法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

พ.ศ.

๒๕๔๒

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการจ่าย

บำเหน็จลูกจ้างของหน่วยบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๖ และมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติองการ

บริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ มาตรา ๖๙ และมาตรา ๗๗

แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล

พ.ศ. ๒๔๙๖ มาตรา ๖ และมาตรา ๙๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา

พ.ศ. ๒๕๒๑ มาตรา ๕ และมาตรา ๘๘

แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วน

ตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง

ของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้างของหน่วย

การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๓๖

บรรดาระเบียบและหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างอื่นใดในส่วนที่

กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตี

ความวินิจฉัยปัญหา

ยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบนี้ กำหนดหลักเกณฑ์และกำหนดวิธี

ปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย

อาจมอบอำนาจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ตามวรรคหนึ่งให้ผู้ว่า

ราชการจังหวัดได้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้

"ลูกจ้างประจำ"

หมายความว่า ลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมงซึ่ง

หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

จ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะประจำไม่มีกำหนดเวลาตาม

อัตราและจำนวนที่กำหนดไว้

โดยจ่ายค่าจ้างจากเงินงบประมาณหมวดค่าจ้าง หรือหมวดค่าจ้าง

ประจำของหน่วยการบริหารส่วนราชการส่วนท้องถิ่น

แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง

(๑) ลูกจ้างประจำที่มีสัญญาจ้าง

(๒)

ลูกจ้างที่ให้ปฏิบัติงานของหน่วยการบริหาราชการส่วนท้องถิ่นในต่าง

ประเทศ

"ลูกจ้างชั่วคราง"

หมายความว่า ลูกจ้างรายเดือน รายวัน และรายชั่วโมง ซึ่ง

หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะชั่วคราวและหรือโดยมีกำหนด

เวลาจ้าง

โดยจ่ายค่าจ้างจากเงินงบประมาณของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

"ค้าจ้าง"

หมายความว่า ค่าจ้างอัตราปกติ ตามอัตราที่กำหนดจ่ายให้สำหรับ

การทำงานในระยะเวลาตาปกติ

และหมายความรวมถึงเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ด้วย

"ค่าจ้างเดือนสุดท้าย"

หมายความว่า ค่าจ้างทั้งเดือนที่ลูกจ้างควรจะได้รับใน

เดือนสุดท้ายก่อนออกจากงาน

ถ้าหากลูกจ้างผู้นั้นมาทำงานเต็มเวลาที่กำหนด

ลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน

ประเภทที่ทำงานมีวันหยุดประจำสัปดาห์หนึ่ง

วัน ให้คิดค่าจ้างยี่สิบเจ็ดวันเป็นค่าจ้างหนึ่งเดือน

สำหรับประเภทที่ทำงานมีวันหยุดประจำสัปดาห์

สองวัน ให้คิดค่าจ้างยี่สิบสามวันเป็นค่าจ้างหนึ่งเดือน

สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างรายชั่วโมง

ให้คิดค่าจ้างเจ็ดชั่วโมงเป็นค่าจ้างหนึ่ง

วัน เว้นแต่ลูกจ้างที่ได้กำหนดเวลาทำงานสำหรับหนึ่งวันเป็นอย่างอื่น

ก็ให้คิดค่าจ้างตามจำนวน

ชั่วโมงที่ได้กำหนดนั้นเป็นค่าจ้างหนึ่งวัน

แล้วคิดเป็นค่าจ้างหนึ่งเดือนตามวรรคก่อน

"หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น"

หมายความว่า องค์การบริหารส่วน

จังหวัด เทศบาลเมืองพัทยา องค์การบริหารส่วนตำบล ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและหน่วยการ

บริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

"ปีงบประมาณ"

หมายความว่า ปีงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบ

ประมาณ

บำเหน็จปกติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ลูกจ้างประจำจะได้รับบำเหน็จปกติ เมื่อต้องออกจากงานด้วยเหตุหนึ่ง

เหตุใด ดังต่อไปนี้

(๑) ลาออกโดยไม่มีความผิด

และได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่ง

ตั้ง หรือผู้ได้รับมอบหมายแล้ว

(๒) กระทำผิดวินัยอย่างแรง

และถูกลงโทษปลดออกจากราชการ

(๓) ป่วยเจ็บไม่อาจปฏิบัติหน้าที่การงานของตนโดยสม่ำเสมอ

หรือโดยมีใบ

ตรวจแพทย์

ซึ่งทางราชการรับรองว่าไม่สามารหรือไม่สมควรทำงานต่อไป

(๔) ขาดคุณสมบัติเกี่ยวกับสัญชาติ

(๕)

ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไม่เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วย

ความบริสุทธิ์ใจ

(๖) ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปดำรงตำแหน่งกำนัน

แพทย์ประจำตำบล

สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน

(๗)

ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง

(๘)

ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่

ได้ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎหมาย ว่าด้วย

ระเบียบข้าราชการพลเรือน

(๙)

ขาดคุณสมบัติเนื่องจากไปเป็นกรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ใน

พรรคการเมือง

(๑๐) ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นบุคคลล้มละลาย

(๑๑)

หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นเลิกตำแหน่งหรือยุบตำแหน่ง

(๑๒)

หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานของตน ไม่มี

ประสิทธิภาพหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การงาน

หรือบกพร่องในหน้าที่ด้วย

เหตุใด

(๑๓) ถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากมีเหตุอันสมควรสงสัยอย่างยิ่งว่าผู้นั้น

ได้กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

แต่การสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะลงโทษปลดออก

หรือไล่ออกได้

แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนนั้นซึ่งถ้าให้ปฏิบัติงานต่อไปอาจจะ

เป็นการเสียหายแก่ทางราชการ

(๑๔) ถูกสั่งออกจากราชการเนื่องจากรับโทษจำคุกโดยคำสั่งศาล

หรือต้องรับ

โทษโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้คุกถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด

ลหุโทษ ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออก หรือไล่ออก

(๑๕) ไปรับราชการทหาร

ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

(๑๖) ขาดคุณสมบัติในการทำงานเป็นลูกจ้างประจำ

ตามระเบียบกระทรวง

มหาดไทย

ว่าด้วยการจ้างลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

ในกรณี

(๑) และ (๒) ต้องทำงานเป็นลูกจ้างประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

บริบูรณ์

ในกรณี

(๓) ถึง (๑๖) ต้องทำงานเป็นลูกจ้างประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

บริบูรณ์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

บำเหน็จปกติที่จะจ่ายตามความในข้อ ๖ ถ้าลูกจ้างประจำผู้มีสิทธิได้รับ

ตายเสียก่อนได้รับเงินบำเหน็จปกติ

เงินดังกล่าวย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทตามประมวล

กฎหมายเพ่งและพาณิชย์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ลูกจ้างประจำผู้ใดตายในระหว่างรับราชการ ถ้าลูกจ้างประจำผู้นั้นได้

ทำงานเป็นลูกจ้างประจำมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์

และความตายนั้นมิให้เกิดขึ้นเนื่องจาก

ความประพฤติชั่วอย่างแรงของตนเอง

ให้จ่ายเงินบำเหน็จปกติเป็นจำนวนตามเกณฑ์คำนวณในข้อ

๑๗ แก่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์โดยอนุโลม

เงินบำเหน็จปกติตามวรรคหนึ่ง

ให้แบ่งจ่ายแก่ผู้มีสิทธิตามสัดส่วนของเงินมรดก

โดยมิต้องกันส่วนเป็นสินสมรสก่อนแบ่ง

เนื่องจากเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นสินสมรส

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ลูกจ้างประจำผู้ใด มีกรณีหรือต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือ

ถูกฟ้องคดีอาญา หรืออยู่ในระหว่างถูกพักงาน

ถ้าถึงแก่ความตายก่อนได้รับการวินิจฉัยเรื่องที่

กระทำผิดวินัยหรือก่อนคดีอาญาถึงที่สุด

ให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาวินิจฉัยว่าถ้าผู้นั้นไม่ถึงแก่

ความตายเสียก่อนจะต้องได้รับโทษถึงไล่ออกหรือไม่

ถ้าเห็นว่าผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษถึงไล่ออก

ทายาทของลูกจ้างประจำผู้นั้น

ไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จปกติตามข้อ ๘

บำเหน็จพิเศษ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราวผู้ใดได้รับอันตรายหรือป่วยเจ็บ

เพราะเหตุปฏิบัติในหน้าที่ หรือถูกประทุษร้ายเพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่ซึ่งแพทย์ที่ทาง

ราชการรับรองได้ตรวจและแสดงว่า

ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ต่อไปได้อีกเลย นอกจากจะได้

รับบำเหน็จปกติตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๒

แล้วให้ได้รับบำเหน็จพิเศษอีกด้วย เว้นแต่อันตรายที่ได้

รับหรือการป่วยเจ็บนั้นเกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

หรือจากความผิดของตนเอง

สำหรับลูกจ้างชั่วคราวไม่มิสิทธิได้รับบำเหน็จปกติตามที่กำหนดไว้ในหมวด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การกำหนดอัตราบำเหน็จพิเศษ กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดตาม

สมควรแก่เหตุการณ์ ประกอบกับความพิการทุพพลภาพของผู้นั้น

ตามอัตราดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาปกติให้มีอัตราตั้งแต่หกถึงยี่สิบสี่เท่าของอัตราค่าจ้าง

เดือนสุดท้าย

(๒)

ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดในระหว่างเวลาที่มีการรบการ

สงคราม การปราบปรามการจลาจล

หรือในระหว่างที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกหรือ

ประสบการณ์ฉุกเฉิน

ให้มีอัตราตั้งแต่สามสิบหกถึงสี่สิบสองเท่าของอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้าย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว

ผู้ได้รับอันตรายดังกล่าวในข้อ ๑๐

ถ้าถึงแก่ความตายเพราะเหตุนั้นก่อนได้รับบำเหน็จพิเศษไป

ให้จ่ายบำเหน็จพิเศษแก่ทายาทผู้มี

สิทธิรับมรดกตามประมวลกฎหมายเพ่งและพาณิชย์โดยอนุโลมตามอัตราดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาปกติ

เป็นจำนวนเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้ายสาม

สิบเดือน

(๒) ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาดังกล่าวในข้อ ๑๑

(๒) เป็นจำนวนเท่ากับอัตราค่าจ้าง

เดือนสุดท้ายสี่สิบแปดเดือน

เงินบำเหน็จพิเศษตามวรรคหนึ่ง

ให้แบ่งจ่ายแก่ทายาทผู้มีสิทธิตามสัดส่วนของ

เงินมรดกโดยมิต้องกันส่วนเป็นสินสมรสก่อนแบ่ง

เนื่องจากเงินดังกล่าวไม่ถือเป็นสินสมรส

ในกรณีลูกจ้างชั่วคราวตาย

ให้ได้รับบำเหน็จพิเศษสามส่วนในสี่ส่วนของลูกจ้าง

ประจำ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวได้รับอันตราย

หรือป่วย

เจ็บตามข้อ ๑๐

หรือถึงแก่ความตายตามข้อ ๑๒ ถ้าลูกจ้างผู้นั้นหรือทายาทแล้วแต่กรณี

มีสิทธิได้

รับทั้งบำเหน็จพิเศษตามระเบียบนี้

เงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัยตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้

ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการการปฏิบัติงานของชาติ

หรือการปฏิบัติตามหน้าที่

มนุษยธรรม

เงินค่าทดแทนตามระเบียบว่าด้วยการจ่ายเงินค่าทดแทนและการพิจารณาบำเหน็จ

ความชอบในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันจากทาง

ราชการหรือจากหน่วยงานอื่นที่หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นสั่งให้ไปปฏิบัติงานให้เลือกรับ

ได้เพียงอย่างหนึ่งแล้วแต่จะเลือก

การนับเวลาทำงานของลูกจ้างประจำสำหรับคำนวณจ่ายบำเหน็จปกติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การนับเวลาสำหรับคำนวณจ่ายบำเหน็จปกตินั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วัน

เริ่มเข้าปฏิบัติงานโดยได้รับค่าจ้าง

แต่ไม่ก่อนวันที่มีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์จนถึงก่อนออกจาก

งาน หรือก่อนวันพ้นจากหน้าที่

หรือจนถึงวันที่ถึงแก่ความตายแล้วแต่กรณี

ลูกจ้างประจำผู้ใดได้รับค่าจ้างเพราะลา

ขาดงาน ถูกสั่งพัก ให้ตัดเวลาทำงาน

สำหรับคำนวณบำเหน็จปกติตามส่วนแห่งวันทีไม่ได้รับค่าจ้างนั้น

ลูกจ้างประจำผู้ใดถูกตัดอัตรามาจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นวิสามัญโดยไม่ได้

รับเงินทดแทนให้นับเวลาราชการตอนเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นวิสามัญมารวมกับเวลาตลอด

เป็นลูกจ้างประจำเพื่อประโยชน์ในการคำนวณจ่ายบำเหน็จปกติได้

ลูกจ้างประจำที่ไปรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารโดยมิได้

รับบำเหน็จเมื่อออกจากกองประจำการหรือได้รับการลาพักเพื่อรอการปลดโดยไม่มีความเสียหาย

แล้วกลับเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำในสังกัดเดิมภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

ก็ให้นับเวลา

ตอนก่อนไปรับราชการทหารกองประจำการและเวลาระหว่างรับราชการทหารกองประจำการรวม

เป็นเวลาทำงานสำหรับการคำนวณจ่ายบำเหน็จปกติได้

การนับเวลาตอนไปรับราชการทหารดังกล่าวในวรรคก่อนนั้น

ให้นับตั้งแต่วันที่

ได้เข้าประจำการในกองประจำการ จนถึงวันออกจากกองประจำการ

หรือวันที่ได้รับการลาพักเพื่อ

รอการปลด

แต่ไม่รวมถึงเวลาที่ต้องอยู่ชดใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

การนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จปกติของลูกจ้างประจำที่โอนมาจาก

หน่วยราชการ ในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น

ให้นับเวลาทำงานสำหรับ

คำนวณบำเหน็จปกติตามระเบียบว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้างของราชการหรือระเบียบว่าด้วยบำเหน็จ

ลูกจ้างของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้อยู่ในวันโอนรวมเป็นเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จปกติ

ด้วย

การนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณบำเหน็จปกติของลูกจ้างที่โอนมาจากลูกจ้าง

ประจำ ซึ่งได้รับค่าจ้างจากเงินนอกงบประมาณของทางราชการส่วนท้องถิ่นให้นับเวลาทำงาน

สำหรับคำนวณบำเหน็จปกติตามระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งที่ใช้อยู่ในวันโอน รวมเป็นเวลาทำ

งานสำหรับคำนวณบำเหน็จปกติด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ลูกจ้างประจำผู้ใดถูกสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กระทรวงกลาโหม

กำหนดในระหว่างที่มีการรบ การสงคราม การปราบปรามจลาจล

หรือในระหว่างเวลาที่มีการ

ประกาศใช้กฎอัยการศึกหรือประกอบสถานการณ์ฉุกเฉิน

ก็ให้นับเวลาทำงานที่ปฏิบัติการตามสั่ง

นั้นเป็นทวีคูณได้

ลูกจ้างประจำผู้ใดประจำปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตที่ได้มีการประกาศใช้กฎอัยการ

ศึกให้นับเวลาทำงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างนั้นเป็นทวีคูณ

ในกรณีที่ลูกจ้างมีเวลาทำงาน

ซึ่งอาจนับเป็นทวีคูณในเวลาเดียวกันได้หลาย

ประการให้นับเวลาระหว่างนั้นเป็นทวีคูณแต่ประการเดียว

วิธีคำนวณจ่ายบำเหน็จปกติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การนับเวลาทำงานสำหรับคำนวณจ่ายบำเหน็จปกติ ให้นับเป็นจำนวน

เดือนเศษของเดือนถ้าถึงสิบห้าวันให้นับเป็นหนึ่งเดือน

สำหรับจำนวนวันถ้ามีหลายตอน ให้รวมกัน

แล้วนับสามสิบวันเป็นหนึ่งเดือน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ บำเหน็จปกติที่จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามข้อ ๖

มีจำนวนเท่ากับค่าจ้าง

เดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนเดือนที่ทำงานหารด้วยสิบสอง

การคำนวณบำเหน็จลูกจ้าง

ถ้ามีเศษของบาทให้ปัดทิ้ง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การขอรับเงินบำเหน็จตามระเบียบนี้

ให้ผู้มีสิทธิรับเงินบำเหน็จยื่นเรื่อง

ตามแบบต่อผู้บังคับบัญชาของลูกจ้างภายในกำหนดเก้าสิบวัน

นับแต่วันพ้นจากงาน หากยื่นพ้น

กำหนดนี้ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ

การสั่งจ่ายเงินบำเหน็จลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือนายกเทศมนตรี หรือปลัด

เมืองพัทยาหรือประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล

หรือหัวหน้าฝ่ายบริหารของ

หน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

แล้วแต่กรณีเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาสั่งจ่ายเงินบำเหน็จ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การสั่งให้ลูกจ้างประจำของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใด

ไปปฏิบัติงานระหว่างราชการส่วนท้องถิ่นด้วยกัน

ให้นับเวลาระหว่างที่ถูกสั่งให้ปฏิบัติงานนั้นเป็น

เวลาสำหรับคำนวณจ่ายเป็นบำเหน็จปกติได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ลูกจ้างประจำผู้ใดทางหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นสั่งให้ไป

ปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราว ในส่วนราชการอื่น

หรือรัฐวิสาหกิจก่อนวันใช้ระเบียบนี้โดยไม่ได้รับค่า

จ้างทางสังกัดเดิมให้นับเวลาระหว่างที่ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติงานนั้นเป็นเวลาสำหรับคำนวณจ่าย

บำเหน็จปกติได้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒

ชำนิ ศักดิเศรษฐ์

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ รักษาราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[รก.๒๕๔๒/พ๗๕ง/๙/๑ ตุลาคม ๒๕๔๒]

อาภรณ์/พิมพ์

๒๘/๑๒/๔๔

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้างของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1197166ee4e5f971

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com