法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเงิน การใช้จ่าย การเก็บรักษาและการหาประโยชน์เงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
45
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

ประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

เรื่อง

หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเงิน การใช้จ่าย การเก็บรักษา

และการหาประโยชน์เงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๖ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗

คณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ จึงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเงิน

การใช้จ่าย การเก็บรักษา และการหาประโยชน์เงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

ไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“คณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความว่า

ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“ลูกจ้าง” หมายความว่า

ลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวของสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

ที่จ้างจากเงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน” หมายความว่า

หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินของสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“ผู้ตรวจสอบภายใน” หมายความว่า

ผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า

หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้ หรือผู้รับเงิน

หรือทรัพย์สินอื่นตามข้อผูกพันแล้ว

“งบประมาณ” หมายความว่า

ประมาณการรายจ่ายประจำปีของสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑

ตุลาคมของปีหนึ่ง ไปจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป

“หนี้” หมายความว่า

ข้อผูกพันที่ต้องจ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่น ไม่ว่าจะเป็นข้อผูกพันอันเกิดจากการซื้อ

หรือการจ่าย หรือจากการอื่นใด ที่สำนักงานต้องจ่ายให้แก่บุคคลทั่วไป

“ค่ารับรอง” หมายความว่า ค่าเลี้ยงรับรอง ค่าของขวัญ

และค่าเช่าที่พัก

“ค่าเลี้ยงรับรอง” หมายความว่า ค่าอาหาร

ค่าเครื่องดื่ม (ที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์) ค่าเครื่องใช้ ค่าเช่า

และค่าตกแต่งสถานที่ในการเลี้ยงรับรอง และให้หมายความรวมถึงค่าบริการด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนรักษาการตามประกาศนี้ และในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ งบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายตามประกาศนี้

ได้แก่ เงินและทรัพย์สินอื่นที่กองทุนได้รับมาตามความในมาตรา ๗๕

แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗

โดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้จ่ายตามมาตรา ๗๗ และมาตรา ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในกรณีที่พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๔๗

และประกาศนี้มิได้กำหนดหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการดำเนินการใดไว้

ให้นำระเบียบและวิธีปฏิบัติของทางราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การรับเงิน

ใบเสร็จรับเงิน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินตามแบบที่สำนักงานกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ใบเสร็จรับเงินให้มีรายละเอียดตามแบบที่ทางราชการกำหนดโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ใบเสร็จรับเงินเล่มใดใช้สำหรับรับเงินในปีงบประมาณใด ให้ใช้รับเงินภายในปีงบประมาณนั้นเท่านั้น

ใบเสร็จรับเงินที่ไม่ได้ใช้ให้คงติดไว้กับเล่ม และประทับตราเลิกใช้เพื่อให้เป็นที่สังเกตมิให้นำมาใช้อีกต่อไป

พร้อมทั้งรายงานให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินทราบ

และจัดเก็บใบเสร็จรับเงินที่ไม่ได้ใช้ให้เรียบร้อยโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ใบเสร็จรับเงินต้องไม่มีรอยขูด ลบหรือแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนเงินหรือชื่อผู้ชำระเงิน

หากมีการแก้ไขให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับการขีดฆ่านั้นไว้ด้วยทุกแห่ง

หรือขีดฆ่าการเลิกใช้ใบเสร็จรับเงินทั้งฉบับและลงลายมือชื่อกำกับการขีดฆ่าแล้วออกฉบับใหม่ใช้แทน

ใบเสร็จรับเงินที่ขีดฆ่าเลิกใช้นั้นให้ติดไว้กับสำเนาใบเสร็จรับเงินในเล่ม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินเก็บรักษาสำเนาใบเสร็จรับเงินเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้ออกใบเสร็จรับเงินแก่ผู้ชำระเงินทันทีที่ได้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มเดียวกันรับเงินทุกประเภท และใช้ต่อเนื่องตามลำดับจนหมดเล่ม

จึงใช้เล่มใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้บันทึกรายการเงินที่ได้รับในบัญชีเงินสด หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร

แล้วแต่กรณี ภายในวันที่รับเงินนั้น โดยแสดงรายละเอียดเล่มที่ เลขที่

ของใบเสร็จรับเงินและจำนวนเงินด้วย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้นำเงินที่ได้รับไว้ในแต่ละวันไปฝากธนาคารก่อนเวลาที่ธนาคารปิดทำการในวันนั้น

หรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้มีการสรุปรายการรับและจ่ายเงินเสนอผู้อำนวยการเพื่อทราบอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้จัดให้มีการตรวจสอบจำนวนเงินที่เจ้าหน้าที่ได้รับไว้

กับหลักฐานและรายการที่บันทึกไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคารว่าถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่าถูกต้อง

ให้ผู้ตรวจสอบแสดงยอดเงินรับทั้งสิ้น ตามใบเสร็จรับเงินทุกฉบับที่ได้รับในวันนั้นไว้ในสำเนาใบเสร็จรับเงินฉบับสุดท้าย

และลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

การใช้จ่ายเงิน

หลักฐานการจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินทุกรายการ

จะต้องมีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานการจ่ายไว้ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินออกให้ ต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑)

ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒)

วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

(๓)

รายการรับเงิน โดยระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๔)

จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(๕)

เลขทะเบียนการค้าของผู้รับเงิน (ถ้ามี)

(๖)

เลขประจำตัวผู้เสียภาษีหรือเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับเงิน

(๗)

ลายมือชื่อของผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินให้กองทุนได้

ให้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการจ่ายเงินตามแบบ จร. ๘ ที่กำหนดไว้ท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิรับเงินนั้น

ผู้มีสิทธิรับเงินจะทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมารับเงินแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การจ่ายเงินต่อไปนี้

ให้ผู้จ่ายทำหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อการตรวจสอบโดยไม่ต้องทำบันทึกชี้แจงเหตุผล

(๑)

การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนไม่ถึงยี่สิบบาท

(๒)

การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถ หรือเรือนั่งรับจ้าง

(๓)

การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ รถไฟฟ้า รถยนต์โดยสารประจำทาง

เรือยนต์โดยสารประจำทาง หรือค่าผ่านทาง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ในกรณีที่ใบสำคัญคู่จ่ายสูญหาย ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย

ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒)

ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม (๑)

ได้ ให้ผู้จ่ายเงินทำหลักฐานการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผลพฤติการณ์ที่ใบสำคัญคู่จ่ายสูญหาย

และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้

พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำใบสำคัญคู่จ่ายมาเบิกจ่าย

และถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก

โดยเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาอนุมัติ

เมื่ออนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้

(๓)

ในกรณีใบสำคัญคู่จ่ายที่ไม่ใช่ใบเสร็จรับเงินสูญหาย ให้ผู้จ่ายเงินดำเนินการตาม

(๒) โดยอนุโลม

กรณีตาม

(๒) หรือ (๓) เป็นกรณีที่ผู้อำนวยการเป็นผู้จ่าย

ให้เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

หลักฐานการจ่ายต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึก

การแก้ไขหลักฐานการจ่ายให้ใช้วิธีขีดฆ่า แล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่

แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินเก็บหลักฐานการจ่ายไว้

เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบและลงบันทึกรายการในบัญชี

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การจ่ายเงินให้จ่ายได้ตามที่มีกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับ

หรือมติคณะกรรมการ หรือมติคณะกรรมการบริหารกองทุน หรือผู้อำนวยการอนุมัติให้จ่าย

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในกรณีจำเป็นที่จะต้องจ่าย หรือก่อหนี้ผูกพันเกินกว่างบประมาณ

หรือนอกเหนือไปจากการใช้จ่ายที่ขอตั้งไว้ในงบประมาณ

ให้ผู้อำนวยการเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายให้ตรวจสอบได้ เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๓๓

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับทุกรายการ

จะต้องมีการบันทึกรายการที่จ่ายเงินนั้นไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคารในวันที่จ่าย แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ห้ามเรียกใบสำคัญคู่จ่ายหรือให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อรับเงินในหลักฐานการจ่ายเงินโดยที่ยังมิได้ทำการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

เมื่อสิ้นระยะเวลารับและจ่ายเงินในวันหนึ่ง ๆ ให้จัดให้มีการตรวจสอบรายการรับและจ่ายเงินที่บันทึกรายการไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคารกับหลักฐานการจ่ายเงินในวันนั้น หากปรากฏว่าถูกต้อง ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงิน

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินลงลายมือชื่อกำกับยอดเงินคงเหลือไว้ในบัญชีนั้นด้วย

การเขียนเช็คหรือการพิมพ์เช็คสั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การเขียนหรือการพิมพ์เช็คสั่งจ่าย

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

การจ่ายเงินที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไป ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้ หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และจะขีดคร่อมหรือไม่ก็ได้

เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินเดือน หรือค่าจ้างจะจ่ายเป็นเงินสดก็ได้

(๒) การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนต่ำกว่าห้าพันบาท

ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และจะไม่ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออกก็ได้

โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้สั่งจ่าย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การเขียนหรือการพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษร

ให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิดคำว่า “บาท” หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงินอย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ในการสั่งจ่ายเงินจากธนาคาร ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

วงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท

ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมายซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าฝ่ายกับหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินร่วมกันลงลายมือชื่อสั่งจ่าย

(๒)

วงเงินเกินหนึ่งแสนบาท

ให้ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนหรือกรรมการบริหารกองทุนซึ่งประธานมอบหมายกับผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมาย

ซึ่งมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าฝ่าย

หรือหัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินร่วมกันลงลายมือชื่อสั่งจ่าย

เงินยืมทดรอง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การยืมเงินทดรอง จะยืมได้ในกรณีที่จำเป็น

เพื่อนำไปใช้ในกิจการของสำนักงานตามประเภทค่าใช้จ่าย ดังนี้

(๑)

ค่าจ้างทำงาน

(๒)

ค่าซื้อวัสดุ - ครุภัณฑ์

(๓)

ค่าซ่อมแซมวัสดุ - ครุภัณฑ์

(๔)

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

(๕)

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาจ่าย

และค่าใช้จ่ายที่มีความจำเป็นต้องจ่ายโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ผู้ยืมเงินทดรองตามข้อ ๓๓ ต้องเป็นลูกจ้างของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การยืมเงินทดรอง ให้ผู้ยืมแสดงวัตถุประสงค์

และรายการโดยประมาณที่จะนำเงินทดรองไปจ่าย เสนอให้ฝ่ายบัญชีและการเงินตรวจสอบ

และเสนอผู้อำนวยการอนุมัติใบยืมตามแบบ จร. ๗ ที่กำหนดท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

เมื่อผู้ยืมเงินทดรองได้รับเงินแล้ว

ให้ลงลายมือชื่อรับเงินในเอกสารและให้ฝ่ายบัญชีและการเงินเก็บรักษาไว้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินเก็บรักษาเอกสารใบยืมไว้ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหายได้

และเมื่อผู้ยืมได้ทำการหักล้างเงินยืมเสร็จสิ้นแล้ว

ให้เก็บเอกสารนั้นไว้เป็นเอกสารประกอบการตรวจสอบต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ห้ามนำเงินยืมทดรองไปใช้ในกิจการอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในใบยืม

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ห้ามจ่ายเงินยืมทดรองให้แก่ผู้ยืมที่ยังค้างการส่งคืนเงินยืมทดรอง

หรือใบสำคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) เพื่อหักล้างใบยืมตามข้อ ๔๐

เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ให้ผู้ยืมเงินทดรองส่งใบสำคัญคู่จ่าย พร้อมทั้งเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี)

ต่อฝ่ายบัญชีและการเงิน

เพื่อหักล้างสัญญาการยืมเงินทดรองภายในกำหนดเวลา ดังนี้

(๑)

ประเภทค่าใช้จ่ายตามข้อ ๓๓ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕)

ภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้มีการจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ในการยืมเงินทดรองไปแล้ว

ในกรณีที่ผู้ยืมเงินทดรองทราบว่าหมดความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ในเอกสารใบยืม

ให้นำเงินที่เหลือส่งคืนทันที

(๒)

ประเภทค่าใช้จ่ายตามข้อ ๓๓ (๔)

ก.

การเดินทางภายในประเทศ ให้ทำการหักล้างเงินยืมภายในสิบห้าวันทำการ

นับแต่วันกลับถึงสำนักงาน เว้นแต่ในกรณีที่รับเงินยืมทดรองไปแล้วแต่งดการเดินทาง

ให้นำเงินส่งคืนทันที

ข.

การเดินทางไปต่างประเทศ ให้ทำการหักล้างเงินยืมภายในสามสิบวันทำการ

นับแต่วันกลับถึงสำนักงาน เว้นแต่ในกรณีที่รับเงินยืมทดรองไปแล้วแต่งดการเดินทาง

หรือมิได้เดินทางภายในสิบห้าวันทำการนับแต่วันที่รับเงิน ให้นำเงินส่งคืนทันที

ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น

ไม่อาจส่งใบสำคัญคู่จ่ายและเงินเหลือจ่ายภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ผู้ยืมเงินทดรองทำรายงานชี้แจงเหตุผลต่อผู้อำนวยการและผู้อำนวยการจะสั่งอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปอีกก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

เมื่อผู้ยืมเงินทดรองส่งใช้เงิน

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินบันทึกรายการเงินคืนในเอกสารการยืม

พร้อมทั้งออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

ถ้าผู้ยืมเงินทดรองไม่ส่งใบสำคัญคู่จ่าย

และหรือเงินเหลือจ่ายภายในกำหนดตามข้อ ๔๐

ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินรายงานต่อผู้อำนวยการภายในห้าวันทำการ

เพื่อพิจารณาสั่งการให้เป็นไปตามสัญญายืมเงินทดรองต่อไป

เงินทดรองจ่ายจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การยืมเงินทดรองจ่ายจากกองทุนเพื่อใช้ในกิจการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่

พ.ศ. ๒๕๔๗ ให้ยืมได้ตามประเภทค่าใช้จ่าย ดังนี้

(๑)

ค่าใช้จ่ายในการร้องทุกข์หรือฟ้องคดีแทนสมาคมตามมาตรา ๒๗

(๒)

ค่าเสียหายเนื่องจากการสำรวจตามมาตรา ๔๒

(๓)

ค่าเสียหายที่เกิดจากการเข้าไปใช้สอยหรือครอบครองที่ดินที่มิใช่ที่อยู่อาศัยของบุคคลใดที่อยู่ใกล้กับที่ดินในบริเวณโครงการจัดรูปที่ดินเป็นการชั่วคราวตามมาตรา

๕๙

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้ยืมเงินทดรองตามข้อ ๔๓

ต้องเป็นผู้ขอดำเนินโครงการจัดรูปที่ดิน ผู้ดำเนินโครงการจัดรูปที่ดิน

ผู้ตรวจการสมาคม พนักงานอัยการ คณะกรรมการส่วนจังหวัดหรือคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ขั้นตอนการยืมและคืนเงินทดรองจ่ายจากกองทุนให้นำข้อ ๓๕ ข้อ ๓๖ ข้อ ๓๗ ข้อ ๓๘ ข้อ ๓๙

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ และข้อ ๔๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

เงื่อนไขในการจ่ายเงินและระยะเวลาในการคืนเงินทดรองจ่ายที่ได้ยืมจากกองทุน

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

เงินสดสำรองจ่าย

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

ให้ฝ่ายบัญชีและการเงินมีเงินสดประจำไว้เพื่อสำรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายปลีกย่อยในสำนักงานเป็นจำนวนเงินไม่เกินห้าหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ให้หัวหน้าฝ่ายบัญชีและการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบเก็บรักษาเงินสดสำรองจ่ายให้ครบจำนวนในลักษณะเป็นเงินสด

และใบสำคัญคู่จ่าย

โดยให้ทำรายงานแสดงการรับจ่ายและเงินสดคงเหลือเสนอต่อผู้อำนวยการทุกวันสิ้นเดือน

45 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับเงิน การใช้จ่าย การเก็บรักษาและการหาประโยชน์เงินกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_116c6bb88fbcbabb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com