ประกาศจังหวัดบึงกาฬ
ประกาศจังหวัดบึงกาฬ
เรื่อง
มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
ในการจุดและปล่อยโคมลอย
โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและเพื่อป้องกันอันตรายรวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดแก่อากาศยาน
ชุมชนและประชาชนจากการจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน
หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ
จึงกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
อาศัยอำนาจตามความในข้อ
๒ และข้อ ๓ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๐
มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ จังหวัดบึงกาฬ
โดยความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรมการจังหวัดและสภาวัฒนธรรมจังหวัด
จึงกำหนดมาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัยและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดและปล่อยโคมลอย
โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้
๑. ในประกาศนี้
โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หมายความถึง
วัตถุน้ำหนักเบาคล้ายบอลลูนขนาดเล็กที่มีทั้งลักษณะทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม
หรือที่คล้ายคลึงกัน โดยข้างในโคมจะกลวงเพื่อบรรจุควันก๊าซบางชนิด
หรือใส่เชื้อเพลิงแล้วจุดไฟไว้ภายใน แล้วแต่กรณี
เพื่อให้เกิดก๊าชที่มีน้ำหนักเบาและสามารถผลักดันหรือพาโคมให้ลอยขึ้นสู่อากาศได้
และให้หมายความรวมถึงวัตถุอื่นใดอันคล้ายคลึงกัน
๒. ห้ามมิให้ผู้ใดจุดและปล่อย
หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
ขึ้นไปสู่อากาศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่
และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้
๓. ผู้ใดจะจัดให้มีสถานที่จุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใดเพื่อให้โคมลอย
โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ
ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่
๔. กำหนดระยะเวลาในการจุดและปล่อยโคมลอย
โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
๔.๑
ให้กระทำได้ในวันลอยกระทงซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ตามปฏิทินจันทรคติไทย
และในวันออกพรรษาซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือวันอื่นใดที่เป็นวันสำคัญของจังหวัด
โดยให้จุดและปล่อย โคมลอย โคมไฟ ในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา
และโคมควัน ให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา
๔.๒
ให้กระทำได้ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในช่วงคืนวันที่ ๓๑
ธันวาคมของทุกปี โดยโคมลอย โคมไฟ ให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๒๐.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา
๒๔.๐๐ นาฬิกา และโคมควันให้จุดและปล่อยในช่วงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๖.๐๐
นาฬิกา
๕. ชนิด ขนาด และจำนวนของโคมลอย โคมไฟ
โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันที่จะทำการจุดและปล่อยจะต้องมีขนาดและรูปแบบของโคมลอยตามมาตรฐาน
มผช.๘๐๘/๒๕๕๒ดังนี้
๕.๑ ตัวโคมมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๙๐ เซนติเมตร
สูงไม่เกิน ๑๔๐ เซนติเมตร และทำจากวัสดุธรรมชาติ
๕.๒
ส่วนที่เป็นเชื้อเพลิงให้ทำจากกระดาษชุบเทียนขี้ผึ้ง หรือพาราฟิน น้ำหนักไม่เกิน ๕๕
กรัม ระยะเวลาการเผาไหม้ไม่เกิน ๘ นาที โดยยึดติดกับตัวโคมด้วยเชือกทนไฟ เชือก
หรือลวดอ่อนเบอร์ ๒๔ (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ
๐.๕ มิลลิเมตร) จำนวน ๒ เส้น ความยาวเส้นละไม่เกิน ๓๐ เซนติเมตร
๕.๓ ห้ามพ่วงหรือผูกติดพลุ ดอกไม้ไฟ หรือสิ่งอื่นใดไปกับโคมขณะปล่อย
๕.๔ จำนวนการจุดและปล่อยต่อ ๑ สถานที่ ใน ๑ วัน
หรือใน ๑ เวลา
ให้อยู่ในดุลยพินิจของนายอำเภอแห่งท้องที่โดยพิจารณาจากการมีส่วนร่วมของชุมชนและประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่นเป็นสำคัญ
๖. สถานที่จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังนี้
๖.๑
พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ ๑ (พื้นที่สีแดง) คือบริเวณแนวขึ้น - ลง
สนามบินที่อยู่ห่างจากทางขึ้น - ลงของเครื่องบินห่างข้างละ ๔.๖ กิโลเมตร
ห้ามมีการจุดและปล่อยโดยเด็ดขาด
๖.๒
พื้นที่อื่นให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากนายอำเภอ
โดยให้นายอำเภอระบุพื้นที่การจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน
หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันให้ชัดเจนถึงขอบเขตปริมณฑลในการอนุญาตให้จุดและปล่อย
๗. มาตรการป้องกันมิให้มีการเล่นการพนัน
๗.๑
ห้ามจัดให้มีการพนันขันต่อในการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน
๗.๒
ห้ามมิให้มีการนับคะแนน การจับเวลา การขานเวลา การขานตัวเลขอื่น ๆ หรือกระทำเครื่องหมาย
สัญลักษณ์อื่นใด อันเป็นการบ่งชี้ถึงการบอกเวลาการขึ้น -
ลงหรือความสูงต่ำของโคมลอย โคมไฟ โคมควัน
หรือกระทำการอื่นใดอันเป็นข้อชี้ขาดให้แพ้ชนะกัน
๘. มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยและการอื่นใด
เพื่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชุมชนและประชาชน
๘.๑ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายโคมลอย โคมไฟ โคมควัน
หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ในวัด โรงเรียน ทางสาธารณะ ที่สาธารณะ
เว้นแต่เป็นพื้นที่ตามข้อ ๖.๒
๘.๒
ให้ผู้รับอนุญาตจัดให้มีผู้ประสานงานการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันที่สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์อย่างน้อย
๒ คน เพื่อทำหน้าที่ในการแจ้งศูนย์ควบคุมการบินก่อนการจุดและปล่อยในวัน
เวลาที่ได้รับอนุญาตและให้เฝ้าติดตามการติดต่อจากศูนย์ควบคุมการบินตลอดเวลาที่จุดและปล่อย
พร้อมทั้งแจ้งให้ศูนย์ควบคุมการบินทราบเมื่อเสร็จสิ้นการจุดและปล่อย
๙. ผู้ใดกระทำการจุดและปล่อย
หรือกระทำการอย่างใด เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
ขึ้นไปสู่อากาศ นอกสถานที่ที่ได้รับอนุญาต หรือเป็นผู้จัดให้มีสถานที่จุดและปล่อย
โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืนข้อกำหนดในประกาศนี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี
หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามข้อ ๕
ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒๗/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน
พุทธศักราช ๒๕๕๙
๑๐.
ผู้ได้รับอนุญาตตามประกาศนี้
ไม่ถือเป็นเหตุพ้นผิดหากการจุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน
หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันและก่อให้เกิดความเสียหายแก่อากาศยาน ชุมชน
หรือประชาชน
๑๑. ในการขออนุญาตจุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใด
เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ
ต้องยื่นขอรับใบอนุญาตต่อนายอำเภอแห่งท้องที่ล่วงหน้าก่อนวันจุดหรือปล่อยไม่น้อยกว่า
๑๕ วัน
เพื่อให้อำเภอสามารถตรวจสอบความเหมาะสมของสถานที่และแจ้งประสานสนามบิน/ท่าอากาศยานหรือศูนย์ควบคุมการบินในพื้นที่ทราบล่วงหน้า
๗ วัน
แบบคำขออนุญาตและใบอนุญาตให้ใช้ตามแบบที่กำหนดไว้ท้ายประกาศนี้
๑๒.[๑]
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๘
กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๙
พงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์
ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. คำขอรับใบอนุญาตให้จุดและปล่อย หรือกระทำการอย่างใด
เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ
๒. ใบอนุญาตให้จุดและปล่อยหรือกระทำการอย่างใด
เพื่อให้โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันขึ้นไปสู่อากาศ
ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๗/๒๕๕๙ เรื่อง
มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย
โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ชนิกา/ปริยานุช/จัดทำ
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙
นุสรา/ตรวจ
๕ มกราคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๓๗ ง/หน้า ๔๓/๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๙