法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย

พ.ศ.๒๕๓๐

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา

ฝึกอบรมดูงาน และปฏิบัติการวิจัย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.๒๕๒๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม

ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย พ.ศ.๒๕๓๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา

ฝึกอบรม และดูงาน พ.ศ. ๒๕๑๙

(๒) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา

ฝึกอบรม และดูงาน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๐

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“หน่วยงาน” หมายความว่า หน่วยงานตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.๒๕๒๘ และประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการกรุงเทพมหานครไม่ต่ำกว่าระดับกอง

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

“ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติ” หมายความว่า

(ก) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร ระดับ ๙ ขึ้นไป

(ข) ปลัดกรุงเทพมหานคร

สำหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร ระดับ ๘ ลงมา

“ศึกษา” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถหรือการวิจัย

ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาหรือสถาบันวิชาชีพ

เพื่อให้ได้มาซึ่งปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามกฎ ก.พ.ว่าด้วยการนั้นที่ ก.ก.มีมติให้นำมาใช้บังคับ

และหมายความรวมตลอดถึงการฝึกฝนภาษา การรับคำแนะนำก่อนเข้าศึกษา

และการฝึกอบรมหรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหรือต่อจากการศึกษานั้นด้วย

“ฝึกอบรม” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้

ความชำนาญหรือประสบการณ์ด้วยการเรียนการวิจัย การอบรม การสัมนา

หรือการปฏิบัติงานโดยไม่มีการรับปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพตามกฎ

ก.พ.ว่าด้วยการนั้น ที่ ก.ก.มีมติให้นำมาใช้บังคับ

และหมายความรวมตลอดถึงการฝึกฝนภาษา การรับคำแนะนำก่อนเข้าฝึกอบรม

หรือการดูงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรม หรือต่อจากการฝึกอบรมนั้นด้วย

“ดูงาน” หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้หรือประสบการณ์ด้วยการสังเกตการณ์

“การปฏิบัติการวิจัย” หมายความว่า การทำงานวิจัย

เพื่อนำผลที่ได้รับมาใช้ประโยชน์ของสถาบันหรือหน่วยงานโดยตรง ทั้งนี้

ไม่รวมถึงการวิจัยตามลักษณะของการศึกษาหรือฝึกอบรม

“ทุน” หมายความว่า เงินค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา ฝึกอบรม

ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย และเพื่อการครองชีพระหว่างการศึกษาฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัย และหมายความรวมตลอดถึงเงินค่าพาหนะเดินทางเพื่อการนี้ด้วย

แต่ไม่รวมถึงเงินที่ได้รับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

ทุนประเภท ๑ ได้แก่

(ก)

ทุนที่กรุงเทพมหานครหรือกระทรวง ทบวง กรมอื่นใดเป็นผู้ให้ ทั้งนี้ ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย

หรือจากเงินอื่นใดของทางราชการ

(ข) ทุนที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ

องค์การต่างประเทศหรือนิติบุคคลต่างประเทศ มอบให้รัฐบาลไทย หรือกรุงเทพมหานคร

เพื่อส่งข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

และรัฐบาลไทยหรือกรุงเทพมหานครตกลงรับทุนนั้น ตามที่กรมวิเทศสหการจะได้ประกาศหรือแจ้งให้ทราบ

ทั้งนี้ ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายผ่านกรุงเทพมหานคร หรือจ่ายให้ผู้รับทุนโดยตรง

หรือจ่ายให้วิธีการอื่นใด

(ค)

ทุนที่นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาในประเทศมอบให้แก่กรุงเทพมหานครเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย โดยคณะกรรมการกำหนดโครงการให้ข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม

ดูงาน และปฏิบัติการวิจัยของกรุงเทพมหานครพิจารณาเห็นชอบด้วย

ทุนประเภท ๒

ได้แก่ทุนอื่นที่มิใช่ทุนประเภท ๑

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการกำหนดโครงการให้ข้าราชการไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัยของกรุงเทพมหานคร คณะหนึ่งเรียกโดยย่อว่า `ก.ข.ก.' ประกอบด้วยปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน

ผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาผู้อำนวยการสำนักการแพทย์

หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการ ผู้อำนวยการกองฝึกอบรม สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณากำหนดสาขาวิชาที่กรุงเทพมหานครต้องการจะให้ข้าราชการไปศึกษาฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ตามลำดับก่อนหลัง

โดยคำนึงถึงความรีบด่วนหรือความจำเป็นมากน้อยของโครงการ หรือแผนงานที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้

กับให้มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ หรือข้อปฏิบัตินอกจากที่ระบุไว้

โดยเฉพาะในระเบียบนี้ในเรื่องการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยและมีหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

และให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อดำเนินการใด ๆ แทนได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การให้ข้าราชการผู้ใดไปศึกษา

หรือฝึกอบรม ให้ ก.ข.ก.พิจารณาความจำเป็นและความต้องการของหน่วยงานที่จะได้ผู้มีความรู้ความชำนาญในสาขาวิชาและระดับความรู้ที่เหมาะสมแก่หน้าที่ที่กำหนดให้กลับมาปฏิบัติ

ทั้งนี้ ให้หน่วยงานกำหนดโครงการศึกษา หรือฝึกอบรมกับกำหนดแผนงาน หรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้าเป็นการแน่นอน

การดูงานหรือปฏิบัติการวิจัย

ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณาตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ต้องเป็นประโยชน์แก่หน้าที่ราชการและสถาบันการศึกษานั้นต้องเป็นสถาบันที่ก.ก.

รับรองแล้ว ส่วนสถาบันการฝึกอบรมต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ข.ก.

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยให้อยู่ในความควบคุมดูแลของกองฝึกอบรม

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) ให้รายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ตามระยะเวลาที่กองฝึกอบรม สำนักปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

(๒) ผลการศึกษา ฝึกอบรม

หรือปฏิบัติการวิจัย ต้องอยู่ในเกณฑ์ดี

หากผลการศึกษา ฝึกอบรม

หรือปฏิบัติการวิจัยไม่ได้ผลหรือไม่อยู่ในเกณฑ์ ให้ ก.ข.ก.พิจารณาเรียกตัวกลับ

เว้นแต่มีเหตุผลอันสมควรที่จะผ่อนผันให้ศึกษา ฝึกอบรม

หรือปฏิบัติการวิจัยต่อไปจนสำเร็จโดยพิจารณาจากรายงานของสถาบันที่เกี่ยวข้องในการศึกษา

ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยของข้าราชการผู้นั้น

(๓) การเปลี่ยนแปลงระยะเวลา

สถานที่ สาขาวิชา แนวการศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัย

ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ข.ก.

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้าราชการที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยเมื่อครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติหรือเสร็จจากการศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติจะต้องเดินทางกลับ

แล้วให้รายงานตัว พร้อมกับรายงานผลการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยโดยสังเขปต่อกองฝึกอบรม

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการตามปกติทันทีและให้รายงานผลการศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยโดยละเอียดต่อผู้บังคับบัญชาโดยด่วน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการซึ่งมิได้ปฏิบัติราชการ

เพราะได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

ให้ได้รับเงินเดือนในระหว่างลา

ส่วนการจ่ายเงินเดือนและการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น

การให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัยในประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้าราชการที่จะไปศึกษาภายในประเทศ

ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ไปศึกษาขั้นต่ำกว่าปริญญาตรี

หรือขั้นปริญญาตรี ต้องมีอายุไม่เกิน ๓๕ ปี ผู้ไปศึกษาขั้นสูงกว่าปริญญาตรีต้องมีอายุไม่เกิน

๔๕ ปี ในวันเปิดภาคการศึกษาของหลักสูตรนั้น ๆ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก

ก.ข.ก. และผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(๒) เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

แต่ถ้าหน่วยงานใดมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการไปศึกษาเป็นกรณีพิเศษและขอยกเว้นคุณสมบัตินี้ให้

ก.ข.ก. พิจารณา

หากเห็นชอบให้เสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติพิจารณายกเว้นได้เป็นราย

ๆไปตามควรแก่กรณี

แต่ทั้งนี้ข้าราชการผู้นั้นจะต้องพ้นจากการทดลองปฏิบัติราชการแล้ว

(๓) ผู้ที่เอาใจใส่ในการปฏิบัติราชการและมีความประพฤติดี

ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างสอบสวนทางวินัย หรือถ้าเป็นผู้เคยต้องโทษทางวินัย

ต้องพ้นแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๔) เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์และมีสุขภาพอนามัยดีพอที่จะไปศึกษาได้สำเร็จโดยต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการพิจารณาให้ไปศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้าราชการที่จะไปฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยภายในประเทศ ให้นำคุณสมบัติของข้าราชการที่จะไปศึกษา ตามข้อ ๑๒

(๒) (๓) (๔) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การพิจารณาเสนอให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม

หรือปฏิบัติการวิจัยภายในประเทศ โดยใช้เวลาราชการปกติ

หน่วยงานต้องพิจารณาถึงอัตรากำลังที่มีอยู่ให้เพียงพอแก่การปฏิบัติงานไม่ให้เสียหายและต้องไม่ขออัตรากำลังเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละสี่ของจำนวนของข้าราชการในหน่วยงานนั้น

และในจำนวนนี้จะอนุมัติให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย ด้วยทุนประเภท ๒

ได้ไม่เกินร้อยละสองเว้นแต่ข้าราชการในสังกัดสำนักการแพทย์

และสำนักอนามัยไม่เกินร้อยละหก โดยไม่จำกัดประเภททุน

การคิดอัตราร้อยละของข้าราชการตามข้อนี้

ให้คิดจากจำนวนข้าราชการผู้มีสิทธิลาศึกษาในระดับการศึกษาเดียวกันกับที่มีอยู่ในขณะที่พิจารณาให้ข้าราชการผู้หนึ่งผู้ใดไปศึกษา

ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัยถ้าคำนวณแล้วมีเศษให้คิดเพิ่มเป็นอีกหนึ่งคน

ถ้าคำนวณทั้งหน่วยงานไม่ถึงหนึ่งคนให้คิดเป็นหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การให้ข้าราชการไปศึกษาในประเทศนอกเวลาราชการปกติ

แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้

(๑) การศึกษาในประเทศนอกเวลาราชการปกติ

โดยใช้เวลาราชการบางส่วน

(๒) การศึกษาในประเทศนอกเวลาราชการปกติ

โดยไม่ใช้เวลาราชการ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การพิจารณาอนุมัติตามข้อ

๑๕ (๑) ให้พิจารณาอนุญาตตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) จำนวนข้าราชการที่จะได้รับอนุญาตให้ไปศึกษานอกเวลาราชการปกติ

โดยใช้เวลาราชการบางส่วน ไม่เกินร้อยละยี่สิบของจำนวนข้าราชการของหน่วยงานนั้น

(๒) ข้าราชการผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษา

จะออกเดินทางจากสถานที่ทำงานก่อนเวลาเลิกปฏิบัติราชการตามปกติเกิน ๑ ชั่วโมง ๓๐

นาที ไม่ได้ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่ทำการสอนให้ออกเดินทางได้เมื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยปกติเสร็จเรียบร้อยแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้กรุงเทพมหานครทำสัญญาผูกมัดข้าราชการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เวลาราชการปกติหรือบางส่วน

เกิน ๙๐ วัน ไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยตามหลักเกณฑ์ แบบ

และวิธีการตามระเบียบคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน ณ

ต่างประเทศ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การขออนุญาตไปศึกษาในประเทศนอกเวลาราชการปกติ

เมื่อข้าราชการผู้ใดสอบคัดเลือกหรือได้รับการคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันใดแล้ว

ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ที่ต้องใช้เวลาราชการบางส่วนไปศึกษา

จะต้องยื่นใบลาพร้อมเอกสารอื่น ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

จนถึงผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะไปศึกษาได้

(๒) ผู้ที่ไม่ใช้เวลาราชการไปศึกษา

ไม่ต้องขออนุญาตตาม (๑) แต่ต้องรายงานหัวหน้าหน่วยงานเจ้าสังกัด และแจ้งกองฝึกอบรม

สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานครทราบโดยมิชักช้า

ข้าราชการผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

(๑) (๒) ไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาปรับเงินเดือนให้ตรงตามวุฒิและเพิ่มวุฒิทุกกรณี[๒]

การให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ข้าราชการที่จะไปศึกษา

ณ ต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ไปศึกษาขั้นปริญญาตรี

ต้องมีอายุไม่เกิน ๓๕ ปี ผู้ไปศึกษาขั้นสูงกว่าปริญญาตรี ต้องมีอายุไม่เกิน ๔๐ ปี

นับถึงวันเดินทางไปต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก ก.ข.ก.และผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

(๒) เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

แต่ถ้าหน่วยงานใดมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ข้าราชการไปศึกษา ณ

ต่างประเทศเป็นกรณีพิเศษ และขอยกเว้นคุณสมบัตินี้ให้ ก.ข.ก. พิจารณา

หากเห็นชอบให้เสนอผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจอนุมัติยกเว้นได้เป็นราย ๆ ไปตามควรแก่กรณี

แต่ทั้งนี้ข้าราชการผู้นั้นจะต้องพ้นจากการทดลองปฏิบัติราชการแล้ว

(๓) เป็นผู้ที่มีความรู้ภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษานั้นได้

สำหรับผู้ไปศึกษาด้วยทุนประเภท ๒ ต้องมีความรู้ภาษาต่างประเทศในระดับที่ ก.ก.กำหนด

(๔) เป็นผู้ที่เอาใจใส่ในการปฏิบัติราชการและมีความประพฤติดี

ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนทางวินัย หรือถ้าเป็นผู้เคยต้องโทษทางวินัย

ต้องพ้นโทษแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้าราชการที่จะไปฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ ให้นำเอาคุณสมบัติของข้าราชการที่จะไปศึกษาตามข้อ

๑๙ (๒) (๓) (๔) มาใช้บังคับ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ที่ได้รับอนุมัติให้ไปศึกษาต่อ ฝึกอบรม

ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศทุกประเภททุนต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ไม่มีภาระผูกพันเกี่ยวกับการศึกษา

ฝึกอบรมดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย หรือไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างค้าประกันการศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยของบุคคลอื่น

ทั้งนี้

ยกเว้นกรณีที่เป็นผู้ได้รับอนุมัติให้ไปฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยเป็นระยะเวลาไม่เกิน ๓๐

วัน

(๒) ไม่ขอค่าใช้จ่ายใด ๆ

เพิ่มเติมในส่วนที่ได้รับเงินอุดหนุนจากทุนอื่นแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ภายใต้บังคับข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข คุณสมบัติ การทำสัญญาและการกำหนดจำนวนร้อยละของจำนวนข้าราชการ

เพื่อให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย ณ ต่างประเทศ

ให้นำระเบียบคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรมและดูงาน ณ

ต่างประเทศ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๓] ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง

หรือที่ไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้นำเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการเป็นกรณี ๆ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๓๐

พลตรี จำลอง ศรีเมือง

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑[๔]

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔[๕]

วชิระ/จัดทำ

มีนาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๔/ตอนที่ ๗/หน้า

๕/๑๕ มกราคม ๒๕๓๐

[๒] ข้อ ๑๘ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๑

[๓] ข้อ ๒๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๔

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๙๓/หน้า ๑๗๗/๙ มิถุนายน ๒๕๓๑

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่

๑๕๑/หน้า ๗๒๕/๒๙ สิงหาคม ๒๕๓๔

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน และปฏิบัติการวิจัย พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0c5a4743c1dfd8bf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com