ข้อ ๙ ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่
๒
(๑) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง
ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษ
และพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่ถึง ๓ ปี
(๒) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน
และยังไม่พ้น ๓ ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน
(๓) เป็นบุคคลที่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของสถาบันการเงิน
เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่ว่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ
และอยู่ระหว่างเวลาที่ยังไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อีก ทั้งนี้
เฉพาะลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก)
การทุจริตต่อหน้าที่ หรือทุจริต หลอกลวง หรือฉ้อโกงเกี่ยวกับทรัพย์สิน
(ข)
การบริหารงานที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล
หรือบริหารงานหรือจัดการงานที่ไม่เหมาะสม
(ค)
การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการกระทำที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบ
(๔) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินการอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(ก)
ถูกคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งหรือศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
หรือถูกสำนักงาน ก.ล.ต. สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ
หรือมีลักษณะที่ทำให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุด
หรือถูกดำเนินการอื่นในทำนองเดียวกันอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
(ข)
การดำเนินการตาม (ก) สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีผลกระทบถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่พิจารณา
(ค)
เหตุของการดำเนินการตาม (ก)
เป็นเรื่องการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑
และประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าวในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง
ฉ้อโกง ทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือขาดความระมัดระวัง ขาดความซื่อสัตย์สุจริต
(๕) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่
๒ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน