法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

พ.ศ.

๒๕๔๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๘ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

เรื่อง การทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๓๘ และข้อ ๑๖ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๕ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“ผู้อำนวยการ”

หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“ผู้เช่า” หมายความว่า บุคคลซึ่งเข้าอยู่ในอาคารโดยจ่ายค่าเช่าและทำสัญญาเช่ากับสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“อาคาร” หมายความว่า อาคารที่สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยจัดให้บุคคลใดๆ

เช่าเพื่ออยู่อาศัย

“ทรัพย์สิน”

หมายความว่า อาคารและสังหาริมทรัพย์ใดๆ ที่ติดหรืออยู่ในอาคาร ซึ่งสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

ได้นำมาประกอบเข้าไว้ เพื่อประโยชน์ของผู้เช่าหรือเพื่อประโยชน์อื่นใด

“ค่าเช่า” หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการอยู่อาศัยในอาคารเป็นรายเดือนหรือเป็นระยะเวลาอื่นที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาเช่า

“ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง”

หมายความว่า ค่ารักษาความปลอดภัย รวมทั้งค่าดูแลบำรุงรักษาอาคารและความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณอาคาร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ภายใต้บังคับของความในข้อ ๑๔ การคัดเลือกบุคคลเพื่อเป็นผู้เช่าอาคารนั้นจะต้องมีการประกาศให้บุคคลทั่วไปทราบโดยเปิดเผยในที่ซึ่งผู้อำนวยการเห็นสมควร

ซึ่งอย่างน้อยต้องปิดประกาศไว้ ณ สถานที่หรือบริเวณของอาคารที่จะมีการเช่าและที่ทำการของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

ไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน ก่อนถึงกำหนดการยื่นคำร้องขอเป็นผู้เช่าอาคาร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศตามข้อ ๔ ให้มีรายละเอียดที่ผู้อำนวยการเห็นสมควร

ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดของอาคารที่จะให้มีการเช่า

(๒) กำหนดเวลาในการยื่นคำร้องขอเป็นผู้เช่าโดยต้องกำหนดไม่น้อยกว่า

๑๕ วันนับแต่วันประกาศตามข้อ ๔ และสถานที่ยื่นคำร้องขอ พร้อมทั้งหลักฐานประกอบการยื่นคำร้องขอ

(๓) คุณสมบัติของผู้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้เช่า

(๔) วิธีการคัดเลือกผู้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้เช่า

(๕) อัตราค่าเช่า

(๖) เงินค้ำประกันตามข้อ ๗ และข้อ ๘

(๗) ค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามข้อ ๙

(๘) กำหนดเวลาเช่า

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้ลงนามในประกาศตามวรรคหนึ่งโดยทำเป็นประกาศสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดคุณสมบัติของผู้เช่าได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ใช้แบบของสัญญาเช่าตามที่คณะกรรมการกำหนด

ซึ่งอย่างน้อยสัญญาจะต้องประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

(๑) กำหนดเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของสัญญาเช่าซึ่งจะต้องไม่เกิน

๓ ปี

(๒) ข้อกำหนดห้ามโอนสิทธิของผู้เช่าให้แก่บุคคลอื่น

(๓) สภาพของทรัพย์สินขณะที่มีการส่งมอบตามสัญญาเช่า

(๔) ข้อกำหนดการใช้สอยทรัพย์สิน

(๕) ค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากการใช้ทรัพย์สิน เช่นค่าสาธารณูปโภค

(๖) เงินค้ำประกันตามข้อ ๗ และข้อ ๘

(๗) ค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามข้อ

(๘) กำหนดเวลาและสถานที่ชำระค่าเช่า

(๙) การเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและความรับผิดของผู้เช่าในกรณีทรัพย์สินสูญหาย

เสียหายหรือชำรุดบกพร่อง ตามข้อ ๑๑ และข้อ ๑๕

(๑๐) ความระงับของสัญญาเช่า

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าในนามของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การทำสัญญาเช่าต้องกำหนดให้มีการวางเงินค้ำประกัน

(ค่าเช่าล่วงหน้า) ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าเช่ารายเดือนและไม่เกินสามเท่าของอัตราค่าเช่ารายเดือน

ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดวงเงินค้ำประกัน อัตราค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ที่ผู้เช่าจะต้องชำระ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ทรัพย์สินที่เช่าจะกำหนดให้มีการวางเงินประกันความเสียหาย

ตามที่ผู้อำนวยการเห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้ผู้เช่าเป็นผู้ชำระ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจัดเก็บค่าเช่าหรือเงินอื่นใด ให้นำฝาก ณ

ธนาคารของรัฐ หรือธนาคารตามที่มีมติของคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ซึ่งให้นำเงินฝากให้เสร็จภายในวันนั้น ถ้าฝากในวันนั้นไม่ทันให้จัดการนำฝากในวันรุ่งขึ้น

หรือวันเปิดทำการและให้ระบุเหตุผลที่นำส่งไม่ทันไว้ในใบนำส่ง และในกรณีอื่นๆ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเงิน การส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในระหว่างสัญญาเช่า ให้ผู้อำนวยการหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย

มีอำนาจเข้าตรวจสอบภายในอาคารที่เช่าได้ตามที่เห็นสมควร หากพบเห็นความผิดปกติให้เรียกให้ผู้เช่าจัดการแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่พบความเสียหายเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ให้เรียกค่าเสียหายจากผู้เช่าหรือนำเงินประกันความเสียหายตามข้อ

๘ มาชำระ และเรียกเงินประกันให้ครบตามจำนวนเดิม หากผู้เช่าไม่ยอมชำระค่าเสียหายให้ผู้อำนวยการมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้

และให้รายงานไปยังคณะกรรมการโดยเร็ว เพื่อพิจารณาดำเนินการในทางแพ่งหรือทางอาญาต่อผู้เช่า

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ห้ามมิให้มีการโอนสิทธิของผู้เช่าไปให้แก่บุคคลอื่น

หรือให้บุคคลอื่นได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินหรืออาคารที่เช่า นอกจากที่ระบุไว้ในสัญญาเช่า

ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หากผู้เช่าคนใด ทำผิดเงื่อนไขดังกล่าวให้ถือว่าสัญญาเช่าระงับสิ้นไปทันที

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ผู้เช่าถึงแก่ความตายก่อนครบกำหนดเวลาตามสัญญาเช่า

ให้บิดามารดา บุตร หรือคู่สมรสของผู้ตายที่ได้อยู่อาศัยร่วมกับผู้ตายก่อนที่จะถึงแก่ความตาย

มีสิทธิ์ร้องขอเป็นผู้สืบสิทธิการเช่าต่อจากผู้ตายได้ตามกำหนดเวลาที่เหลืออยู่

เมื่อมีคำร้องขอตามวรรคหนึ่ง ให้ตรวจสอบว่าผู้ตายมีหนี้สินใดๆ

ที่ยังคงค้างชำระอยู่หรือไม่ หากมีหนี้สินค้างชำระ ให้เรียกให้ผู้ร้องขอชำระหนี้สินดังกล่าวของผู้ตาย

ก่อนมีการอนุมัติให้เป็นผู้สืบสิทธิการเช่า

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้มีการสืบสิทธิการเช่าตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ก่อนสิ้นสุดสัญญาเช่าไม่น้อยกว่า ๑ เดือน ถ้าผู้เช่าประสงค์จะต่อสัญญาเช่า

ให้ผู้เช่ามีหน้าที่แจ้งต่อผู้อำนวยการ และให้ผู้อำนวยการพิจารณาตามที่เห็นสมควร หากผู้เช่าไม่แสดงเจตนาใดๆ ให้ถือว่าไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่า

ในกรณีที่ผู้อำนวยการเห็นว่าไม่ควรต่อสัญญา ให้แจ้งไปยังผู้เช่าพร้อมเหตุผลภายใน

๗ วัน นับแต่วันที่ผู้เช่าแจ้งตามวรรคแรก หากผู้เช่าประสงค์จะอุทธรณ์ให้อุทธรณ์พร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการ

ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้อำนวยการ

ในกรณีที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลงระหว่างอุทธรณ์ ให้ผู้เช่ามีสิทธิอยู่ในอาคารที่เช่าได้จนกว่าจะได้มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ให้สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยตรวจสอบว่ามีหนี้สินใดๆ

ที่ผู้เช่าเดิมยังคงค้างชำระ หรือทรัพย์สินที่เช่ามีความเสียหายหรือชำรุดบกพร่องหรือไม่

หากมีความเสียหายหรือหนี้สินค้างชำระให้นำเงินค้ำประกันตามข้อ ๗ หรือข้อ ๘ มาชดใช้ค่าเสียหายจนคุ้มความเสียหาย

ถ้ามีเงินคงเหลือให้คืนแก่ผู้เช่าเดิมภายในกำหนดเวลาไม่เกิน ๗ วัน

หากเงินค้ำประกันไม่คุ้มค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ให้ผู้อำนวยการหรือผู้รับมอบหมาย

เรียกเงินดังกล่าวจากผู้เช่าเดิม หากผู้เช่าเดิมไม่ยอมชำระให้รายงานไปยังคณะกรรมการโดยเร็ว

เพื่อพิจารณาดำเนินการทางแพ่งหรือทางอาญาต่อผู้เช่าเดิมต่อไป

การเสื่อมสภาพไปเพราะการใช้งานตามปกติของทรัพย์สินที่เช่า

ไม่ถือว่าเป็นความเสียหายหรือชำรุดบกพร่องตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ แบบของบรรดาเอกสารต่างๆ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ นอกเหนือจากสัญญาเช่า

ที่ผู้เช่าจะต้องปฏิบัติในขณะที่พักอาศัยอยู่ในอาคาร โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่า

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น

หรือมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำเสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยเป็นกรณีๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ประธานคณะกรรมการรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกกฎ

หลักเกณฑ์ คำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

อภิรักษ์

โกษะโยธิน

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

นันทนา/ผู้จัดทำ

๒๖ มิถุนายน ๒๕๔๙

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๗๒ ง/หน้า ๘/๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๙

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยของสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0670fc2fbfbce954

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com