ข้อ ๒
ให้ผู้มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกซึ่งผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่รู้ภายหลังว่าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ครอบครองนั้นมีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด
ปฏิบัติเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังผิดมาตรฐาน
เนื่องจาก
(๑.๑)
มีวัตถุอื่นเจือปนในลักษณะที่ทำให้สินค้านั้นผิดไปจากมาตรฐานสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่กำหนด
หรือ
(๑.๒) มีความชื้นเกินกว่าร้อยละ ๑๘
ของน้ำหนัก หรือ
(๑.๓) มีเส้นใยเกินกว่าร้อยละ ๗ ของน้ำหนัก
หรือ
(๑.๔) มีทรายเกินกว่าร้อยละ ๕ ของน้ำหนัก
หรือดินทราย เกินกว่าร้อยละ ๖.๕ ของน้ำหนัก หรือ
(๑.๕) มีสารตัวเชื่อมเกินกว่าที่กำหนดไว้ คือ
(๑.๕.๑) มีกากน้ำตาล
หรือน้ำมันพืชที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยงรวมกันหรืออย่างใดอย่างหนึ่งเกินกว่าร้อยละ
๖ ของน้ำหนัก
(๑.๕.๒) มีสิ่งอื่น ๆ
ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง นอกเหนือจากกากน้ำตาลหรือน้ำมันพืช
เกินกว่าร้อยละ ๒ ของน้ำหนัก
ให้ทำลายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังให้สิ้นสภาพจากการเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ทั้งนี้ ไม่ว่าจะทำลายโดยเผาทิ้ง
หรือโดยวิธีอื่นที่ไม่อาจนำผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนั้นมาใช้เป็นประโยชน์ได้อีกต่อไป
ถ้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่ต้องทำลายให้สิ้นสภาพมีปริมาณตั้งแต่
๑๐ เมตริกตันขึ้นไป และก่อนทำลาย
ผู้มีไว้ครอบครองซึ่งผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังดังกล่าวอาจยื่นคำร้องขอต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขา
ขอทอนปริมาณสินค้าออกเป็นส่วน ๆ
เพื่อตรวจสอบและวิเคราะห์แต่ละส่วนมีปริมาณใกล้เคียงกัน ส่วนหนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐
เมตริกตัน แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตริกตัน
แล้วให้ชักตัวอย่างผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนั้นไปตรวจสอบและวิเคราะห์โดยให้ผู้มีไว้ในครอบครองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายและค่าบริการการตรวจสอบและวิเคราะห์
และทำลายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเฉพาะส่วนที่ปรากฏผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ในชั้นนี้ว่าผิดมาตรฐานตามที่ระบุไว้ดังกล่าวข้างต้น
(๒)
ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังผิดมาตรฐานในลักษณะอื่นนอกจากที่ระบุใน (๑) ให้แก้ไขปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนั้นจนมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด
หรือจะทำลายให้สิ้นสภาพจากการเป็นผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังตามที่ระบุใน (๑) ก็ได้