法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/11/2534)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒

และโดยได้รับอนุมัติจากประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางออกข้อกำหนดสำหรับใช้บังคับในศาลแรงงานทุกศาลไว้

ดังต่อไปนี้

การยื่นฟ้อง

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในกรณีที่โจทก์ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องเป็นหนังสือ จะใช้แบบพิมพ์ของกระทรวงยุติธรรม

หรือจะใช้แบบพิมพ์ รง. ๑ หรือ รง. ๒ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกรณีที่โจทก์มาแจ้งความจำนงว่าจะฟ้องหรือร้องด้วยวาจา ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานที่มีเขตอำนาจหรือผู้พิพากษาแห่งศาลจังหวัดที่มูลคดีที่จะฟ้องร้องนั้นเกิดขึ้นในเขตออกนั่งฟังคำแถลงด้วยวาจา

และสอบถามเพิ่มเติมตามที่จำเป็น แล้วบันทึกรายการไว้ในแบบพิมพ์ รง. ๑ หรือ รง. ๒

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อผู้พิพากษาแห่งศาลแรงงานได้สั่งรับคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือตามที่ได้บันทึกไว้ในแบบพิมพ์

รง. ๑ หรือ รง. ๒ แล้ว ให้รีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ผู้พิพากษาแห่งศาลจังหวัดรีบส่งคำฟ้องหรือคำร้องที่โจทก์นำมายื่นหรือรายการแห่งคำฟ้องหรือคำร้องที่บันทึกไว้ไปยังศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคที่คดีนั้นอยู่ในเขตอำนาจโดยเร็ว

หากศาลแรงงานกลางหรือศาลแรงงานภาคเห็นสมควรสั่งรับไว้พิจารณาก็ให้สั่งรับ

แล้วรีบนำเสนออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบโดยเร็ว

การกำหนดวันเวลาในการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคได้กำหนดตัวผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบแล้ว

ให้ผู้พิพากษากำหนดวันเวลาในการพิจารณาคดีนั้นโดยเร็ว แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบและสั่งให้มาศาลโดยใช้แบบพิมพ์

รง. ๓ ท้ายข้อกำหนดนี้

กับให้ออกหมายเรียกจำเลยให้มาศาลตามกำหนดดังกล่าวโดยใช้แบบพิมพ์ รง. ๔

ท้ายข้อกำหนดนี้

ในกรณีที่โจทก์ยังอยู่ที่ศาลหรือมาศาล

ศาลจะสั่งให้โจทก์ลงชื่อรับทราบกำหนดนัดแทนก็ได้

การกำหนดวันตามวรรคหนึ่ง ไม่ควรให้เกิน ๗

วันนับแต่วันสั่งรับคดีไว้พิจารณา เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจกำหนดให้เร็วกว่านั้นได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่ศาลแรงงานจะต้องออกไปนั่งพิจารณาพิพากษา ณ ศาลจังหวัดแห่งท้องที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น

ให้รีบแจ้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดนั้น ๆ ทราบ กับขอความร่วมมือในการส่งคำสั่งถึงโจทก์และหมายเรียกจำเลยให้ด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้จ่าศาลเป็นผู้ออกหนังสือเชิญผู้พิพากษาสมทบมานั่งพิจารณาคดี ในกรณีรีบด่วนจะติดต่อเชิญทางโทรศัพท์ก็ได้

หากผู้พิพากษาสมทบคนใดที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคกำหนดตัวให้มานั่งพิจารณาคดีมีความจำเป็นจะมาศาลไม่ได้

ให้ติดต่อเชิญผู้พิพากษาสมทบซึ่งได้กำหนดสำรองไว้สำหรับคดีนั้น

ถ้าไม่มีการกำหนดผู้พิพากษาสมทบสำรองไว้

ก็ให้รีบรายงานอธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลางหรืออธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาคเพื่อกำหนดตัวผู้พิพากษาสมทบคนอื่นแทน

การยื่นคำให้การ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่จำเลยประสงค์จะยื่นคำให้การเป็นหนังสือ ให้ใช้แบบพิมพ์คำให้การของกระทรวงยุติธรรม

การไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อศาลแรงงานได้พยายามไกล่เกลี่ยให้คู่ความได้ตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันตามเจตนารมณ์ของมาตรา

๓๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้ว

แต่คู่ความไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความกันได้และศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

ให้ศาลจดประเด็นข้อพิพาทและบันทึกคำแถลงของโจทก์กับคำให้การของจำเลยไว้ในรายการกระบวนพิจารณา

ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ

ก็ให้ศาลบันทึกไว้ให้ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณา

การสืบพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่ศาลแรงงานสั่งให้มีการสืบพยาน ศาลจะสอบถามโจทก์และจำเลยแต่ละฝ่ายว่าประสงค์จะอ้างและสืบพยานใดบ้างแล้วจดรายชื่อและที่อยู่ของพยานบุคคล

สภาพและสถานที่เก็บของพยานเอกสารหรือพยานวัตถุไว้ หรือจะให้คู่ความทำบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลในวันนั้นหรือภายในกำหนด

๒ วันก็ได้

ในกรณีที่คู่ความอ้างพยานบุคคล พยานเอกสาร หรือพยานวัตถุ ให้ศาลพิจารณาถึงความสำคัญและความจำเป็นของการสืบพยานเช่นว่านั้น

แล้วสั่งให้คู่ความนำพยานเช่นว่านั้นมาศาลหรือศาลออกหมายเรียกหรือคำสั่งเรียกให้

สำหรับพยานเอกสารหรือพยานวัตถุที่คู่ความฝ่ายหนึ่งอ้างว่าอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก็ให้ศาลมีคำสั่งให้คู่ความฝ่ายนั้นส่งต่อศาลภายในกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร

ถ้าคู่ความได้นำพยานทั้งหมดหรือบางส่วนมาศาลและพร้อมที่จะสืบได้ในวันนั้น

ให้ศาลดำเนินการสืบพยานไปทันที

เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้คัดค้านเสียก่อนเริ่มต้นสืบพยาน

ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานได้ในวันนั้น ให้ศาลกำหนดวันสืบพยานในวันอื่นแต่ไม่เกิน ๕ วันนับแต่วันนั้น

เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจกำหนดให้เร็วกว่านั้นได้

การจ่ายค่าป่วยการ

ค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยาน ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของพยานที่ศาลเรียกมาตามรายได้และฐานะของพยาน

แต่ไม่ให้เกินวันละหนึ่งร้อยห้าสิบบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานที่เสียไปด้วยตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้ศาลแรงงานกำหนดค่าป่วยการของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่ศาลขอให้มาให้ความเห็นตามรายได้และฐานะของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ

แต่ไม่ให้เกินวันละสองร้อยบาทกับค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญที่เสียไปด้วยตามสมควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีจดแจ้งจำนวนค่าป่วยการค่าพาหนะเดินทางและค่าเช่าที่พักของพยานหรือผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามข้อ

๑๑ หรือข้อ ๑๒ ลงในแบบพิมพ์ รง. ๕

ท้ายข้อกำหนดนี้ แล้วมอบให้บุคคลดังกล่าวนำไปขอรับเงินตามจำนวนที่ระบุจากจ่าศาลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของศาล

แบบพิมพ์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การมอบอำนาจให้สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแทนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๖ คู่ความจะใช้แบบพิมพ์ รง. ๖ ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในการยื่นหรือส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อกำหนดนี้

ศาลแรงงาน เจ้าพนักงานของศาลแรงงาน คู่ความหรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องจะต้องใช้แบบพิมพ์ที่กระทรวงยุติธรรมได้จัดไว้

สำหรับการยื่นอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ให้ใช้แบบพิมพ์อุทธรณ์ แบบ (๓๒) และแบบพิมพ์ท้ายอุทธรณ์ แบบ

(๓๓) ส่วนคำแก้อุทธรณ์ให้ใช้แบบพิมพ์คำแก้อุทธรณ์ แบบ (๓๔) และแบบพิมพ์ท้ายคำแก้อุทธรณ์

แบบ (๓๕)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ใช้ข้อกำหนดนี้ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๓

จำรัส เขมะจารุ

อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานกลาง

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

คำฟ้องคดีแรงงาน (รง. ๑)[๒]

๒.

คำร้องคดีแรงงาน (รง. ๒)[๓]

๓.

คำสั่งเรียกโจทก์ (รง. ๓)

๔.

หมายเรียกจำเลย (รง. ๔)

๕.

ใบสั่งจ่ายเงิน (รง. ๕)

๖.

ใบมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทน (รง. ๖)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๒)[๔]

ภิรมย์พร/ผู้จัดทำ

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓

กวินทราดา/ผู้ตรวจ

๑๐ มกราคม ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม

๙๗/ตอนที่ ๕๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๒/๓ เมษายน ๒๕๒๓

[๒] คำฟ้องคดีแรงงาน

(รง. ๑) แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๒)

[๓] คำร้องคดีแรงงาน

(รง. ๒) แก้ไขเพิ่มเติม โดยข้อกำหนดศาลแรงงาน

ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับที่ ๒)

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๒๐๐/หน้า ๑๐๘๖/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๓๔

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแรงงาน (ฉบับ Update ณ วันที่ 19/11/2534) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_16ce7ff502d98263

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com