法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลฝายนาแซง ตำบลสักหลง ตำบลวัดป่า ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน ตำบลหนองไขว่ ตำบลลานบ่า ตำบลปากดุก และตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ (เล่มที่ 8)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลฝายนาแซง ตำบลสักหลง

ตำบลวัดป่า ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน ตำบลหนองไขว่

ตำบลลานบ่า ตำบลปากดุก และตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก

จังหวัดเพชรบูรณ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกัน เพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร กับแนวเขตทหารตรงจุดที่อยู่ห่างจากเขตทหารด้านใต้ ฟากตะวันตก ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือระยะ ๖๐๐ เมตร เริ่มจากจุดเส้นตั้งฉากไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวเขตทหาร ฟากใต้ จนถึงฟากตะวันออก ของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ไปทางทิศตะวันออกและทิศเหนือตามแนวเขตทหาร ฟากตะวันออกถึงถนนสาธารณประโยชน์ ฟากเหนือเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ จนถึงศูนย์กลางถนนคลองส่งน้ำชลประทานไปบ้านแก่งยาวและต่อเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกระยะ ๓๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดเส้นตรงไปทางทิศใต้ถึงศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทานไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ ระยะ ๑,๐๐๐ เมตร จากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ เป็นเส้นตรงมาทางทิศใต้ถึงศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทานบรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ไปทางทิศตะวันออกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ เป็นระยะ ๓๐๐ เมตร จากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ถึงจุดซึ่งห่างจากกึ่งกลางคลองส่งน้ำชลประทานไปทางทิศตะวันออก เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร ตามแนวเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ฟากใต้

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑,๐๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ฟากใต้ บรรจบกึ่งกลางแม่น้ำป่าสักและเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกถึงศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ไปทางทิศใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ เป็นระยะ ๒,๐๐๐ เมตร และเป็นเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะ ๑,๐๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือถึงศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (เข้าโรงเรียนผาเมืองวิทยาคม) บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ เป็นระยะ ๖๕๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๑ จนบรรจบจุดเริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่เริ่มจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ บรรจบถนนสาธารณะ (เชื่อมต่อจากถนนพิทักษ์) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ระยะ ๗๐๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ถึงถนนคลองส่งน้ำชลประทานตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนคลองส่งน้ำชลประทานบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ ไปทางทิศเหนือตามแนวถนนคลองส่งน้ำชลประทาน ระยะ ๓,๓๕๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดถนนคลองส่งน้ำชลประทาน ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ (ถนนทิพย์ภักดี) ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนพิทักษ์ ฟากตะวันออก ถนนสาธารณะไม่ปรากฎชื่อ (เชื่อมต่อจากถนนพิทักษ์) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ถนนพิทักษ์ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดซอยวจี ๑๗ ฟากเหนือ เส้นตรงที่ต่อจากซอยวจี ๑๗ ไปทางทิศตะวันตกตัดกับถนนวจีที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางแยกระหว่างถนนวจีบรรจบกับซอย ๑๓ เป็นระยะ ๔๑๕ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกถึงถนนคชเสนีย์ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางแยกระหว่างซอยวจี ๑๘ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ (ถนนคชเสนีย์) เป็นระยะ ๔๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ (ถนนคชเสนีย์) ฟากตะวันออก

๒.๓ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่เริ่มจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ฟากเหนือ ระยะ ๑,๒๕๐ เมตร เป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตัดผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๑ จนถึงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ ฟากตะวันออก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๑ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓ (ถนนคชเสนีย์) ระยะ ๕๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก จดถนนคชเสนีย์ ฟากตะวันตก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ เลียบแนวเขตเทศบาลเมืองหล่มสักไปทางทิศใต้จนถึงหลักเขตเทศบาลที่ ๘

ทิศใต้ จดเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก โรงพยาบาลหล่มสัก ห้วยน้ำพุง ฝั่งใต้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ (ถนนสามัคคีชัย)

ทิศตะวันตก เลียบแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือถึงจุดเริ่มต้น

๒.๔ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ (ถนนทิพย์ภักดี) ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดถนนคลองชลประทาน ฟากตะวันตก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๘ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับถนนกรมโยธาธิการ (ซอยวจี ๔) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ (ซอยวจี ๔) บรรจบกับศูนย์กลางถนนวจีไปทางทิศใต้ตามแนวถนนกรมโยธิการ (ซอยวจี ๔) ระยะ ๒,๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ (ซอยวจี ๔) ฟากตะวันตก บรรจบถนนวจี ฟากใต้ เลียบวจี ฟากใต้ ไปทางทิศตะวันออก และถนนพิทักษ์ ฟากตะวันออก ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๑๐ ฟากใต้

๒.๕ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ (ถนนสามัคคีชัย) ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนสาธารณะบรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระยะ ๒๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑

ทิศตะวันตก จดเส้นตั้งฉากระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

๒.๖ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากเหนือ เส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ระยะ ๒๕๐ เมตร และเส้นขนานกับศูนย์กลางทางแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๒๕๐ เมตร และเส้นขนานกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากกึ่งกลางสะพานข้ามคลองห้วยน้ำก้อใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๑,๕๐๐ เมตร เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ระยะ ๒๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๑,๕๐๐ เมตร

ทิศตะวันตก จดเส้นตรงที่เริ่มจากปลายเส้นตั้งฉาก ระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๐๘ ฟากใต้ ระยะ ๑,๒๕๐ เมตร

๒.๗ ทิศเหนือ จดโรงเรียนผาเมืองวิทยาคม ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ และเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑

ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากเป็นระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางสะพานข้ามคลองห้วยน้ำก้อใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๔๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากเหนือ คลองห้วยน้ำก้อใหญ่ฝั่งใต้และฝั่งเหนือ วัดเทวราชกุญชร เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากเหนือ สถานีวิทยุกระจายเสียงอดิศรหล่มสัก ๑๕๕๗ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (เข้าโรงเรียนผาเมืองวิทยาคม) ฟากตะวันออก

๒.๘ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากใต้ คลองห้วยน้ำก้อใหญ่ฝั่งเหนือ เส้นขนานระยะ ๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดเส้นตั้งฉากเป็นระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางสะพานข้ามคลองห้วยน้ำก้อใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ระยะ ๔๐๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากใต้ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑

ทิศตะวันตก จดเส้นตั้งฉากเป็นระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ฟากใต้ตรงจุดที่ห่างจากทางแยกระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ เป็นระยะ ๖๐๐ เมตร และจดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒ ฟากใต้ บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากตะวันออก และเลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ ฟากตะวันตก ไปทางทิศเหนือบรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๒

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลฝายนาแซง ตำบลสักหลง ตำบลวัดป่า ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน ตำบลหนองไขว่ ตำบลลานบ่า ตำบลปากดุก และตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๘๐๐ ตารางเมตร แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๐.๓

(๔) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร (๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตรเศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑] ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการ ฯ ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ณัฐดนัย/พิมพ์

๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑]ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๘)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๔๙/๔ กันยายน ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลฝายนาแซง ตำบลสักหลง ตำบลวัดป่า ตำบลตาลเดี่ยว ตำบลน้ำก้อ ตำบลน้ำชุน ตำบลหนองไขว่ ตำบลลานบ่า ตำบลปากดุก และตำบลหล่มสัก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ (เล่มที่ 8) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_12fc04c8f1d80efe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com