法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ก.ค.ศ ว่าด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
38
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก

ระเบียบ

ก.ค.ศ

ว่าด้วยการส่งเสริม

สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

พ.ศ.

๒๕๕๒

โดยที่เป็นการสมควรพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือวิชาชีพ ความจำเป็น ความต้องการของหน่วยงานการศึกษา

และคุณวุฒิในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนและเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๔) และมาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ. จึงวางระเบียบไว้

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ

ก.ค.ศ. ว่าด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปศึกษา ฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา พ.ศ. ๒๕๕๒”

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน

หรือวิจัยตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หรือสถาบันวิชาชีพ หรือหน่วยงานของทางราชการ

เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรและหมายรวมถึง การฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาและการฝึกฝนภาษาและคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา

และการฝึกอบรมหรือการดูงาน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษานั้นด้วย

“ฝึกอบรม” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้

ความชำนาญ หรือประสบการณ์ด้วยการเรียน หรือการวิจัยตามหลักสูตรของการฝึกอบรม หรือการสัมมนา

อบรมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้ โดยมิได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ

และหมายรวมถึงการฝึกภาษาและการรับคำแนะนำก่อนเข้าฝึกอบรม หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมนั้นด้วย

“ดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้วยการสังเกตและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

“ปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา” หมายความว่า

การทำงานวิจัยเพื่อนำผลที่ได้รับมาพัฒนาหรือใช้ประโยชน์ในส่วนราชการโดยตรง แต่ไม่รวมถึงการวิจัยที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาหรือการฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อางราชการ

ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ได้แก่

(๑) ผู้อำนวยการสถานศึกษาสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา

(๒) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาและข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือข้าราชการในหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(๓) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาจมอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ

(๔) ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี อธิการบดีหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่า

สำหรับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานการศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ปลัดกระทรวง เลขาธิการ อธิบดี อธิการบดี หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าอาจมอบอำนาจการจัดทำและลงนามในสัญญาแก่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ

๖ (๑) (๒) และ (๓)

กรณีที่ต้องจัดทำสัญญา ให้จัดทำตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนดท้ายระเบียบนี้

แล้วแต่กรณี โดยจัดทำเป็น ๓ ฉบับ ต้นฉบับเก็บไว้ที่สถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาของผู้มีอำนาจอนุญาต

ส่วนคู่ฉบับเก็บไว้ที่หน่วยงานการศึกษาผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป จำนวน ๑ ฉบับ

และมอบให้แก่ผู้ได้รับอนุญาต จำนวน ๑ ฉบับ

เมื่อผู้ได้รับมอบอำนาจได้จัดทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว

ให้ส่งผู้ที่ได้รับอนุญาตเข้ารับการศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา แล้วแต่กรณี

และรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในระหว่างที่ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

ถ้าหากทางราชการมีความจำเป็นจะให้กลับมาปฏิบัติราชการ ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการทันที

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปเข้ารับการศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ตามระเบียบนี้ต้องปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญาและต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ด้วย

หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกพิจารณาลงโทษทางวินัย

หมวด

การศึกษาต่อภาคปกติ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การไปศึกษาต่อภาคปกติ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท

คือ

ประเภท ก. ประเภทที่ผู้บังคับบัญชาคัดเลือก

ประเภท ข. ประเภทที่ต้องไปสมัครสอบคัดเลือกหรือได้รับคัดเลือกด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุนไปศึกษาต่อภาคปกติ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อแล้ว

จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ได้ครบก่อนเกษียณอายุราชการ

(๒) เป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนบังเกิดผลดีต่อทางราชการ

(๓) เป็นผู้ที่พ้นจากการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือพ้นจากการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แล้วแต่กรณี

(๔) ผู้ที่เคยได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติ หรือศึกษาต่อ

ณ ต่างประเทศแล้ว หากจะไปศึกษาต่ออีก ต้องกลับมาปฏิบัติราชการเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า

๑๒ เดือน เว้นแต่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือส่วนราชการ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ทางราชการก็ให้พิจารณาอนุญาตเป็นราย

ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การกำหนดจำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะให้ไปศึกษาต่อในแต่ละปีให้เป็นไปตามที่ส่วนราชการกำหนด

การจะให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภาคปกติ

ประเภท ข. ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต โดยคำนึงถึงระดับการศึกษา สาขาวิชาที่สอดคล้องหรือเป็นประโยชน์กับงาน

หรือมาตรฐานตำแหน่งที่ดำรงอยู่ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด รวมทั้งอัตรากำลังที่ปฏิบัติงานอยู่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภาคปกติระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีให้พิจารณาอนุญาตได้มีกำหนดเท่ากับระยะเวลาของหลักสูตรการศึกษา

ระดับที่สูงกว่าปริญญาตรีให้พิจารณาอนุญาตได้มีกำหนด ๒ ปี สำหรับปริญญาโท และ ๔ ปี

สำหรับปริญญาเอก เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่อนุญาตแล้ว และผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรให้ขยายเวลาศึกษาออกไปอีก

ก็ให้ขยายเวลาได้ครั้งละ ๑ ภาคการศึกษา รวมแล้วไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษา หรือไม่เกิน ๑

ปีการศึกษา

สำหรับกรณีผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ขอศึกษาต่อภาคปกติในระดับปริญญาโทถึงเอก

หรือปริญญาเอก ให้พิจารณาอนุญาตได้ตามระยะเวลาที่หลักสูตรการศึกษากำหนดแต่ไม่เกิน ๖

ปี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติต้องรายงานผลการศึกษาให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นทราบทุกภาคการศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติต้องศึกษาให้สำเร็จตามกำหนดเวลาในหลักสูตร

ถ้าไม่สามารถศึกษาให้สำเร็จได้ทันตามกำหนดและมีความประสงค์จะขยายเวลาศึกษาอีก ให้ยื่นคำร้องต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนวันสิ้นสุดของสัญญาไม่น้อยกว่า

๓๐ วัน พร้อมด้วยความเห็นและระเบียบการลงทะเบียนของสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษานั้นประกอบการพิจารณาอนุญาต

เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ให้ทำสัญญาขยายเวลาศึกษาแนบท้ายสัญญาเดิม แต่หากพิจารณาแล้วปรากฏว่าผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาได้ใช้เวลาไปเพื่อการอื่นหรือศึกษาวิชาอื่นนอกเหนือจากที่ทางราชการอนุญาตไว้หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการลงทะเบียนวิชาเรียนจนเป็นเหตุให้ศึกษาสำเร็จช้ากว่ากำหนดเวลาเรียนตามหลักสูตร

หรือไม่เอาใจใส่ต่อการศึกษา หรือมีความประพฤติไม่เหมาะสม ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี

หากศึกษาไม่สำเร็จภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ

๖ อาจพิจารณาขยายเวลาการศึกษาได้ครั้งละ ๑ ภาคการศึกษา ผู้ที่ประสงค์ขอขยายเวลาศึกษาให้ขอหลักฐานจากสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษา

ชี้แจงเหตุผลที่ไม่สำเร็จการศึกษาตามกำหนดระยะเวลาในหลักสูตร และเขียนแบบคำร้องขอขยายเวลารวมแล้วไม่เกิน

๒ ครั้ง หรือไม่เกิน ๑ ปีการศึกษา เว้นแต่กรณีที่ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาได้และมีความจำเป็นต้องขยายเวลาให้ขอต่อผู้มีอำนาจอนุญาตเป็นกรณี

ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ไปศึกษา

เมื่อศึกษาจบหลักสูตรตามที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา ระหว่างรอหลักฐานการส่งตัวกลับจากสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษาให้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการทันที

สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาโทขึ้นไป ถ้าได้ศึกษาในภาคทฤษฎีเสร็จเรียบร้อยแล้ว

คงเหลือเฉพาะการทำวิทยานิพนธ์จะรายงานตัวขอกลับเข้ารับราชการก่อนก็ได้ แต่หลังจากกลับเข้าปฏิบัติราชการแล้ว

ถ้าจะไปศึกษาค้นคว้าเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ต้องขออนุญาตลาตามระเบียบว่าด้วยการลา

การรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามวรรคหนึ่ง ให้รายงานเป็นหนังสือต่อผู้มีอำนาจอนุญาต

เพื่อพิจารณาสั่งการให้กลับเข้าปฏิบัติราชการแล้วรายงานตามลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนราชการเพื่อทราบ

สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับที่สูงกว่าปริญญาตรี

จะต้องมอบวิทยานิพนธ์ หรือผลงานวิจัยให้ส่วนราชการด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติ

มีผลการศึกษาประจำภาคเรียนปรากฏว่าแม้จะศึกษาอยู่ต่อไปก็ไม่สามารถสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้

หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษารายงานว่ามีความประพฤติเสียหายไม่สมควรให้ศึกษาต่อไป

หรือสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษาสั่งให้ออกหรือสั่งให้พ้นสภาพนักศึกษาในระหว่างศึกษา

ให้ผู้ได้รับอนุญาตรายงานตัวเพื่อขอกลับเข้าปฏิบัติราชการทันที หรือให้ผู้มีอำนาจอนุญาตเรียกตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการทันที

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว

หรือต้องออกจากสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษาหรือต้องหยุดการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาด้วยประการใด

ๆ ก็ตาม ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่ก่อนเข้ารับการศึกษา

หรือในกระทรวง กรม ตามที่ทางราชการเห็นสมควรตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกำหนด

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ไปศึกษา แต่หากผู้นั้นได้โอนไปรับราชการที่ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการชดใช้อยู่ให้นับเวลาที่ต้องปฏิบัติราชการดังกล่าวต่อเนื่องไปได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่นั้น

รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่กำหนดในระเบียบนี้ด้วย

ถ้าผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติรายใด ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในวรรคหนึ่ง

รวมทั้งผู้ที่ทางราชการเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะให้รับราชการต่อไป จะต้องชดใช้คืนเงินทุน

และหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินเพิ่ม และหรือเงินอื่นใดทั้งสิ้นที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติ

และเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่ส่วนราชการทันที เว้นแต่ส่วนราชการตรวจสอบแล้ว

เห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ หรือปฏิบัติราชการชดใช้ ไม่ครบตามวรรคหนึ่ง

เพราะถึงแก่ความตายหรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ลาออกจากราชการ เนื่องจากเจ็บป่วย

ทุพพลภาพ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี

ก็ให้ระงับไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวคืนแก่ส่วนราชการเจ้าสังกัด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคปกติต้องปฏิบัติตามระเบียบของสถาบันการศึกษาที่เข้าศึกษาและจะต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการด้วย

ในกรณีที่มีกิจธุระหรือเจ็บป่วยหรือกรณีอื่นใด ต้องยื่นใบลาต่อสถาบันการศึกษา

ที่เข้าศึกษานั้น ในกรณีที่ลาเกินกว่า ๑๕ วัน จะต้องยื่นใบลาต่อส่วนราชการเจ้าสังกัดตามลำดับชั้น

ตามระเบียบการลาของทางราชการด้วย

หมวด

การศึกษาต่อภาคนอกเวลา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุนไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

ก. ผู้ใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษา

(๑) เป็นผู้ที่เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาศึกษาต่อภาคนอกเวลาแล้ว

จะต้องมีเวลากลับมาปฏิบัติราชการชดใช้ได้ครบก่อนเกษียณอายุราชการ

(๒) เป็นผู้ที่พ้นจากการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มแล้วหรือพ้นระยะเวลาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แล้วแต่กรณี

ข. ผู้ไม่ใช้เวลาราชการไปศึกษา ไม่อยู่ในเงื่อนไขตามข้อ

ก.

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การขออนุญาตไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดไปสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเข้าศึกษาได้แล้วให้ปฏิบัติ

ดังนี้

(๑) ผู้ที่ต้องใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษาตลอดหลักสูตรที่สถาบันการศึกษากำหนด

จะต้องนำหลักฐานแสดงผลการสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกมาแสดงต่อผู้มีอำนาจอนุญาตเพื่อขออนุญาตผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ

๖ ก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะไปศึกษาต่อภาคนอกเวลาได้

ผู้ที่ใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา ถ้าจะไปศึกษาค้นคว้าเพื่อทำวิทยานิพนธ์

ต้องขออนุญาตลาตามระเบียบว่าด้วยการลา

(๒) ผู้ที่ไม่ต้องใช้เวลาราชการไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา

ไม่ต้องขออนุญาตตามข้อ (๑) แต่ต้องรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นทราบก่อน

จึงจะไปศึกษาต่อภาคนอกเวลาได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ หลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา

มีดังนี้

(๑) เป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นที่ตนปฏิบัติงานอยู่

แล้วแต่กรณี รับรองว่าหากให้ไปศึกษาต่อภาคนอกเวลาแล้วจะไม่เกิดความเสียหายต่อราชการ

(๒) เป็นผู้เอาใจใส่ในการปฏิบัติราชการเป็นอย่างดี

และใช้เวลาราชการไปศึกษาต่อเฉลี่ยไม่เกินวันละ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที รวมแล้วไม่เกิน ๗

ชั่วโมง ๓๐ นาทีต่อสัปดาห์ หรือไม่เกิน ๑ วันทำการต่อสัปดาห์

(๓) จำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต

(๔) วิชาที่จะไปศึกษาต่อภาคนอกเวลาต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

(๕) ถ้าสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาใด มีผู้สอบเข้าศึกษาต่อภาคนอกเวลาได้เกินกว่าจำนวนที่จะอนุญาตได้ให้พิจารณาตามลำดับอาวุโสของทางราชการและโอกาสได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้อผูกพันของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคนอกเวลาโดยใช้เวลาราชการบางส่วน

มีดังนี้

(๑) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่ก่อนเข้ารับการศึกษาต่อภาคนอกเวลา

หรือในกระทรวง กรม ตามที่ทางราชการเห็นสมควรตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกำหนดเป็นเวลา

๑๒ เดือนเต็ม แต่หากผู้นั้นได้โอนไปรับราชการที่ส่วนราชการอื่น หรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการชดใช้อยู่ให้นับเวลาที่ต้องปฏิบัติราชการดังกล่าวต่อเนื่องไปได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่นั้น

รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่กำหนดในระเบียบนี้ด้วย

(๒) ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อ (๑) จะต้องชดใช้เงินในอัตราร้อยละ

๑๐ ของเงินเดือนที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคนอกเวลา รวมทั้งเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่ส่วนราชการทันที

เว้นแต่ส่วนราชการตรวจสอบแล้ว เห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ หรือปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบกำหนดเวลาตามข้อ

(๑) เพราะถึงแก่ความตายหรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ลาออกจากราชการ เนื่องจากเจ็บป่วยทุพพลภาพ

ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี

ก็ให้ระงับไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวคืนแก่ส่วนราชการเจ้าสังกัด

หมวด

การศึกษาต่อภาคฤดูร้อน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุน ไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) วิชาที่จะไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อนต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

(๒) เป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นรับรองว่า หากให้ไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อนจะไม่เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

(๓) จำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อน

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อนต้องนำหลักฐานแสดงผลการสอบคัดเลือก

หรือผลการคัดเลือกหรือหลักฐานอื่นที่แสดงถึงการได้เข้ารับการศึกษามาแสดงต่อผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ข้อผูกพันของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อน

(๑) เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่ก่อนเข้ารับการศึกษาต่อภาคฤดูร้อน

หรือในกระทรวง กรม ตามที่ทางราชการเห็นสมควรตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกำหนดเป็นเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ไปศึกษา

แต่หากผู้นั้นได้โอนไปรับราชการที่ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการชดใช้อยู่ให้นับเวลาที่ต้องปฏิบัติราชการดังกล่าวต่อเนื่องไปได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่นั้น

รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่กำหนดในระเบียบนี้ด้วย

(๒) ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อ (๑) จะต้องชดใช้คืนเงินทุน

และหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินเพิ่ม และหรือเงินอื่นใดทั้งสิ้นที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อภาคฤดูร้อน

และเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่ส่วนราชการทันที เว้นแต่ส่วนราชการตรวจสอบแล้ว

เห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ หรือปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบกำหนดเวลาตามข้อ

(๑) เพราะถึงแก่ความตาย หรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ลาออกจากราชการ เนื่องจากเจ็บป่วย

ทุพพลภาพตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี

ก็ให้ระงับไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวคืนแก่ส่วนราชการเจ้าสังกัด

หมวด

การฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุนไปฝึกอบรม ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หลักสูตรที่จะไปฝึกอบรมต้องเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

(๒) จำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับอนุญาตให้ไปฝึกอบรมให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การไปฝึกอบรม แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

ประเภท ก. ประเภทฝึกอบรมระยะเวลาไม่เกิน ๑ เดือน

ประเภท ข. ประเภทฝึกอบรมระยะเวลาเกินกว่า ๑ เดือน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่ไปฝึกอบรมต้องขออนุญาตต่อผู้มีอำนาจอนุญาต

และในการอนุญาตให้พิจารณาอนุญาตเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ข้อผูกพันของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปฝึกอบรมประเภท

ข. มีดังนี้

(๑) เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมแล้ว ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่ก่อนเข้ารับการฝึกอบรม

หรือในกระทรวง กรม ตามที่ทางราชการเห็นสมควรตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกำหนด

เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ไปฝึกอบรม แต่หากผู้นั้นได้โอนไปรับราชการที่ส่วนราชการอื่น

หรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการชดใช้อยู่ให้นับเวลาที่ต้องปฏิบัติราชการดังกล่าวต่อเนื่องไปได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่นั้น

รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่กำหนดในระเบียบนี้ด้วย

(๒) ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อ (๑) จะต้องชดใช้คืนเงินทุน

และหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินเพิ่ม และหรือเงินอื่นใดทั้งสิ้นที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปฝึกอบรมและเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่ส่วนราชการทันที

เว้นแต่ส่วนราชการตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติราชการชดใช้ หรือปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบกำหนดเวลาตามข้อ

(๑) เพราะถึงแก่ความตายหรือถูกสั่งให้ออกหรืออนุญาตให้ลาออกจากราชการ เนื่องจากเจ็บป่วย

ทุพพลภาพ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี

ก็ให้ระงับไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวคืนแก่ส่วนราชการเจ้าสังกัด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปฝึกอบรม ต้องรายงานผลการฝึกอบรมต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาและให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหรือการพัฒนางาน

หมวด

การดูงาน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุนไปดูงาน ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) หัวข้อการดูงานเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติราชการ

และเป็นการดูงานที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๑๕ วัน ตามแผนงาน/โครงการหากมีระยะเวลาเกินกำหนดให้ดำเนินการเป็นการฝึกอบรม

(๒) มีหนังสือเชิญ หรือมีแผนงาน/โครงการและหนังสือตอบรับในการดูงาน

(๓) การพิจารณาอนุญาตให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาเป็นราย

ๆ ไป

(๔) จำนวนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและระยะเวลาที่จะอนุญาตให้ไปดูงานให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไปดูงานต้องรายงานผลการดูงานต่อผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาและให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหรือการพัฒนางาน

หมวด

การปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะได้รับการส่งเสริม

สนับสนุนไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนบังเกิดผลดีต่อทางราชการ

(๒) เป็นผู้ที่พ้นจากการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มหรือพ้นระยะเวลาการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

แล้วแต่กรณี

(๓) การวิจัยต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหรือแผนงานที่ส่วนราชการดำเนินการอยู่หรือเตรียมที่จะดำเนินการ

หรืองานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่องานในหน้าที่ราชการโดยมีรายละเอียดโครงการวิจัยที่ชัดเจน

(๔) ระยะเวลาการไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา มีกำหนดเวลาไม่เกิน

๑ ปี หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัติงานเกินเวลาที่กำหนดให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาต

แต่ทั้งนี้ รวมแล้วต้องไม่เกิน ๒ ปี

(๕) ให้ผู้ไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา รายงานความก้าวหน้าทุก

ๆ ๓ เดือนต่อผู้มีอำนาจอนุญาตและเมื่อการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ส่งผลงานให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุญาต

ภายใน ๑ เดือน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ข้อผูกพันของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

(๑) เมื่อเสร็จการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาแล้ว ต้องกลับมาปฏิบัติราชการในสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่ตนปฏิบัติงานอยู่ก่อนเข้ารับการปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

หรือในกระทรวง กรม ตามที่ทางราชการเห็นสมควรตามแผนงานหรือโครงการที่ทางราชการกำหนดเป็นเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

แต่หากผู้นั้นได้โอนไปรับราชการที่ส่วนราชการอื่นหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่ในระหว่างที่ปฏิบัติราชการชดใช้อยู่ให้นับเวลาที่ต้องปฏิบัติราชการดังกล่าวต่อเนื่องไปได้และให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐแห่งใหม่นั้น

รับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาที่กำหนดในระเบียบนี้ด้วย

(๒) ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อ (๑) จะต้องชดใช้คืนเงินทุน

และหรือเงินเดือน รวมทั้งเงินเพิ่ม และหรือเงินอื่นใดที่ได้รับไปในระหว่างที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

และเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินที่จะต้องชดใช้คืนแก่ส่วนราชการทันที เว้นแต่ส่วนราชการตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่สามารถกลับเข้าปฏิบัติราชการชดใช้

หรือปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบกำหนดเวลาตามข้อ (๑) เพราะถึงแก่ความตาย หรือถูกสั่งให้ออกจากหรืออนุญาตให้ลาออกจากราชการ

เนื่องจากเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตกเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือไปปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นของรัฐหรือองค์การระหว่างประเทศตามมติคณะรัฐมนตรี

ก็ให้ระงับไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินและเบี้ยปรับจำนวนดังกล่าวคืนแก่ส่วนราชการเจ้าสังกัด

หมวด

การศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ณ ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาฝึกอบรม

ดูงานหรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ณ ต่างประเทศ ให้นำระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา

ฝึกอบรม ปฏิบัติการวิจัยและดูงาน ณ ต่างประเทศ มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา ที่ได้ทำสัญญาและสัญญาค้ำประกันไว้ก่อนใช้ระเบียบนี้

ให้มีผลบังคับใช้ต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การดำเนินการใด ๆ กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับอนุญาตไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้เป็นไปตามระเบียบที่ใช้อยู่เดิมต่อไปได้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

จุรินทร์

ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประธาน

ก.ค.ศ.

[เอกสารแนบท้าย]

๑. สัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภายในประเทศ

ภาคปกติ

๒. สัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภายในประเทศ

ภาคนอกเวลา

๓. สัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษาต่อภายในประเทศ

ภาคฤดูร้อน

๔. สัญญาอนุญาตให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปฝึกอบรม

หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา

๕.

สัญญาค้ำประกัน

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๔

มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๔

มิถุนายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๓๗ ง/หน้า ๒๗/๒๔ มีนาคม ๒๕๕๓

38 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ก.ค.ศ ว่าด้วยการส่งเสริม สนับสนุนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนา พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_053d683feb7a010a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com