法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้ออกระเบียบว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๔๙ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่กรมการขนส่งทางบกได้นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถและผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

เป็นเหตุให้ระเบียบดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ประกอบกับได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ตามโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมการขนส่งทางบก

จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๔๙ เสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๐ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ

และเงื่อนไขในการขอและการออกใบอนุญาตขับรถและการขอต่ออายุและการอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

พ.ศ. ๒๕๔๘ และข้อ ๑๒ แห่งกฎกระทรวงกำหนดเครื่องแต่งกาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับรถ

บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ

รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘

กรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ

และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด

ในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รองอธิบดี

(ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ต้องผ่านการอบรมและทดสอบตามลำดับ

ดังต่อไปนี้

(๑) ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

(๒) อบรมตามหลักสูตรที่กำหนด

(๓) ทดสอบข้อเขียน

(๔) ทดสอบขับรถ

การทดสอบตาม (๓) หรือ (๔)

จะดำเนินการทดสอบลำดับใดก่อนหลังก็ได้ตามความเหมาะสม

สำหรับผู้ที่มีหลักฐานรับรองซึ่งแสดงว่าได้ผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรมจากโรงเรียนการขนส่ง

กรมการขนส่งทางบก หรือโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนส่งทางบกรับรอง

ให้ถือว่าผ่านการอบรม และทดสอบตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ

ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ หรือผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถ จะต้องปฏิบัติตนในระหว่างที่เข้ารับการอบรมดังนี้

(๑) ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

(๒) ต้องเข้าหรือออกจากห้องอบรมตามเวลาที่กำหนด

(๓) ไม่ส่งเสียงดังหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนผู้อื่นในขณะอบรม

(๔) ไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้ห้องอบรม อุปกรณ์หรือสื่อต่าง ๆ

ที่ใช้ในการอบรมชำรุดเสียหาย และหากเกิดความเสียหายด้วยเหตุประการใด ๆ

ให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

(๕) ไม่พูดจาเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว หรือรบกวนผู้อบรม

(๖) ไม่สูบบุหรี่ รับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม

ดื่มสุราหรือของมึนเมาหรือยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

หรือมีอาการมึนเมา

การอบรม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การอบรม

หมายความว่า

การให้ความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถด้วยการบรรยายหรือวิธีการอื่นใดที่กรมการขนส่งทางบกจัดทำขึ้นหรือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว

ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ใบอนุญาตขับรถบดถนน ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์

และใบอนุญาตขับรถใช้งานเกษตรกรรม หรือใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นตามมาตรา ๔๓ (๙) ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง

(๑) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ กฎหมายว่าด้วยทางหลวง

และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก)

(๒) การขับรถอย่างปลอดภัย

(๓) มารยาทในการขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวที่เคยได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้วและมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรวิชาจิตสำนึกและการขับรถอย่างปลอดภัยเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

หรือใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้

เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง

(๑) กฎหมาย ระเบียบ

และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะ

(๒) มารยาทสำหรับผู้ขับรถยนต์สาธารณะ

(๓) กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่ควรทราบ

(๔) เทคนิคการขับรถอย่างปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ชั่วโมง

(๑) กฎหมาย ระเบียบ

และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๒) หน้าที่ความรับผิดชอบและมารยาทของผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

(๓) สถานที่และเส้นทางภายในจังหวัด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถเพื่อขับรถยนต์สาธารณะ

รถยนต์บริการธุรกิจและรถยนต์บริการทัศนาจร

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๒ ชั่วโมง

(๑) สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางการเดินรถ และสถานที่สำคัญในจังหวัด

(๒) ภาษาอังกฤษสำหรับผู้ขับรถยนต์สาธารณะ

กรณีที่ผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถในประเภทการขนส่งประจำทาง

การขนส่งไม่ประจำทาง หรือการขนส่งโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรวิชากฎหมาย

ระเบียบ

และประกาศของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการขับรถยนต์สาธารณะหรือรถยนต์สามล้อสาธารณะเพิ่มเติมอีก

๑ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

(๑) การขับรถอย่างปลอดภัย หรือ

(๒) มารยาทในการขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ

ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ

ต้องผ่านการอบรมตามหลักสูตรในวิชาดังต่อไปนี้ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

(๑) การขับรถอย่างปลอดภัย หรือ

(๒) มารยาทในการขับรถ หรือ

(๓) สถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางการเดินรถ

และสถานที่สำคัญในจังหวัดหรือภาษาอังกฤษสำหรับผู้ขับรถยนต์สาธารณะ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุไว้ในภาคผนวก

๑ ถือว่าได้ผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและมารยาทในการขับรถตามระเบียบนี้แล้ว

โดยให้จัดทำหลักฐานการรับรองโดยใช้ข้อความว่า “รับรองว่าผ่านการอบรมและจบหลักสูตรการอบรม”

และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบลงนามกำกับไว้

การทดสอบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การทดสอบ

หมายความว่า การทดสอบความสามารถในการขับรถ ความรู้ในข้อควรปฏิบัติ

หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและความรู้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการขับรถ

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ซึ่งได้แก่

(๑) การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

(๒) การทดสอบข้อเขียน

(๓) การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับการขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่ทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบตามข้อ

๑๗ ยกเว้นใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถทุกชนิดต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่ใบอนุญาตขับรถเดิมขาดต่ออายุเกิน

๑ ปี ต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนด้วย

ในกรณีที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่ใบอนุญาตขับรถเดิมขาดต่ออายุเกิน

๓ ปี ต้องผ่านการทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถด้วย

การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การทดสอบสมรรถภาพของร่างกายให้ทำการทดสอบปฏิกิริยาและการทดสอบสายตา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบปฏิกิริยาทำการทดสอบความสามารถในการใช้เบรกเท้า

รวม ๓ ครั้ง หากสามารถเหยียบเบรกได้ในระยะเวลาน้อยกว่าหรือเท่ากับ ๐.๗๕ วินาที

สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบสายตาดำเนินการ

ดังนี้

(๑) ทดสอบสายตาทางกว้าง

ถ้าสามารถมองเห็นทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเป็นมุมกว้าง ข้างละ ๗๕ องศา

สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๒) ทดสอบสายตาทางลึก ให้ทดสอบการมองเห็นในระยะ ๒.๕๐ - ๓.๕๐ เมตร รวม

๓ ครั้ง หากผลการทดสอบห่างจุดที่กำหนดไม่เกินกว่า ๑ นิ้ว

สองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

(๓) ทดสอบการมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ ให้ดูสีเขียว สีแดง

และสีเหลือง จากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือเห็นชอบ

โดยอยู่ห่างจากเครื่องทดสอบหรือแผ่นภาพทดสอบในระดับสายตาระยะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แล้วอ่านสีตามที่เจ้าหน้าที่กำหนดสีละ ๓ ครั้ง

หากอ่านได้ถูกต้องสองในสามครั้งให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายแล้วไม่ผ่านการทดสอบให้ทดสอบแก้ตัวเฉพาะส่วนที่ทดสอบไม่ผ่านได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้น

หากยังไม่ผ่านการทดสอบนั้นอีกให้มาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่สอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน

๙๐ วัน นับแต่วันยื่นคำขอ เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย

แล้วแต่กรณี และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

การทดสอบข้อเขียน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

(๑) ลงลายมือชื่อผู้ที่เข้ารับการทดสอบในทะเบียนคุมผู้เข้ารับการทดสอบ

(๒) ทดสอบความรู้ในข้อควรปฏิบัติ

หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกตามแบบทดสอบ

และหลักเกณฑ์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดและต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕

ให้ถือว่าผ่านการทดสอบ

กรณีการทดสอบเพื่อขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามข้อ ๑๓

อาจทดสอบโดยการสัมภาษณ์หรือวิธีอื่นที่นายทะเบียนเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนอ่านและเขียนหนังสือไทยไม่ได้

ให้ทำการทดสอบดังนี้

(๑) กรณีทดสอบข้อเขียนด้วยระบบกระดาษให้ผู้ดำเนินการทดสอบอ่านคำถามให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟังและให้ผู้เข้ารับการทดสอบตอบด้วยปากเปล่าโดยทำเครื่องหมายลงในกระดาษคำตอบด้วยตนเองและให้ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกในกระดาษคำตอบว่า

“สอบปากเปล่า” พร้อมลงนามกำกับไว้เป็นหลักฐานและให้ผู้ดำเนินการทดสอบรีบตรวจคำตอบและประกาศผลการทดสอบให้ทราบโดยเร็ว

(๒) กรณีทดสอบข้อเขียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ให้ผู้ดำเนินการทดสอบ

เปิดเสียงอ่านแบบทดสอบจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เข้ารับการทดสอบฟังและให้ผู้เข้ารับการทดสอบดำเนินการทำแบบทดสอบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบข้อเขียนแล้วไม่ผ่านการทดสอบ

ให้ทดสอบแก้ตัวได้อีกหนึ่งครั้งในวันนั้น

หากยังไม่ผ่านการทดสอบอีกให้ออกใบนัดมาทำการทดสอบแก้ตัวใหม่ในวันทำการถัดไปนับแต่วันที่สอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน

๙๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ

เว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย

และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

การทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถลงลายมือชื่อที่เข้ารับการทดสอบในทะเบียนคุม

ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้เข้ารับการทดสอบต้องปฏิบัติดังนี้

(๑) การทดสอบขับรถยนต์ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย

เว้นแต่เป็นรถยนต์ที่ไม่ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การทดสอบการขับรถยนต์หรือรถยนต์สามล้อให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์วิธีการทดสอบ

และวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

การทดสอบขับรถให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒

เป็นท่าบังคับ และเลือกทดสอบอีก ๑ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบแต่ละแห่ง

ยกเว้นรถเกียร์อัตโนมัติไม่ใช้ท่าที่ ๔

(๒) หลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไปดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า

(ก)

ผู้เข้ารับการทดสอบต้องขับรถเดินหน้าตั้งแต่เริ่มขับรถอย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดทดสอบที่กำหนดให้หยุดรถ

โดยให้หยุดรถได้เพียงครั้งเดียว ณ จุดที่กำหนดให้หยุดเท่านั้น

(ข) ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน ๒๕

เซนติเมตร

(ค) กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้า

ต้องไม่ล้ำจุดหยุดรถข้างทาง และต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้นไม่เกิน ๑ เมตร

(ง) ต้องไม่ขับรถปีนหรือเบียดขอบทาง

ท่าที่ ๒ การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่งดังนี้

แบบที่ ๑

(ก)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยเส้นแนวเส้นที่กำหนด

หรือหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ - ๑๒ เมตร

หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกันมีระยะห่าง ๑.๕ เมตร

ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ

๐.๕ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก ล้ำเส้น หรือล้ำแนวเส้นที่กำหนด

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับ

แบบที่ ๒

(ก)

ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถซึ่งมีขนาดความกว้าง ๒.๕ เมตร ยาว

๑๐ - ๑๒ เมตร เป็นระยะคงที่ใช้กับรถทุกขนาด

(ข) ล้อรถต้องไม่ทับเส้น แนวเส้นที่กำหนด หรือไม่ชน หรือเบียดหลัก

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังได้เพียงครั้งเดียว

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

ท่าที่ ๓ การขับรถถอยหลังเข้าจอดและออกจากช่องว่างด้านซ้าย

(ก) ให้ขับรถถอยหลังเข้าจอดในช่องว่างด้านซ้าย ซึ่งประกอบด้วยหลัก

เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด หากเป็นหลักต้องไม่น้อยกว่า ๙ หลัก

เป็นช่องกว้างเท่ากับความกว้างของรถรวมกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ ๐.๕ เมตร

ความยาวของช่องจอดเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๒.๕ เมตร

(ข)

ตั้งแต่เริ่มเข้าเกียร์ขับรถถอยหลังเข้าจอดจนกระทั่งขับออกจากช่องว่างด้านซ้ายต้องเข้าเกียร์หรือเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน

๗ ครั้ง

(ค) ต้องไม่ชนหรือเบียดหลัก ล้ำเส้น หรือล้ำแนวเส้นที่กำหนด

(ง) ตัวรถต้องขนานกับขอบทางหรือหลัก เส้น

หรือแนวเส้นที่กำหนดด้านซ้าย โดยไม่เบียดหลักขอบทาง หรือทับเส้น

หรือทับแนวเส้นที่กำหนด

ท่าที่ ๔ การหยุดรถและออกรถบนทางลาด กรณีเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดา

(ก) ให้ขับรถขึ้นเนินหรือสะพานโค้ง แล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งโดยให้กันชนหน้าอยู่ที่จุดหยุดรถ

แล้วออกรถข้ามเนินหรือสะพานโค้งไปโดยปลอดภัย

(ข)

ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายหรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอยจากจุดที่หยุดเกินกว่า

๑ เมตร

(ค) เครื่องยนต์ดับไม่เกิน ๒ ครั้ง

ท่าที่ ๕ การกลับรถ

(ก) ให้กลับรถในช่องเดินรถซึ่งประกอบด้วยหลัก เส้น

หรือแนวเส้นที่กำหนดที่ตั้งไว้ขนานกัน ๒ แถว มีความยาวประมาณ ๑๐ - ๑๒ เมตร หลัก

เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนดในแต่ละแถวต้องห่างกัน ๑.๕ เมตร

ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถบวกเพิ่มอีก ๒ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด

(ค)

ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถจนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จต้องเปลี่ยนเกียร์ ไม่เกิน ๗

ครั้ง

ท่าที่ ๖ การขับรถเดินหน้าเข้าจอดในช่องที่เป็นมุมฉาก

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถจากจุดเริ่มต้นให้ขับเดินหน้าเข้าไปในช่องจอดที่เป็นมุมฉาก

ซึ่งประกอบด้วยขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด เป็นแนวทดสอบ ๒ แถว

ขนานกันเป็นช่องเดินรถกว้าง ๘ เมตร ยาวประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร และขอบทางหลัก เส้น

หรือแนวเส้นที่กำหนดอีก ๒ แถว ที่ตั้งเป็นแนวช่องจอดที่เป็นมุมฉากกับช่องเดินรถที่มีความกว้างเท่ากับความกว้างของตัวรถรวมกับกระจกมองข้างบวกเพิ่มอีกข้างละ

๑ เมตร ความยาวเท่ากับความยาวของตัวรถบวกเพิ่มอีก ๑ เมตร

(ข) ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดขอบทาง หลัก เส้น หรือแนวเส้นที่กำหนด

(ค) ให้ขับรถเดินหน้าเข้าช่องจอดได้เพียงครั้งเดียว

(ง) ตัวรถต้องขนานกับขอบทาง หลัก เส้น

หรือแนวเส้นที่กำหนดทั้งสองด้าน

ท่าที่ ๗ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

(ก) การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า ๘ เครื่องหมาย

ดังนี้

๑) เครื่องหมายป้ายหยุด

๒) เครื่องหมายห้ามเลี้ยวซ้ายหรือห้ามเลี้ยวขวา

๓) เครื่องหมายให้เลี้ยวซ้ายหรือให้เลี้ยวขวา

๔) เครื่องหมายห้ามหยุดรถ

๕) เครื่องหมายห้ามเข้า

และเครื่องหมายอื่น ๆ อีก ๓ เครื่องหมาย เช่น เส้นแนวหยุด

เส้นให้ทางเส้นทแยงสำหรับทางแยก ป้ายห้ามจอดรถ ตามสภาพของสนามทดสอบแต่ละแห่ง

(ข) ต้องให้สัญญาณไฟตามจุดต่าง ๆ ให้ได้ถูกต้องทุกแห่งดังนี้

๑) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวขวา

๒) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวซ้าย

๓) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะหยุดรถ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การทดสอบขับรถแทรกเตอร์

รถบดถนน หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผล

ตามท่าที่ ๑ และท่าที่ ๒ ของข้อ ๒๙

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ให้ใช้ท่าทดสอบตามหลักเกณฑ์

วิธีการทดสอบและวัดผล ดังต่อไปนี้

(๑) ท่าที่ใช้ในการทดสอบ

ท่าที่ ๑ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

ท่าที่ ๒ การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

ท่าที่ ๓ การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด (Z)

ท่าที่ ๔ การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส (S)

ท่าที่ ๕ การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวาง

การทดสอบขับรถจักรยานยนต์ให้ทดสอบรวม ๓ ท่า คือ ท่าที่ ๑

เป็นท่าบังคับและเลือกทดสอบอีก ๒ ท่า ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ

(๒) หลักเกณฑ์ วิธีการทดสอบ และวัดผลแต่ละท่าให้เป็นไปดังนี้

ท่าที่ ๑ การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรไม่น้อยกว่า ๕

เครื่องหมาย ดังนี้

๑) เครื่องหมายป้ายหยุด

๒) เครื่องหมายห้ามเลี้ยวซ้ายหรือห้ามเลี้ยวขวา

๓) เครื่องหมายให้เลี้ยวซ้ายหรือให้เลี้ยวขวา

๔) เครื่องหมายห้ามหยุดรถ

๕) เครื่องหมายห้ามเข้า

(ข) ต้องให้สัญญาณไฟตามจุดต่าง ๆ ให้ได้ถูกต้องทุกแห่ง ดังนี้

๑) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวขวา

๒) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะเลี้ยวซ้าย

๓) ให้สัญญาณไฟเมื่อจะหยุดรถ

ท่าที่ ๒ การขับรถทรงตัวบนทางแคบ

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบ

๑) ขับขี่โดยทรงตัวบนอุปกรณ์ที่ใช้ไม้กระดานกว้าง ๓๐ เซนติเมตร ยาว

๑๕ เมตร หรือใช้คอนกรีตเทเป็นแนวเส้นตรงตามขนาดดังกล่าวให้สูงประมาณ ๒ - ๓

เซนติเมตร

โดยให้กำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดห่างจากไม้กระดานหรือแนวคอนกรีตในระยะที่เหมาะสมให้สามารถตั้งตัวรถและระยะเบรกหยุดรถได้โดยปลอดภัย

๒) ต้องขับขี่ตาม ๑) โดยขับผ่านตลอดตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่น้อยกว่า

๑๐ วินาที และเริ่มนับเวลาเมื่อล้อหลังขึ้นอยู่บนอุปกรณ์และสิ้นสุดเมื่อล้อหน้าลงจากอุปกรณ์

(ข) ในระหว่างขับรถต้องปฏิบัติดังนี้

๑) เท้าต้องไม่หลุดจากที่พักเท้า

๒) ล้อต้องไม่ตกหรือลื่นไถลจากอุปกรณ์

๓) ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสม

๔) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

ท่าที่ ๓ การขับรถผ่านทางโค้งรัศมีแคบรูปตัวแซด (Z) ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถในทางโค้งรัศมีแคบที่ใช้กรวย

หรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z) ที่มีช่องเดินรถกว้าง ๒ เมตร

กรณีใช้กรวยต้องห่างกัน ๑.๕ เมตร กรณีใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z) ฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว ๕ เมตร

ความยาวระหว่างฐานบนและฐานล่างของตัวแซด (Z) ยาว ๑๖ เมตร

(ข) ให้ขับรถช้า ใช้เกียร์ต่ำ

และสามารถควบคุมรถขับเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายไปได้ตลอดห้ามลื่นไถลหรือล้ม

(ค) ต้องไม่ขับรถชนกรวยหรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวแซด (Z)

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๔ การขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวารูปตัวเอส (S)

(ก)

ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถผ่านทางโค้งซ้ายและโค้งขวาที่ใช้กรวยหรือใช้คอนกรีตเทเป็นรูปตัวเอส

(S)

ที่มีช่องทางเดินรถกว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๗ เมตร โดยกรวยต้องห่างกัน ๑

เมตร

(ข)

ผู้เข้ารับการทดสอบต้องสามารถควบคุมรถผ่านไปได้ตลอดโดยรถไม่เสียหลักลื่นไถลหรือล้ม

(ค) ต้องไม่ชนกรวยหรือคอนกรีตเทเป็นรูปตัวเอส (S)

(ง) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

(จ) ไม่ใช้เท้าแตะพื้น

ท่าที่ ๕ การขับรถหลบหลีกสิ่งกีดขวางให้ปฏิบัติ งนี้

(ก) ให้ผู้เข้ารับการทดสอบขับขี่ด้วยความเร็วที่ ๒๐ - ๓๐

กิโลเมตรต่อชั่วโมง

โดยขับรถหลบหลีกกรวยที่ตั้งไว้สำหรับทดสอบไปทางด้านซ้ายและด้านขวาในลักษณะสลับฟันปลา

ซึ่งกรวยดังกล่าวให้ตั้งบนพื้นที่ที่มีความกว้าง ๓.๕ เมตร จำนวน ๕ อัน

เป็นเส้นตรงบริเวณกึ่งกลางของพื้นที่ที่ใช้ทำการทดสอบ

โดยให้กรวยแต่ละอันมีระยะห่าง ๕ เมตร

โดยให้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดมีระยะห่างจากกรวยในระยะที่เหมาะสมให้สามารถตั้งตัวรถและระยะเบรกหยุดรถได้โดยปลอดภัย

(ข) ในระหว่างขับรถต้องสามารถควบคุมรถได้ดีไม่เสียหลัก ลื่นไถล

เฉี่ยวชน สิ่งกีดขวางหรือขอบทาง

(ค) เครื่องยนต์ต้องไม่ดับในระหว่างทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถต้องปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๙ ข้อ ๓๐ หรือข้อ ๓๑ แล้วแต่กรณี จึงจะถือว่าผ่านการทดสอบ

ให้ผู้ดำเนินการทดสอบแจ้งผลการทดสอบขับรถแก่ผู้เข้ารับการทดสอบทันทีเมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการทดสอบขับรถแล้วไม่ผ่านการทดสอบในท่าใด

ให้ทดสอบแก้ตัวเฉพาะท่าที่ไม่ผ่านเมื่อพ้นกำหนด ๓ วัน

นับแต่วันที่ทดสอบไม่ผ่านแต่ไม่เกิน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอเว้นแต่มีเหตุอันสมควรให้นายทะเบียนมีอำนาจพิจารณาให้ทดสอบแก้ตัวก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้เป็นการเฉพาะราย

แล้วแต่กรณี และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีหลักฐานดังที่ระบุในภาคผนวก

๒ ถือว่าได้ผ่านการทดสอบความสามารถในการขับรถและความรู้ในข้อควรปฏิบัติ

หรือข้อบังคับการเดินรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก

และการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายหรือผ่านการทดสอบบางรายการตามที่กำหนดในระเบียบนี้

การดำเนินการทดสอบ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่

๑,

๒, ๓, ๔ และ ๕

ขนส่งจังหวัด หรือหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา แล้วแต่กรณี

แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานให้เป็นผู้ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

ทดสอบข้อเขียน และทดสอบขับรถ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ ให้ผู้ดำเนินการทดสอบลงชื่อในรายงานประจำวันด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้ผู้ดำเนินการทดสอบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

ผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ และลงนามในแบบบันทึกผลการทดสอบ

ให้ผู้ดำเนินการทดสอบขับรถบันทึกหมายเลขทะเบียนรถที่ใช้ในการทดสอบลงในแบบบันทึกผลการทดสอบขับรถ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

แบบบันทึกผลการอบรมผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ

ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

เทียนโชติ

จงพีร์เพียร

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาคผนวก ๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถหรือผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถซึ่งมีเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงประกอบคำขออย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้

แล้วแต่กรณี

ถือว่าได้ผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับการขับรถและมารยาทในการขับรถตามข้อ ๑๖

๒. ภาคผนวก ๒ ผู้ขอดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถซึ่งมีเอกสารหลักฐานที่นำมาแสดงประกอบคำขออย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้

แล้วแต่กรณี ถือว่าได้ผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

การทดสอบข้อเขียนหรือการทดสอบขับรถทุกรายการหรือบางรายการ ตามข้อ ๓๓

๓. ตัวอย่าง แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย

๔. แบบบันทึกผลการอบรม ผลการทดสอบข้อเขียน และผลการทดสอบขับรถ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๔ พฤษภาคม

๒๕๕๔

ดำรง /ตรวจ

๒๔ พฤษภาคม

๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๕๑ ง/หน้า ๒๒/๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ และผู้ขอรับบัตรประจำตัวคนขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_15f7df4fc4444bca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com