法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
50
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๘ (๒) (๑๒) และ (๑๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาในคราวประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๓๐

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง

และประกาศอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“อธิการบดี” หมายความว่า

อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยตามข้อบังคับสภามหาวิทยาลัย

ว่าด้วยการบริหารมหาวิทยาลัย

“คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์” หมายความว่า

คณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ตามข้อบังคับสภามหาวิทยาลัย

ว่าด้วยการบริหารมหาวิทยาลัย

“หน่วยงาน” หมายความว่า สำนักงานอธิการบดี คณะ

วิทยาลัย สถาบัน สำนัก ศูนย์ หรือส่วนราชการของมหาวิทยาลัย

ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะที่จัดตั้งขึ้นตามกฎกระทรวง

และหมายความรวมถึงโครงการหรือหน่วยงานที่สภามหาวิทยาลัยได้พิจารณาจัดตั้งขึ้นภายในมหาวิทยาลัยตามมาตรา

๑๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

“หัวหน้าหน่วยงาน” หมายความว่า

ผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของหน่วยงาน ในกรณีสำนักงานอธิการบดี

ให้หมายความถึงหัวหน้าสำนักงานอธิการบดีหรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นเทียบเท่าตามที่

ก.พ.อ. กำหนด

“คณบดี” หมายความว่า

หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นบัณฑิตวิทยาลัย คณะ

วิทยาลัยหรือส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีชื่อเรียกอย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า

ที่มีพันธกิจในการจัดการศึกษา แล้วแต่กรณี

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานที่เป็น

สถาบัน สำนัก ศูนย์

หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

แล้วแต่กรณี

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัย

ที่ได้รับการจ้าง บรรจุและแต่งตั้งให้เข้าทำงานในมหาวิทยาลัยตามระเบียบนี้

และได้รับค่าจ้างจากงบประมาณแผ่นดิน และหรืองบประมาณเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการบริหารพนักงานมหาวิทยาลัยที่คณะกรรมการบริหารพนักงานแต่งตั้ง

“คณะทำงาน” หมายความว่า

กลุ่มบุคคลที่คณะกรรมการบริหารพนักงาน หรือคณะอนุกรรมการแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้อธิการบดีรักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจออกประกาศ หรือคำสั่ง

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หรือการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารพนักงานวินิจฉัย

ตีความโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยและให้ถือเป็นที่สุด

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้มีคณะกรรมการบริหารพนักงาน ประกอบด้วย

(๑) อธิการบดี เป็นประธาน

(๒) ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ

(๓) ผู้แทนรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการ เลือกกันเองในกลุ่ม

กลุ่มละหนึ่งคน

(๔) ผู้แทนกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ เลือกกันเอง จำนวนสามคน

(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานบุคคล

ด้านระบบราชการและการจัดส่วนราชการด้านการพัฒนาองค์กร ด้านการบริหารและการจัดการ

และด้านกฎหมาย ซึ่งมิใช่ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาสังกัดมหาวิทยาลัย พนักงาน

หรือผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย

กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย กรรมการสภาวิชาการ ซึ่งเลือกโดยพนักงาน

จำนวนสามคน

ให้ผู้อำนวยการกองบริหารงานบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานบริหารงานบุคคล

สำนักงานอธิการบดี เป็นเลขานุการ

คณะกรรมการบริหารพนักงานอาจแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามจำนวนที่เหมาะสม

ก็ได้

ให้มหาวิทยาลัยจัดให้มีการประชุมพนักงานเพื่อเลือกกรรมการตาม

(๕) และให้ที่ประชุมพนักงานเลือกประธานและเลขานุการ และกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเลือก

โดยในการประชุมให้นำความในข้อ ๙ ถึงข้อ ๑๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

และให้ดำเนินการเลือกให้แล้วเสร็จภายในห้าวันทำการ นับแต่วันประชุมครั้งแรก

ให้กรรมการบริหารพนักงาน

เลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารพนักงานและอนุกรรมการบริหารพนักงาน

หรือบุคคลในคณะทำงานเป็นกรรมการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดให้มีขึ้นและกำหนดให้เบิกเงินค่าเบี้ยประชุมและค่าพาหนะในการเดินทางไปกลับในการประชุมตามระเบียบสภามหาวิทยาลัย

ว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ

ให้นายกสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งกรรมการตาม

(๓) (๔) และ (๕)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

กรรมการบริหารพนักงานตามข้อ ๖ (๓) (๔) และ (๕)

มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว

กรรมการบริหารพนักงานตามข้อ ๖ (๓) (๔) และ (๕) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการบริหารพนักงานในประเภทนั้น ๆ

(๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ

หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๖) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

ในกรณีที่กรรมการบริหารพนักงานตามข้อ

๖ (๓) (๔) หรือ (๕) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและได้มีการดำเนินการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งแทนแล้ว

ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

จะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้

ให้คณะกรรมการบริหารพนักงานประกอบด้วยกรรมการบริหารพนักงานเท่าที่มีอยู่มีอำนาจและปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ

๘ ต่อไปได้

ในกรณีที่กรรมการบริหารพนักงานตามข้อ

๖ (๓) (๔) หรือ (๕)

พ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการบริหารพนักงานใหม่

ให้กรรมการบริหารพนักงานซึ่งพ้นจากตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

จนกว่าจะได้มีกรรมการบริหารพนักงานใหม่แล้ว

ภายใต้บังคับวรรคสาม

ให้มีการดำเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการบริหารพนักงานตามข้อ ๖ (๓) (๔) และ

(๕) ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

คณะกรรมการบริหารพนักงาน มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) เสนอการกำหนดกรอบอัตรากำ ลัง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งพนักงานในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้แสดงชื่อของตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ

ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและอัตราค่าจ้างของตำแหน่ง

ต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย กลั่นกรองก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัย เพื่ออนุมัติ

(๒) เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง และเงื่อนไขอื่น ๆ

ของตำแหน่งตามที่มหาวิทยาลัยเสนอ

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข หรืออื่น ๆ ตามที่กำหนดในระเบียบนี้

(๔)

รับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือหนังสือรับรองคุณวุฒิอื่น

ๆ เพื่อประโยชน์ในการบรรจุแต่งตั้งและกำหนดอัตราค่าจ้างที่ได้รับ

(๕) เสนอนโยบายเกี่ยวกับการบริหารงานพนักงาน

ต่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยกลั่นกรองก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัย

(๖) รายงานผลการดำเนินงาน และประกาศต่าง ๆ

ที่ได้ออกตามความในระเบียบนี้ต่อสภามหาวิทยาลัย

(๗) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อทำการใด ๆ

อันอยู่ในอำนาจและหน้าที่

(๘) ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้

หรือตามที่ระเบียบหรือข้อบังคับอื่นกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพนักงาน

(๙) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพนักงาน

ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการคนหนึ่งที่ประธานมอบหมายทำหน้าที่ประธาน หากประธานมิได้มอบหมาย

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธาน

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพนักงาน

ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ

กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การลงมติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

การลงมติให้กระทำโดยเปิดเผย

เว้นแต่กรรมการคนใดคนหนึ่งจะร้องขอให้ลงมติโดยลับหรือโดยวิธีการอื่นใด

โดยมีกรรมการที่มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเห็นชอบด้วย

วิธีการลงมติโดยเปิดเผยหรือโดยลับ

ให้ประธานเป็นผู้กำหนดตามความเห็นชอบของกรรมการ

เรื่องใดถ้าไม่มีผู้คัดค้าน

ให้ประธานถามที่ประชุมว่ามีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่

เมื่อไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบในเรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในการประชุมต้องมีรายงานการประชุมเป็นหนังสือ

ถ้ามีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม

และถ้ากรรมการฝ่ายข้างน้อยเสนอความเห็นแย้งเป็นหนังสือก็ให้บันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

พนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้ที่จะได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป

และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(ก) คุณสมบัติทั่วไป

(๑) มีอายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

(๒) เป็นผู้เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(ข) ลักษณะต้องห้าม

(๑) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๒) เป็นคนวิกลจริตหรือฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นโรคที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย หรือมีกาย หรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้

(๓) เป็นผู้ถูกสั่งให้พักงาน

หรือถูกสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเช่นเดียวกันกับการพักงาน

หรือเป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ

(๔) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๕) เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

(๖) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๗) เคยถูกจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ มหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ

องค์กรมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ

(๙) เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก

หรือไล่ออกเพราะกระทำความผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือกฎหมายอื่น หรือตามระเบียบนี้

(๑๐) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ

กรณีถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแต่ผลการสอบสวนไม่อาจลงโทษทางวินัยร้ายแรงได้

หรือมีมลทินมัวหมอง ซึ่งหากรับรับราชการต่อไปจะเป็นที่เสียหายแก่ราชการ

ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือกฎหมายอื่น หรือตามระเบียบนี้

(๑๑) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือพนักงาน

ในกรณีมีเหตุผลความจำเป็น

เพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

อาจจ้างพนักงานที่มีอายุเกินหกสิบปีบริบูรณ์ตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ตำแหน่งพนักงาน มีดังนี้คือ

(ก) ตำแหน่งวิชาการ ได้แก่

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๔) อาจารย์หรือตำแหน่งอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

(ข) ตำแหน่งบริหาร ได้แก่

(๑) อธิการบดี

(๒) รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการศูนย์หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

(๓) รองคณบดี รองผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการสำนัก รองผู้อำนวยการศูนย์หรือรองหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

(๔) หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี

(๕) หัวหน้าสำนักงานคณบดี หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ

(๖) ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าภาควิชา

หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง หรือ ภาควิชา

(๗) หัวหน้างาน

(๘) ตำแหน่งอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

(ค) ตำแหน่งสนับสนุนวิชาการ ได้แก่

(๑) ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

(๒) ผู้เชี่ยวชาญ

(๓) ผู้ชำนาญการ

(๔) ผู้ปฏิบัติการ แบ่งเป็นกลุ่มงานเทคนิคและบริการ

กลุ่มงานบริหารงานทั่วไปและกลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ

ตำแหน่งผู้ปฏิบัติการใด

จัดอยู่ในกลุ่มงานใด

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

คุณสมบัติ

หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอน พนักงานตำแหน่ง (ก) (๔) ให้ดำรงตำแหน่ง (ก)

(๑) (๒) หรือ (๓) ให้เป็นไปตามข้อบังคับสภามหาวิทยาลัยที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

ที่ใช้บังคับกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

ในการแต่งตั้งและถอดถอนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตำแหน่งอาจารย์ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์

รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์

หลักเกณฑ์

วิธีการได้มา และคุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งของพนักงานตำแหน่ง

(ข) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

เว้นแต่ตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

หรือตำแหน่งที่สภามหาวิทยาลัยออกระเบียบหรือข้อบังคับกำหนดไว้โดยเฉพาะแล้ว

ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗

หรือตามระเบียบหรือข้อบังคับของมหาวิทยาลัย แล้วแต่กรณี

คุณสมบัติ

หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอน พนักงานตามวรรคหก และพนักงานตำแหน่ง (ค)

(๔) กลุ่มงานใดให้ดำรงตำแหน่ง (ค) (๑) (๒) หรือ (๓)

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคล

และความก้าวหน้าของสายงาน กรณี การจ้าง บรรจุ และแต่งตั้งบุคคล ให้ดำรงตำแหน่ง (ข)

(๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) เว้นแต่ตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาจากบุคคลซึ่งมิได้เป็นพนักงาน

ให้เทียบประสบการณ์ คุณวุฒิ ความเชี่ยวชาญจากผลงานของบุคคลนั้น เป็นพนักงานตำแหน่ง

(ค) (๔) ก่อนแต่งตั้งเป็นพนักงานตำแหน่ง (ข) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) แล้วแต่กรณี

ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การแต่งกายและเครื่องแบบปกติ ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานกำหนด

เครื่องแบบพิธีการให้เป็นไปตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

การบรรจุ การแต่งตั้ง

และการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การจ้างและบรรจุแต่งตั้งพนักงานตามระเบียบนี้ จะต้องมีตำแหน่ง

และวงเงินงบประมาณสำหรับจ้างตามที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ภายใต้บังคับข้อ ๑๓ วรรคสี่ การรับบุคคลเป็นพนักงาน

ค่าธรรมเนียมการรับสมัครให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ภายใต้บังคับข้อ ๑๓ วรรคสี่ ผู้ที่ผ่านการดำเนินการตามข้อ ๑๖ แล้ว

ให้บรรจุและแต่งตั้งจากความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ทั้งนี้

คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยอาจกำหนดหลักเกณฑ์

และเงื่อนไขเพื่อกลั่นกรองก่อนให้ความเห็นชอบก็ได้

ให้กองบริหารงานบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานบริหารงานบุคคล

สำนักงานอธิการบดี ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ผ่านการดำเนินการตามข้อ ๑๖

ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่ง

เมื่อคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้อธิการบดี หรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจสั่งจ้างและบรรจุแต่งตั้งพนักงานและลงนามทำสัญญาจ้าง

กับผู้ที่เข้าเป็นพนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การจ้างและบรรจุแต่งตั้งพนักงาน มีสองลักษณะ ดังนี้

(๑) พนักงานประจำ

คือพนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่ได้ผ่านการวิเคราะห์ภาระงาน

กำหนดเลขประจำตำแหน่งเป็นพนักงานประจำ กำหนดอัตราค่าจ้างและปฏิบัติงานเต็มเวลา

(๒) พนักงานชั่วคราว

คือพนักงานที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งที่ได้ผ่านการวิเคราะห์ภาระงาน

กำหนดเลขประจำตำแหน่งเป็นพนักงานชั่วคราว

กำหนดอัตราค่าจ้างและปฏิบัติหน้าที่เป็นระยะเวลาตามโครงการหรือวาระการดำรงตำแหน่ง

หรือตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การจ้างพนักงานประจำ ในระยะสองปีแรกให้ทำสัญญาจ้างปีต่อปี

โดยมีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามอายุสัญญาในแต่ละปี

เมื่อการประเมินผลการปฏิบัติงานปรากฏว่าเป็นผู้มีความสามารถและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน

จะได้รับการทำสัญญาจ้างในระยะที่สองเป็นเวลาสามปีหากการประเมินผลการปฏิบัติงานการจ้างในระยะที่สอง

ปรากฏว่าเป็นผู้มีความสามารถและเหมาะสมในการปฏิบัติงาน

จะได้รับการทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลาจนถึงกำหนดเวลาตามข้อ ๓๙ (๔)

กรณีเป็นการจ้างตามโครงการ

ให้จ้างตามระยะเวลาของโครงการ หากโครงการมีระยะเวลาการดำเนินการนานกว่าหนึ่งปี

ให้จ้างพนักงานคราวละไม่เกินหนึ่งปี

กรณีการจ้างตามระยะเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

ให้จ้างคราวละไม่เกินหนึ่งปี

เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของพนักงานตามระเบียบนี้

และคุณสมบัติในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๓ ตำแหน่ง (ก) (๑) (๒) (๓) และ

ตำแหน่ง (ค) (๑) (๒) (๓) การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

และการจ้างพนักงานชั่วคราวซึ่งปฏิบัติงานต่อเนื่องให้นับระยะเวลาต่อเนื่องกันทุกสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

หน่วยงานใดมีเหตุผลและความจำเป็นที่จะจ้างบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์หรือความชำนาญใดเป็นพิเศษ

เป็นพนักงานชั่วคราวโดยมีสัญญาจ้างครั้งละไม่เกินหนึ่งปีต่อเนื่องตามความจำเป็น

ให้เสนอคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติให้จ้าง

ตามกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง และอัตราค่าจ้างที่จะได้รับตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

พนักงานผู้ใดพ้นจากตำแหน่งและออกจากงานไปปฏิบัติงานตามความประสงค์หรือตามโครงการของมหาวิทยาลัยหรือไปรับราชการทหารตามกฎหมาย

ว่าด้วยการรับราชการทหาร ถ้าผู้นั้นประสงค์จะกลับเข้าปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย

ให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับค่าจ้างตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

มหาวิทยาลัยอาจย้ายพนักงานผู้ดำรงตำแหน่งหนึ่งไปดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานเดียวกันหรือต่างหน่วยงาน

ได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การจ้างพนักงาน

ให้ทำสัญญาจ้างปฏิบัติงานตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนดและมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีบุคคลเข้าทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติงานของพนักงาน

ก็ได้

ค่าจ้าง ค่าตอบแทน

เงินเพิ่ม เงินประจำตำแหน่ง และการเลื่อนขั้นค่าจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

อัตราค่าจ้างพนักงาน

ให้เป็นไปตามบัญชีค่าจ้างที่มหาวิทยาลัยกำหนดโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย

พนักงานอาจได้รับค่าจ้างในการบรรจุและแต่งตั้ง

ในขั้นที่สูงกว่าขั้นต่ำของค่าจ้างแรกบรรจุ หากมีประสบการณ์ในการทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ

ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติของตำแหน่งก่อนเข้าเป็นพนักงาน

ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

พนักงานอาจได้รับเงินเพิ่มหรือค่าจ้างสูงกว่าขั้นต่ำของตำแหน่งสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษหรือเงินเพิ่มพิเศษสำหรับผู้มีคุณวุฒิหรือความสามารถเป็นพิเศษ

หรือได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะเศรษฐกิจ หรือเงินประจำตำแหน่งก็ได้

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

พนักงานอาจได้รับค่าตอบแทนอื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ตำแหน่งใดที่จ้างตามสัญญาจ้างและมีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งให้พิจารณาเงินประจำตำแหน่งรวมเป็นยอดเงินค่าจ้างของตำแหน่งนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การเลื่อนขั้นค่าจ้างของพนักงาน

ให้ผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้งพิจารณาโดยคำนึงถึงคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่งและผลงานที่ปฏิบัติมา

การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ตลอดจนความสามารถและความอุตสาหะในการปฏิบัติงาน

การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน ผลการประเมินและงบประมาณของมหาวิทยาลัย

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

การเลื่อนขั้นค่าจ้างตามวรรคหนึ่งให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายพิจารณาออกคำสั่งเลื่อนขั้นค่าจ้างตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการที่มหาวิทยาลัยแต่งตั้ง

การประเมินผลการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อใช้ประกอบการต่อสัญญาจ้างตามข้อ ๑๙

การพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้าง การปรับปรุงพัฒนา

และเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การมอบหมายงาน

เสริมสร้างแรงจูงใจให้ปฏิบัติงาน และอื่น ๆ

ตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานเป็นประจำทุกปี

อย่างน้อยปีละสองครั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

กรณีพนักงานผู้ใดไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

มหาวิทยาลัยจะเลิกจ้างพนักงานผู้นั้นเพราะเหตุไม่ผ่านการประเมิน ก็ได้

กรณีพนักงานมีข้อผูกพันต้องปฏิบัติงานให้แก่มหาวิทยาลัย

ไม่ว่าข้อผูกพันนั้นจะทำเป็นหนังสือสัญญาหรือไม่ก็ตาม

ไม่ผ่านการประเมินและไม่ได้รับการต่อสัญญาจ้างตามวรรคหนึ่ง

หรือไม่ผ่านการประเมินและมีคำสั่งเลิกจ้างตามวรรคสอง

พนักงานผู้นั้นไม่พ้นจากความรับผิดตามข้อผูกพันที่มีต่อมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ให้หน่วยงานรายงานผลการดำเนินการจ้างพนักงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริหารพนักงานภายในเดือนธันวาคมของทุกปี

การเพิ่มพูนประสิทธิภาพ

และการเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดให้มีการศึกษา ฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ทักษะ

ทัศนคติที่ดี คุณธรรมและจริยธรรม

ของพนักงานเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งปัจจุบันและอนาคต

โดยมีการจัดทำแผนงานและจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพของพนักงานอย่างเหมาะสมด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน คณะกรรมการบริหารพนักงานอาจกำหนดให้มีการพัฒนาพนักงาน

ดังนี้

(๑) การไปศึกษา ฝึกอบรม และดูงาน

(๒) การไปปฏิบัติงานวิจัย

(๓) การไปปฏิบัติงานบริการทางวิชาการ

(๔) การไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ

(๕) การแลกเปลี่ยนคณาจารย์หรือนักวิชาการ

(๖) การอื่นใดที่จำเป็นหรือเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานตามแผนพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย

หลักเกณฑ์และวิธีการ

การพัฒนาพนักงานให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาศักยภาพของมหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้พนักงานต้องพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ

๓๑ ในรอบระยะเวลาที่กำหนด หากพนักงานไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ให้มีผลต่อการพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้างตามข้อ ๒๗

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

พนักงานผู้ใดปฏิบัติงานเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพในระดับเป็นที่พอใจของมหาวิทยาลัย

ให้ถือว่าผู้นั้นมีความชอบ และนำไปประกอบการพิจารณาเลื่อนขั้นค่าจ้าง

เลื่อนตำแหน่ง และอาจจะได้รับบำเหน็จความชอบเป็นคำชมเชย เครื่องเชิดชูเกียรติ หรือเงินรางวัล

แล้วแต่กรณี ตามสมควร

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

วันและเวลาทำงาน การลา

และสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การกำหนดวันทำงาน เวลาทำงาน วันหยุดงานตามประเพณี

วันหยุดประจำปีของพนักงานให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยกำหนด

ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การลามีเก้าประเภท คือ

(๑) การลาป่วย

(๒) การลาคลอดบุตร

(๓) การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรหลังคลอด

(๔) การลากิจส่วนตัว

(๕) การลาพักผ่อน

(๖) การลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์

(๗) การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

(๘) การลาเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาพนักงานตามข้อ ๓๑

(๙) ลาประเภทอื่น ๆ ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้ลาได้

หลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการลา และการลาโดยได้รับค่าจ้าง

ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณระยะเวลาการปฏิบัติงานของพนักงาน

ให้นับวันหยุด วันลาวันที่มหาวิทยาลัยอนุญาตให้พนักงานหยุดงาน

เพื่อประโยชน์ของพนักงาน

และวันที่มหาวิทยาลัยสั่งให้พนักงานหยุดงานเพื่อประโยชน์ของมหาวิทยาลัย

รวมเป็นระยะเวลาในการปฏิบัติงานของพนักงานด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ให้มีระบบสวัสดิการ ประโยชน์เกื้อกูลและเงินตอบแทนในลักษณะต่าง ๆ

แก่พนักงาน ตามความจำเป็นและความเหมาะสม

สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ ประโยชน์เกื้อกูล

และเงินค่าตอบแทน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

วินัย

การรักษาวินัยและการดำเนินการทางวินัย

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง วินัย

และการรักษาวินัยมาบังคับใช้กับพนักงานโดยอนุโลม สำหรับการดำเนินการทางวินัย ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนด

โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

โทษทางวินัยมี ๓ สถาน คือ

(๑) ภาคทัณฑ์

(๒) ตัดค่าจ้าง

(๓) ไล่ออก

การพ้นสภาพพนักงาน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

พนักงานพ้นสภาพจากพนักงาน เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๒ (ก) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๒ (ข)

(๔) สิ้นปีงบประมาณในปีงบประมาณที่พนักงานมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์

(๕) สิ้นสุดสัญญา

(๖) เลิกจ้าง ตามข้อ ๔๒

(๗) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก

การพ้นสภาพตาม

(๓) ให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้พิจารณา

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

พนักงานผู้ใดประสงค์จะลาออกให้ยื่นหนังสือขอลาออกล่วงหน้า

ไม่น้อยกว่าสามสิบวัน โดยให้ยื่นเสนอผ่านหัวหน้าหน่วยงานตามลำดับเพื่อให้อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเป็นผู้พิจารณา

เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะถือว่าพ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายจะอนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์จะลาออกยื่นหนังสือขอลาออกล่วงหน้าน้อยกว่าสามสิบวันก็ได้

หากอธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายเห็นว่า

จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การบริหารงานของมหาวิทยาลัย

จะยับยั้งการลาออกได้เป็นเวลาไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันขอลาออก

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

พนักงานซึ่งขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๒ (ก) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๒ (ข)

ให้ถือว่าพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานตั้งแต่วันที่อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

อธิการบดีหรือผู้ที่อธิการบดีมอบหมายมีอำนาจเลิกจ้างพนักงานได้

ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อพนักงานสิ้นสุดการจ้างและไม่ได้รับการต่อสัญญา หรือไม่ผ่านการประเมินตามข้อ

๑๙ หรือข้อ ๒๘ แล้วแต่กรณี

(๒)

เมื่อพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีประสิทธิภาพหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่

(๓)

ถูกสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแต่ผลการสอบสวนไม่อาจลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรงได้ แต่คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมีมติว่าถ้าให้ปฏิบัติงานต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

(๔) เมื่อมหาวิทยาลัยยุบเลิกหน่วยงาน โครงการ หรือตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้พนักงานผู้พ้นสภาพพนักงานได้รับเงินชดเชย

เว้นแต่จะเป็นการพ้นสภาพเพราะถูกสั่งลงโทษไล่ออกหรือมีเหตุให้พนักงานพ้นสภาพเพราะได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรงหรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

ห้ามมิให้ให้เงินชดเชย

การกำหนดให้ได้รับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง

กรณีใดจะได้เงินชดเชย และได้รับเงินชดเชยเป็นจำนวนเท่าใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการบริหารพนักงานกำหนดโดยความเห็นชอบของ

คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย โดยทำเป็นประกาศมหาวิทยาลัย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

พนักงานผู้ใดแม้จะพ้นสภาพพนักงานไปแล้วก็ตาม

หากในการปฏิบัติงานระหว่างเป็นพนักงาน ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย

จะต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย หรือค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายดังกล่าว

เว้นแต่เป็นความเสียหายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือได้รับการยกเว้นโดยกฎหมาย

ในการนี้มหาวิทยาลัยอาจหักค่าจ้าง ค่าตอบแทน

เงินประกันที่พนักงานได้ให้ไว้สำหรับประกันการทำงาน หรือเงินอื่น ๆ ใด

ที่พนักงานจะได้รับจากมหาวิทยาลัย เพื่อชำระเป็นค่าเสียหาย

หรือค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายดังกล่าว ก็ได้

การอุทธรณ์ และร้องทุกข์

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

พนักงานผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามระเบียบนี้ให้พนักงานนั้นมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ

โดยให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์

ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งเมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์วินิจฉัยเป็นประการใด

ให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

พนักงานผู้ใดเห็นว่าผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจหน้าที่ปฏิบัติต่อตนโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติต่อตนให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย หรือถูกสั่งให้เลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

ยกเว้นแต่กรณีถูกสั่งลงโทษทางวินัยหรือการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ให้พนักงานผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์

ภายในสามสิบวัน นับแต่วันรับทราบคำสั่ง หรือรับแจ้ง หรือรับทราบการถึงการกระทำนั้น

และเมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์วินิจฉัยเป็นประการใด ให้ถือเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การอุทธรณ์ การพิจารณาอุทธรณ์ การร้องทุกข์

และการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘

ในวาระแรกที่ยังไม่มีผู้ได้รับการจ้าง บรรจุ และแต่งตั้งเป็นพนักงาน

อันทำให้ไม่สามารถเลือกกรรมการบริหารพนักงานตามข้อ ๖ (๕) ได้

ให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารพนักงานเท่าที่มีอยู่

เป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการทั้งหมด และเมื่อมีการจ้าง บรรจุ

และแต่งตั้งพนักงานตามระเบียบนี้เป็นเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันแล้ว ให้มหาวิทยาลัยดำเนินการตามข้อ

๖ วรรคสี่ ภายในสี่สิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

ในวาระแรกให้กรอบอัตรากำลังตามที่สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติในคราวประชุม

ครั้งที่ ๑๔/๒๕๔๙ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

เป็นกรอบของตำแหน่งพนักงานไปพลางก่อนและในการรับบุคคลเข้าเป็นพนักงานให้กำหนดหน้าที่

ความรับผิดชอบของตำแหน่งให้ชัดเจน แต่

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการกำหนดกรอบอัตรากำลัง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่งพนักงาน

ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้แสดงชื่อของตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบ

ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ

และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและอัตราค่าจ้างของตำแหน่งตามข้อ ๘ (๑) ต่อสภามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

50 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_141eb20765d1e32e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com