法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
97
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

พ.ศ.๒๕๓๐

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๘ (๒)

แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ พ.ศ.๒๕๒๙

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดระเบียบว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน

การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ.๒๕๓๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ.๒๕๑๙ ลงวันที่ ๒๙

กันยายน ๒๕๑๙

(๒) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๒๐

ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๒๐

(๓) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๒๑

ลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๒๑

(๔) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๒๑

ลงวันที่ ๘ มีนาคม ๒๕๒๑

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งรับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“หน่วยงาน” [๒] หมายความว่า หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

และส่วนราชการตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการของกรุงเทพมหานครที่ไม่ต่ำกว่าระดับกอง

“หัวหน้าหน่วยงาน” [๓] หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ผู้อำนวยการกอง

เลขานุการสำนัก ผู้อำนวยการเขต

หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้

“หน่วยการคลัง” [๔] หมายความว่า หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงินการถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน และการเก็บรักษาเงิน ทั้งนี้

ให้รวมถึงฝ่ายการคลัง สำนักงานเลขานุการสำนัก ฝ่ายการคลัง กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ฝ่ายการคลัง สำนักงานเขตฝ่ายบริหารงานทั่วไป

สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ฝ่ายการคลัง สำนักงานเลขานุการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

และให้หมายความรวมถึงฝ่ายหรือกลุ่มงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินการเบิกจ่ายเงิน

การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินด้วย

“หัวหน้าหน่วยการคลัง” [๕] หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินการเบิกจ่ายเงิน

การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน และการเก็บรักษาเงิน ทั้งนี้

ให้รวมถึงหัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักงานเลขานุการสำนัก หัวหน้าฝ่ายการคลัง กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานครหัวหน้าฝ่ายการคลัง สำนักงานเขต หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป

สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานครหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป

สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หัวหน้าฝ่ายการคลัง

สำนักงานเลขานุการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

และให้หมายความรวมถึงหัวหน้าฝ่าย หรือหัวหน้ากลุ่มงาน ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากหัวหน้าหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

ให้ทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มการคลัง ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงินการเบิกจ่ายเงิน

การถอนเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินด้วย

“เจ้าของงบประมาณ” หมายความว่า หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรายจ่าย

ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับหน่วยงานนั้น ๆ โดยเฉพาะ

หรือเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในงบกลางและให้หมายความรวมถึงหน่วยงานที่ทำการเบิกและจ่ายเงินแทนเจ้าของงบประมาณด้วย

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการกรุงเทพมหานคร

“เงินประจำงวด” หมายความว่า

เงินประจำงวดที่เจ้าของงบประมาณได้รับอนุมัติให้เบิกกับหน่วยการคลัง

“อนุมัติฎีกา” หมายความว่า

อนุญาตให้จ่ายเงินจากหน่วยการคลัง

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า

หลักฐานแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันถูกต้องแล้ว

และให้รวมตลอดถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลังด้วย

“ใบสำคัญคู่จ่าย” หมายความว่า

หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการจ่ายเงินหลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้

หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร ทั้งนี้ รวมถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลัง

“เงินยืม” หมายความว่า

เงินที่หน่วยงานจ่ายให้แก่บุคคลใดยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร

หรือปฏิบัติราชการอื่นใดในหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย

เงินทดรองราชการ หรือเงินอื่นใดของกรุงเทพมหานคร

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ

“งบเงินรายรับรายจ่าย” หมายความว่า

งบรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบปีงบประมาณ โดยแสดงรายรับจริงและรายจ่ายจริง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บรรดาแบบพิมพ์ แบบรายงานการเงิน เอกสาร

สมุดบัญชี และทะเบียนต่าง ๆ ที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงินและรายงานทางการเงิน

ตลอดจนวิธีใช้ ให้เป็นไปตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้

จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ

หากเกิดการเสียหายขึ้นผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ระเบียบนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจที่ได้รับจากรัฐบาล

การเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การเบิกเงิน

ให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณ หรือหน่วยงานผู้ทำการเบิกแทนหรือหน่วยงานเจ้าของเงินนอกงบประมาณ

ขอเบิกจากหน่วยการคลัง โดยตั้งฎีกาเบิกเงินตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ฎีกาเบิกเงินมีดังนี้

(๑) ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ

(ยกเว้นเงินเดือนและค่าจ้าง)

(๒) ฎีกาเบิกเงินเดือนและค่าจ้าง

(๓) ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ

(๔) ฎีกาเบิกเงินนอกจาก (๑) (๒)

และ (๓)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๖] การเบิกเงินกับหน่วยการคลังใด

ให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในวงเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติ

เว้นแต่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายในหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ

หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดสาธารณูปโภค

และกรณีการเบิกเงินที่ไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณรายจ่าย

สำหรับการเบิกเงินที่จะต้องโอนไปให้หน่วยการคลังใดเบิกจ่ายเอง

ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่น

หรือหัวหน้าหน่วยงานในหน่วยงานเดียวกัน

หรือหัวหน้างานในสำนักงานเขตเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้ โดยให้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิกเพื่อขอทำความตกลงกับสำนักการคลังก่อนทำการเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายปีใด

ให้วางฎีกาได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของปีนั้นหรือวันทำการสุดท้ายของระยะเวลาของงบประมาณรายจ่ายข้ามปี

ในกรณีที่ได้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

ให้วางฎีกาได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของระยะเวลาการเบิกเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ฎีกาขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยากจำนวนเงินที่ขอเบิกทั้งตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจน

ห้ามขูดลบ หากผิดพลาดก็ให้แก้ไขโดยวิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน

แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้นด้วย

การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาของเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร

ให้ พิมพ์ หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิด คำว่า “ตัวอักษร” หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงินอย่าให้มีช่องว่างที่จะพิมพ์หรือเขียนจำนวนเพิ่มเติมให้สูงขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การตั้งฎีกาเบิกเงินให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย

โดยต้องได้รับการทวงหนี้หรือใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน จึงตั้งฎีกาเบิกเงินได้

ห้ามมิให้หน่วยงานใดเบิกเงินไปเพื่อเตรียมจ่ายล่วงหน้าและรักษาเงินไว้เกินสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเบิกเงินโดยวิธีผัดส่งใบสำคัญ

กระทำได้ภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันรับเงิน

ถ้าการผัดส่งใบสำคัญเกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้หน่วยการคลังจัดการเตือนและให้นำส่งอย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันรับเงิน

เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันแล้วหน่วยงานที่ขอผัดมิได้นำใบสำคัญคู่จ่ายเงินส่งใช้อีก

ให้หน่วยการคลังงดการจ่ายเงินทุกประเภทให้แก่หน่วยงานนั้น จนกว่าหน่วยงานนั้นจะได้นำใบสำคัญคู่จ่ายเงินส่งใช้ที่ผัดส่งไว้ก่อน

จึงทำการเบิกจ่ายให้ต่อไป เว้นแต่การได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานครเป็นการเฉพาะราย

ทั้งนี้ ต้องมีกำหนดไม่เกินหกสิบวัน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานที่เบิกเงินส่งเอกสารแก่หน่วยการคลัง

เพื่อทำการตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) ใบสำคัญประกอบเป็นงบตามรายการในฎีกาพร้อมทั้งการขอผัดส่ง

(๒) ใบสำคัญที่ขอผัดส่งตามข้อ ๑๕

เมื่อได้รับใบสำคัญคูจ่ายมาแล้ว ให้นำส่งหน่วยการคลังพร้อมด้วยเงินเหลือจ่ายและต้องมีรายการแสดงว่าได้ผัดส่งไว้ตามฎีกาที่เท่าใด

ลงวันที่เท่าใด และใบสำคัญที่เท่าใดไว้ด้วยให้ชัดเจน

เมื่อสิ้นเดือนหนึ่ง ๆ

ให้หน่วยการคลังจัดทำงบเดือนแสดงรายการจ่ายเงิน พร้อมทั้งรวบรวมใบสำคัญคู่จ่าย

และเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป

เว้นแต่หน่วยงานใดที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ยกเว้น โดยกำหนดให้ส่งเพียงหน้างบเดือน

สำหรับหลักฐานการจ่ายให้เก็บรักษาไว้ที่หน่วยงานนั้น

จนกว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะตรวจสอบจนแล้วเสร็จก็ได้

หน่วยงานใดที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ส่งเพียงหน้างบเดือนเพื่อตรวจสอบ

ให้หน่วยการคลังจัดส่งสำเนางบเดือนแสดงรายการจ่ายเงิน

พร้อมทั้งรวบรวมใบสำคัญคู่จ่ายและเอกสารอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ส่งให้หน่วยงานตรวจสอบภายในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไปเพื่อตรวจสอบและเมื่อตรวจสอบแล้วให้ส่งคืนหน่วยงานต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๗] การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปีงบประมาณ

ให้นำความในข้อ ๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลมและอยู่ภายในเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นใบสำคัญค้างเบิกไม่เกินสามปี

(๒)

การก่อหนี้ผูกพันต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติในปีนั้น

(๓) การนับวัน เดือน

ปีในใบสำคัญค้างเบิกนั้น ให้ถือวัน เดือน ปีที่ส่งมอบวัตถุแห่งหนี้เป็นสำคัญ

(๔)

ให้ทำการเบิกจ่ายได้เฉพาะหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราว

หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ และหมวดค่าสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด ๆ

โดยปกติให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้น

แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีเดียวกันได้ทัน

ก็ให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดนั้น ๆ ของปีต่อต่อไปตามข้อ ๑๗ หรือให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นของปีถัดไปอีกปีหนึ่ง

ถ้าไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นเพื่อใช้จ่ายตามรายการที่ค้างเบิกให้ดำเนินการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายในหมวดใดหมวดหนึ่งไปตั้งจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นตามรายการและจำนวนเงินที่ค้างเบิกนั้น

แล้วให้ทำการเบิกจ่ายจากหมวดรายจ่ายอื่นได้ แต่การใช้จ่ายนั้นจะต้องไม่เป็นการใช้จ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์

หรือหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และไม่เป็นการก่อหนี้ผูกพันเกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุญาตในปีที่ล่วงมาแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี

ตามข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ ให้แยกฎีกาเบิกเงินต่างหากจากการเบิกเงินตามปกติ

โดยให้เขียนหรือประทับตราหัวฎีกาด้วยตัวแดงให้ชัดเจนว่า “ค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี”

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเบิกเงินที่ได้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

หรือขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ได้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการเบิกเงินงบประมาณรายจ่าย และให้เขียนหรือประทับตราหัวฎีกา

ด้วยตัวแดงให้ชัดเจนว่า “เบิกเหลื่อมปีครบกำหนดจ่าย.............” “ขยายเวลาเบิกเหลื่อมปีครบกำหนดจ่าย.............” พร้อมทั้งกรอกเลขที่ใบขอกันเงินด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การเบิกเงินซึ่งมีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายประจำ

และมีการเรียกเก็บเงินเป็นคราว ๆ หรือค่าใช่จ่ายอื่น ๆ

ตามประเภทที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของงบประมาณได้รับแจ้งให้ชำระหนี้

และให้นำมาเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ได้

การเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร

เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุตร เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

เงินค่าเช่าบ้าน หรือเงินสวัสดิการอื่นใดในลักษณะเดียวกันให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ

เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องชำระเงินให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณดำเนินการตั้งฎีกาเบิกเงินโดยเร็วอย่างช้าต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการ

นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้

เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลอันสมควรให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกชี้แจงประกอบไว้เป็นหลักฐานประกอบฎีกาขอเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๘] ในการเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ

ให้แสดงรายการพัสดุและจำนวนเงินเป็นรายประเภทในฎีกาขอเบิกเงิน

และให้ผู้เบิกรับรองด้านหลังฎีกาว่า

การเบิกเงินตามฎีกาได้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุถูกต้องแล้ว

และมีหนี้สินผูกพันที่ถึงกำหนดหรือใกล้จะถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายเงิน

โดยให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๙] การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

(๑)

เงินค่าเช่าบ้านข้าราชการให้เบิกในหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

และให้มีรายละเอียดแสดงรายชื่อข้าราชการ อัตราเงินเดือน

และจำนวนเงินที่ขอเบิกแต่ละคนแนบไปพร้อมฎีกา

(๒)

การเบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการครั้งแรก

หรือในกรณีที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเช่าบ้านที่ได้รับอนุมัติแล้วให้มีคำขอรับเงินค่าเช่าบ้านแนบฎีกาด้วยหนึ่งฉบับ

(๓) ให้ส่งใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านแนบฎีกาเบิกเงิน

เพื่อประกอบการตรวจสอบ

(๔)

ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งอยู่ในข่ายที่จะเบิกเงินค่าเช่าบ้านได้อยู่แล้วได้รับการแต่งตั้งไปสังกัดหน่วยงานอื่น

แต่มีความจำเป็นต้องเช่าบ้านเดิมอยู่ต่อไปอีก

และได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานครแล้ว ให้เบิกและจ่ายเงินค่าเช่าบ้านได้โดยถือปฏิบัติตาม

(๑) (๒) และ (๓) แต่ทั้งนี้ให้เบิกจ่ายเงินค่าเช่าบ้านได้ไม่เกินสามสิบวัน

นับแต่วันทราบคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕[๑๐] การเบิกเงินในหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

และในลักษณะค่าตอบแทน ให้มีหลักฐานแสดงว่าเงินจำนวนที่ขอเบิกนี้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์และเป็นไปตามกฎหมาย

ข้อบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายงบกลาง

ตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วย วิธีการงบประมาณ

เป็นค่าใช้จ่ายหมวดใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นเงินยืมสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร

หากเป็นระยะเวลาติดต่อคาบเกี่ยวไปถึงปีงบประมาณใหม่จะเบิกเงินล่วงหน้าจากปีงบประมาณปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาในปีงบประมาณใหม่ได้

แต่กรณีจะเป็นประการใดก็ตามต้องไม่เกินหกเดือนของปีงบประมาณใหม่ ในกรณีเช่นนี้

ถึงแม้จะเป็นการจ่ายเงินในปีงบประมาณใหม่ ให้ถือเป็นใบสำคัญคู่จ่ายของเงินที่เบิกจากปีงบประมาณเก่าได้

การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๑๑] หน่วยงานใดก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณโดยการซื้อ

การจ้างหรือการเช่าครั้งหนึ่ง รายหนึ่งเป็นเงินตั้งแต่ห้าหมื่นบาทขึ้นไป

ถ้าเห็นว่าจะเบิกเงินไปชำระหนี้ผูกพันนั้นไม่ทันสิ้นปี

ให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้อีกหกเดือนปฏิทินนับจากวันสิ้นปี

ในกรณีที่ไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน

แต่มีความจำเป็นจะต้องใช้จ่ายเงินนั้นต่อไปอีกให้หน่วยงานขออนุมัติเบิกเงินเหลื่อมปีจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

และเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้วให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การเบิกจ่ายเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินปีงบประมาณถัดไปเว้นแต่มีความจำเป็นต้องขอเบิกจ่ายภายหลังเวลาดังกล่าวให้เสนอขอความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครเป็นกรณีๆ

ไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่หน่วยการคลังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินชำระหนี้ได้ทันในวันสิ้นปีงบประมาณแต่ยังมีฎีกาเบิกจ่ายค้างอยู่

ให้หน่วยการคลังกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ต่อไปอีกไม่เกินหนึ่งเดือนของปีงบประมาณถัดไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณ

ตามข้อ ๒๘ เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานครโดยให้หน่วยงานดำเนินการก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อยสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑[๑๒] การขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีตามข้อ

๒๘

ให้หน่วยงานผู้เบิกยื่นใบขอกันเงินตามแบบและวิธีการที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนดต่อผู้อำนวยการสำนักการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนสิ้นปีอย่างน้อยสามสิบวัน

เว้นแต่จะมีเหตุผลสมควรผู้อำนวยการสำนักการคลังจะอนุญาตให้ขยายเวลายื่นขอกันเงินได้เป็นพิเศษ

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวันทำการสุดท้ายของปีนั้น

ในการยื่นใบขอกันเงินให้แนบสัญญาซื้อสัญญาจ้าง

สัญญาเช่าหรือเอกสารอื่นที่แสดงสภาพหนี้หรือหลักฐานการอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี

หลักฐานดังกล่าวจะใช้ภาพถ่ายหรือสำเนาซึ่งผู้เบิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อรับรองก็ได้

ในกรณีที่ยังมิได้ก่อหนี้ผูกพันและไม่มีหลักฐานการอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปีจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เมื่อหน่วยงานได้ยื่นใบขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว

หากปรากฏว่าก่อหนี้ได้ทันสิ้นปีหรือได้รับอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปีจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว

ให้หน่วยงานนำหลักฐานการก่อหนี้ผูกพันหรือหลักฐานการอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครไปประกอบใบขอกันเงินที่ได้ยื่นไว้แต่ถ้ารายการขอกันเงินดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันสิ้นปี

และไม่ได้รับอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปีจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ให้หน่วยงานแจ้งสำนักการคลังขอตัดรายการภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นปี

การตรวจและอนุมัติฎีกา

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒[๑๓] การตรวจและอนุมัติฎีกา

ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเบิกเงินกับสำนักการคลัง

รวมทั้งเงินนอกงบประมาณ การตรวจฎีกาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการกองตรวจจ่าย

และการอนุมัติฎีกาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักการคลัง

(๒) [๑๔] กรณีเบิกจ่ายเงินกับหน่วยการคลัง รวมทั้งเงินนอกงบประมาณ

การตรวจฎีกาให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยการคลัง

และการอนุมัติฎีกาเป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยการคลังตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้อำนวยการเขต

แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่มีการจ่ายเงินไม่ถูกต้องและไม่สามารถเรียกเงินคืนจากผู้รับเงินได้เต็มจำนวน

หรือหากมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้วไม่ได้เงินคืนเต็มจำนวนที่เบิกไป

ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการในเรื่องนั้นร่วมกันรับผิดชดใช้เงินจนครบ

เว้นแต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้ทักท้วงเป็นหนังสือก่อนแล้ว ให้พ้นความรับผิด

การมอบหมายอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากเกิดความเสียหายขึ้นเพราะการมอบหมายนั้นก็ไม่เป็นเหตุให้ผู้มอบหมายพ้นความรับผิด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓[๑๕] การตรวจฎีกาเบิกเงินงบประมาณ

ให้ตรวจสอบในสาระสำคัญดังต่อไปนี้แล้วจึงเสนอขออนุมัติฎีกา

(๑)

มีลายมือชื่อพร้อมวงเล็บชื่อของผู้เบิกเงินครบถ้วนถูกต้อง

(๒)

มีหนี้สินผูกพันหรือมีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินและถึงกำหนดหรือใกล้ถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายเงินและการก่อหนี้ได้เป็นไปตามกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจ

หรือมีคำรับรองของผู้เบิกตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๒๓ แล้วแต่กรณี

(๓) มีเงินประจำงวดเพียงพอ

ยกเว้นหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดสาธารณูปโภค

มีรายการถูกต้องตรงกับงบประมาณและมีคำสั่งของผู้มีอำนาจอนุมัติโดยชอบแล้ว

(๔) มีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง

การตรวจและขออนุมัติฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณให้ถือปฏิบัติตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การอนุมัติฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ

๓๓ แล้ว

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุมัติฎีกามีเหตุผลสมควรจะอนุมัติฎีกาเป็นจำนวนเงินต่ำกว่าที่ขอเบิกก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕[๑๖] ฎีกาเบิกเงินหรือเอกสารประกอบฎีกาใดไม่ถูกต้องในสาระสำคัญ

ให้ผู้ตรวจฎีกาทักท้วงเป็นหนังสือเพื่อให้ผู้เบิกได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในสามวันทำการนับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับการทักท้วงนั้น

หากไม่สามารถแก้ไขให้ทันตามกำหนดดังกล่าวได้ และเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควร ผู้มีอำนาจอนุมัติฎีกาตามข้อ

๓๒ อาจพิจารณาให้ขยายระยะเวลาการแก้ไขฎีกาดังกล่าวตามที่เห็นสมควรได้

ในกรณีที่ฎีกามีข้อผิดพลาดเล็กน้อยและมิใช่เป็นสาระสำคัญ

หรือมิใช่เป็นจำนวนเงินที่ขอเบิก

ผู้ตรวจฎีกาหรือผู้อนุมัติอาจแก้ไขให้ถูกต้องและแจ้งให้ผู้เบิกทราบหรือแจ้งให้ผู้เบิกเป็นผู้แก้ไขก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การตรวจฎีกาและการอนุมัติฎีกาเป็นค่าซื้อพัสดุหรือค่าจ้างทำของ

ให้ดำเนินการตรวจฎีกาให้เสร็จภายในแปดวันทำการนับแต่วันถัดจากวันรับฎีกา

และให้อนุมัติฎีกาภายในสองวันทำการนับแต่วันถัดจากวันตรวจฎีกาเสร็จ

ในกรณีที่ฎีกามีเหตุทักท้วงให้ดำเนินการตรวจฎีกาให้เสร็จภายในสามวันทำการนับแต่วันถัดจากที่ได้รับคืนฎีกาที่แก้ไขถูกต้องแล้ว

และให้อนุมัติฎีกาภายในสองวันทำการนับแต่วันถัดจากวันตรวจฎีกาที่แก้ไขเสร็จ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในกรณีฎีกาเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ

ถ้าผู้ตรวจฎีการายงานว่าการเบิกเงินนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่ง แต่ผู้อนุมัติฎีกาเห็นว่าเจ้าของงบประมาณมีข้อผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้

และมีเงินประจำงวดเหลือพอที่จะเบิกจ่ายได้และมีรายการถูกต้อง

ให้รายงานข้อบกพร่องต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาสั่งการก่อนอนุมัติฎีกาแล้วแจ้งให้เจ้าของงบประมาณทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘[๑๗] การถอนเงินฝากตามข้อ

๗๗ ให้เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานครกับผู้อำนวยการสำนักการคลัง

หรือผู้อำนวยการสำนักกับเลขานุการสำนักหรือผู้อำนวยการกองคลัง

หรือผู้อำนวยการเขตกับหัวหน้าฝ่ายการคลังของสำนักงานเขต แล้วแต่กรณี

ลงชื่อถอนร่วมกัน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ใบสำคัญคู่จ่ายสูญหาย

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหายให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบสำคัญรับเงินสูญหายหรือไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม

(๑) ได้

ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผลพฤติการณ์ที่ใบสำคัญคู่จ่ายสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้

พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำใบสำคัญคู่จ่ายมาเบิกจ่ายและถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก

เสนอต่อผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร หัวหน้าสำนักงาน คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาดังกล่าวแล้วก็ให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้

กรณีการใช้หลักฐานอื่นประกอบการเบิกจ่าย

นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้เสนอขออนุมัติปลัดกรุงเทพมหานครเป็นราย

ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เงินที่ขอเบิกจากหน่วยการคลังเพื่อการใด

เมื่อได้รับมาแล้วให้นำไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้น จะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นมิได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑[๑๘] การก่อให้เกิดหนี้และการจ่ายเงินให้กระทำได้ภายในวงเงินงบประมาณประจำปีและภายในระยะเวลาของปีงบประมาณนั้น

เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นและต้องได้รับเงินประจำงวดตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การสั่งก่อหนี้และการอนุมัติจ่ายเงินทุกกรณีให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง

และภายในวงเงินตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการพัสดุ

ในเรื่องการสั่งซื้อ หรือสั่งจ้างนอกจากวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ

เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

กรณีการก่อให้เกิดหนี้และการจ่ายเงินในหมวดเงินอุดหนุน

ที่หน่วยงานเจ้าของงบประมาณมิได้ดำเนินการเอง

แต่มีลักษณะเป็นเงินอุดหนุนแก่ส่วนราชการ

หรือองค์การหรือกรณีที่กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ

ให้ขอรับอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อหน่วยงานที่ได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานคร

แยกไปทำการรับจ่ายและรักษาเงินได้รับใบแจ้งหนี้

หรือทำรายการคำนวณเงินค่าแรงงานแล้ว ให้จัดแยกประเภทการจ่ายส่งหน่วยการคลังเพื่อตรวจสอบแล้วจึงนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงิน

ตามข้อ ๔๑ แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ เมื่อผู้มีอำนาจได้อนุมัติฎีกาแล้ว

ให้หน่วยการคลังการเงินให้กับคณะกรรมการรับส่งเงินตามข้อ ๗๙ หรือเจ้าหนี้โดยตรง

แล้วแต่กรณี ในเวลาที่มาขอรับเงินโดยเร็ว และเพื่อความเรียบร้อยในการปิดบัญชีประจำปี

ให้หัวหน้าหน่วยการคลังจัดให้เจ้าหนี้มารับชำระเงินก่อนวันสิ้นปี และให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) [๑๙] การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนตั้งแต่ ๕,๐๐๐

บาทขึ้นไป ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก

และขีดคร่อมทั่วไปโดยระบุข้อความห้ามเปลี่ยนมือว่า “A/C Payee Only” ด้วย

เว้นแต่การจ่ายเงินนั้นได้เบิกเงินจากบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีอื่นใด

ซึ่งไม่อาจสั่งจ่ายเป็นเช็คได้

หัวหน้าหน่วยการคลังอาจพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินสดก็ได้ ทั้งนี้ต้องไม่เกินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท

(๒) การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนต่ำกว่า

๕,๐๐๐ บาท จะจ่ายเป็นเงินสดหรือออกเป็นเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

และขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก

(๓) ในกรณีสั่งจ่ายเพื่อขอรับเงินสดมาจ่ายให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับส่งเงินของหน่วยงานและขีดฆ่าคำว่า

“หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ห้ามมิให้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

(๔) การเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษรให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดคำว่า

“บาท” หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงิน

อย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้

(๕) [๒๐]

กรณีที่หน่วยการคลังจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินเป็นแคชเชียร์เช็ค

ให้หน่วยการคลังสามารถเบิกจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการใช้แคชเชียร์เช็คได้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

และในกรณีที่เป็นใบสำคัญคู่จ่าย ให้หัวหน้าหน่วยการคลัง หรือผู้อำนวยการเขต

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงชื่อรับรองความถูกต้องพร้อมทั้งประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” และลงวัน เดือน ปี กำกับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ หลักฐานการจ่ายต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยาก

และให้หน่วยการคลังเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี นับจากวันสิ้นปีนั้น

ห้ามมิให้แก้ไขหลักฐานการจ่าย

เว้นแต่กรณีจำเป็นให้ใช้วิธีขีดฆ่าและพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยาก

กรณีหลักฐานการจ่ายเป็นใบสำคัญคู่จ่าย

ให้ผู้รับเงินหรือผู้ออกใบสำคัญลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยทุกแห่ง หากหลักฐานการจ่ายเป็นสมุดหรือทะเบียน

ให้ผู้รับเงินและผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน

ต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและสถานที่อยู่

หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปีที่รับเงิน

(๓) ชื่อผู้รับเงิน

(๔) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๕) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษรซึ่งตรงกัน

(๖) ลายมือชื่อผู้รับเงิน

ถ้าผู้รับลงลายมือชื่อไม่ได้ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ

ห้ามมิให้ใช้แกงได หรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นแทนการลงลายมือชื่อ

ใบเสร็จรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศ

ให้มีคำแปลเป็นภาษาไทยให้ได้ความตามรายการในวรรคหนึ่ง

ในกรณีที่ใบเสร็จรับเงินที่ไม่อาจปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้ได้

ให้มีคำชี้แจงประกอบไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในการจ่ายเงินต้องปฏิบัติดังนี้

(๑) เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินทุกราย

เช่น ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงิน

เว้นแต่จะได้ลงชื่อรับเงินในทะเบียนจ่ายเงินเดือน หรือเงินอื่นไว้อีกทางหนึ่งแล้ว

(๒) การจ่ายเงินดังต่อไปนี้

ผู้จ่ายอาจทำใบรับรองการจ่ายเงินได้

ก. การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ

เป็นจำนวนไม่เกิน ๑๐๐ บาท

ข. การจ่ายเงินเป็นค่ารถหรือเรือนั่งรับจ้าง

ค. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ

รถยนต์ประจำทาง หรือเรือยนต์ประจำทาง

ง. การจ่ายเงินค่าไปรษณียากร

ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยแสดงจำนวนและเลขที่ของหนังสือหรือไปรษณียภัณฑ์ที่ส่ง

และจำนวนเงินค่าไปรษณียากรที่จ่าย

(๓) การจ่ายเงินรายใด ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ชำระเงินได้และมีจำนวนเงินไม่เกิน

๑,๐๐๐ บาท ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายโดยให้บันทึกชี้แจงเหตุที่ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินได้

นำเสนอผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครแล้วแต่กรณี

เพื่ออนุมัติ หากจำนวนเงินเกิน ๑,๐๐๐ บาท ให้นำเสนอปลัดกรุงเทพมหานคร เพื่ออนุมัติ

(๔) การจ่ายเงินเป็นค่าแรงงานจ้างเหมา

ไม่ว่าจะเบิกจ่ายจากงบประมาณหมวดใดหรือเงินอื่นใดของกรุงเทพมหานคร ต้องมีรายงานรับรองของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบว่าผู้รับจ้างได้กระทำการไปแล้วเพียงใด

ประกอบการเบิกจ่ายเงินทุกครั้ง

สำหรับการจ่ายเงินเป็นค่าก่อสร้างปรับปรุงต่าง

ๆ ไม่ว่าจะเบิกจ่ายจากงบประมาณหมวดใด หรือเงินอื่นใดของกรุงเทพมหานคร

ต้องมีรายงานรับรองผลงานของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานว่าผู้รับจ้างได้กระทำการนั้น ๆ

ไปแล้วเพียงใด ประกอบการเบิกจ่ายเงินทุกครั้ง

(๕) ห้ามมิให้เรียกใบสำคัญคู่จ่ายเงินจากเจ้าหนี้

หรือผู้รับเงินก่อนการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘[๒๑] การเบิกจ่ายเงินในหมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

ในลักษณะค่าใช้สอยให้ทำการเบิกจ่ายได้ตามงบประมาณที่ได้รับอนุญาต

เว้นแต่การเบิกจ่ายเป็นค่าบำรุงรักษา ซ่อมแซมถนน สะพาน หรือพัสดุ

แม้จะได้มีงบประมาณที่ได้รับอนุญาตไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

หรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แต่มิได้จำแนกรายละเอียดไว้ หากวงเงินเกิน

๕,๐๐๐ บาท ต้องทำประมาณการรายละเอียด

เพื่อให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยการพัสดุอนุมัติเสียก่อน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ประมาณการรายละเอียดที่ต้องจัดทำประกอบในการก่อหนี้ตามความในข้อ

๔๘ ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือวิศวกรเป็นผู้ลงนาม โดยให้มีรายการอย่างน้อยดังนี้

(๑) ประเภทงานที่จัดทำ

ต้องแสดงจำนวนประเภทวัสดุที่ใช้ในการดำเนินการรวมทั้งค่าแรงงาน

(๒) จำนวนเงินงบประมาณที่อนุมัติ

(๓) จำนวนเงินที่ประมาณว่าจะต้องจ่าย

(๔) รายการอื่น ๆ

ที่ควรชี้แจงประกอบการพิจารณา

97 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน พ.ศ. 2530 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0cd5ba2ba7f0406c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com