บทเฉพาะกาล มาตรา อารัมภบท คัดลอกการอ้างอิง
ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย
พ.ศ. ๒๕๓๕
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดตั้งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เสนอขอรับการสนับสนุน และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนดังกล่าวแล้ว ฉะนั้น เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเอื้อต่อการสนับสนุนการพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
มาตรา ข้อ ๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๕
มาตรา ข้อ ๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป
มาตรา ข้อ ๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
เงินทุนหมุนเวียน หมายความว่า เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย
คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
คณะกรรมการบริหาร หมายความว่า คณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายตามระเบียบนี้
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ข้อ ๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔ เงินทุนหมุนเวียนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย การจัดประชุมสัมมนา การรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ ทั้งในภาครัฐและเอกชน การจัดให้ได้มาซึ่งข้อมูลทางวิชาการที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย การจัดทำและเผยแพร่รายงาน การศึกษาวิจัย การให้เงินอุดหนุนหรือเงินรางวัลแก่งานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากฎหมาย และการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือตามที่คณะกรรมการพัฒนากฎหมายกำหนด
มาตรา ข้อ ๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๕ ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินทุนหมุนเวียนไว้ที่กรมบัญชีกลาง เรียกว่า บัญชีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย
เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงาน ให้สำนักงานมีบัญชีเงินฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นรัฐวิสาหกิจเพื่อใช้จ่ายในกิจการได้ภายในวงเงินและเงื่อนไขที่คณะกรรมการพัฒนากฎหมายกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ข้อ ๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๖ เงินที่นำเข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนนี้ ได้แก่
(๑) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่าย
(๒) เงินที่ได้รับจากกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(๓) เงินที่ได้รับจากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ในข้อ ๔
(๔) ค่าลิขสิทธิ์
(๕) เงินที่มีผู้มอบให้เพื่อสมทบเงินทุนหมุนเวียนนี้
(๖) เงินรายรับอื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
มาตรา ข้อ ๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๗ เงินที่ได้รับตามข้อ ๖ (๒) ถึง (๖) ให้นำส่งเข้าบัญชีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายที่กรมบัญชีกลางโดยเร็วที่สุด แต่อย่างช้าต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ได้รับเงิน
มาตรา ข้อ ๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๘ ให้สำนักงานจัดทำประมาณการรายรับรายจ่ายประจำปีเกี่ยวกับการดำเนินการตามเงินทุนหมุนเวียนนี้เสนอกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติภายในระยะเวลาที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ข้อ ๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๙ เงินทุนหมุนเวียนนี้ให้จ่ายได้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๔ ดังรายการต่อไปนี้
(๑) ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัย
(๒) ค่าตอบแทนผู้ตรวจและประเมินงานวิจัยกฎหมายและค่าตอบแทนวิทยากรในการประชุมสัมมนา
(๓) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประชุมสัมมนาและการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ
(๔) ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำความเห็นหรือค่าตอบแทนในการเข้าร่วมประชุมสัมมนาและค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือดูงานเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายในต่างประเทศ
(๕) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดพิมพ์และเผยแพร่รายงานการวิจัย การประชุมสัมมนา การรับฟังความคิดเห็น และรายงานของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย
(๖) ค่าใช้จ่ายอื่นใดในการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย
มาตรา ข้อ ๑๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๐ ให้มีคณะกรรมการคนหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย ประกอบด้วยเลขาธิการเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย เป็นกรรมการ และผู้แทนสำนักงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ข้อ ๑๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดสรรเงินและควบคุมดูแลการใช้จ่ายเงินทุนหมุนเวียน
มาตรา ข้อ ๑๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๒ ให้เลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินทุนหมุนเวียนนี้ตามรายการและภายในวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร
มาตรา ข้อ ๑๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๓ การให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัย ให้เป็นไปตามระเบียบที่ประธานคณะกรรมการกฤษฎีกากำหนดตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
มาตรา ข้อ ๑๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๔ การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน การฝากเงิน การนำส่งเงิน ให้ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
มาตรา ข้อ ๑๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๕ การซื้อ การจ้าง การเช่า การกำหนดค่าใช้จ่าย การใช้จ่ายเงินและการเบิกจ่ายเงินทุนหมุนเวียนนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการพัฒนากฎหมายกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ข้อ ๑๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๖ การบัญชี ให้ปฏิบัติตามระบบบัญชีที่สำนักงานกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
การปิดบัญชี ให้กระทำปีละครั้งโดยถือปีงบประมาณเป็นรอบปีบัญชี และให้จัดทำงบการเงินพร้อมทั้งรายละเอียดประกอบส่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อตรวจสอบและรับรองภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับตั้งแต่วันสิ้นงวดบัญชี เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองแล้ว ให้ส่งสำเนางบการเงินดังกล่าวให้กรมบัญชีกลางและสำนักงานงบประมาณเพื่อทราบต่อไป
มาตรา ข้อ ๑๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๗ ให้มีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน และการบัญชีของเงินทุนหมุนเวียนนี้แล้วรายงานผลการตรวจสอบให้เลขาธิการทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
มาตรา ข้อ ๑๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๘ วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือในกรณีที่มีความจำเป็นซึ่งไม่อาจดำเนินการตามระเบียบนี้ได้ ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน
มาตรา ข้อ ๑๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๙ ให้เลขาธิการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือระเบียบภายในเกี่ยวกับเงินทุนหมุนเวียนนี้ได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕
วัฒนา รัตนวิจิตร
(นายวัฒนา รัตนวิจิตร)
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
หลักเกณฑ์และวิธีการในการซื้อ การจ้าง การเช่า
การกำหนดค่าใช้จ่าย การใช้จ่ายเงิน และการเบิกจ่ายทุนหมุนเวียน
เพื่อพัฒนากฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๖
โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการในการซื้อ การจ้าง การเช่า การกำหนดค่าใช้จ่าย การจ่ายเงิน และการเบิกจ่ายเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย ให้เป็นไปตามข้อ ๑๕ แห่งระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการพัฒนากฎหมายโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการซื้อ การจ้าง การเช่า การกำหนดค่าใช้จ่าย การใช้จ่ายเงิน และการเบิกจ่ายเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายไว้ ดังต่อไปนี้
บททั่วไป
มาตรา ข้อ ๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑ หลักเกณฑ์และวิธีการนี้เรียกว่า หลักเกณฑ์และวิธีการในการซื้อ การจ้าง การเช่า การกำหนดค่าใช้จ่าย การใช้จ่ายเงิน และการเบิกจ่ายทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย พ.ศ.๒๕๓๖
มาตรา ข้อ ๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒ หลักเกณฑ์และวิธีการนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นต้นไป
มาตรา ข้อ ๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓ ให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นผู้รักษาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้
มาตรา ข้อ ๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔ ในหลักเกณฑ์และวิธีการนี้
เงินทุนหมุนเวียน หมายความว่า เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย
คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
กรรมการ หมายความว่า ประธานกรรมการพัฒนากฎหมายและกรรมการพัฒนากฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา
อนุกรรมการ หมายความว่า ประธานอนุกรรมการและอนุกรรมการที่คณะกรรมการพัฒนากฎหมายแต่งตั้ง
คณะกรรมการบริหาร หมายความว่า คณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมายตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยเงินทุนหนุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย พ.ศ. ๒๕๓๕
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ได้รับมอบหมาย
เจ้าหน้าที่พัสดุ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเลขาธิการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้
การซื้อ
การซื้อพัสดุเพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย
มาตรา ข้อ ๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๕ การซื้อพัสดุเพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายให้ดำเนินการโดยวิธีดังต่อไปนี้
(๑) การซื้อพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา
(๒) การซื้อพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีวงเงินเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้ดำเนินการโดยวิธีสอบราคา
(๓) การซื้อหนังสือ เอกสาร หรือข้อมูลจากต่างประเทศ ให้ดำเนินการโดยวิธีพิเศษ
มาตรา ข้อ ๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๖ การซื้อตามข้อ ๕ (๑) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนการดำเนินการซื้อ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการตามรายการดังต่อไปนี้
(ก) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อ
(ข) ราคามาตรฐาน หรือราคากลางของทางราชการ หรือราคาที่เคยซื้อครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณ
(ค) วงเงินมีจะซื้อในครั้งนั้น
(ง) การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
(๒) เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตาม (๑) แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีตกลงราคาต่อไปได้
มาตรา ข้อ ๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๗ การซื้อตามข้อ ๕ (๒) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนดำเนินการซื้อ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการตามรายการ ดังต่อไปนี้
(ก) รายการตามข้อ ๖ (๑) (ก) (ข) และ (ค)
(ข) การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
(๒) เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตาม (๑) แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุและคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการจัดซื้อโดยวิธีสอบราคาต่อไปได้
มาตรา ข้อ ๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๘ การซื้อตามข้อ ๕ (๓) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนดำเนินการซื้อ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการตามรายการดังต่อไปนี้
(ก) รายละเอียดของหนังสือ เอกสาร หรือข้อมูลที่จะซื้อ
(ข) ราคาของหนังสือ เอกสาร หรือข้อมูลที่สืบมาได้
(ค) วงเงินที่จะซื้อในครั้งนั้น
(ง) การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
(๒) เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตาม (๑) แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการสั่งซื้อจากต่างประเทศต่อไปได้
การซื้อพัสดุเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย
มาตรา ข้อ ๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๙ การซื้อพัสดุเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายซึ่งยังมิได้กำหนดไว้เป็นแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
การตรวจรับพัสดุ
มาตรา ข้อ ๑๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๐ การตรวจรับพัสดุที่ได้ดำเนินการจัดซื้อตามข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุถือปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
การจ้าง
การจ้างผู้ดำเนินการวิจัย
มาตรา ข้อ ๑๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๑ การจ้างผู้ดำเนินการวิจัยเพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัยเพื่อการพัฒนากฎหมาย
การจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำความเห็น
มาตรา ข้อ ๑๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๒ การจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำความเห็นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดเพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย อาจกระทำได้โดยวิธีตกลงหรือวิธีคัดเลือก
มาตรา ข้อ ๑๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๓ ก่อนดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการตามรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้าง (Terms of Reference)
(๒) คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญที่จะจ้าง
(๓) วงเงินค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญโดยประมาณ
(๔) กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน
(๕) วิธีจ้างผู้เชี่ยวชาญและเหตุผลที่ต้องจ้างโดยวิธีนั้น
(๖) การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญ
มาตรา ข้อ ๑๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๔ การจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เป็นการจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการตามที่ต้องการมีจำนวนจำกัดไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก
(๒) เป็นการจ้างผู้เชี่ยวชาญซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถและผลงานแล้ว และเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้
(๓) เป็นการจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ราชการ
มาตรา ข้อ ๑๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๕ การดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญโดยวิธีตกลงราคา ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการที่จะจ้างและเจรจาต่อรอง
(๒) พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดในสัญญา
(๓) รายงานผลการพิจารณาตาม (ก) และ (ข) พร้อมด้วยความเห็นของคณะกรรมการต่อเลขาธิการเพื่อสั่งการ
มาตรา ข้อ ๑๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๖ การดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญโดยวิธีคัดเลือก ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดหารายซื่อของผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ได้มากรายที่สุด โดยอาจขอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญจากสถานทูต องค์การระหว่างประเทศ สมาคมหรือสถาบันอาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์หรือขอความร่วมมือจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งเคยดำเนินการจ้างผู้เชี่ยวชาญในงานประเภทเดียวกัน
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก
(๓) ดำเนินการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญให้เหลือน้อยรายและรายงานผล การดำเนินการต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาคัดเลือก
(๔) เชิญชวนผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายตาม (๒) ให้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงานนั้น
(๕) พิจารณาข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญทุกรายและจัดลำดับ
(๖) เชิญผู้เชี่ยวชาญรายที่เหมาะสมที่สุดมาเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม
(๗) เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้ว ให้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดในสัญญา
(๘) รายงานผลการพิจารณาและความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาสั่งจ้าง
การจ้างผู้ดำเนินงานอย่างอื่น
มาตรา ข้อ ๑๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๗ การจ้างผู้ดำเนินงานอย่างอื่นนอกจากการจ้างผู้ดำเนินการวิจัยตามข้อ ๑๑ และผู้เชี่ยวชาญตามข้อ ๑๒ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) การจ้างเพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายให้ดำเนินการตามข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ โดยอนุโลม
(๒) การจ้างเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายซึ่งยังมิได้กำหนดไว้ใน แผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
การให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัย
มาตรา ข้อ ๑๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๘ การให้ค่าตอบแทนผู้ทรงลิขสิทธิ์ซึ่งได้ยินยอมให้นำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย การให้รางวัลหรือเงินอุดหนุนการพิมพ์หรือการเผยแพร่หรือรางวัลแก่งานวิจัยที่ดีเด่นและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนากฎหมาย และการให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ดำเนินการศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหัวข้อเรื่องหรือกฎหมายที่สมควรได้รับการพัฒนาผู้คัดเลือกและผู้ประเมินงานวิจัย ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าด้วยการให้ค่าตอบแทนและเงินอุดหนุนแก่การวิจัยเพื่อการพัฒนากฎหมาย
การเช่า
มาตรา ข้อ ๑๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๙ การเช่าสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายให้ดำเนินการตามข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ โดยอนุโลม การเช่าสังหาริมทรัพย์เพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายซึ่งยังมิได้กำหนดไว้ในแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมายให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
มาตรา ข้อ ๒๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๐ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ในกรณีอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในหมวด ๖ ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
ค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมสัมมนาหรือในการรับฟังความคิดเห็น
ค่าเช่าสถานที่
มาตรา ข้อ ๒๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๑ การเช่าสถานที่เพื่อใช้ในการจัดประชุมสัมมนาหรือในการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา
มาตรา ข้อ ๒๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๒ การเช่าตามข้อ ๒๑ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ก่อนดำเนินการเช่า ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอเลขาธิการตามรายการ ดังต่อไปนี้
(ก) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า
(ข) ราคาค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ
(ค) รายละเอียดของสถานที่ที่จะเช่า
(ง) อัตราค่าเช่าของสถานที่ซึ่งมีสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า ถ้ามี
(๒) เมื่อเลขาธิการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตาม (๑) แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเช่าโดยวิธีตกลงราคาต่อไปได้
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในราชอาณาจักร
มาตรา ข้อ ๒๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๓ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมสัมมนาหรือการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานหรือบุคคลต่าง ๆ หรือดำเนินงานอย่างอื่นที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายของกรรมการ อนุกรรมการ ข้าราชการของสำนักงานผู้เข้าร่วมการประชุมสัมมนาหรือการรับฟังความคิดเห็น หรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย ให้เบิกจ่ายได้ ดังต่อไปนี้
(๑) กรรมการหรืออนุกรรมการ
(ก) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้เบิกได้ในลักษณะเหมาจ่ายในอัตราคนละวันละ ๘๐๐ บาท
(ข) ค่าเช่าที่พัก ให้เบิกได้ในลักษณะเหมาจ่ายในอัตราคนละวันละ ๒,๔๐๐ บาท
(ค) ค่าพาหนะและค่าใช้จ่ายอื่น ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม
(๒) บุคคลอื่นนอกจาก (๑) ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ หรือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้จ่ายเฉพาะเรื่องนั้น ๆ โดยอนุโลม
ค่าตอบแทนวิทยากรในการประชุมสัมมนา
มาตรา ข้อ ๒๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๔ การให้ค่าตอบแทนวิทยากรให้การประชุมสัมมนาหรือการรับฟังความคิดเห็นเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าการเข้าร่วมประชุมสัมมนาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามสัญญาจ้างดำเนินการวิจัยให้ผู้วิจัยจ่ายค่าตอบแทนตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว
(๒) ถ้าการเข้าร่วมประชุมสัมมนามิได้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามสัญญาจ้างดำเนินการวิจัย การจ่ายค่าตอบแทนแก่วิทยากร ให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการแต่ไม่เกินคนละ/ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท
ค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญในการเข้าร่วมประชุมสัมมนา
มาตรา ข้อ ๒๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๕ การให้ค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญในการเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย ให้ดำเนินการดังนี้
(๑) ถ้าการเข้าร่วมประชุมสัมมนาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามสัญญาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำความเห็น ให้จ่ายค่าตอบแทนตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาดังกล่าว
(๒) ถ้าการเข้าร่วมประชุมสัมมนามิได้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามสัญญาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้ทำความเห็น การจ่ายค่าตอบแทนให้อยู่ในดุลยพินิจของเลขาธิการ
ค่าอาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม
มาตรา ข้อ ๒๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๖ ค่าอาหาร อาหารว่าง และเครื่องดื่ม ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินอัตราดังต่อไปนี้
(ก) ค่าอาหาร (ทุกมื้อ) ๒,๐๐๐/วัน/คน
(ข) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม ๒๐๐/ครึ่งวัน/คน
(ค) ค่าเครื่องดื่ม ๑๐๐/ครึ่งวัน/คน
ในกรณีที่การจัดประชุมสัมมนาหรือรับฟังความคิดเห็นหรือดำเนินการอย่างอื่นที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย ตามข้อ ๒๓ ถ้าสำนักงานได้ออกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าอาหารตามวรรคหนึ่ง (ก) ให้งดเบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง
ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการจัดประชุมสัมมนาหรือในการรับฟังความคิดเห็น
มาตรา ข้อ ๒๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๗ ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นในการจัดประชุมสัมมนาหรือในการรับฟังความคิดเห็นให้เบิกจ่ายได้ตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยประหยัด
ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือดูงานเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายในต่างประเทศ
มาตรา ข้อ ๒๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๘ ค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาหรือดูงานเกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายในต่างประเทศของกรรมการ อนุกรรมการ หรือบุคคลอื่นซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตามที่กำหนดไว้ในแผนงานหรือโครงการพัฒนากฎหมาย ให้เบิกจ่ายได้ดังต่อไปนี้
(๑) กรรมการหรืออนุกรรมการ
(ก) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้เบิกได้ในลักษณะเหมาจ่ายในอัตราคนละวันละ ๒,๕๐๐ บาท
(ข) ค่าเช่าที่พักให้เบิกได้ในอัตราเหมาจ่ายในอัตราคนละวันละ ๖,๐๐๐ บาท
(ค) ค่าโดยสารเครื่องบินให้เบิกได้ในชั้นหนึ่ง
(ง) ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสมโดยประหยัด
(๒) บุคคลอื่นนอกจาก (๑) ให้เบิกจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ หรือค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ตามพระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
ค่าเบี้ยประชุมคณะกรรมการบริหาร
มาตรา ข้อ ๒๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๙ ให้กรรมการในคณะกรรมการบริหารได้รับเบี้ยประชุมโดยให้เบิกจ่ายได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเบี้ยประชุมกรรมการ โดยให้ถือว่าเป็นกรรมการลักษณะ ๒ ตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
ค่าใช้จ่ายอื่นใดในการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมาย
มาตรา ข้อ ๓๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๐ ค่าใช้จ่ายอื่นใดในการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการพัฒนากฎหมายที่ยังมิได้กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ให้เบิกจ่ายได้ตามความจำเป็น และเหมาะสมโดยประหยัดตามความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหาร