่อให้เกิดความเสียหายของประชาชน

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการกระทำดังกล่าวตนมิได้รู้เห็นหรือยินยอมด้วยและได้ใช้ความระมัดระวังในการป้องกันตามหลักแห่งจรรยาบรรณวิชาชีพแล้ว

การดำเนินการภายหลังภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินสิ้นสุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้อำนวยการสถานีแจ้งข่าวการประกาศยกเลิกสถานการณ์ตามข้อมูลหรือคำสั่งจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้อำนวยการสถานีแจ้งข้อมูลการดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน

ให้คณะกรรมการทราบภายในสามสิบวัน

หลังจากได้รับประกาศยกเลิกสถานการณ์ตามข้อมูลหรือคำสั่งจากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑)

รายชื่อผู้รับผิดชอบของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐในกรณีที่มีการร้องขอให้ออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชน

พร้อมด้วยวิธีการร้องขอโดยสังเขป

(๒) ผังรายการในการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ

(๓)

เอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการดำเนินการออกอากาศแจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชน

เช่น หนังสือขอความร่วมมือประกาศข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐ เอกชน หรือประชาชน เป็นต้น

(๔) เอกสารอื่นใดตามที่คณะกรรมการร้องขอ

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕

พันเอก

นที ศุกลรัตน์

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ปฏิบัติหน้าที่แทน

ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓ ตุลาคม ๒๕๕๕

ชาญ/ผู้ตรวจ

๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๕

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๒ มกราคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๔๙ ง/หน้า ๔๘/๑ ตุลาคม ๒๕๕๕

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติงานของผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_03abb27df7166b1c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com