ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนช. 5 /2561
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียน
การประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อประโยชน์ในการกํากับดูแลบริการการชําระเงินให้มีความมั่นคงปลอดภัยน่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพ โดยกําหนดรูปแบบการกํากับดูแลบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ที่ต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคําแนะนําของธนาคารแห่งประเทศไทย และ 2) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ที่ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสําหรับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจที่ยื่นขอใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2562 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะดําเนินการประกาศกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บต่อไป
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 17 และมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
อื่นๆ - 4. เนื้อหา
4.1 นิยาม
ในประกาศฉบับนี้
"ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ" หมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนให้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
"สถาบันการเงิน" หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ " หมายความว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
"รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
"ผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการ" หมายความว่า
(1) ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(2) บุคคลที่ตามพฤติการณ์มีอํานาจควบคุมหรือครอบงําผู้จัดการหรือกรรมการหรือการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ให้ปฏิบัติตามคําสั่งของตนในการกําหนดนโยบายหรือการดําเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
"ธปท." หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยธนาคารแห่งประเทศไทย
"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
4.2 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการขอขึ้นทะเบียนการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้
(1) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐมนตรีโดยคําแนะนําของ ธปท.
(2) การให้บริการการชําระเงินภายใต้การกํากับที่ต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจาก ธปท.
ทั้งนี้ การยื่นขออนุญาตหรือขอขึ้นทะเบียน มีหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
4.2.1 หลักเกณฑ์การยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
(1) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1.1) เป็นนิติบุคคลประเภท
(1.1.1) บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงิน หรือ
(1.1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ
(1.2) มีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ในแต่ละประเภทธุรกิจ ดังนี้
(1.2.1) การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต่ํากว่า 100 ล้านบาท
(1.2.2) การให้บริการรับชําระเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่
(ก) การให้บริการแก่ผู้รับบัตร (Acquiring) ไม่ต่ํากว่า 50 ล้านบาท
(ข) การให้บริการสนับสนุนบริการแก่ผู้รับบัตร (Payment Facilitating) ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
(ค) การให้บริการรับชําระเงินแทน ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
(1.2.3) การให้บริการโอนเงินด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต่ํากว่า 10 ล้านบาท
ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจการให้บริการ ต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่ต่ํากว่าจํานวนทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วของประเภทธุรกิจการให้บริการที่กําหนดไว้สูงสุด
(1.3) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสําหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่ายและงบลงทุน
(1.4) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดําเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขึ้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
(1.5) ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง
(1.6) มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการซึ่งมีลักษณะดังนี้
(1.6.1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 20 บีบริบูรณ์
(1.6.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560
(1.7) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทย
สําหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ (1.2) ข้อ (1.3) และข้อ (1.7)
(2) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับยื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 1) ต่อ ธปท.
ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจ สามารถยื่นแบบการขออนุญาต พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กําหนดในคราวเดียวกันได้
4.2.2 หลักเกณฑ์การยื่นขอขึ้นทะเบียนประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับ
(1) ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
(1.1) เป็นนิติบุคคลประเภท
(1.1.1) บริษัทจํากัด หรือบริษัทมหาชนจํากัด ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทยและมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจบริการการชําระเงิน หรือ
(1.1.2) สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รัฐวิสาหกิจ
(1.2) มีฐานะทางการเงินและการดําเนินงานที่มั่นคง ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถดําเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ใช้บริการ เช่น ฐานะและผลการดําเนินงานที่ผ่านมา ส่วนของผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และแผนการประกอบธุรกิจสําหรับระยะเวลา 3 ปี ซึ่งมีรายละเอียดที่รวมถึงประมาณการรายได้ ค่าใช้จ่ายและงบลงทุน
(1.3) ต้องไม่เคยถูกสั่งระงับการดําเนินกิจการทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรือไม่เคยถูกเพิกถอนการอนุญาตหรือการขี้นทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชําระเงิน
(1.4) ต้องไม่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือไม่เคยเป็นบุคคลที่ถูกกําหนดให้เป็นผู้ที่มีการกระทําอันเป็นการก่อการร้าย หรือไม่เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทําความผิดฐานสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทําลายล้างสูง
(1.5) มีกรรมการหรือผู้ซึ่งมีอํานาจจัดการซึ่งมีลักษณะดังนี้
(1.5.1) มีอายุไม่ต่ํากว่า 20 บีบริบูรณ์
(1.5.2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 18 ประกอบกับมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติระบบการชําระเงิน พ.ศ. 2560
(1.6) มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิสําเนาอยู่ในประเทศไทย
สําหรับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ (1.2) และ ข้อ (1.6)
(2) ให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับยื่นแบบการขอขึ้นทะเบียน พร้อมเอกสารหลักฐาน ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 2) ต่อ ธปท.
ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับมากกว่า 1 ประเภทธุรกิจ สามารถยื่นแบบการขอขึ้นทะเบียน พร้อมเอกสารหลักฐานตามที่กําหนดในคราวเดียวกันได้
4.3 การพิจารณาคําขออนุญาตหรือคําขอขึ้นทะเบียน
(1) ธปท. จะพิจารณาคําขออนุญาตหรือคําขอขึ้นทะเบียนและจะเสนอรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาออกใบอนุญาตภายใน 60 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน หรือ ธปท. จะพิจารณาออกใบขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ธปท. มีอํานาจพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดบัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ตามประกาศนี้ และมีอํานาจเรียกหลักฐานและเอกสารใด ๆ จากผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจเพิ่มเติมจากที่กําหนดไว้ในประกาศนี้เพื่อประกอบการพิจารณาได้
(2) รัฐมนตรี หรือ ธปท. จะกําหนดเงื่อนไขอื่นใดเพิ่มเติมประกอบการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามที่เห็นสมควรด้วยก็ได้
(3) หาก ธปท. ตรวจสอบภายหลังพบว่า ข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจได้ยื่นไว้ในการขออนุญาตหรือขึ้นทะเบียนไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ได้กําหนดไว้ในการอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน ธปท. อาจสั่งให้แก้ไขหรือสั่งระงับการดําเนินงานทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเป็นการชั่วคราว หรืออาจเสนอให้รัฐมนตรีพิจารณาเพิกถอนการอนุญาต หรือ ธปท. อาจมีคําสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี
4.4 กรณีใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนสูญหาย ถูกทําลาย หรือชํารุดเสียหายในสาระสําคัญ
ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับต้องยื่นคําขอรับใบแทนพร้อมเอกสารหลักฐานตามแบบที่ ธปท. กําหนดในเอกสารแนบท้ายประกาศนี้ (เอกสารแนบ 3) ต่อ ธปท. ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ทราบถึงการสูญหาย การถูกทําลาย หรือการชํารุดเสียหายแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ธปท. จะพิจารณาเสนอรัฐมนตรีเพื่อออกใบแทนใบอนุญาตหรือ ธปท. จะออกใบแทนใบขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี โดยจะดําเนินการออกใบแทนภายใน 45 วันทําการนับแต่วันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วน
อื่นๆ - 5. บทเฉพาะกาล
ผู้ซึ่งประกอบกิจการบริการการชําระเงินภายใต้การกํากับอยู่ในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ หากมีทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 4.2.1 (1.2) หรือในกรณีมีเหตุจําเป็นซึ่งไม่สามารถดําเนินการให้มีกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในข้อ 4.2.1 (1.7) หรือข้อ 4.2.2 (1.6) ได้ในวันที่ยื่นคําขออนุญาตหรือขอขึ้นทะเบียน รัฐมนตรี หรือ ธปท. อาจพิจารณาอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนให้ได้ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ผู้ซึ่งประกอบกิจการดังกล่าวต้องดําเนินการ ดังต่อไปนี้
5.1 หากทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วต่ํากว่าหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 4.2.1 (1.2) ให้ดําเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้ว ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตโดยให้ยื่นแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งชําระแล้วมาพร้อมกับการยื่นคําขออนุญาตด้วย
5.2 ในกรณีมีเหตุจําเป็นซึ่งทําให้ผู้ซึ่งประกอบกิจการไม่สามารถดําเนินการให้มีกรรมการอย่างน้อย 1 คน ซึ่งมีสัญชาติไทยและมีภูมิลําเนาอยู่ในประเทศไทยตามข้อ 4.2.1 (1.7) หรือข้อ 4.2.2 (1.6) แล้วแต่กรณี ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน แล้วแต่กรณี
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน 2561
(นางฤชุกร สิริโยธิน)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน
ผู้ว่าการแทน
ธนาคารแห่งประเทศไทย