法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 62/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 62 /2551

เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี และเพื่อให้เกิด ความเข้าใจที่ชัดเจนและตรงกันเกี่ยวกับคุณสมบัติและการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีที่พึงประสงค์ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้กําหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การพิจารณาให้ความเห็นชอบ ผู้สอบบัญชี ตลอดจนกําหนดขอบเขตการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน

ในการออกประกาศฉบับนี้ เป็นการรวบรวมข้อกําหนดของธนาคารแห่ง ประเทศไทยซึ่งเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้อยู่ในฉบับเดียวกัน โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิม

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 67 มาตรา 69 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติ ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบัน การเงินทุกแห่ง ยกเว้นสาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 คุณสมบัติผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน

ผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

5.1.1 ไม่เป็นกรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของสถาบันการเงินนั้น

5.1.2 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ถูกสั่งพัก หรือเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดย หน่วยงานที่พิจารณาออกใบอนุญาตผู้สอบบัญชี หากระยะเวลาที่ถูกสั่งพักใบอนุญาตอยู่ในงวดปี การบัญชีใด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ให้ความเห็นชอบตลอดงวดปีการบัญชีนั้น

5.1.3 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการ กํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมสรรพากร หรือหน่วยงานอื่นของทางการ เพิกถอน การให้ความเห็นชอบ ไม่รับรองหรือไม่อนุญาตให้ตรวจสอบบัญชีของกิจการที่อยู่ในการกํากับดูแล ของหน่วยงานดังกล่าว

5.1.4 ไม่เป็นผู้สอบบัญชีที่ตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งเดียวกันเกินกว่า 5 ปี ติดต่อกัน จนถึงรอบปีการบัญชีที่ขอความเห็นชอบ

5.1.5 เป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์เละตลาดหลักทรัพย์ ให้ความเห็นชอบเป็นผู้ลงลายมือชื่อในรายงานการตรวจสอบงบการเงินของ นิติบุคคลใด ๆ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

5.2 การยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ให้ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

5.2.1 ยื่นขอความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชีต่อธนาคารแห่ง ประเทศไทยล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนนําเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นทุกรอบปีการบัญชี

5.2.2 ใช้แบบคําขอความเห็นชอบตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ตามเอกสารแนบ 2 โดยแนบสําเนาหนังสือการให้ความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับ หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งหนังสือรับรองของผู้สอบบัญชี ประวัติและรายละเอียดของ ผู้สอบบัญชี และหนังสือรับรองของหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีตามแบบแนบท้าย

5.2.3 สถาบันการเงินอาจขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีมากกว่า 1 คน หรือ ต่างสํานักงานเพื่อนําไปเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้ และเมื่อที่ประชุมได้แต่งตั้งผู้สอบบัญชี รายใดเป็นผู้สอบบัญชีประจําปีนั้นแล้ว ให้แจ้งมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้สอบ บัญชีดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งที่กล่าว

5.3 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ

5.3.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจแจ้งให้สถาบันการเงินที่ขอความเห็นชอบ หรือให้สถาบันการเงินดําเนินการให้ผู้สอบบัญชีที่สถาบันการเงินขอความเห็นชอบ มาชี้แจงหรือ ส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร ภายในเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ในกรณีที่สถาบันการเงินที่ขอความเห็นชอบ ไม่ดําเนินการตามวรรคแรก ภายในระยะเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด จะถือว่าสถาบันการเงินไม่ประสงค์จะยื่นขอ ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายนั้น

5.3.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยเห็นว่า ผลการปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีมีข้อบกพร่องหรือมีพฤติการณ์ที่ไม่ เหมาะสม ขาดความระมัดระวังในฐานะผู้สอบบัญชีพึงปฏิบัติในการตรวจสอบสถาบันการเงิน ละเว้นหรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางการสอบบัญชี (Audit Program) ที่จัดส่งให้ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชี รวมทั้งไม่ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกํากับและตรวจสอบฐานะและการดําเนินงานของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยร้องขอ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

5.3.3 ให้สถาบันการเงินยื่นขอความเห็นชอบผู้สอบบัญชีรายใหม่ต่อธนาคารแห่ง ประเทศไทยเมื่อปรากฎกรณีต่อไปนี้

(1) ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่สถาบัน การเงินขอมา โดยอื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสือแจ้งให้ทราบ

(2) สถาบันการเงินประสงค์จะเปลี่ยนแปลงหรือแต่งตั้งผู้สอบบัญชี เพิ่มเติมจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบไว้แล้ว

(3) ปรากฏในภายหลังว่า ผู้สอบบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบไว้แล้วนั้น ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ 5.1

5.3.4 ให้สถาบันการเงินดําเนินการให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบปฏิบัติ ดังนี้

(1) จัดส่งแนวการตรวจสอบบัญชี (Audit Program) ทุกด้านที่จะใช้ ปฏิบัติงานสําหรับรอบปีการบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบ โดยแสดงให้เห็นถึงขอบเขตและวิธีการ ตรวจสอบอย่างละเอียด และปริมาณการทดสอบ รวมทั้งประมาณการจํานวนชั่วโมงทําการในการตรวจสอบแต่ละเรื่องให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ผู้สอบบัญชีได้รับการ แต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนยินยอมให้ผู้สอบบัญชีจัดส่งแนวการตรวจสอบที่ใช้ปฏิบัติงานจริง กระดาษทําการ และเอกสารหลักฐานอื่นที่ได้จากการตรวจสอบ เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ

(2) จัดส่งหนังสือแจ้งการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ และ หนังสือแจ้งจุดอ่อนของระบบการควบคุมกายในด้านบัญชีที่มีสาระสําคัญตามมาตรฐานการสอบบัญชี รหัส 250 และรหัส 400 ตามลําดับ รวมทั้ง หนังสือแจ้งข้อสังเกตหรือข้อแนะนําอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับฐานะการดําเนินงานหรือการบริหาร ที่ผู้สอบบัญชีส่งให้สถาบันการเงิน(ถ้ามี) ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลา 6 เดือนและสิ้นปีการบัญชี

(3) จัดทําร้ายงานพิเศษตามแนวการจัดทํารายงาน (เอกสารแนบ 3) และให้สถาบันการเงินจัดส่งรายงานดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 60 วันนับจาก วันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับรองงบการเงิน

(4) ตรวจสอบในเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสงสัยหรือมีข้อสังเกต เป็นพิเศษตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ

(5) ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจัดให้มีการประชุมหารือร่วมกันกับผู้สอบบัญชีเป็นครั้งคราว หรือขอความร่วมมือให้ตรวจสอบ หรือให้มาชี้แจงในประเด็นที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยร้องขอ

(6) หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบหรือรับทราบข้อมูลข่าวสารหรือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ปฏิบัติตาม (1) ถึง (5) ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจให้ผู้สอบบัญชีมาชี้แจง หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือให้ดําเนินการแก้ไข หรือให้ปฏิบัติ หรืองดเว้นการกระทํา ตามที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยร้องขอได้

(7) หากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบรายใดปฏิบัติงานบกพร่อง หรือไม่ให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยตามข้อกําหนดในประกาศฉบับนี้ ธนาคาร แห่งประเทศไทยอาจไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีนั้นเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน และหากสํานักงานสอบบัญชีมิได้ควบคุมดูแลผู้สอบบัญชีหรือไม่ปฏิบัติตามคํารับรองที่ให้ไว้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจไม่ให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีที่สังกัดสํานักงานนั้นด้วย

(8) สถาบันการเงินที่เป็นหน่วยงานของรัฐและตรวจสอบโดยสํานักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ให้ถือว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงินนั้น โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยอีก และไม่ต้องปฏิบัติตาม (1) ส่วนการปฏิบัติตาม (3) และ (4) ขอให้เป็นดุลยพินิจของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จะดําเนินการเอง หรือให้ผู้สอบบัญชีอื่นดําเนินการแทน ได้

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 62/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของสถาบันการเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_047328cbd9c8de1e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com