ข้อ ๓ ในกรณีที่มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนปิดไม่ถูกต้องและได้มีการประกาศมูลค่าดังกล่าวไปแล้ว โดยมูลค่าหน่วยลงทุนที่ไม่ถูกต้องต่างจากมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้องตั้งแต่หนึ่งสตางค์ขึ้นไปและคิดเป็นอัตราตั้งแต่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้อง ให้บริษัทจัดการคํานวณมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการพบว่ามูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถูกต้องจนถึงวันที่มูลค่าหน่วยลงทุนถูกต้อง และดําเนินการ ดังต่อไปนี้เฉพาะวันที่มูลค่าหน่วยลงทุนที่ไม่ถูกต้องต่างจากมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้องตั้งแต่หนึ่งสตางค์ขึ้นไปและคิดเป็นอัตราส่วนตั้งแต่ร้อยละ 0.5 ของมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้อง
(1) จัดทํารายงานการแก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลังให้เสร็จสิ้นภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการพบว่ามูลค่าหน่วยลงทุนนั้นไม่ถูกต้อง และส่งรายงานดังกล่าวให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ภายในวันทําการถัดจากวันที่คํานวณมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลังเสร็จสิ้น เพื่อให้ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองข้อมูลในรายงานดังกล่าวภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการส่งรายงานให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(ก) มูลค่าหน่วยลงทุนที่ไม่ถูกต้อง
(ข) มูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้อง
(ค) สาเหตุที่ทําให้มูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถูกต้อง
(ง) มาตรการป้องกันเพื่อมิให้มูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ เว้นแต่ในกรณีที่มูลค่าหน่วยลงทุนไม่ถูกต้องมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจควบคุมได้ เช่น ราคาหลักทรัพย์ตามราคาตลาดครั้งสุดท้ายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีสําเนารายงานตาม (1) ไว้ ณ ที่ทําการของบริษัทจัดการเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้
(2) แก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนที่ไม่ถูกต้องให้เป็นมูลค่าหน่วยลงทุนที่ถูกต้องภายในวันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองข้อมูลในรายงานการแก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลัง
(3) ประกาศชื่อกองทุนรวมที่มีการแก้ไขมูลค่าตาม (2) และวัน เดือน ปีที่มีการแก้ไขมูลค่า ตาม (2) ในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับภายในสามวันทําการนับแต่วันที่ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรองข้อมูลในรายงานการแก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนตาม (1) เว้นแต่กองทุนปิดนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้มีการประกาศการแก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนตามระเบียบหรือข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว