法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/06/2559)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกระเบียบว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่กรมการขนส่งทางบกได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถและผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เป็นเหตุให้ระเบียบดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมการขนส่งทางบก จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๙ เสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ พ.ศ. ๒๕๔๘ และข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๒]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รองอธิบดี (ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๓]

ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามลำดับขั้นตอน ดังต่อไปนี้

(๑) การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

(๒) อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด

(๓) ทดสอบข้อเขียน

(๔) ทดสอบขับรถ

การทดสอบหรืออบรมตาม (๑) และ (๒) หรือการทดสอบตาม (๓) และ (๔) จะดำเนินการลำดับใดก่อนหลังก็ได้ตามความเหมาะสม แต่การทดสอบตาม (๓) และ (๔) จะต้องผ่านการทดสอบและผ่านการอบรมตาม (๑) และ (๒) ก่อน

มาตรา ข้อ ๖/๑

ข้อ ๖/๑[๔] ผู้ที่มีหลักฐานการรับรองแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจากโรงเรียนการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง ให้ถือว่าผ่านการอบรมและทดสอบตามระเบียบนี้

ในกรณีที่กรมการขนส่งทางบกได้ทำความตกลงกับหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการจัดการอบรมตามหลักสูตรที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ให้ถือว่าผู้ที่เข้ารับการอบรมและมีหลักฐานแสดงว่าผ่านการอบรมจากหน่วยงานดังกล่าว เป็นผู้ผ่านการอบรมตามระเบียบนี้ แต่การขอรับใบอนุญาตขับรถยังคงต้องผ่านการทดสอบตามข้อ ๖ (๑) (๓) และ (๔) ตามที่ระเบียบกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ หรือผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถ จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการอบรมดังนี้

(๑) ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

(๒) ต้องเข้าหรือออกจากห้องอบรมตามเวลาที่กำหนด

(๓) ไม่ส่งเสียงดังหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะอบรม

(๔) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องอบรม อุปกรณ์หรือสื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการอบรมชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายด้วยเหตุประการใด ๆ ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

(๕) ไม่พูดจาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือรบกวนผู้อบรม

(๖) ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม ดื่มสุราหรือของมึนเมาหรือยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือมีอาการมึนเมา

การอบรม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การอบรม หมายความว่า การให้ความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถด้วยการบรรยายหรือวิธีการอื่นใดที่กรมการขนส่งทางบกจัดทำขึ้นหรือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๕] ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ และใบอนุญาตขับรถใช้งานเกษตรกรรม หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นตามมาตรา ๔๓ (๙) ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง

(๑) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยทางหลวง และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก)

(๒) การขับรถอย่างปลอดภัย

(๓) มารยาทในการขับรถ

ในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว เป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และมีใบอนุญาตขับรถของรถประเภทเดียวกันกับที่ขอรับใบอนุญาตซึ่งรัฐบาลของประเทศอื่นออกให้ซึ่งยังไม่สิ้นอายุ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชากฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก การขับรถอย่างปลอดภัย และมารยาทในการขับรถ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวที่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้วและมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรวิชาจิตสำนึกและการขับรถอย่างปลอดภัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๐/๑

ข้อ ๑๐/๑[๖]

ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ซึ่งใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า ๑ ปี ประสงค์จะขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กำหนดตามข้อ ๙ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

(๑) กฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ

(๒) มารยาทสำหรับผู้ขับรถยนต์สาธารณะ

(๓) กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่ควรทราบ

(๔) เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

(๑) กฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๒) หน้าที่ความรับผิดชอบและมารยาทของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๓) สถานที่และเส้นทางภายในจังหวัด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๗]

ผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถเพื่อขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจและรถยนต์บริการทัศนาจร ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

(๑) สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางการเดินรถ และสถานที่สำคัญในจังหวัด

(๒) ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ขับรถยนต์สาธารณะ

(๓) การให้บริการผู้โดยสาร

กรณีที่ผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรวิชากฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะเพิ่มเติมอีก ๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๘]

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

(๑) การขับรถอย่างปลอดภัย

(๒) มารยาทในการขับรถ

กรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถตามวรรคหนึ่ง ซึ่งใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า ๑ ปี ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กำหนดตาม (๑) และ (๒) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๙]

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ และใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

(๑) การขับรถอย่างปลอดภัย

(๒) มารยาทในการขับรถ

(๓) กฎหมาย ระเบียบ และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ

กรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ ซึ่งใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า ๑ ปี ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กำหนดตามข้อ ๑๑ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

กรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ซึ่งใบอนุญาตขับรถเดิมสิ้นอายุเกินกว่า ๑ ปี ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาที่กำหนดตามข้อ ๑๒ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุไว้ในภาคผนวก ๑ ถือว่าได้ผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและมารยาทในการขับรถตามระเบียบนี้แล้ว โดยให้จัดทำหลักฐานการรับรองโดยใช้ข้อความว่า “รับรองว่าผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรม” และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบลงนามกำกับไว้

การทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การทดสอบ หมายความว่า การทดสอบความสามารถในการขับรถ ความรู้ในข้อควรปฏิบัติ หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและความรู้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ซึ่งได้แก่

(๑) การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

(๒) การทดสอบข้อเขียน

(๓) การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบตามข้อ ๑๗ ยกเว้นใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่ใบอนุญาตขับรถเดิมขาดต่ออายุเกิน ๑ ปี ต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วย

ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่ใบอนุญาตขับรถเดิมขาดต่ออายุเกิน ๓ ปี ต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถด้วย

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การทดสอบสมรรถภาพของร่างกายให้ทำการทดสอบปฏิกิริยาและการทดสอบสายตา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบปฏิกิริยาทำการทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้า รวม ๓ ครั้ง หากสามารถเหยียบเบรกได้ในระยะเวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ ๐.๗๕ วินาที สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบสายตาดำเนินการดังนี้

(๑) ทดสอบสายตาทางกว้าง ถ้าสามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเป็นมุมกว้าง ข้างละ ๗๕ องศา สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๒) ทดสอบสายตาทางลึก ให้ทดสอบการมองเห็นในระยะ ๒.๕๐ - ๓.๕๐ เมตร รวม ๓ ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า ๑ นิ้ว สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๓) ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ให้ดูสีเขียว สีแดง และสีเหลือง จากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือเห็นชอบ โดยอยู่ห่างจากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาระยะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แล้วอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดสีละ ๓ ครั้ง หากอ่านได้ถูกต้องสองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายแล้วไม่ผ่านการทดสอบให้ทดสอบแก้ตัวเฉพาะส่วนที่ทดสอบไม่ผ่านได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้น หากยังไม่ผ่านการทดสอบนั้นอีกให้มาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่สอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน ๙๐ วัน นับแต่วันยื่นคำขอ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย แล้วแต่กรณี และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

การทดสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๑๐]

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

(๑) ลงลายมือชื่อผู้ที่เข้ารับการทดสอบในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการทดสอบ

(๒) ทดสอบความรู้ในข้อควรปฏิบัติ หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกตามแบบทดสอบ และหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยผู้ผ่านการทดสอบต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐

กรณีการทดสอบเพื่อขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามข้อ ๑๓ อาจทดสอบโดยการสัมภาษณ์หรือวิธีอื่นตามที่นายทะเบียนเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนอ่านและเขียนหนังสือไทยไม่ได้ ให้ทำการทดสอบดังนี้

(๑) กรณีทดสอบข้อเขียนด้วยระบบกระดาษให้ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำถามให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟังและให้ผู้เข้ารับการทดสอบตอบด้วยปากเปล่าโดยทำเครื่องหมายลงในกระดาษคำตอบด้วยตนเองและให้ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกในกระดาษคำตอบว่า “สอบปากเปล่า” พร้อมลงนามกำกับไว้เป็นหลักฐานและให้ผู้ดำเนินการทดสอบรีบตรวจคำตอบและประกาศผลการทดสอบให้ทราบโดยเร็ว

(๒) กรณีทดสอบข้อเขียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ให้ผู้ดำเนินการทดสอบ เปิดเสียงอ่านแบบทดสอบจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟังและให้ผู้เข้ารับการทดสอบดำเนินการทำแบบทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนแล้วไม่ผ่านการทดสอบ ให้ทดสอบแก้ตัวได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้น หากยังไม่ผ่านการทดสอบอีกให้ออกใบนัดมาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่สอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถลงลายมือชื่อที่เข้ารับการทดสอบในทะเบียนคุม ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติดังนี้

(๑) การทดสอบขับรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การทดสอบการขับรถยนต์หรือรถยนต์สามล้อให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์วิธีการทดสอบ และวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

การทดสอบขับรถให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒ เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก ๑ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบแต่ละแห่ง ยกเว้นรถเกียร์อัตโนมัติไม่ใช้ท่าที่ ๔

(๒) หลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไปดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

(ก) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องขับรถเดินหน้าตั้งแต่เริ่มขับรถอย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดทดสอบที่กำหนดให้หยุดรถ โดยให้หยุดรถได้เพียงครั้งเดียว ณ จุดที่กำหนดให้หยุดเท่านั้น

(ข) ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน ๒๕ เซนติเมตร

(ค) กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้า ต้องไม่ล้ำจุดหยุดรถข้างทาง และต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้นไม่เกิน ๑ เมตร

(ง) ต้องไม่ขับรถปีนหรือเบียดขอบทาง

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่งดังนี้

แบบที่ ๑

(ก) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยเส้นแนวเส้นที่กำหนด หรือหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ - ๑๒ เมตร หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๑.๕ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ ๐.๕ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก ล้ำเส้น หรือล้ำแนวเส้นที่กำหนด

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

แบบที่ ๒

(ก) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งมีขนาดความกว้าง ๒.๕ เมตร ยาว ๑๐ - ๑๒ เมตร เป็นระยะคงที่ใช้กับรถทุกขนาด

(ข) ล้อรถต้องไม่ทับเส้น แนวเส้นที่กำหนด หรือไม่ชน หรือเบียดหลัก

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

(ก) ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้าย ซึ่งประกอบด้วยหลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด หากเป็นหลักต้องไม่น้อยกว่า ๙ หลัก เป็นช่องกว้างเท่ากับความกว้างของรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ ๐.๕ เมตร ความยาวของช่องจอดเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๒.๕ เมตร

(ข) ตั้งแต่เริ่มเข้าเกียร์ขับรถถอยหลังเข้าจอดจนกระทั่งขับออกจากช่องว่างด้านซ้ายต้องเข้าเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน ๗ ครั้ง

(ค) ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก ล้ำเส้น หรือล้ำแนวเส้นที่กำหนด

(ง) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดด้านซ้าย โดยไม่เบียดหลักขอบทาง หรือทับเส้น หรือทับแนวเส้นที่กำหนด

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด กรณีเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดา

(ก) ให้ขับรถขึ้นเนินหรือสะพานโค้ง แล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งโดยให้กันชนหน้าอยู่ที่จุดหยุดรถ แล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งไปโดยปลอดภัย

(ข) ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า ๑ เมตร

(ค) เครื่องยนต์ดับไม่เกิน ๒ ครั้ง

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

(ก) ให้กลับรถในช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดที่ตั้งไว้ขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ - ๑๒ เมตร หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดในแต่ละแถวต้องห่างกัน ๑.๕ เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกเพิ่มอีก ๒ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด

(ค) ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จต้องเปลี่ยนเกียร์ ไม่เกิน ๗ ครั้ง

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถจากจุดเริ่มต้นให้ขับเดินหน้าเข้าไปในช่องจอดที่เป็นมุมฉาก ซึ่งประกอบด้วยขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด เป็นแนวทดสอบ ๒ แถว ขนานกันเป็นช่องเดินรถกว้าง ๘ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร และขอบทางหลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดอีก ๒ แถว ที่ตั้งเป็นแนวช่องจอดที่เป็นมุมฉากกับช่องเดินรถที่มีความกว้างเท่ากับความกว้างของตัวรถรวมกับกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ ๑ เมตร ความยาวเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๑ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าเข้าช่องจอดได้เพียงครั้งเดียว

(ง) ตัวรถต้องขนานกับขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดทั้งสองด้าน

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

(ก) การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า ๘ เครื่องหมาย ดังนี้

๑) เครื่องหมายป้ายหยุด

๒) เครื่องหมายห้ามเลี้ยวซ้ายหรือห้ามเลี้ยวขวา

๓) เครื่องหมายให้เลี้ยวซ้ายหรือให้เลี้ยวขวา

๔) เครื่องหมายห้ามหยุดรถ

๕) เครื่องหมายห้ามเข้า

และเครื่องหมายอื่น ๆ อีก ๓ เครื่องหมาย เช่น เส้นแนวหยุด เส้นให้ทางเส้นทแยงสำหรับทางแยก ป้ายห้ามจอดรถ ตามสภาพของสนามทดสอบแต่ละแห่ง

(ข) ต้องให้สัญญาณไฟตามจุดต่าง ๆ ให้ได้ถูกต้องทุกแห่งดังนี้

๑) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวขวา

๒) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวซ้าย

๓) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะหยุดรถ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การทดสอบขับรถแทรกเตอร์ รถบดถนน หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผล ตามท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒ ของข้อ ๒๙

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบและวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

ท่าที่ ๒ การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

ท่าที่ ๓ การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด (Z)

ท่าที่ ๔ การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส (S)

ท่าที่ ๕ การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑ เป็นท่าบังคับและเลือกทดสอบอีก ๒ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ

(๒) หลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไปดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า ๕ เครื่องหมาย ดังนี้

๑) เครื่องหมายป้ายหยุด

๒) เครื่องหมายห้ามเลี้ยวซ้ายหรือห้ามเลี้ยวขวา

๓) เครื่องหมายให้เลี้ยวซ้ายหรือให้เลี้ยวขวา

๔) เครื่องหมายห้ามหยุดรถ

๕) เครื่องหมายห้ามเข้า

(ข) ต้องให้สัญญาณไฟตามจุดต่าง ๆ ให้ได้ถูกต้องทุกแห่งดังนี้

๑) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวขวา

๒) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวซ้าย

๓) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะหยุดรถ

ท่าที่ ๒ การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบ

๑) ขับขี่โดยทรงตัวบนอุปกรณ์ที่ใช้ไม้กระดานกว้าง ๓๐ เซนติเมตร ยาว ๑๕ เมตร หรือใช้คอนกรีตเทเป็นแนวเส้นตรงตามขนาดดังกล่าวให้สูงประมาณ ๒ - ๓ เซนติเมตร โดยให้กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดห่างจากไม้กระดานหรือแนวคอนกรีตในระยะที่เหมาะสมให้สามารถตั้งตัวรถและระยะเบรกหยุดรถได้โดยปลอดภัย

๒) ต้องขับขี่ตาม ๑) โดยขับผ่านตลอดตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ วินาที และเริ่มนับเวลาเมื่อล้อหลังขึ้นอยู่บนอุปกรณ์และสิ้นสุดเมื่อล้อหน้าลงจากอุปกรณ์

(ข) ในระหว่างขับรถต้องปฏิบัติดังนี้

๑) เท้าต้องไม่หลุดจากที่พักเท้า

๒) ล้อต้องไม่ตกหรือลื่นไถลจากอุปกรณ์

๓) ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม

๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

ท่าที่ ๓ การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด (Z) ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถในทางโค้งรัศมีแคบที่ใช้กรวย หรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z) ที่มีช่องเดินรถกว้าง ๒ เมตร กรณีใช้กรวยต้องห่างกัน ๑.๕ เมตร กรณีใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z) ฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว ๕ เมตร ความยาวระหว่างฐานบนและฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว ๑๖ เมตร

(ข) ให้ขับรถช้า ใช้เกียร์ต่ำ และสามารถควบคุมรถขับเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายไปได้ตลอดห้ามลื่นไถลหรือล้ม

(ค) ต้องไม่ขับรถชนกรวยหรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z)

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๔ การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส (S)

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวาที่ใช้กรวยหรือใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวเอส (S) ที่มีช่องทางเดินรถกว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๗ เมตร โดยกรวยต้องห่างกัน ๑ เมตร

(ข) ผู้เข้ารับการทดสอบต้องสามารถควบคุมรถผ่านไปได้ตลอดโดยรถไม่เสียหลักลื่นไถลหรือล้ม

(ค) ต้องไม่ชนกรวยหรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวเอส (S)

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๕ การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวางให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับขี่ด้วยความเร็วที่ ๒๐ - ๓๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยขับรถหลบหลีกกรวยที่ตั้งไว้สำหรับทดสอบไปทางด้านซ้ายและด้านขวาในลักษณะสลับฟันปลา ซึ่งกรวยดังกล่าวให้ตั้งบนพื้นที่ที่มีความกว้าง ๓.๕ เมตร จำนวน ๕ อัน เป็นเส้นตรงบริเวณกึ่งกลางของพื้นที่ที่ใช้ทำการทดสอบ โดยให้กรวยแต่ละอันมีระยะห่าง ๕ เมตร โดยให้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดมีระยะห่างจากกรวยในระยะที่เหมาะสมให้สามารถตั้งตัวรถและระยะเบรกหยุดรถได้โดยปลอดภัย

(ข) ในระหว่างขับรถต้องสามารถควบคุมรถได้ดีไม่เสียหลัก ลื่นไถล เฉี่ยวชน สิ่งกีดขวางหรือขอบทาง

(ค) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ หรือข้อ ๓๑ แล้วแต่กรณี จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ

ให้ผู้ดำเนินการทดสอบแจ้งผลการทดสอบขับรถแก่ผู้เข้ารับการทดสอบทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถแล้วไม่ผ่านการทดสอบในท่าใด ให้ทดสอบแก้ตัวเฉพาะท่าที่ไม่ผ่านเมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอเว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย แล้วแต่กรณี และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

มาตรา ข้อ ๓๒/๑

ข้อ ๓๒/๑[๑๑]

การทดสอบขับรถเพื่อขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ นอกจากจะต้องผ่านการทดสอบขับรถตามข้อ ๒๙ ในสนามทดสอบแล้ว ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องทดสอบการขับรถบนถนนหรือทางหลวงตามเส้นทางที่นายทะเบียนกำหนดด้วย เพื่อทดสอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก การขับรถอย่างปลอดภัย และการมีมารยาทในการขับรถ

เกณฑ์การวินิจฉัยการผ่านการทดสอบการขับรถตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุในภาคผนวก ๒ ถือว่าได้ผ่านการทดสอบความสามารถในการขับรถและความรู้ในข้อควรปฏิบัติ หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายหรือผ่านการทดสอบบางรายการตามที่กำหนดในระเบียบนี้

การดำเนินการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑, ๒, ๓, ๔ และ ๕ ขนส่งจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้ผู้ดำเนินการทดสอบลงชื่อในรายงานประจำวันด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ และลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบ

ให้ผู้ดำเนินการทดสอบขับรถบันทึกหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ในการทดสอบลงในแบบบันทึกผลการทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย แบบบันทึกผลการอบรม ผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

เทียนโชติ จงพีร์เพียร

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑.[๑๒] ภาคผนวก ๑ (แก้ไขเพิ่มเติม)

๒.[๑๓] ภาคผนวก ๒ (แก้ไขเพิ่มเติม)

๓. ตัวอย่าง แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

๔. แบบบันทึกผลการอบรม ผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔[๑๔]

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗[๑๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙[๑๖]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔

ดำรง/ตรวจ

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๓ มิถุนายน ๒๕๕๗

ชวัลพร/เพิ่มเติม

๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๕๑ ง/หน้า ๒๒/๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๒] ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๓] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๔] ข้อ ๖/๑ เพิ่มโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๕] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

[๖] ข้อ ๑๐/๑ เพิ่มโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๗] ข้อ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๘] ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๙] ข้อ ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๑๐] ข้อ ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๑๑] ข้อ ๓๒/๑ เพิ่มโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๑๒] ภาคผนวก ๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๙

[๑๓] ภาคผนวก ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๙๗ ง/หน้า ๑/๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๔

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๗๖ ง/หน้า ๑/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

[๑๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๒๙ ง/หน้า ๑/๖ มิถุนายน ๒๕๕๙

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ณ วันที่ 06/06/2559) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_09e6c01a238e6005

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com