法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2544

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน

โดยสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๔๔

ด้วยกรุงเทพมหานครเห็นสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ

เด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่ออนุวัตให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่ง

ราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครอง

สิทธิเด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๔"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ใน

ระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับกับบุคลากรในสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษา

และสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

"เด็กและเยาวชน" หมายความว่า บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สามปีจนถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

"บุคลากรในสถานศึกษา" หมายความว่า หัวหน้าสถานศึกษา ข้าราชการครู ครู

อาจารย์ ผู้สอนและลูกจ้าง

"บุคลากรทางการศึกษา" หมายความว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา

รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด

กระบวนการเรียน การสอน การนิเทศและการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ

"หัวหน้าสถานศึกษา" หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ โรงเรียน

หรือวิทยาลัย หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน

"สถานศึกษา" หมายความว่า โรงเรียน วิทยาลัย หรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีลักษณะ

เดียวกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษา ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของ

ความเป็นมนุษย์และไม่กระทำการใด ๆ ต่อเด็กและเยาวชน โดยใช้ความรุนแรงหรือโดยขัดต่อ

กฎหมายหรือศีลธรรมอันดี

การจัดกิจกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิ

เสรีภาพของเด็กและเยาวชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ต้องไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ วาจา การพูด

ดูหมิ่น หยาบคาย หลอกลวง หรือการกระทำการใดอันเป็นการทารุณหรือบีบคั้นต่อจิตใจของเด็กและ

เยาวชน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การลงโทษเด็กและเยาวชน จะต้องไม่กระทำโดยการทรมานหรือทารุณแก่

ร่างกายหรือจิตใจหรือด้วยวิธีการโหดร้ายหรือประจานหรือกระทำโดยไร้มนุษยธรรม หรือโดยวิธีการ

อันไม่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้มีการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในการกำหนด

กิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการพิจารณาการลงโทษเด็กและเยาวชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ต้องปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนโดยเสมอภาคด้วยความเป็นธรรมและต้อง

ไม่เลือกปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชน เพราะเหตุความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ

สภาพทางกาย สติปัญญา สถานะบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อและการปฏิบัติ

กิจกรรมทางศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ต้องไม่จำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์

การเลือกกิจกรรมทางการศึกษา การแสดงออกทางวิชาการ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสถานศึกษา

ของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการกระทำอันขัดต่อระเบียบหรือกฎหมาย หรือเพื่อรักษาความสงบ

เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ห้ามแสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านการใช้แรงงาน

ทรัพย์สิน สิทธิในร่างกาย หรือเป็นการละเมิดสิทธิอื่น ๆ ของเด็กและเยาวชน

การทำกิจกรรมการเรียนการสอนหรือการศึกษาอบรมต้องคำนึงถึงเพศ อายุ สุขภาพ

สภาวะจิตใจ ความพร้อมด้านร่างกายและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ของเด็กและเยาวชน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็น

การขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้สถานศึกษาใช้ทรัพยากรทางการศึกษาที่มีอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมในการ

จัดกิจกรรม การเรียนรู้ อุปกรณ์ และเครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองสิทธิของ

เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่ยากไร้ เด็กและเยาวชนพิการ หรือทุพพล

ภาพ หรือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส และเด็กและเยาวชนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ

อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่อยู่ในสถานศึกษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และพึ่งตนเองได้ ทั้งนี้ โดยการ

ร่วมมือกับชุมชน และประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน โดย

คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นลำดับแรก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สถานศึกษาต้องให้เสรีภาพ และส่งเสริมการศึกษา อบรม และการเรียน

การสอนแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษา เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่หรือศีลธรรมอันดี การคัดชื่อเด็กและ

เยาวชนที่อยู่ระหว่างการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานออก หรือให้ออกจากสถานศึกษา จะกระทำมิได้

เว้นแต่เด็กหรือเยาวชนนั้นกระทำผิดทางอาญาอย่างร้ายแรง ที่มิใช่การกระทำโดยประมาท

การย้ายเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษานั้น ๆ ออกจากสถานศึกษาจะกระทำมิได้

เว้นแต่จะจัดหาสถานศึกษาหรือกระบวนการทางการศึกษาที่เหมาะสมรองรับ โดยการพิจารณาร่วมกัน

ระหว่างเด็กและเยาวชน ผู้ปกครอง ครูและคณะกรรมการสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สถานศึกษา จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านโภชนาการ สาธารณสุขขั้นพื้นฐาน

ดูแล รักษาความปลอดภัย รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อการพัฒนาของเด็กและ

เยาวชนอย่างต่อเนื่องเพียงพอและเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้สถานศึกษาดำเนินการส่งเสริมให้บุคลากรในสถานศึกษา และบุคลากร

ทางการศึกษามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิเด็กและเยาวชน ฝึกฝนทักษะและพัฒนาความสามารถ

ในการให้คำปรึกษาและร่วมแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชนเพื่อดำเนินการพิจารณาตรวจสอบแก้ไข

ปัญหาที่เกิดขึ้น และให้การปกป้องคุ้มครองอย่างมีเหตุผล รวมทั้งสร้างเสริมจิตสำนึกให้มีทัศนคติที่ดี

ในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนด้วย

ให้สถานศึกษา จัดให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ถึงสิทธิและเสรีภาพของตน

โดยทั่วถึงกัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้บุคลากรในสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็นหน้าที่ในการ

เข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการป้องกัน บำบัดและฟื้นฟูเด็กและเยาวชนใน

สถานศึกษาที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพย์ติด เด็กและเยาวชนที่พิการ ยากไร้ มีปัญหาทางกฎหมาย

ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ถูกกระทำละเมิดหรือเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก

หรือประสบปัญหาอื่น ๆ

ในกรณีที่มีการกระทำละเมิดสิทธิเด็กหรือมีการกระทำละเมิดต่อเด็กและเยาวชนให้

บุคลากรในสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาที่รู้หรือเห็นการกระทำดังกล่าวมีหน้าที่แจ้งต่อผู้

บังคับบัญชาหรือผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และให้หัวหน้าสถานศึกษาดำเนินการที่จำเป็นโดยเร็ว เช่น

ติดต่อผู้ปกครอง นำเด็กและเยาวชนไปตรวจร่างกาย ดำเนินการสอบสวน และร้องทุกข์ให้เป็นไป

โดยเที่ยงธรรม รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออื่นตามที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้บุคลากรในสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา เด็กและเยาวชนเข้ามา

มีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการสอดส่อง ดูแลเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาให้ประพฤติตนอยู่ใน

กรอบของกฎหมายและศีลธรรมอันดี

ห้ามกระทำการใด ๆ ที่เป็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ จำหน่าย

จ่ายแจกสื่อ หนังสือ หรือสิ่งพิมพ์ทางเพศที่ไม่เหมาะสมในสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้บุคลากรในสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาถือเป็นหน้าที่ที่จะต้อง

จัดการศึกษาอบรมแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาให้เกิดความรู้ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้าน

คุณธรรม จริยธรรม จนเป็นวิถีชีวิตอย่างสมดุล ยั่งยืน มีคุณภาพได้มาตรฐานและเหมาะสมกับ

ศักยภาพ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้บุคลากรในสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาดำเนินการ

ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาสิทธิเด็กและเยาวชนด้วยความยุติธรรม โดยการประสานกับชุมชน

หน่วยงานของรัฐและองค์กรเอกชนอื่น ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วม โดยถือประโยชน์สูงสุดของเด็กและ

เยาวชนเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บุคลากรในสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาและหัวหน้าสถานศึกษา

ที่ฝ่าฝืนระเบียบนี้ ต้องรับโทษทางอาญาหรือทางวินัย แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔

สมัคร สุนทรเวช

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[รก.๒๕๔๔/พ๒๖ง/๒๓/๒๑ มีนาคม ๒๕๔๔]

อัมพิกา/แก้ไข

๒๒/๐๘/๒๕๔๔

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2544 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_178f57a67c95f674

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com