ข้อ ๘ เพื่อความรวดเร็วและให้จำเลยได้รับความคุ้มครองในสิทธิที่จะได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๐๖ และมาตรา ๑๑๙ ทวิ ให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาโดยทางโทรสารดังนี้
๘.๑ เมื่อศาลชั้นต้นได้รับคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกา หรือคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๖ หรือมาตรา ๑๑๙ ทวิ ให้รีบส่งสำเนาคำร้องดังกล่าวพร้อมสำเนาย่อสำนวนความเท่าที่จำเป็นไปยังศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี โดยทางโทรสารในวันเดียวกันกับวันที่ยื่นคำร้องหรืออย่างช้าที่สุดในวันทำการรุ่งขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่สำนวนความได้ส่งมายังศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว ให้รีบส่งมาเฉพาะคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยระบุรหัสตามที่ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้แจ้งให้แต่ละศาลทราบ พร้อมลงลายมือชื่อ ระบุชื่อและตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในต้นฉบับเอกสารทุกแผ่นที่ส่งทางโทรสาร ส่วนต้นฉบับให้รีบส่งมาภายหลังโดยเร็ว โดยให้ระบุในหนังสือนำส่งว่าได้ส่งโทรสารเมื่อวันใดด้วย
ย่อสำนวนความที่ส่งโทรสารไปยังศาลชั้นอุทธรณ์ อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้
(๑) สำเนาคำร้องขอฝากขังในกรณีที่คดีอยู่ในชั้นฝากขัง
(๒) สำเนาคำฟ้องและคำพยานโจทก์ปากสำคัญในกรณีที่คดีอยู่ในชั้นพิจารณา
(๓) สำเนาคำพิพากษา เฉพาะแผ่นแรกที่มีชื่อโจทก์จำเลย ส่วนที่อ้างถึงคำขอท้ายฟ้องและส่วนที่เป็นคำวินิจฉัย
(๔) จำเลยหรือผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวมาก่อนหรือไม่ ราคาประกันเท่าใด
(๕) คำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการหรือโจทก์
(๖) พฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีอื่นใดอันจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาสั่งคำร้อง เช่น จำเลยน่าจะหลบหนีหรือไม่ มีภัยอันตรายหรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวหรือไม่เพียงใด
ส่วนย่อสำนวนความที่ส่งโทรสารไปยังศาลฎีกา อย่างน้อยต้องมีรายการเช่นเดียวกับวรรคก่อน (๓) (๔) (๕) และ (๖)
เมื่อศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาทำคำสั่งเสร็จแล้ว ให้โทรศัพท์แจ้งศาลชั้นต้นให้คอยรับโทรสารซึ่งเป็นสำเนาคำสั่งและสำเนารายงานของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา
เมื่อศาลชั้นต้นได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้ได้รับมอบหมายจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเป็นผู้รับโทรสารคำสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกา พร้อมสำเนารายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาที่แจ้งว่าจะส่งต้นฉบับคำสั่งคำร้องของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกามาภายหลัง เมื่อได้รับโทรสารแล้วให้ผู้รับโทรสารรีบติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของรหัสบนคำสั่งคำร้องของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาและผลของคำสั่งทันที หลังจากตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้ผู้รับลงลายมือชื่อ ระบุชื่อและตำแหน่งกำกับไว้ในเอกสารที่ได้รับโทรสารจากศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาทุกแผ่นด้วย ในกรณีที่ผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับโทรสารให้รายงานให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลทราบ
ให้ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งที่ได้รับทางโทรสารให้จำเลยหรือผู้ขอประกันฟังในวันที่ได้รับโทรสารหรืออย่างช้าในวันทำการรุ่งขึ้น และดำเนินการไปตามคำสั่งศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาโดยด่วน ถ้าจะต้องอ่านในวันทำการรุ่งขึ้น ให้ผู้รับโทรสารเก็บคำสั่งและรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาที่ส่งมาทางโทรสาร ใส่ซองปิดผนึกและลงลายมือชื่อคาบซองผนึกไว้
๘.๒ ในกรณีศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครมีข้อขัดข้องไม่อาจดำเนินการดังระบุไว้ในข้อ ๘.๑ หรือเห็นว่าสามารถดำเนินการได้รวดเร็วกว่าข้อ ๘.๑ ให้ดำเนินการโดยให้ส่งคำร้องหรืออุทธรณ์คำสั่งและสำนวนความที่ต้องใช้พิจารณาในการของปล่อยชั่วคราวใส่ซองปิดผนึกระบุหน้าซองให้ชัดเจนว่าเป็นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกา แล้วนำส่งศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาในวันเดียวกันหรืออย่างช้าในวันทำการรุ่งขึ้น เว้นแต่กรณีที่สำนวนความได้ส่งมายังศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว ให้รีบส่งมาเฉพาะคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
เมื่อได้รับซองคำสั่งของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว ให้ศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครอ่านคำสั่งของศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาดังกล่าวให้จำเลยหรือผู้ขอประกันฟังในวันที่ได้รับซองคำสั่งหรือในวันทำการรุ่งขึ้น และดำเนินการตามคำสั่งศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกาโดยด่วน