法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝกด. 1/2554 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกำหนด จำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ ฝกด. 1/2554

เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกําหนด

จํานวนเงินที่จําเป็นสําหรับการดํารงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ

ด้วยพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของบุคคลผู้กระทําความผิด หรือตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นของบุคคลนั้น หรือตามพฤติการณ์ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลนั้น เพื่อเป็นมาตรการป้องกันมิให้บุคคลผู้กระทําความผิดยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนและให้กําหนดจํานวนเงินที่จําเป็นสําหรับการดํารงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ออกประกาศฉบับนี้ เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกําหนดจํานวนเงินที่จําเป็นสําหรับการดํารงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เพื่อให้มีความชัดเจนในการปฏิบัติและเป็นไปด้วยความเหมาะสม

อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 152 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกประกาศกําหนดหลัเกกณฑ์วิธีการในการดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกําหนดจํานวนเงินที่จําเป็นสําหรับการดํารงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

อื่นๆ - 3.เนื้อหา

บททั่วไป

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในประกาศนี้

"บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน" หมายความว่า บุคคลผู้กระทําความผิดตามมาตรา 140 มาตรา 141 มาตรา 142 มาตรา 143 มาตรา 144 มาตรา 145 มาตรา 146 หรือมาตรา 148 มาตรา 149 และมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

"ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน" หมายความว่า พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งเป็นผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามมาตรา 152 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

"ยึด" หมายความว่า การกระทําใดๆ ต่อทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแล หรือครอบครองของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือบุคคลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบหมายให้ทําหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สิน

"อายัด" หมายความว่า การสั่งให้บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอก มิให้จําหน่าย จ่าย โอน หรือกระทํานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้ รวมถึงการสั่งให้บุคคลภายนอก มิให้นําส่งทรัพย์สิน หรือชําระหนี้แก่ บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน รวมทั้งสั่งให้ส่งมอบ หรือชําระหนี้ต่อธนาคารแห่งประเทศไทย

"ทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด" หมายความว่า ทรัพย์สินของบุคคลผู้กระทําความผิดตามมาตรา 140 มาตรา 141 มาตรา 142 มาตรา 143 มาตรา 144 มาตรา 145 มาตรา 146 หรือมาตรา 148 มาตรา 149 และมาตรา 150 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นของบุคคลผู้กระทําความผิดดังกล่าว หรือทรัพย์สินซึ่งตามพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลผู้กระทําความผิดดังกล่าว

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ในการดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ตามมาตรา 152 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ให้ดําเนินการอายัดทรัพย์สินของบุคคลผู้กระทําความผิดเพื่อป้องกันการยักย้าย ถ่ายเททรัพย์สิน หรือโอนทรัพย์สิน หรือสิทธิตามเอกสาร สิทธิต่าง ๆ ไปให้บุคคลอื่นโดยหากปล่อยไว้เนิ่นซ้ําไว้อาจเกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ของประชาชนไว้ก่อน หากดําเนินการอายัดทรัพย์สินดังกล่าวแล้วแต่ไม่เป็นผล หรือการดําเนินการยึดทรัพย์สินจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากกว่า ก็ให้ดําเนินการยึดทรัพย์สินนั้นก่อนการดําเนินการอายัดทรัพย์สินก็ได้

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 วิธีการส่งคําสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือเอกสาร ให้นําบทบัญญัติเรื่องการยื่นและส่งคําคู่ความและเอกสาร แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 หากประกาศนี้มิได้กําหนดวิธีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ ให้นําบทบัญญัติเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยมีคําสั่งอายัดทรัพย์สิน หรือศาลมีคําสั่งขยายระยะเวลาคําสั่งอายัดทรัพย์สิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งคําสั่งดังกล่าวให้แก่กรมที่ดิน กรมการขนส่งทางบก กรมขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี กรมบังคับคดี สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย นายทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือนายทะเบียนทรัพย์สินหรือผู้มีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน กรณีทรัพย์สินเป็นสิทธิเรียกร้องให้ส่งคําสั่งแก่บุคคลภายนอกที่มีหน้าที่ ความรับผิดในการชําระเงินหรือส่งมอบสิ่งของตามสิทธิเรียกร้อง

คําสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวต้องมีข้อห้ามบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินหรือบุคคลภายนอก งดเว้นการจําหน่าย จ่าย โอน การชําระเงิน การส่งมอบสิ่งของหรือกระทํานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้อง ที่มีอยู่ในขณะรับคําสั่งอายัด หรือที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าตลอดระยะเวลาที่คําสั่งอายัดนั้นยังมีผล

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 ให้ผู้ที่ได้รับคําสั่งอายัดทรัพย์สินตามข้อ 5 มีหน้าที่ต้องแจ้งผลการดําเนินการอายัดทรัพย์สินให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลงในหนังสือนําส่งคําสั่งอายัดทรัพย์สิน ผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวต้องระวางโทษตามมาตรา 152 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 เมื่อพ้นกําหนดเวลาตามข้อ 6 ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งคําสั่งอายัดทรัพย์สินและผลการดําเนินการอายัดทรัพย์สินตามข้อ 5 ให้บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินทราบ

กรณีอายัดทรัพย์สินซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นของบุคคลผู้กระทําความผิด หรือทรัพย์สินซึ่งตามพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นของบุคคลผู้กระทําความผิด ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งการอายัดให้แก่เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิเรียกร้องนั้นทราบด้วย

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 กรณีการอายัดสิทธิเรียกร้องแห่งรายได้เป็นคราว ๆ ให้รวมตลอดถึงจํานวนเงินซึ่งถึงกําหนดชําระภายหลังการอายัดนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 กรณีการอายัดสังหาริมทรัพย์ ให้ครอบถึงดอกผลแห่งทรัพย์นั้นด้วย

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 การอายัดสิทธิเรียกร้องซึ่งมีต่อบุคคลภายนอกในอันที่จะเรียกให้ชําระเงินจํานวนหนึ่ง ซึ่งมีการจดทะเบียนจํานองเป็นประกัน การอายัดสิทธิเรียกร้องให้รวมตลอดถึงการจํานองด้วย แต่ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องแจ้งคําสั่งอายัดทรัพย์นั้นไปยังเจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม จดแจ้งไว้ในทะเบียน

การยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะดําเนินการยึดทรัพย์สินใด ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคําสั่งยึดทรัพย์สินเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 กรณีธนาคารแห่งประเทศไทยมีคําสั่งยึดอสังหาริมทรัพย์ใดแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสือส่งคําสั่งยึดอสังหาริมทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบ เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจดบันทึกการยึดอสังหาริมทรัพย์ดังกล่วไว้ในทะเบียนและให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดําเนินการปิดประกาศการยึดไว้ ณ บริเวณอสังหาริมทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 ก่อนดําเนินการยึดทรัพย์สินใดให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตรวจสอบและทําความเข้าใจให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินอะไรบ้าง ของใคร และจํานวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 เพื่อให้การยึดทรัพย์สินสําเร็จด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใส ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินประสานให้มีเจ้าพนักงานตํารวจอยู่ร่วมในขณะยึดทรัพย์สินด้วย เว้นแต่ ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินพิจารณาเห็นว่าจะไม่มีการขัดขวาง หรือโต้แย้งในขณะที่ดําเนินการยึดทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินดําเนินการยึดทรัพย์สินได้ทุกวันในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นถึงตก เว้นแต่มีเหตุอันควรเห็นได้ว่าหากไม่กระทําการยึดทันที ทรัพย์สินจะสูญหายหรือถูกยักย้าย ให้มีอํานาจดําเนินการในเวลาอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตในการดําเนินการดังกล่าวให้นําคําสั่งยึดทรัพย์สินติดตัวไปด้วย

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 ก่อนดําเนินการยึดทรัพย์สินให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแสดงคําสั่งยึดทรัพย์สิน คําสั่งแต่งตั้งผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน และบัตรประจําตัวพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยต่อเจ้าของหรือผู้มีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าว ถ้าไม่พบให้แสดงต่อผู้ครอบครองหรือบุคคลในครอบครัว หากไม่พบผู้ใด ขอให้เจ้าพนักงานตํารวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองเป็นพยาน

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 การยึดสังหาริมทรัพย์ที่มีรูปร่างให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินแสดงเครื่องหมายที่ทรัพย์สินให้เห็นได้ชัดเจนว่ามีการยึดแล้วตามวิธีที่เห็นสมควร และทําบัญชีทรัพย์สินที่ยึด โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่น ชื่อ ประเภท จํานวน ขนาด น้ําหนัก หรือสภาพทรัพย์สิน ตามลําดับหมายเลขไว้ และจัดการให้เจ้าของหรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สินนั้น หรือผู้ครอบครองหรือบุคคลในครอบครัวของผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นลงลายมือชื่อรับรองบัญชีทรัพย์สินที่ยึดไว้หากผู้นั้นไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ หรือในกรณีที่ไม่มีบุคคลดังกล่าว ให้จดแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ยึดและให้เจ้าพนักงานตํารวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแห่งท้องที่นั้นลงลายมือชื่อรับรองแทน

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 กรณีการยึดที่ดินที่มีโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นมีสิทธิรวมอยู่ด้วย ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินจดบันทึกถ้อยคําผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้มีสิทธิในโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 กรณีการยึดสิ่งปลูกสร้างให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินจดรายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งถ่ายภาพสิ่งปลูกสร้างนั้น

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 การยึดทรัพย์สิน ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดมีหนังสือแจ้งการยึดทรัพย์สินดังกล่าวให้บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เจ้าของทรัพย์สินและเจ้าของรวม หรือผู้มีสิทธิในทรัพย์สินทราบ ถ้าไม่สามารถแจ้งแก่บุคคลดังกล่าวได้ ให้ปิดหนังสือแจ้งการยึดไว้ ณ สถานีตํารวจแห่งท้องที่ที่ทําการยึดทรัพย์สินนั้น หรือประกาศหนังสือแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกิน 7 วัน

กรณียึดสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียนกรรมสิทธิ์ ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนทรัพย์สินนั้น เพื่อให้นายทะเบียนทรัพย์สินบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 เมื่อดําเนินการยึดทรัพย์สินเสร็จแล้ว ให้ผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินทํารายงานและบัญชีทรัพย์สินที่ยึด เสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่าง และอสังหาริมทรัพย์ให้ครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้ดําเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินจะนําทรัพย์สินที่มีรูปร่างที่ยึดหรืออายัดไว้ฝากไว้ ณ สถานที่ใด หรือแก่บุคคลใด หรือมอบไว้ในอารักขาของบุคคลอื่นใดซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ หรือมอบไว้ในอารักขาของ บุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินก็ได้ ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี

หากดําเนินการตามาวรรคหนึ่งไม่ได้ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเช่าสถานที่เก็บรักษาหรือจะจ้างคนเฝ้าทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 ในกรณีจําเป็นเนื่องจากสภาพทรัพย์สินไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้จะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย หรือมีข้อยุ่งยากเกินควร ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจขายทอดตลาดทรัพย์สิน หรือดําเนินการขายโดยวิธีอื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควรและให้นําส่งเงินที่ได้จากการขายเก็บรักษาไว้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร

การกําหนดจํานวนเงินที่จําเป็นสําหรับการดํารงชีพและเลี้ยงดู

ครอบครัวของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 เพื่อการดํารงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่ไม่อาจยึดหรืออายัดได้ และไม่อยู่ในบังคับแห่งประกาศนี้ ได้แก่

(1) ทรัพย์สินที่ระบุไว้ ดังต่อไปนี้

(ก) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัวโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินห้าหมื่นบาท ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควรจะกําหนดให้ทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินห้าหมื่นบาทไม่ตกอยู่ในการยึดนี้ก็ได้โดยคํานึงถึงความจําเป็นตามฐานะของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

(ข) เครื่องมือหรือเครื่องใช้ที่จําเป็นในการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินหนึ่งแสนบาท ในกรณีผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน มีคําขอโดยทําเป็นคําร้องต่อธนาคารแห่งประเทศไทยขออนุญาตยึดหน่วงและใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจําเป็นเพื่อดําเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าที่กําหนดดังกล่าว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอํานาจพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามสมควร

(ค) วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จําเป็นต้องใช้ทําหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

(ง) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมายหรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

(จ) ทรัพย์สินของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน อันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสําหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ

(2) ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

(ก) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งตามกฎหมายกําหนดไว้ และเงินรายได้เป็นคราว ๆ อันบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพในอัตราร้อยละ 70 ของเงินจํานวนที่มีสิทธิได้รับนั้นก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น หรือตามจํานวนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งหมื่นบาท

(ข) เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ บําเหน็จและเบี้ยหวัดของข้าราชการ เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของรัฐบาล และเงินสงเคราะห์หรือบํานาญที่รัฐได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

(ค) เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (ข) ที่นายจ้างจ่ายให้แก่ผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือคู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินด้วย ในอัตราร้อยละ 70 ของเงินจํานวนที่มีสิทธิได้รับนั้นก่อนหักค่าใช้จ่ายอื่น หรือตามจํานวนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งหมื่นบาท

(ง) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้รับอันเนื่องมาจากความตายของบุคคลอื่นเป็นจํานวนตามที่จําเป็นในการดําเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายหรือตามจํานวนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควร

(3) ทรัพย์สินของกสิกร ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกรพุทธศักราช 2475

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 การกําหนดจํานวนเงินตามข้อ 25 หรือการกําหนดจํานวนเงินอื่นใดเพื่อการดํารงชีพของผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยคํานึงถึงฐานะในทางครอบครัวของผู้กระทําความผิดที่ถูกยีดหรืออายัดทรัพย์สิน จํานวนบุพการีและผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะของบุคคลผู้กระทําความผิดที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินด้วย

การถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27 ก่อนมีการฟ้องคดีต่อศาล เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่ามีเหตุอันสมควรธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิกถอน คําสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถอน แก้ไข การยึดหรืออายัดทรัพย์สินก็ได้

ในกรณีดังกล่าวในวรรคก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจตั้งคณะทํางานขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อพิจารณาเพิกถอน คําสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือถอน แก้ไข การยึดหรืออายัดทรัพย์สินก็ได้

อื่นๆ - 4.วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2554

(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ ฝกด. 1/2554 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการในการดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการกำหนด จำนวนเงินที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพและเลี้ยงดูครอบครัวของบุคคลที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1bae034695b552fc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com