法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับ

การให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน

พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๗) และ (๑๗) มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๔ และมาตรา ๖๑ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้มีมติให้ออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่ หมวด ๑ ว่าด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้ใช้บังคับกับการดำเนินการให้กู้ยืมเงิน ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้กู้ยืมเงิน” หมายความว่า นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้หมายความรวมถึงนักเรียนหรือนักศึกษาผู้ได้รับเงินกู้ยืมตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ และนิสิตหรือนักศึกษาผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจากกองทุนเพื่อการศึกษาตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ออกตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. ๒๔๙๑ ด้วย

“เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา” หมายความว่า เงินที่กองทุนจัดสรรให้ผู้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ

“นักเรียนหรือนักศึกษา” หมายความว่า ผู้ซึ่งศึกษาอยู่ในสถานศึกษา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาในสถานศึกษาด้วย

“สถานศึกษา” หมายความว่า โรงเรียน สถาบันอุดมศึกษา หรือสถานศึกษาอื่นของรัฐโรงเรียนของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน

“ค่าเล่าเรียน” หมายความว่า เงินค่าเล่าเรียน ค่าบำรุง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากนักเรียนหรือนักศึกษา

“ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายอื่นที่มิใช่ค่าเล่าเรียนที่สถานศึกษาเรียกเก็บจากนักเรียนหรือนักศึกษาตามระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของสถานศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา

“ค่าครองชีพ” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพระหว่างศึกษา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้จัดการ” หมายความว่า ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชาระเงินคืนกองทุน ให้กองทุน สถานศึกษาผู้บริหารสถานศึกษา นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงิน ผู้กู้ยืมเงิน และผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ และตามระเบียบนี้ รวมทั้ง กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของกองทุน ทั้งที่ออกใช้บังคับอยู่แล้วและที่จะออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้าโดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้จัดการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจวินิจฉัยปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ รวมทั้งการออกประกาศกำหนดแนวปฏิบัติเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมแนวทางและวิธีดำเนินการตามระเบียบนี้

การให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กองทุนจะสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาด้วยการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาใน ๔ ลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

(๒) เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักซึ่งมีความชัดเจนของการผลิตกำลังคนและมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

(๓) เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาที่ขาดแคลนหรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ

(๔) เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ให้แก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่เรียนดีเพื่อสร้างความเป็นเลิศ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ นักเรียนหรือนักศึกษาที่จะขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา จะต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

ก. คุณสมบัติทั่วไปดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) ศึกษาหรือได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่ร่วมดำเนินงานกับกองทุน

(๓) เป็นผู้ขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในการเข้าศึกษาที่สถานศึกษาเพียงแห่งเดียวในคราวภาคการศึกษาเดียวกัน

(๔) มีผลการเรียนดีหรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถานศึกษา

(๕) มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรงหรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย เช่น หมกมุ่นในการพนัน เสพยาเสพติดให้โทษ ดื่มสุราเป็นอาจิณหรือเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงเริงรมย์เป็นอาจิณ เป็นต้น

ข. ลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑) เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดสาขาหนึ่งมาก่อน เว้นแต่จะได้กำหนดเป็นอย่างอื่นในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาลักษณะหนึ่งลักษณะใด

(๒) เป็นผู้ปฏิบัติงานและรับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำในหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนในลักษณะเต็มเวลา เว้นแต่จะได้กำหนดเป็นอย่างอื่นในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาลักษณะหนึ่งลักษณะใด

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๕) เป็นหรือเคยเป็นผู้ที่ผิดนัดชำระหนี้กับกองทุน เว้นแต่ได้ชำระหนี้ดังกล่าวครบถ้วนแล้ว

นอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง นักเรียนหรือนักศึกษาผู้จะขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ตามข้อ ๖ (๑) ถึง (๔) ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะและไม่มีลักษณะต้องห้ามเฉพาะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในลักษณะนั้น ๆ ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดประสงค์จะกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาให้ยื่นคำขอตามแบบที่กองทุนกำหนด โดยจัดทำคำขอกู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กองทุนจะกำหนดเป็นอย่างอื่นและให้จัดส่งแบบคำขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาแก่สถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงินศึกษาอยู่หรือดำเนินการตามที่กองทุนกาหนด

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นได้ทุกวันในเวลาทำการของสถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงินศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กองทุนประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นักเรียนหรือนักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่กองทุนกำหนด เพื่อประโยชน์ในการรับและคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ นักเรียนหรือนักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินต้องทำสัญญากู้ยืมเงินตามแบบที่กองทุนกำหนด ที่สถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ขอกู้ยืมเงินศึกษาอยู่ ทั้งนี้ ต้องจัดให้มีผู้ค้าประกันการชำระเงินคืนกองทุนด้วย

การทำสัญญากู้ยืมเงินตามวรรคหนึ่ง ผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้าประกันต้องลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินในฐานะผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้าประกัน แล้วแต่กรณี ด้วยตนเอง

ในกรณีผู้ค้าประกันไม่สามารถลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินต่อหน้าเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษา สัญญากู้ยืมเงินนั้นต้องมีลายมือชื่อของนายทะเบียนในท้องที่ หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้าประกันเพื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ค้าประกันด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อกองทุนอนุมัติให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ยื่นคำขอ และนักเรียนหรือนักศึกษาได้ทำสัญญากู้ยืมเงินถูกต้องครบถ้วนแล้ว กองทุนจะโอนเงินกู้ยืมส่วนที่เป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้แก่สถานศึกษา ส่วนค่าครองชีพ (ถ้ามี) กองทุนจะจ่ายให้เป็นรายเดือนโดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมเงินโดยตรงตามที่ได้แจ้งไว้แก่กองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะดำเนินการโอนเงินดังกล่าวภายหลังจากที่ผู้กู้ยืมเงินได้ลงลายมือชื่อในแบบลงทะเบียนเรียน/แบบยืนยันจำนวนเงินค่าเล่าเรียนหรือเอกสารที่เรียกชื่ออย่างอื่นทำนองเดียวกันที่กองทุนกำหนด และสถานศึกษาได้จัดส่งเอกสารดังกล่าวมายังกองทุนหรือสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุนโดยกองทุนหรือสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุนได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ให้ถือว่าจำนวนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพตามที่ได้รับแจ้งและกองทุนได้โอนให้แก่สถานศึกษาและผู้กู้ยืมเงิน เป็นจำนวนอันถูกต้องที่ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่และความรับผิดต้องชดใช้เงินคืนให้แก่กองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะแจ้งยอดเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับไปแล้วทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกองทุนหรือสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุนเพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินทราบและตรวจสอบยอดเงินที่ได้รับไปแล้วดังกล่าว โดยผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่นำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุนหรือสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุนเข้าสู่ระบบด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้กู้ยืมเงิน รับรองว่าจะปฏิบัติดังนี้

(๑) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง

(๒) ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกาหนด สัญญากู้ยืมเงิน ตลอดจนคาสั่งโดยชอบต่าง ๆ ของคณะกรรมการหรือกองทุนทั้งที่ออกใช้บังคับอยู่แล้วและที่จะออกใช้บังคับต่อไปในภายหน้าโดยเคร่งครัด

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง และเก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุนไว้เป็นความลับ หากผู้กู้ยืมเงินคนใดยินยอมหรือประมาทเลินเล่อให้บุคคลอื่นดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการกู้ยืมเงินด้วยตนเองของผู้กู้ยืมเงินคนนั้น

(๔) แจ้งต่อกองทุนหรือต่อสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุนดังนี้

(๔.๑) แจ้งสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาทุกปีที่ผู้กู้ยืมเงินยังศึกษาอยู่ ไม่ว่าในปีนั้น ๆ จะได้กู้ยืมเงินหรือไม่ก็ตาม

(๔.๒) แจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่หรือย้ายสถานศึกษา รวมทั้งแจ้งเมื่อสำเร็จการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ย้ายสถานศึกษา สำเร็จการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา แล้วแต่กรณี

(๕) แจ้งสถานการณ์เป็นผู้กู้ยืมเงินต่อหัวหน้าหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ตนทำงานด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เริ่มปฏิบัติงาน

(๖) ให้ความยินยอมในขณะทำสัญญากู้ยืมเงิน เพื่อให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร หักเงินได้พึงประเมินของตนตามจานวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน

(๗) ยินยอมให้กองทุนเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนที่อยู่ในครอบครองของบุคคลอื่นรวมทั้งยินยอมให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุน

(๘) แสดงตนต่ออาจารย์ที่ปรึกษาที่สถานศึกษามอบหมายให้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการกู้ยืมเงินอย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้ง

(๙) ให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนด หรือเข้าร่วมกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกำหนด สัญญากู้ยืมเงิน ตลอดจนคำสั่งโดยชอบต่าง ๆ ของคณะกรรมการหรือกองทุน กองทุนจะดำเนินการตักเตือนและให้ผู้กู้ยืมเงินปรับปรุงแก้ไขหากไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรจะมีผลต่อการพิจารณาให้กู้ยืมเงินของผู้กู้ยืมเงินรายนั้นในปีต่อไป หรือถูกเพิกถอนการให้กู้ยืมเงิน ตามควรแต่กรณี

การชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมทั้งจำนวนคืนกองทุนภายหลังวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือมีคำสั่งให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาแล้วเป็นเวลาสองปี

ในการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าวันที่ ๕ กรกฎาคมแรก ภายหลังวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือมีคำสั่งให้พ้นสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาแล้วเป็นเวลาสองปีดังกล่าวเป็นวันที่ครบกำหนดชาระเงินกู้ยืมคืนกองทุน หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดทำการของกองทุนให้ชาระเงินคืนในวันเปิดทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ก่อนวันครบกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน กองทุนจะแจ้งให้ผู้กู้ยืมเงินทราบเป็นการล่วงหน้าถึงวันกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ เช่น จดหมายหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

เพื่อประโยชน์ในการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน ให้ผู้กู้ยืมเงินรายงานข้อมูลของผู้กู้ยืมเงิน เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพ การเปลี่ยนชื่อ สกุล ที่อยู่ เป็นต้น ต่อกองทุนหรือต่อสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่แทนกองทุน ก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคมของปีถัดจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา ตามแบบรายงานข้อมูลของผู้กู้ยืมเงินที่กองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากในวันครบกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามข้อ ๑๔ ผู้กู้ยืมเงินไม่สามารถชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนได้ทั้งจำนวน ผู้กู้ยืมเงินอาจขอผ่อนชำระเงินคืนกองทุนเป็นงวด ๆ รายปีโดยต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาสิบห้าปีนับแต่วันที่ครบกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การผ่อนชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามข้อ ๑๖ ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนงวดแรกเต็มจำนวนซึ่งเป็นการชำระคืนเฉพาะเงินต้นไม่มีดอกเบี้ยในวันที่ครบกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามที่กำหนดในข้อ ๑๔ วรรคสอง

สำหรับการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนในงวดต่อ ๆ ไป ให้ผู้กู้ยืมเงินชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามจำนวนที่กำหนดซึ่งเป็นการชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ในอัตราร้อยละหนึ่งต่อปี โดยให้ชำระภายในวันที่ ๕ กรกฎาคมของแต่ละปี โดยวิธีการชำระให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ ๑๘

การคิดดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ ให้เริ่มคิดตั้งแต่วันครบกำหนดชำระเงินกู้ยืมของเงินต้นที่เหลือหลังจากชำระงวดแรกแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้กู้ยืมเงินผ่อนชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน โดยจำนวนเงินต้นที่ต้องชำระในแต่ละงวดต้องไม่ต่ำกว่าอัตราดังนี้

งวดที่ชำระ

๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

ร้อยละของเงินต้นที่ต้องชำระ

๑.๕

๒.๕

๓.๐

๓.๕

๔.๐

๔.๕

๕.๐

๖.๐

๗.๐

๘.๐

๙.๐

๑๐.๐

๑๑.๐

๑๒.๐

๑๓.๐

นอกจากการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนงวดแรกซึ่งต้องชำระเต็มจำนวนตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง การชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนในงวดต่อ ๆ ไป ตามข้อ ๑๗ วรรคสอง ให้ผู้กู้ยืมเงินแบ่งชำระเงินในแต่ละงวดนั้นเป็นรายเดือน

ผู้กู้ยืมเงินคนใดไม่ชำระหนี้ให้ครบจำนวนในงวดหนึ่งงวดใด ผู้กู้ยืมเงินคนนั้นจะตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และต้องชำระเงินเพิ่มตามที่กำหนดในข้อ ๑๙ ทั้งนี้ ในการแบ่งชำระเป็นรายเดือนในแต่ละงวดหากผู้กู้ยืมเงินคนใดไม่สามารถชำระเงินคืนได้ตามจำนวนที่กำหนดให้ต้องชำระในแต่ละเดือนแต่ผู้กู้ยืมเงินคนนั้นได้ชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนครบทั้งจำนวนสำหรับงวดนั้น ผู้กู้ยืมเงินจะไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ในงวดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้กู้ยืมเงินผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนงวดหนึ่งงวดใด ผู้กู้ยืมเงินต้องชำระเงินเพิ่มอันได้แก่เบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมกรณีผิดนัดชำระเงินคืนในอัตราร้อยละสิบสองต่อปีของเงินต้นในงวดที่ค้างชำระ และหากค้างชำระในงวดใดเกินกว่า ๑ ปี ต้องชำระเงินเพิ่มร้อยละสิบแปดต่อปีของเงินต้นในงวดที่ค้างชำระนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เว้นแต่ผู้กู้ยืมเงินจะได้ชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนด้วยการให้ผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ (๑) แห่งประมวลรัษฎากร หักเงินได้พึงประเมินของตนตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนและได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการหักเงินได้พึงประเมินเพื่อชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนถูกต้องครบถ้วน ในการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุน ให้ผู้กู้ยืมเงินนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของตนที่มีอยู่กับสถาบันการเงินเป็นเลขที่บัญชีเดียวกันกับที่ผู้กู้ยืมเงินได้รับเงินกู้ยืมเมื่อครั้งกู้ยืมเงิน หรือบัญชีออมทรัพย์ของผู้กู้ยืมเงินบัญชีอื่นที่ผู้กู้ยืมเงินแจ้งความประสงค์ให้หักบัญชีเพื่อชำระเงินคืนกองทุน หรือชาระ ณ ช่องทางอื่นตามที่กองทุนกำหนด

ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมในการชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนแต่ละครั้ง ให้เป็นไปตามที่สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่รับชำระเงินเรียกเก็บ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เมื่อผู้กู้ยืมเงินได้ชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนแล้ว ให้ผู้กู้ยืมเงินเก็บหลักฐานการชำระเงินคืนกองทุนทุกคราว เช่น สำเนาใบนำฝากเงินซึ่งปรากฏรายการชำระ การบันทึกบัญชีในสมุดเงินฝากของผู้กู้ยืมเงิน รายการบันทึกบัญชี (Statement) ของสถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่รับชำระเงินไว้เป็นหลักฐานการชำระหนี้เพื่อแสดงต่อกองทุนด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้กู้ยืมเงินที่บอกเลิกการกู้ยืมเงิน จะต้องชำระเงินกู้ยืมที่ได้รับไปทั้งหมดคืนให้แก่กองทุนภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กองทุนได้รับแจ้งบอกเลิกการกู้ยืมเงินโดยไม่เสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้กู้ยืมเงินต้องเสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมจัดการเงินกู้ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นับแต่วันผิดนัดชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ผู้กู้ยืมเงินที่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจนได้มีคาพิพากษาถึงที่สุดให้ชำระเงินคืนกองทุน ชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความหรือคำพิพากษานั้น แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีจำเป็นที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจผ่อนผันการชำระเงินคืนกองทุนลดหย่อนหนี้ หรือระงับการเรียกให้ชำระเงินคืนกองทุน ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้ผู้กู้ยืมเงินกองทุนที่เป็นผู้กู้ยืมเงินอยู่ในวันก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับทุกรายชำระเงินคืนกองทุนตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ เว้นแต่การชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินในกลุ่มต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตารางท้ายระเบียบนี้ ได้แก่

(๑) ผู้กู้ยืมเงินตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (กยศ. เดิม)

(๒) ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (กรอ.) ซึ่งแบ่งตามเงื่อนไขการครบกำหนดชำระหนี้ดังนี้

ก. ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาในปีการศึกษา ๒๕๔๙ และปีการศึกษา ๒๕๕๐ และกำหนดให้ชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔

ข. ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๑ เป็นต้นไป ภายหลังวันที่ได้รับอนุมัติให้สำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษาแล้วสองปีให้ชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ ๕ กรกฎาคม ในปีถัดไป

ค. ผู้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๕ เป็นต้นไป และกำหนดให้ชำระหนี้งวดแรกเมื่อมีรายได้ถึงหนึ่งหมื่นหกพันบาทต่อเดือน หรือหนึ่งแสนเก้าหมื่นสองพันบาทต่อปี

(๓) ผู้กู้ยืมเงินตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ (กยศ.เดิม) และรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙ ที่ได้แก้ไขเพิ่มเติม (กรอ.) ที่มีเงื่อนไขชำระหนี้ซึ่งแบ่งตามเงื่อนไขการครบกำหนดชาระหนี้ในแต่ละกลุ่มย่อยตาม (๒) การปฏิบัติการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินกลุ่มต่าง ๆ ตามวรรคหนึ่ง ไม่กระทบความรับผิดของผู้กู้ยืมเงินที่มีอยู่แล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ประสงค์ พูนธเนศ

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ตารางแนบท้าย ข้อ ๒๕ ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ. ๒๕๖๑

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๓ ง/หน้า ๑ /๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_09ecb0af09eafbfa

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com