法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของพนักงานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของพนักงานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

พ.ศ.

๒๕๕๒

สถาบันภูมิใจที่พนักงานได้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบมาตรวิทยาของชาติ

เพื่อยกระดับมาตรฐานทางด้านการวัดของประเทศให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

เพื่อบรรลุพันธกิจของสถาบันสถาบันจึงสนับสนุนทรัพยากรและส่งเสริมพนักงานให้มีความรู้ความสามารถในการทำหน้าที่อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

และถือว่าพนักงานเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าต่อสถาบัน

สถาบันได้ยึดหลักคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล

และพัฒนากำลังคนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ เพื่อให้พนักงานเป็นที่ยอมรับของสังคม

อย่างไรก็ดี สถาบันคาดหวังว่าพนักงานจะประพฤติตนและปฏิบัติงานให้เป็นแบบอย่างที่ดี

อย่างน้อยตามประมวลจริยธรรมฉบับนี้

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช

๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ บัญญัติให้มีประมวลจริยธรรมเพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท

โดยให้มีกลไกและระบบในการบังคับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๕) และ (๗)

แห่งพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของพนักงานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“ประมวลจริยธรรม” หมายความว่า

ประมวลจริยธรรมของพนักงานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“สถาบัน” หมายความว่า

สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“พนักงาน” หมายความว่า

ผู้อำนวยการ พนักงาน และลูกจ้างสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

“ของขวัญ” หมายความว่า เงิน

ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่กันเพื่ออัธยาศัยไมตรีและให้หมายความรวมถึง

เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้เป็นรางวัล

ให้โดยเสน่หาหรือเพื่อการสงเคราะห์ หรือให้เป็นสินน้ำใจ

การให้สิทธิพิเศษซึ่งมิใช่เป็นสิทธิที่จัดไว้สำหรับบุคคลทั่วไปในการได้รับการลดราคาทรัพย์สิน

หรือการให้สิทธิพิเศษในการได้รับบริการหรือความบันเทิงตลอดจนการออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือท่องเที่ยว

ค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเดียวกันและไม่ว่าจะให้เป็นบัตร ตั๋ว

หรือหลักฐานอื่นใด การชำระเงินให้ล่วงหน้า หรือการคืนเงินให้ในภายหลัง

ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้อำนวยการรักษาการตามข้อบังคับนี้

หมวด

มาตรฐานจริยธรรม

ส่วนที่

มาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

พนักงานทุกคน

ต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ๙ ประการดังนี้

(๑) การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม

(๒) การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต

และรับผิดชอบ

(๓)

การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

(๔) การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม

และถูกกฎหมาย

(๕) การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว

มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ

(๖) การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน

ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง

(๗) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน

มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

(๘)

การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๙) การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

ส่วนที่

มาตรฐานจริยธรรมขององค์กร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

พนักงานต้องยึดมั่นในจริยธรรมและยืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรมโดยอย่างน้อยต้องวางตน

ดังนี้

(๑)

ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมอย่างตรงไปตรงมาและไม่กระทำการเลี่ยงประมวลจริยธรรมนี้

(๒) เมื่อรู้หรือพบเห็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้

พนักงานผู้รู้หรือพบเห็นมีหน้าที่ต้องรายงานการฝ่าฝืนดังกล่าวพร้อมพยานหลักฐานหากมีต่อผู้อำนวยการโดยพลัน

ในกรณีที่ผู้อำนวยการเป็นผู้ฝ่าฝืนจริยธรรมต้องรายงานต่อประธานกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

(๓) ต้องรายงานการดำรงตำแหน่งทั้งที่ได้รับค่าตอบแทนและไม่ได้รับค่าตอบแทนในนิติบุคคลซึ่งไม่ใช่ส่วนราชการ

รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ราชการส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐต่อผู้อำนวยการ

ในกรณีที่การดำรงตำแหน่งนั้น ๆ

อาจขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่หรืออาจทำให้การปฏิบัติหน้าที่เสียหาย

ความในข้อนี้ให้ใช้บังคับกับการเป็นลูกจ้าง

การรับจ้างทำของ การเป็นตัวแทน

การเป็นนายหน้าและการมีนิติสัมพันธ์อื่นในทำนองเดียวกันด้วย

(๔)

ในกรณีที่พนักงานเข้าร่วมประชุมและพบว่ามีการกระทำซึ่งมีลักษณะตาม (๒)

ของข้อนี้หรือมีการเสนอเรื่องซึ่งมีลักษณะตาม (๒) ของข้อนี้ผ่านพนักงาน

พนักงานมีหน้าที่ต้องคัดค้านการกระทำดังกล่าว

และบันทึกการคัดค้านของตนไว้ในรายงานการประชุมหรือในเรื่องนั้นแล้วแต่กรณีและผู้บันทึกรายงานการประชุมต้องบันทึกการคัดค้านดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

พนักงานต้องมีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่

เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑)

อุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง

และเต็มกำลังความสามารถที่มีอยู่ ในกรณีที่ต้องไปปฏิบัติงานอื่นของราชการด้วย

จะต้องไม่ทำให้งานในหน้าที่เสียหาย

(๒)

ละเว้นจากการกระทำทั้งปวงที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่ของตนหรือของพนักงานอื่น

ไม่ก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอื่นโดยมิชอบ

(๓)

ใช้ดุลพินิจและตัดสินใจการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรู้ ความสามารถ

เยี่ยงที่ปฏิบัติในวิชาชีพ ตรงไปตรงมา ปราศจากอคติส่วนตน

ตามข้อมูลพยานหลักฐานและความเหมาะสมของแต่ละกรณี

(๔)

เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง

และแจ้งให้ผู้อำนวยการทราบโดยพลัน

(๕)

ไม่ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย หรือประชาชน ต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย

หรือประชาชนในการตรวจสอบโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน

เมื่อได้รับคำร้องขอในการตรวจสอบ

(๖)

ไม่สั่งงานด้วยวาจาในเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบัน

ในกรณีที่สั่งงานด้วยวาจาในเรื่องดังกล่าว ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบันทึกเสนอเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรตามคำสั่งเพื่อให้ผู้สั่งพิจารณาสั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

พนักงานต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากตำแหน่งหน้าที่

และยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน

โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑) ไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอื่น

ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่น้องพรรคพวกเพื่อนฝูงหรือผู้มีบุญคุณส่วนตัว

มาประกอบการใช้ดุลพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น

หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะชอบหรือชัง เช่น การสรรหาว่าจ้าง

การจัดหาพัสดุ เป็นต้น

(๒) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร

บริการ

หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของทางสถาบันไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น

เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย

(๓) ไม่กระทำการใด หรือดำรงตำแหน่ง

หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดความเคลือบแคลงหรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน้าที่

ในกรณีมีความเคลือบแคลงหรือสงสัย

ให้พนักงานผู้นั้นยุติการกระทำดังกล่าวไว้ก่อนแล้วแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา

และผู้อำนวยการพิจารณา เมื่อผู้อำนวยการวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วจึงปฏิบัติตามนั้น

(๔) ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าที่อื่นในราชการรัฐวิสาหกิจ

องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

พนักงานต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก

ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการ

หรือประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจำเป็นต้องชี้ขาดหรือวินิจฉัยต้องยึดประโยชน์ของทางราชการและประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

พนักงานต้องละเว้นจากการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และไม่กระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม

โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑) ไม่เรียกรับ หรือยอมจะรับ

หรือยอมให้ผู้อื่นเรียก รับ หรือยอมจะรับซึ่งของขวัญแทนตนหรือญาติของตน

ไม่ว่าก่อนหรือหลังดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ก็ตาม

เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยา หรือเป็นการให้ตามประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป

(๒) ไม่ใช้ตำแหน่ง หรือกระทำการที่เป็นคุณ

หรือเป็นโทษแก่บุคคลใด เพราะมีอคติ

(๓) ไม่ใช้ความเป็นพนักงาน

หรืออ้างชื่อเสียงภาพพจน์ของสถาบัน หรือใช้เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์

หรือสถานที่ของสถาบัน เพื่อแสวงหาประโยชน์ให้กับตนเองและครอบครัวไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

(๔) ไม่เสนอหรืออนุมัติโครงการ การดำเนินการ

หรือการกระทำนิติกรรมหรือสัญญาซึ่งตนเองหรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

ระเบียบ ข้อบังคับหรือประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

พนักงานต้องเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

อย่างตรงไปตรงมาโดยอย่างน้อยต้องวางตนดังนี้

(๑) ไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ

หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีมีข้อสงสัย หรือมีข้อทักท้วงว่าการกระทำ

ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมาย

พนักงานต้องแจ้งให้ผู้อำนวยการพิจารณาและจะดำเนินการต่อไปได้ต่อเมื่อได้ข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่แล้ว

(๒) ในกรณีที่เห็นว่าคำสั่งผู้บังคับบัญชา

หรือการดำเนินการใดที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ

หรือข้อบังคับ ต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้

(๓) ในกรณีที่เห็นว่ามติคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำเรื่องเสนอให้ผู้อำนวยการพิจารณา

และส่งเรื่องให้คณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติพิจารณาให้ได้ข้อยุติทางกฎหมายต่อไป

(๔) ไม่เลี่ยงกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ

ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างของกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ

ที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของตนเพื่อประโยชน์ของตนเอง

หรือผู้อื่นและต้องเร่งแก้ไขช่องว่างดังกล่าวโดยเร็ว

(๕)

ไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพย์สิน สิทธิ

หรือประโยชน์อื่นใดแทนบุคคลอื่นอันเป็นการเลี่ยงกฎหมาย หรือใช้ชื่อบุคคลอื่นถือครองสิ่งดังกล่าวแทนตนเพื่อปกปิดทรัพย์สินของตน

(๖)

เมื่อทราบว่ามีการละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในสถาบัน ผู้อำ

นวยการต้องดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการเคารพกฎหมายขึ้นโดยเร็ว

(๗) เมื่อได้รับคำร้อง

หรือคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือหน่วยงานอื่นว่ากฎหมาย กฎ

หรือข้อบังคับที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถาบัน สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน

หรือสร้างความไม่เป็นธรรมให้เกิดขึ้น ต้องดำเนินการทบทวนกฎหมาย กฎ

หรือข้อบังคับดังกล่าวโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

พนักงานต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมเป็นกลางทางการเมือง

ให้บริการแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดี และไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม

โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑) ปฏิบัติหน้าที่ให้ลุล่วงโดยไม่หลีกเลี่ยง

ละเลย หรือละเว้นการใช้อำนาจเกินกว่าที่มีอยู่ตามกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับ

(๒) ปฏิบัติหน้าที่ หรือดำเนินการอื่น โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

และสิทธิเสรีภาพของบุคคล ไม่กระทำการให้กระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคล

หรือก่อภาระหรือหน้าที่ให้บุคคลโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

(๓)

ให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดี

ปราศจากอคติและไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลผู้มาติดต่อโดยไม่เป็นธรรมในเรื่องถิ่นกำเนิด

เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล

ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษา อบรม

หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เว้นแต่จะดำเนินการตามมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อขจัดอุปสรรค

หรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น

หรือเป็นการเลือกปฏิบัติที่มีเหตุผล เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

(๔) ละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย

การแสดงปาฐกถา การบรรยาย หรือการวิพากษ์วิจารณ์อันกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง

เว้นแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการตามหลักวิชา

(๕) ไม่เอื้อประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่ญาติพี่น้อง

พรรคพวก เพื่อนฝูง

หรือผู้มีบุญคุณและต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด เช่น

การให้บริการสอบเทียบ การให้ทุนการศึกษา หรือฝึกอบรม เป็นต้น

(๖)

ไม่ลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้เป็นของตนเอง โดยมิได้ระบุแหล่งที่มา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

พนักงานต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการอย่างเคร่งครัดไม่ถ่วงเวลาให้เนิ่นช้า

และใช้ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการดำเนินงานเพื่อการในหน้าที่ และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน

ถูกต้อง ทันการณ์ และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง โดยอย่างน้อยต้องวางตนดังนี้

(๑)

ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้มาจากการดำเนินงานไปเพื่อการอื่น

อันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่น

(๒) ชี้แจง แสดงเหตุผลที่แท้จริงและครบถ้วนในกรณีที่กระทำการอันกระทบต่อสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น

ไม่อนุญาต หรือไม่อนุมัติตามคำขอของบุคคล หรือเมื่อบุคคลร้องขอตามกฎหมาย เว้นแต่การอันคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการปฏิบัติราชการทางปกครองได้กำหนดยกเว้นไว้

ทั้งนี้

จะต้องดำเนินการภายในสิบห้าวันทำการ นับแต่กระทำการดังกล่าวหรือได้รับการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

พนักงานต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

รักษาคุณภาพและมาตรฐานแห่งวิชาชีพโดยเคร่งครัด โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑) ปฏิบัติงานโดยมุ่งประสิทธิภาพ

และประสิทธิผลของงานให้เกิดผลดีที่สุดเต็มกำลังความสามารถ

(๒) ใช้งบประมาณ ทรัพย์สิน

สิทธิและประโยชน์ที่ทางสถาบันจัดให้ ด้วยความประหยัดคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย

(๓) ใช้ความรู้ความสามารถ

ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ตามคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพโดยเคร่งครัด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

พนักงานต้องยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑)

ไม่แสดงการต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

หรือสนับสนุนให้นำการปกครองในระบอบอื่นที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาใช้ในประเทศไทย

(๒) จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์

และไม่ละเมิดองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระรัชทายาทไม่ว่าทางกาย หรือทางวาจา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

พนักงานต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตน

รักษาชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของทางราชการโดยรวม โดยอย่างน้อยต้องวางตน ดังนี้

(๑) ไม่ละเมิดหลักสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา

และประเพณี ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างประมวลจริยธรรมนี้กับหลักสำคัญทางศีลธรรม

ศาสนา และประเพณี พนักงานต้องเสนอเรื่องให้ผู้อำนวยการพิจารณาวินิจฉัย

(๒)

ผู้อำนวยการและผู้บังคับบัญชาในสถาบันทุกระดับต้องปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรมโดยไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์หรือบุญคุณส่วนตัว

และควบคุมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมโดยเคร่งครัด

(๓)

ผู้อำนวยการและผู้บังคับบัญชาในสถาบันทุกระดับชั้นต้องสนับสนุน

ส่งเสริมและยกย่องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ มีผลงานดีเด่น มีความรู้ความสามารถ

และขยันขันแข็งไม่เลือกที่รักมักที่ชังและยึดมั่นในระบบคุณธรรม

(๔)

ไม่กระทำการใดอันอาจนำความเสื่อมเสียและไม่ไว้วางใจให้เกิดแก่สถาบัน

หรือราชการโดยรวม

หมวด

กลไกและระบบการบังคับใช้ประมวลจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผู้อำนวยการ

และผู้บริหารระดับฝ่ายหรือเทียบเท่าขึ้นไปมีหน้าที่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

และประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ควบคุมให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ สนับสนุน

ส่งเสริมผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้มีความซื่อสัตย์ มีผลงานและความรู้ความสามารถ

และปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้ โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) คุ้มครองพนักงานสถาบัน

ซึ่งปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมามิให้ถูกกลั่นแกล้ง

หรือถูกใช้อำนาจโดยไม่เป็นธรรม

(๒)

ส่งเสริมและเผยแพร่การปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างสม่ำเสมอ

(๓) ติดตามสอดส่องให้พนักงานในสถาบันปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างเคร่งครัด

(๔) รวบรวมปัญหาการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้

และข้อเสนอแนะในการปรับปรุงประมวลจริยธรรมนี้

หรือการอื่นตามที่เห็นสมควรต่อคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

พนักงานต้องประพฤติปฏิบัติและวางตนอยู่ในกรอบประมวลจริยธรรมอย่างเคร่งครัดตลอดจนเป็นแบบอย่างที่ดี

ควรแก่การยกย่องให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทั่วไป ทั้งนี้

ให้ผู้อำนวยการกำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติของพนักงานให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

มีพนักงานประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

กรณีมีการร้องเรียนหรือปรากฏเหตุว่า

ผู้อำนวยการประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมให้ประธานกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การดำเนินการตามข้อ ๑๘ ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ

แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสามคน แต่ไม่เกินห้าคน

เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

หากดำเนินการสอบสวนตามข้อ ๑๙

แล้วไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามข้อ ๑๘ สั่งยุติเรื่อง แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

ให้ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๘ สั่งลงโทษผู้ฝ่าฝืนตามประมวลจริยธรรมนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การดำเนินการทางจริยธรรมตามข้อ ๑๘

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐ ให้นำข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล มาบังคับใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การสั่งการของผู้รับผิดชอบดำเนินการตามข้อ

๒๐ ให้ถือเป็นที่สุด

เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังที่อาจทำให้ผลการสั่งการนั้นเปลี่ยนแปลงไป

หมวด

ขั้นตอนการลงโทษ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การฝ่าฝืนจริยธรรมตามความในหมวด ๒

ของประมวลจริยธรรมนี้เป็นความผิดทางวินัย ตามข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล และให้สถาบันดำเนินการให้เป็นไปตามคำสั่งโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้

จะถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมของการฝ่าฝืน

ความจงใจหรือเจตนา มูลเหตุจูงใจ

ความสำคัญและระดับตำแหน่งตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ฝ่าฝืน อายุ ประวัติ

และความประพฤติในอดีตสภาพแวดล้อมแห่งกรณี ผลร้ายอันเกิดจากการฝ่าฝืน

และเหตุอื่นอันควรนำมาประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การประพฤติปฏิบัติฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมนี้

ในกรณีอันมิใช่เป็นความผิดทางวินัยหรือความผิดทางอาญา

ให้ดำเนินการตามควรแก่กรณีเพื่อให้มีการแก้ไขดำเนินการที่ถูกต้องหรือตักเตือน

หรือนำไปประกอบการพิจารณาการแต่งตั้ง

หรือการพิจารณาความดีความชอบหรือการสั่งการให้ผู้ฝ่าฝืนนั้นปรับปรุงตนเองหรือได้รับการพัฒนาแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

หรือแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

กรณีเกิดปัญหาในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ให้ประธานคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

กัลยา

โสภณพานิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประธานกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

มีนาคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

มีนาคม ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๒๔ ง/หน้า ๘๗/๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของพนักงานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1614a32f5a0efde8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com