法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

พ.ศ. ๒๕๕๔

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีระเบียบเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการ

ป.ป.ท. จะมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามทุจริต

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง และมาตรา ๒๙

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑

คณะกรรมการ ป.ป.ท. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา พ.ศ.

๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อมีการกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำการทุจริตในภาครัฐ

คณะกรรมการ ป.ป.ท.

อาจมอบหมายให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องใดไว้พิจารณาตามระเบียบนี้

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการอาจมอบหมายให้พนักงาน ป.ป.ท.

หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายใต้บังคับข้อ

๖ และข้อ ๗ ให้เลขาธิการมีคำสั่งรับเรื่องกล่าวหาตามข้อ ๔ ไว้เพื่อให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. พิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เรื่องที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

ห้ามมิให้รับไว้พิจารณา

(๑) เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.

รับไว้พิจารณาหรือได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว

(๒) เรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว

และไม่มีพยานหลักฐานใหม่ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งคดี

(๓)

เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในประเด็นเดียวกันและศาลประทับฟ้องหรือพิพากษาหรือมีคำสั่งเสร็จเด็ดขาดแล้วโดยไม่มีการถอนฟ้องหรือทิ้งฟ้อง

หรือเป็นกรณีที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดี

(๔)

เรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐก่อนถูกกล่าวหาเกินกว่าห้าปี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เรื่องที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

อาจไม่รับไว้พิจารณาก็ได้

(๑)

เรื่องที่ไม่ระบุพยานหลักฐานหรือระบุพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้

(๒)

เรื่องที่ล่วงเลยมาแล้วเกินห้าปีนับแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่มีการกล่าวหา

และเป็นเรื่องที่ไม่อาจหาพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปได้

(๓) เรื่องที่ไม่ใช่เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

(๔)

เรื่องที่องค์กรบริหารงานบุคคลหรือหน่วยงานของรัฐกำลังพิจารณาอยู่หรือได้พิจารณาเป็นที่ยุติแล้ว

และไม่มีเหตุแสดงให้เห็นว่าการพิจารณานั้นไม่ชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เรื่องใดที่เลขาธิการมีคำสั่งรับไว้พิจารณาแล้ว

หากปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่าเป็นเรื่องที่มีลักษณะตามข้อ ๗

ให้เลขาธิการเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อมีคำสั่งให้จำหน่ายเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งไม่รับเรื่องตามข้อ

๗ (๑) (๒) หรือ (๓) ให้เลขาธิการรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่โดยเร็วและแจ้งผลการดำเนินการให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. ทราบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้พนักงาน

ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๔ วรรคสอง จัดทำรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นเสนอเลขาธิการโดยเร็ว

เพื่อประกอบการพิจารณาสั่งรับหรือไม่รับเรื่อง โดยอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังนี้

(๑) ชื่อผู้กล่าวหา

(๒) ชื่อผู้ถูกกล่าวหา

(๓) ข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา

(๔) พยานหลักฐานเบื้องต้นที่ได้จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง

(๕) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(๖) อายุความ

(๗) ความเห็นของผู้ได้รับมอบหมาย

(๘) ความเห็นของผู้บังคับบัญชาของผู้ได้รับมอบหมาย (ถ้ามี)

เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้ได้รับมอบหมายดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน และให้เลขาธิการขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็น

โดยต้องบันทึกเหตุจำเป็นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อเลขาธิการมีคำสั่งรับหรือไม่รับตามข้อ

๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ แล้ว ให้รายงานคณะกรรมการ ป.ป.ท. ทราบโดยเร็วเพื่อดำเนินการต่อไป

กรณีที่เลขาธิการมีคำสั่งรับเรื่องใดไว้พิจารณา

ให้เลขาธิการเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท.

เพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงหรือมอบหมายให้พนักงาน

ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.

ดำเนินการแสวงหาข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือมูลความผิดด้วยก็ได้

เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติเป็นประการใด

ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้กล่าวหาทราบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ท. รักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจตีความหรือวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๔

โสภณ จันเทรมะ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๒ ธันวาคม

๒๕๕๔

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๒๒ ธันวาคม

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๒๕/๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยการมอบหมายให้เลขาธิการเป็นผู้พิจารณารับหรือไม่รับเรื่องไว้พิจารณา พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0efd236a394f46db

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com