ข้อ ๓ ข้าราชการครูผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงในกรณีดังต่อไปนี้ เป็นกรณี
ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งซึ่งผู้บังคับบัญชาจะดำเนินการทางวินัยตามมาตรา ๑๐๔ วรรคสอง หรือ
มาตรา ๑๐๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยไม่สอบสวนหรือ
งดการสอบสวนก็ได้
(๑) กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าจำคุกโดย
คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด
ที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๒) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวันและ
ผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการสืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือเห็นว่ามีพฤติการณ์
อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ
(๓) กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา
หรือให้ถ้อยคำรับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนตามกฎหมาย
ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนและได้มีการบันทึกถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙
ชิงชัย มงคลธรรม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย
ประธาน ก.ค.
+------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค. ฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราช
บัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ
พลเรือนมาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูโดยอนุโลม และในกรณีใดที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบ
ข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ ก.พ. ออกกฎ ก.พ. ในกรณีนั้นให้ ก.ค. ออกกฎ ก.ค.แทน
โดยที่ปัจจุบันปรากฏว่าได้มีการปรับปรุงและประกาศใช้บังคับกฎ ก.พ. ว่าด้วยกรณีความผิด
ที่ปรากฏชัดแจ้งขึ้นใหม่ จึงสมควรปรับปรุงกฎ ก.ค. ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งให้
สอดคล้องกับการปรับปรุงกฎ ก.พ.ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ค. นี้
[รก. ๒๕๓๙/๔๕ก/๒๓/๔ ตุลาคม ๒๕๓๙]