法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแล การประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนช. 6/2561

เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกํากับดูแล

การประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

เพื่อกํากับดูแลการให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกํากับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และคุ้มครองผู้ใช้บริการ

ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดหลักเกณฑ์การกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ โดยกําหนดกรอบหลักการในการกํากับดูแลเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจให้ความสําคัญในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1) ด้านฐานะทางการเงิน ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเพียงพอต่อการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

2) ด้านธรรมาภิบาล ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีการบริหารจัดการกิจการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี และดูแลให้มีการควบคุมภายในอย่างเหมาะสม

3) ด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย ผู้ประกอบธุรกิจต้องบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจได้อย่างเหมาะสม

4) ด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้ผู้ใช้บริการได้รับความเป็นธรรมในการให้บริการ มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการเพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้ตรงตามความต้องการ เก็บรักษาข้อมูลความลับของผู้ใช้บริการ และมีการบริหารจัดการข้อร้องเรียนอย่างเหมาะสม

นอกจากกรอบหลักการในการกํากับดูแลดังกล่าวข้างต้น ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความสําคัญกับหลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่มีความเท่าเทียมกัน เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและประสิทธิภาพของผู้ประกอบธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ สามารถเข้ามาประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแต่ละประเภทเพิ่มเติมจากการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั่วไปในการกํากับดูแลตามประกาศฉบับนี้ด้วย

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์ทั่วไปในการกํากับดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ตามความในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

อื่นๆ - 4. เนื้อหา

4.1 นิยาม

ในประกาศฉบับนี้

"ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ" หมายความว่า ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน

"ผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการ" หมายความว่า

(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

(2) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการหรือกรรมการหรือการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบายหรือการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

"สถาบันการเงิน" หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ " หมายความว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

"รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

“ธปท." หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

4.2 หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกํากับดูแล

ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

4.2.1 ด้านฐานะทางการเงิน

เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมีความน่าเชื่อถือมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเพียงพอต่อการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉินผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าที่กําหนดตามประกาศ ธปท.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(2) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น

(3) ห้ามลดทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ธปท.

(4) การเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ให้แจ้ง ธปท. ทราบเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้จดทะเบียนเพิ่มทุน

สําหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ขึ้นทะเบียนกับ ธปท. ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ (1) (3) และ (4)

4.2.2 ด้านธรรมาภิบาล

เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมีระบบการบริหารจัดการกิจการ และการควบคุมภายในที่ดี มีโครงสร้างองค์กรที่มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลอํานาจ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกําหนด มีการกําหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการ และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างชัดเจนเหมาะสม

(1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1.1) ประกอบธุรกิจโดยปฏิบัติตามแผน นโยบาย มาตรการ และระบบต่าง ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี หรือที่ได้แจ้งไว้กับ ธปท.

(1.2) ดูแลและสอบทานให้กรรมการและผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงินและประกาศ ธปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(1.3) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย

ในกรณีมีเหตุให้กรรมการดังกล่าวพันจากตําแหน่ง จนเป็นเหตุให้ไม่มีกรรมการที่มีคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติดังกล่าวภายใน 45 วัน นับแต่วันที่พ้นจากตําแหน่ง

(1.4) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการของนิติบุคคล ให้แจ้ง ธปท. ทราบเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องตรวจสอบและรับรองคุณสมบัติของบุคคลที่เป็นกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการของนิติบุคคลว่ามีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงินและหลักเกณฑ์ที่ ธปท. ประกาศกําหนด ตามแบบหนังสือรับรองแนบท้ายประกาศ ธปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(1.5) จัดโครงสร้างองค์กรให้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้ชัดเจน

(2) กรรมการและผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

(2.1) ดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้มีนโยบายและระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพรองรับความเสี่ยงที่สําคัญและกลยุทธ์ในการให้บริการ และมีการทบทวนนโยบายและระบบบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ําเสมอหรือทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สําคัญหรือมีการเปลี่ยนแปลงที่อาจส่งผลกระทบต่อการให้บริการอย่างมีนัยสําคัญ

(2.2) ดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้มีระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพครอบคลุมธุรกรรมต่าง ๆ ของการให้บริการการชําระเงินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎ และคําสั่งของ ธปท. และของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(2.3) ดูแลการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้มีระบบการรายงานการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย กฎ และคําสั่งของ ธปท. และของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ระเบียบหรือข้อบังคับภายในของกิจการเอง เพื่อให้กรรมการและฝ่ายจัดการสามารถติดตามหรือแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจอย่างมีนัยสําคัญ

(2.4) ดูแลให้มีการจัดทําและเก็บรักษาบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานที่แท้จริงของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(3) การควบคุมภายใน

ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดีมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องครอบคลุมในเรื่อง ดังต่อไปนี้

(3.1) จัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการควบคุมภายในและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกํากับดูแล ควบคุม และตรวจสอบการดําเนินงานที่เหมาะสม รวมถึงมีสายการบังคับบัญชาและการรายงานที่ชัดเจน เพื่อให้มีการสอบทานและถ่วงดุลอํานาจอย่างเหมาะสม

(3.2) จัดให้มีกระบวนการและแนวทางปฏิบัติในการควบคุมภายในซึ่งครอบคลุมถึงการตรวจสอบรายการผิดปกติ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือการทุจริตในการปฏิบัติงาน หรือการบริหารความเสี่ยงที่ไม่เหมาะสมและรัดกุมเพียงพอ หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ หรือข้อบังคับภายในของกิจการ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(3.3) จัดให้มีบุคลากรหรือหน่วยงานในการทําหน้าที่กํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ด้วยความเรียบร้อย

(3.4) จัดให้มีการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจัดทํารายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมส่งสําเนาผลการตรวจสอบให้ธปท. เป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ทําการตรวจสอบแล้วเสร็จ โดยผู้ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าว จะต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ทําหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง

ทั้งนี้ ในกรณีที่ ธปท. เห็นว่าผลการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่ ธปท.เห็นว่าจําเป็นหรือสมควร ธปท. อาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายนอกดําเนินการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบให้ ธปท. ทราบ

4.2.3 ด้านการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัย

ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับรูปแบบการประกอบธุรกิจ โดยกระบวนการหรือระบบบริหารความเสี่ยงต้องสามารถระบุ ประเมิน ติดตามควบคุมหรือลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งอย่างน้อยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) กําหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงในการให้บริการการชําระเงินอย่างชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ ขนาด ปริมาณธุรกรรม และความซับซ้อนของการให้บริการ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งต้องมีการกําหนดแนวทาง วิธีการ ผู้รับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง ประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางและวิธีการที่กําหนด และต้องรายงานผลการปฏิบัติดังกล่าวให้คณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการ หรือผู้บริหารที่ได้รับมอบหมายทราบภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

(2) จัดให้มีแนวทางการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business ContinuityManagement: BCM) และแผนรองรับการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อรองรับกรณีการเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ผิดปกติ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับประเภทและความซับซ้อนของการประกอบธุรกิจเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

(3) จัดให้มีระบบงานที่สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้

(4) การบริหารความเสี่ยงด้านระบบสารสนเทศ

(4.1) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประกาศ ธปท. ว่าด้วยนโยบายและมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ เพื่อให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมีมาตรฐานในการบริหารความเสี่ยงด้านระบบสารสนเทศ มีความมั่นคงปลอดภัย (Security) มีความถูกต้องเชื่อถือได้ (Integrity) และมีความพร้อมในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง (Availability)

(4.2) จัดให้มีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และจัดทํารายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมส่งสําเนาผลการตรวจสอบให้ธปท. เป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ภายใน 45 วันนับแต่วันที่ทําการตรวจสอบแล้วเสร็จ โดยผู้ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบดังกล่าวจะต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ทําหน้าที่ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ

ทั้งนี้ ในกรณีที่ ธปท. เห็นว่าผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ มีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีข้อความคลุมเครือไม่ชัดเจน หรือในกรณีที่ ธปท. เห็นว่าจําเป็นหรือสมควร ธปท. อาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแต่งตั้งผู้ตรวจสอบภายนอกดําเนินการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบให้ ธปท. ทราบ

(5) การใช้บริการจากบุคคลภายนอก

กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับให้ผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่น (Outsourcing) มาดําเนินการแทนในงานระบบสารสนเทศ รวมถึงงานที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับยังคงมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการในการให้บริการที่ต่อเนื่อง ปลอดภัยน่าเชื่อถือ และความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เสมือนกับเป็นการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจเองโดยผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้

(5.1) จัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งการคัดเลือก ติดตามประเมินผล และตรวจสอบการให้บริการของผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นอย่างเหมาะสม โดยประเมินความเสี่ยงของการใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นอย่างสม่ําเสมอ

ทั้งนี้ ในการประเมินความเสี่ยง ควรครอบคลุมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) และผลกระทบต่อระบบงานที่สําคัญของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(5.2) จัดให้มีการทําสัญญาการใช้บริการ ซึ่งระบุสิทธิของผู้ตรวจสอบภายใน ผู้ตรวจสอบภายนอก และ ธปท. ในการเข้าตรวจสอบการดําเนินงานและการควบคุมภายในของผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับนั้นได้

(5.3) จัดให้มีแผนรองรับการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan) หรือแผนฉุกเฉินด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Disaster Recovery Plan) ที่ครอบคลุมถึงการใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่น รวมทั้งต้องมีการทดสอบและทบทวนการปฏิบัติตามแผนอย่างสม่ําเสมอ เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้จริง

(5.4) กรณีที่มีการเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นหรือบุคคลอื่นในต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผล หรือการดําเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูล ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องมีการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการในต่างประเทศนั้น เช่น ความเสี่ยงจากการไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลอันเนื่องมาจากการขัดข้องหรือการปิดกั้นเครือข่ายสื่อสารหรือระบบสื่อสารระหว่างประเทศ (Information Access Risk) และความเสี่ยงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของต่างประเทศ (Cross- border Compliance) และจัดให้มีแผนรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

(6) การแต่งตั้งตัวแทน

กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมีการแต่งตั้งตัวแทน (Agent) ให้ดําเนินการแทนในการให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของประกาศ รปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ซึ่งมีหลักการให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการเสมือนกับการให้บริการโดยผู้ประกอบธุรกิจเอง

(7) การเปลี่ยนแปลงการดําเนินงาน

กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับได้เปลี่ยนแปลงการดําเนินงานไปจากที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน หรือที่เคยขออนุญาตเพิ่มเติมหรือเคยแจ้งให้ธปท. ทราบ แล้วแต่กรณี ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับดําเนินการ ดังนี้

(7.1) การย้ายสํานักงานใหญ่ ให้ยื่นขออนุญาตเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนดต่อ ปท. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนเริ่มดําเนินการ

(7.2) กรณีดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้ ธปท. ทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด

(7.2.1) ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดําเนินการ กรณีการเพิ่มยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการให้บริการแตกต่างจากที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนไว้แล้วแต่กรณี โดยให้ส่งข้อมูลรายละเอียดของการเพิ่ม ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และประเมินผลกระทบด้านระบบสารสนเทศตามแบบประเมินแนบท้ายประกาศฉบับนี้ (เอกสารแนบ 1)

(7.2.2) ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดําเนินการ กรณีการเปลี่ยนแปลงระบบสารสนเทศอย่างมีสาระสําคัญ หรือมีผลกระทบต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบให้บริการ ให้แจ้ง ธปท. ทราบ โดยแสดงแผนภาพของระบบสารสนเทศ และระบุส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงสําคัญจากที่เคยได้รับอนุญาตบนแผนภาพให้ชัดเจน และประเมินผลกระทบด้านระบบสารสนเทศตามแบบประเมินแนบท้ายประกาศฉบับนี้ (เอกสารแนบ 1)

(7.2.3) ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเริ่มดําเนินการ กรณีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล

ทั้งนี้ ในกรณีตามข้อ (7.2.1) และ (7.2.2) ธปท. อาจให้ผู้ประกอบธุรกิจส่งข้อมูลเพิ่มเติม หรือทักท้วง หรือกําหนดหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับปฏิบัติตามความเหมาะสมก่อนเริ่มดําเนินการด้วยก็ได้ โดยในการดําเนินการดังกล่าว ธปท. จะแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับทราบ

(7.3) จัดทําสรุปรายงานการเปิดสํานักงานสาขาแห่งใหม่ การย้าย หรือการปิดสํานักงานสาขาที่ให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับเป็นรายไตรมาส พร้อมส่งให้ ธปท. ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นไตรมาส ตามแบบรายงานแนบท้ายประกาศฉบับนี้ (เอกสารแนบ 2) ทั้งนี้ สํานักงานสาขาไม่รวมถึงจุดให้บริการชั่วคราว หรือสํานักงานหรือจุดให้บริการของตัวแทนที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแต่งตั้ง โดยการรายงานให้เริ่มตั้งแต่ใตรมาสแรกที่ได้เริ่มประกอบธุรกิจ

(7.4) กรณีดังต่อไปนี้ ให้แจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้า

(7.4.1) ไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเริ่มดําเนินการ กรณีการเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล

(7.4.2) ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดําเนินการ กรณีย้าย หรือปิดสํานักงานสาขา

การแจ้งผู้ใช้บริการให้ดําเนินการอย่างน้อย 2. ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการหรือจุดให้บริการของตัวแทนแต่ละแห่งที่ให้บริการก็ได้

(8) กรณีหยุดให้บริการชั่วคราว หรือเกิดปัญหาหรือความบกพร่องในการให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(8.1) กรณีหยุดให้บริการชั่วคราวอันเกิดจากการเตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่น การปิดปรับปรุงระบบงนสําคัญที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง การปิดปรับปรุงพื้นที่สํานักงาน

(8.1.1) แจ้ง ธปท. ทราบเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดําเนินการ

(8.1.2) แจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนเริ่มดําเนินการ อย่างน้อย 2 ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการหรือจุดให้บริการของตัวแทนแต่ละแห่งที่ให้บริการก็ได้

(8.2) กรณีหยุดให้บริการชั่วคราวซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง ที่ไม่ได้มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า

(8.2.1) แจ้งฝ่ายนโยบายระบบการชําระเงิน ธปท. เป็นหนังสือหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนดโดยเร็วนับแต่เวลาที่หยุดให้บริการชั่วคราว

(8.2.2) แจ้งผู้ใช้บริการทราบโดยเร็วนับแต่เวลาที่หยุดให้บริการชั่วคราว โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการหรือจุดให้บริการของตัวแทนแต่ละแห่งที่ให้บริการก็ได้

(8.3) กรณีที่เกิดปัญหา หรือความบกพร่องในการให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้แจ้งให้ รปท. ทราบเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนดโดยเร็ว

(9) การหยุดประกอบธุรกิจหรือไม่ประกอบธุรกิจตามปกติ

เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับหยุดประกอบธุรกิจหรือไม่ดําเนินธุรกิจตามปกติเป็นระยะเวลาเกินกว่า 2 ปี รัฐมนตรีมีอํานาจเพิกถอนการอนุญาตหรือ ธปท. มีอํานาจเพิกถอนการขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับนั้นได้

(10) การรายงานและส่งงบการเงินต่อ ธปท.

(10.1) ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องจัดทํางบการเงินที่แสดงฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงาน และจัดส่งให้ ธปท. โดยเริ่มตั้งแต่งวดแรกที่ได้เริ่มประกอบธุรกิจ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(10.1.1) งวดบัญชีในรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกของมีบัญชีให้จัดส่งงบการเงินงวด 6 เดือนแรกของปีบัญชี ให้ ธปท. ภายใน 45 วันนับแต่วันสิ้นงวด

(10.1.2) งวดประจําปีบัญชี ให้จัดส่งงบการเงินประจําปีที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ให้ ธปท. ภายใน 90 วันนับแต่วันสิ้นงวด

(10.2) รายงานรายชื่อผู้ถือหุ้นและสัดส่วนการถือหุ้น 10 อันดับแรกโดยรวมถึงสัญชาติผู้ถือหุ้น ให้ ธปท. พร้อมกับการส่งงบการเงินงวดประจําปีบัญชี

สําหรับรัฐวิสาหกิจให้ส่งงบการเงินที่แสดงฐานะทางการเงินและผลการดําเนินงานให้ บ่ท. ภายใน 45 วันนับแต่วันที่สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินเห็นชอบงบการเงินตามข้อ (10.1.1) และ ( 10.1.2) พร้อมรายงานรายชื่อผู้ถือหุ้นตามข้อ (10.2)

4.2.4 ด้านการคุ้มครองผู้ใช้บริการ

เพื่อดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเพียงพอต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการได้ตรงตามความต้องการ เก็บรักษาข้อมูลความลับของผู้ใช้บริการ และบริหารจัดการข้อร้องเรียนได้อย่างเหมาะสมผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) กําหนดข้อตกลงในการให้บริการไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเปิดเผยให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างชัดเจน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

(1.1) สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับและผู้ใช้บริการ ทั้งในกรณีปกติและกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน

(1.2) หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีปฏิบัติในการให้บริการ

(1.3) ความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk) ที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการ (ถ้ามี)

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมีหน้าที่ติดตามดูแลให้ผู้ใช้บริการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่กําหนด และกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งทําให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงจะมีผลใช้บังคับ โดยประกาศไว้ณ สถานที่ทําการทุกแห่ง หรือด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้

(2) ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ โดยต้องดําเนินการ ดังนี้

(2.1) กําหนดนโยบายในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการการกําหนดชั้นความลับในการเข้าถึงข้อมูล และการระบุตัวบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว พร้อมทั้งจัดให้มีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ถูกต้องเชื่อถือได้และป้องกันผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลที่เก็บรักษา

(2.2) รักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านั้นตลอดระยะเวลาการใช้บริการและภายหลังที่เลิกใช้บริการแล้ว เว้นแต่เป็นการเปิดเผย ในกรณีดังต่อไปนี้

(2.2.1) การเปิดเผยโดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือหรือวิธีการอื่นใดทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับกําหนดจากผู้ใช้บริการ

(2.2.2) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนหรือการพิจารณาคดี

(2.2.3) การเปิดเผยแก่ผู้สอบบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

(2.2.4) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย

(2.2.5) การเปิดเผยเพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลระบบการชําระเงินของ ธปท.

(3) ดําเนินการให้มีการเปิดเผยค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้

(3.1) เปิดเผยรายละเอียดของค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการโดยประกาศไว้ ณ สถานที่ทําการทุกแห่ง หรือด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้ใช้บริการสามารถหารายได้ ทั้งนี้ ในการกําหนดค่าธรรมเนียม ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องคํานึงถึงความเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการด้วย

(3.2) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับจะต้องประกาศรายละเอียดไว้ ณ สถานที่ทําการทุกแห่ง หรือด้วยวิธีการอื่นใดให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้ โดยในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่ทําให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงจะมีผลใช้บังคับ

(3.3) จัดส่งประกาศค่าธรรมเนียมให้ ธปท. ทราบโดยเร็วด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนดนับแต่วันที่เริ่มประกอบธุรกิจและทุก ๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

(4) ดําเนินการเมื่อมีการร้องเรียนหรือมีข้อโต้แย้งจากผู้ใช้บริการ รวมทั้งกําหนดกรอบเวลาเพื่อหาข้อยุติ ดังนี้

(4.1) จัดให้มีช่องทางและวิธีการสําหรับการรับข้อร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ โดยอย่างน้อยต้องจัดให้มีหมายเลขโทรศัพท์และที่อยู่สํานักงานหรือที่อยู่สําหรับติดต่อทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถติดต่อได้

(4.2) กําหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับขั้นตอนการดําเนินการและกรอบระยะเวลาเพื่อหาข้อยุติเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งจัดอบรมวิธีปฏิบัติดังกล่าวให้บุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องดําเนินการตรวจสอบและแจ้งความคืบหน้ารวมทั้งขี้แจงขั้นตอนการดําเนินการ พร้อมทั้งแจ้งกําหนดเวลาในการแก้ไขข้อร้องเรียนให้ผู้ร้องเรียนทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการร้องเรียน

(4.3) ดําเนินการแก้ไขข้อร้องเรียนให้แล้วเสร็จและแจ้งผลการดําเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบโดยเร็ว

4.2.5 การให้บริการการชําระเงินแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศ

ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ หากประสงค์จะให้บริการการชําระเงินหรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวกับบริการการชําระเงินเพื่อสนับสนุนผู้ให้บริการการชําระเงินจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาให้บริการข้ามพรมแดนในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) การให้บริการการชําระเงินแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศต้องไม่เป็นการดําเนินการใด เพื่อสนับสนุนการหลีกเลี่ยงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงินของ ธปท.

(2) การดําเนินการเพื่อให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศดังกล่าว ต้องแจ้งให้ รปท. ทราบเป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มดําเนินการ โดยส่งข้อมูลรายละเอียดของการให้บริการดังกล่าว และประเมินผลกระทบด้านระบบสารสนเทศตามแบบประเมินแนบท้ายประกาศฉบับนี้ (เอกสารแนบ 1)

ทั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ขึ้นทะเบียนรับดําเนินการเพื่อให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแก่ผู้ให้บริการจากต่างประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก รปท. เป็นรายกรณี โดย ธปท. จะพิจารณาภายใน 45 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน

4.2.6 การเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นําเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox)

สําหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ขึ้นทะเบียนให้บริการการชําระเงินโดยนํานวัตกรรมซึ่งนําเทคโนโลยีใหม่มาใช้และอยู่ระหว่างการทดสอบการให้บริการตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่ ธปท. กําหนดเกี่ยวกับการเข้าร่วมทดสอบและพัฒนานวัตกรรมที่นําเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน (Regulatory Sandbox) ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น

เมื่อผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับประสบความสําเร็จจากการทดสอบตามแนวปฏิบัติที่ ธปท. กําหนดตามวรรคหนึ่งแล้ว และมีความประสงค์ที่จะให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามชอบเขตที่แจ้งไว้ขณะทําการทดสอบ หรือได้รับความเห็นชอบจากธปท. ว่ายังคงให้บริการอยู่ในวงจํากัด ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ขึ้นทะเบียน

4.3 การยกเว้นหลักเกณฑ์การกํากับดูแลทั่วไป สําหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 เนื่องจากมีกฎหมายในการกํากับดูแลเป็นการเฉพาะแล้ว

4.3.1 ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่เป็นสถาบันการเงินสาถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้านฐานะทางการเงิน ตามข้อ 4.2.1 (1) - (4) และหลักเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาล ตามข้อ 4.2.2 (1.3)

4.3.2 ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่เป็นสถาบันการเงินสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มีใช่สถาบันการเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ที่มีกฎหมายเฉพาะกําหนดหลักเกณฑ์ในการกํากับดูแล และอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ ธปท. หากได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ดังกล่าวแล้ว ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการของนิติบุคคล ตามข้อ 4.2.2 (1.4)

(2) การจัดให้มีการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงและจัดส่งสําเนาผลการตรวจสอบ ตามข้อ 4.2.2 (3.4)

(3) การจัดให้มีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศและจัดส่งสําเนาผลการตรวจสอบ ตามข้อ 4.2.3 (4.2)

(4) การขออนุญาตย้ายสํานักงานใหญ่ ตามข้อ 4.2.3 (7.1)

(5) การเปลี่ยนแปลงชื่อนิติบุคคล ตามข้อ 4.2.3 (7.2.3) และ (7.4.1)

(6) การร้ายงานเปิดสํานักงานสาขาแห่งใหม่ หรือย้าย หรือปิดสํานักงานสาขา

(7) การหยุดให้บริการชั่วคราว ตามข้อ 4.2.3 (8)

(8) การรายงานและส่งงบการเงิน ตามข้อ 4.2.3 (10)

(9) การจัดส่งประกาศค่าธรรมเนียม ตามข้อ 4.2.4 (3.3)

4.4 การขอขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับไม่สามารถดําเนินการดังต่อไปนี้ ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนด โดยมีเหตุจําเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับสามารถยื่นขออนุญาตขยายระยะเวลา พร้อมชี้แจงเหตุผล ความจําเป็นและกําหนดเวลาที่จะดําเนินการแล้วเสร็จต่อ รปท. เป็นหนังสือ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด โดย ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรืออาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้

(1) การแจ้งการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ตามข้อ 4.2.1 (4)

(2) การแต่งตั้งกรรมการสัญชาติไทย ตามข้อ 4.2.2 (1.3)

(3) การแจ้งเปลี่ยนแปลงกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการของนิติบุคคล ตามข้อ 4.2.2(1.4)

(4) การจัดส่งสําเนาผลการตรวจสอบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงตามข้อ 4.2.2(3.4)

(5) การจัดส่งสําเนาผลการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศตามข้อ 4.2.3(4.2)

(6) การยื่นขออนุญาตหรือแจ้งให้ ธปท. ทราบการเปลี่ยนแปลงการดําเนินงานตามข้อ 4.2.3(7)

(7) การแจ้งหยุดให้บริการชั่วคราว ตามข้อ 4.2.3 (8.1)

(8) การรายงานและส่งงบการเงิน ตามข้อ 4.2.3 (10)

4.5 การขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กําหนดตามประกาศฉบับนี้ โดยมีเหตุจําเป็นหรือพฤติการณ์พิเศษซึ่งอาจส่งผลกระทบในการให้บริการอย่างต่อเนื่องหรือต่อความน่าเชื่อถือของบริการการชําระเงินผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับสามารถยื่นขอผ่อนผันการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว พร้อมชี้แจงเหตุผลและความจําเป็น ต่อ ธปท. เป็นหนังสือหรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กําหนด โดย ธปท. อาจจะพิจารณาอนุญาตหรือไม่ก็ได้ หรือกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วยก็ได้

4.6 การเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับรายใดมีความประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้ดําเนินการดังนี้

(1) กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ได้รับอนุญาตหากประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีผ่าน ธปท. ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

ในการพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ รัฐมนตรีจะแจ้งผลภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งและได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน

รัฐมนตรีอาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการก่อนเลิกประกอบธุรกิจก็ได้

(2) กรณีผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ได้รับขึ้นทะเบียนหากประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อ ธปท. ไม่น้อยกว่า 90 วันก่อนวันประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ

ในการพิจารณาอนุญาตให้เลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ธปท. จะแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้รับแจ้งและได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน ธปท. อาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ใช้บริการก่อนเลิกประกอบธุรกิจก็ได้

เมื่อรัฐมนตรีหรือ ธปท. อนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับเลิกประกอบธุรกิจ ให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับแจ้งผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเลิกประกอบธุรกิจ อย่างน้อย 2 ช่องทาง โดยอาจแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์ หรือปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการ หรือวิธีการอื่นใด ที่ทําให้ผู้ใช้บริการสามารถทราบได้ และให้ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับส่งคืนใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนต่อ ธปท. ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกประกอบธุรกิจ

อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน 2561

(นางฤชุกร สิริโยธิน)

รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน

ผู้ว่าการแทน

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนช. 6/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ทั่วไปในการกำกับดูแล การประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินภายใต้การกำกับ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0e95e261c2c57683

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com