法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2552 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing)และบริการอื่น

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 8/2552

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing)

และบริการอื่น

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น อันเป็นการลดต้นทุนในการดําเนินงาน เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านบริการของธนาคารพาณิชย์ และเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และการให้บริการอื่นเพิ่มเติมมาเป็นลําดับ

การให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ดําเนินการ ได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 และต่อมาเมื่อได้มีการออกหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 ประการหนึ่ง และหลักเกณฑ์เรื่องการประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2540 อีกประการหนึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นได้มากขึ้น โดยให้ครอบคลุมถึงหน่วยธุรกิจทุกหน่วยในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน นิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และบริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน

สําหรับการให้บริการเพิ่มเติมอื่นเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ลูกค้า เช่น การเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ การรับจ้างบริหารสินทรัพย์ให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยเมื่อมีการตรากฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย การทําหน้าที่เป็นตัวแทนง่ายเงินให้แก่ลูกค้านั้นธนาคารแห่งประเทศไทยก็อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ดําเนินการได้เป็นการทั่วไปมาเป็นลําดับเช่นเดียวกัน

ในการออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 18/2551 เพื่อรองรับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2551 นั้น เป็นการรวบรวมประกาศและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องมาไว้ในฉบับเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ใดได้ดําเนินการธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้วก็ให้ทําต่อไปได้

การออกประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นควรขยายขอบเขตการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่นเพิ่มเติมจากประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 18/2551 เนื่องจาก เห็นว่ายังมีบริการอื่นอีกหลายประเภทที่ธนาคารพาณิชย์สามารถขยายการบริการ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าและเป็นการใช้ทรัพยากรของธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น

ในประกาศนี้ได้ขยายขอบเขตการให้บริการของธนาคารพาณิชย์รวม 2 เรื่อง คือ

1. การให้บริการงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) ซึ่งเป็นงานปฏิบัติการที่เอื้ออํานวยต่อการดําเนินงานปกติของธนาคารพาณิชย์ (Back office) เช่น งานบัญชีและการเงินงานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน (Internal audit) งานด้านกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) งานบริหารจัดการในธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) โดยเดิมกําหนดผู้รับบริการไว้เพียงสถาบันการเงินอื่น บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทย นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ ซึ่งการปรับประกาศในครั้งนี้ได้เพิ่มประเภทผู้รับบริการให้รวมถึง "หน่วยงานราชการ" ด้วย

2. บริการอื่น

เดิม ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการได้ 14 ประเภท ได้แก่ การให้บริการข่าวสารข้อมูล การจัดจําหน่ายโปรแกรมระบบงาน การให้บริการด้านเอกสารเกี่ยวกับรายการสินค้าหรือบริการแก่ผู้จําหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิต การดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินทั่วไป การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน การจัดการออกตราสารหนี้ การเป็นตัวแทนจําหน่ายหลักทรัพย์รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ การติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์ผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศ การประกอบกิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ให้แก่บุคคลใด ๆ การเป็นตัวแทนหรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ การให้บุคคลภายนอกใช้บริการศูนย์ฝึกอบรมของธนาคารพาณิชย์ การให้ผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินอื่นใช้บุคลากร สถานที่ อุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ร่วมกัน และการเป็นตัวแทนจ่ายเงิน

ครั้งนี้ ได้เพิ่มประเภทการให้บริการอื่นที่ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้เพิ่มเติมพร้อมกําหนดขอบเขตและหลักเกณฑ์ที่ในการให้บริการที่ต้องปฏิบัติ ดังนี้

2.1 การให้บริการงาน Back office ด้านการจัดการกองทุน (Fund administration)

2.2 การเป็นตัวแทนบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด รับคําขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากประชาชนที่ประสงค์จะตรวจสอบข้อมูลของตนเอง

2.3 การให้บริการกรอกข้อความในเช็ค การจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้อง การนําส่งและหรือรับเช็ค Cashier order หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องตามคําสั่งของลูกค้า

2.4 การให้บริการจัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก และแนะนําข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งในและต่างประเทศ

2.5 การผลิตบัตรและบันทึกข้อมูลลงในบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์

2.6 การให้บริการขนส่งเงินสดหรือเหรียญกษาปณ์ (Money Security and Cash in Transit)

2.7 การให้คําแนะนํา โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการทางการเงินของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม

2.8 การให้บริการแก่ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่ได้จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่มในการต่อทะเบียนและเสียภาษีรถยนต์

2.9 การใช้เครือข่าย ATM ของธนาคารพาณิชย์เพื่อทําธุรกรรมทางการเงิน

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องมีศักยภาพเพียงพอในการให้บริการและใช้ความระมัดระวังไม่ให้การให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือ เป็นอุปสรรคต่อการดําเนินธุรกิจปกติ

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่นตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร

อื่นๆ - 4. ประกาศที่ยกเลิก

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 18/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนและบริการอื่น ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

"บุคคลอื่น" หมายความว่า บุคคลอื่นดังต่อไปนี้

(1) สถาบันการเงินอื่น

(2) บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์นั้น หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวต้องจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(3) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(4) หน่วยงานราชการ

(5) ธนาคารแห่งประเทศไทย

(6) นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน

"บริษัท" หมายความว่า บริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด ห้างหุ้นส่วนจํากัดห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น

"งานสนับสนุน" หมายความว่า งานปฏิบัติการที่เอื้ออํานวยต่อการดําเนินงานปกติของธนาคารพาณิชย์ (Back office) เช่น งานบัญชีและการเงิน งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน (Internal audit) งานด้านกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) งานบริหารจัดการในธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization)

"งานเทคโนโลยีสารสนเทศ" หมายความว่า งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน เช่น งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การพัฒนาและจําหน่ายระบบงานและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล และการบํารุงรักษาและการรักษาความปลอดภัยทรัพยากรคอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ระบบงานและโปรแกรม ระบบเครือข่ายสื่อสาร และข้อมูล เป็นต้น

"กิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้" หมายความว่า กิจการให้บริการเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชําระหนี้ การจัดทําบัญชี รายงาน เก็บรักษาเอกสาร ชําระภาษี หรือเบี้ยประกันภัยตลอดจนการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บหนี้นั้น

5.2 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ

5.2.1 การให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing)

จะกระทําได้เมื่อธนาคารพาณิชย์ได้ดําเนินการดังต่อไปนี้ครบถ้วนแล้ว

(1) กําหนดนโยบายการให้บริการด้านงานสนับสนุนอย่างชัดเจนที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ โดยคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์อาจมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ให้ความเห็นชอบก็ได้

(2) ประเมินศักยภาพและความเพียงพอของทรัพยากรของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังไม่ให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานและการให้บริการตามปกติของธนาคาร และไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการดังกล่าวมีมากเกินบทบาทของงานด้านธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หรือเกินกว่าความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการได้ด้วยตนเอง โดยการให้บริการดังกล่าวจะต้องไม่ทําให้ธนาคารพาณิชย์ต้องว่าจ้างผู้อื่นมารับช่วงให้บริการแทน

(3) ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการให้บริการด้านงานสนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการดําเนินงาน ภาพลักษณ์ของธนาคารพาณิชย์ และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งกําหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน

(4) จัดทําสัญญาที่กําหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการระหว่างกันระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์และผู้รับบริการ

(5) จัดให้มีการบันทึกบัญชีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวให้ถูกต้องทั้งนี้ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากการให้บริการดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม

(6) จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอ มีการจัดทําแผนฉุกเฉิน ทดสอบ และปรับปรุงแผนฉุกเฉินดังกล่าวอย่างสม่ําเสมอ

(7) เก็บรักษาเอกสารตาม (1) ถึง (6) ไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

5.2.2 การให้บริการอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไป ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) การให้บริการข่าวสารข้อมูล เช่น ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจและการลงทุนของประชาชน

(2) การจัดจําหน่ายโปรแกรมระบบงานที่ธนาคารพาณิชย์ได้นํามาพัฒนาแล้ว รวมถึงการพัฒนาระบบงานด้านคอมพิวเตอร์ ธนาคารพาณิชย์อาจกระทําได้ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(2.1) ต้องมิได้กระทําเป็นทางค้าปกติ

(2.2) ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงิน

(2.3) ต้องมีลักษณะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้ได้ประโยชน์มากขึ้น

(3) การให้บริการด้านเอกสารเกี่ยวกับรายการสินค้าหรือบริการแก่ผู้จําหน่ายสินค้าหรือบริการให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิต โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

(3.1) จะต้องระบุรายการให้ชัดเจนแยกตามผู้จําหน่าย อย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ หรือสถานที่ติดต่อของผู้จําหน่ายสินค้าหรือบริการ

(3.2) จะต้องจดแจ้งแสดงให้ชัดเจนว่าธนาคารพาณิชย์มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจําหน่ายสินค้าหรือให้บริการนั้น และในกรณีที่สินค้าหรือบริการที่ให้แก่ลูกค้าชํารุดเสียหายหรือมีข้อบกพร่องใด ๆ ให้ลูกค้าติดต่อกับผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการโดยตรงตามชื่อหมายเลขโทรศัพท์ หรือสถานที่ของผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการที่แจ้งไว้

(4) การดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินทั่วไป (Custodian service) มีขอบเขตรวมถึงการรับหรือส่งมอบหลักทรัพย์ การรับหรือการง่ายเงินค่าหลักทรัพย์ การรับเงินปันผล การส่งมอบผลประโยชน์อันเกิดจากหลักทรัพย์นั้น ๆ การรับมอบฉันทะจากลูกค้าในการเข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและลงคะแนนเสียง การดูแลและเก็บรักษาเอกสารแสดงสิทธิในทรัพย์สินต่าง ๆ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจําหน่าย จ่ายโอน หรือประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(5) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินทั่วไป (Financial advisor) คือ การให้คําปรึกษาทางด้านการเงินในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางการเงินของโครงการลงทุน การจัดโครงสร้างเงินทุนของกิจการ การให้บริการจัดทําหรือวิเคราะห์โครงการเพื่อการลงทุน (Feasibility studies) และการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น

(6) การจัดการออกตราสารหนี้ ได้แก่ การเป็นผู้จัดการให้บริษัทจํากัดและบริษัทมหาชนจํากัด ออกตราสารแห่งหนี้เพื่อการกู้ยืมเงินจากประชาชน และรวมถึงการให้คําปรึกษาและการจัดการค้านเอกสารต่างๆ

(7) การเป็นตัวแทนจําหน่ายหลักทรัพย์รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ อนุญาตให้ทําได้เฉพาะตราสารแห่งหนี้ภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน

(8) การติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลและบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า และติดต่อชักชวนให้ลูกค้ามาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งรวมถึงการแจก รวบรวม และตรวจสอบเอกสารคําขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และเอกสารหลักฐานประกอบการเปิดบัญชี

(9) การเป็นผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศ ให้สาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทยทําหน้าที่จัดการกองทุน หรือรับบริหารสินทรัพย์ให้แก่บุคคลได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายในประเทศนั้น

(10) การประกอบกิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ให้แก่บุคคลใด ๆ โดยมีค่าตอบแทนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืม หรือหนี้อื่นใด หรือการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้ค่าสาธารณูปโภคให้กับหน่วยงานที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วย ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่เข้ารับความเสี่ยงจากกิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ เช่น เข้ามีส่วนรับผิดชอบในภาระหนี้แทนลูกหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน นอกจากนี้ธนาคารพาณิชย์จะต้องดําเนินการดังนี้

(10.1) จัดให้มีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานของสัญญาอันเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ในกิจการตัวแทนเรียกเก็บหนี้ แยกต่างหากจากกิจการอื่นของธนาคารพาณิชย์

(10.2) จัดทํารายงานในกิจการตัวแทนเรียกเก็บหนี้แต่ละรายออกจากกันตามสัญญาระหว่างธนาคารพาณิชย์กับผู้ว่าข้างแต่ละราย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบและติดตามดูแลผลการดําเนินงานได้

(10.3) ในการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้ค่าสาธารณูปโภค ธนาคารพาณิชย์จะต้องให้บริการรับชําระหนี้ค่าสาธารณูปโภคทั้งวิธีหักบัญชีผู้ใช้บริการที่เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์และวิธีรับชําระเงินผ่านเคาน์เตอร์ และในกรณีหน่วยงานที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ใช้บริการ ธนาคารพาณิชย์จะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการอีกไม่ได้

(11) การเป็นตัวแทนหรือการรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยรับโอนมาตามพระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ตามที่ได้รับมอบหมายจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าการประกอบธุรกิจตัวแทนรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่ตนรับทําหน้าที่เป็นตัวแทนรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแยกต่างหากจากกิจการอื่นของธนาคารพาณิชย์

(12) การให้บุคคลภายนอกใช้บริการศูนย์ฝึกอบรมของธนาคารพาณิชย์โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

(12.1) การกําหนดราคาให้เช่าจะต้องเหมาะสมเป็นทางการค้าปกติ

(12.2) การให้เช่าต้องกระทําเป็นครั้งคราว โดยไม่ให้มีการผูกขาดโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด

(12.3 ) ในการพิจารณาให้เช่า จะต้องคํานึงถึงประโยชน์เพื่อธนาคารพาณิชย์และหนักงานของธนาคารพาณิชย์ก่อนเป็นอันดับแรก

(13) การให้ผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินอื่นใช้บุคลากร สถานที่ อุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่ออํานวยความสะดวกและเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้

(13.1) จะดําเนินการได้เฉพาะส่วนของงานปฏิบัติการ (Back office) และกับผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเท่านั้น ในงานส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากรและสถานที่ปฏิบัติงาน ดังนี้

ก. ส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากร ได้แก่

1) งานสนับสนุน เช่น งานบุคคล การจัดช้างจัดเก็บ การจัดซื้อสถานที่ ธุรการ สวัสดิการ รักษาความปลอดภัย เป็นต้น

2) งานที่ได้รับมอบหมายเฉพาะด้าน เช่น งานบัญชี นายหน้าหรือตัวแทน ประมวลผลข้อมูล ดูแลทรัพย์สิน งานกฎหมาย การจัดเตรียมนิติกรรมสัญญา การพิมพ์ใบแจ้งหนี้ การติดตามหนี้ยกเว้นการรับชําระหนี้ การประเมินราคาทรัพย์สินและหลักประกันโดยธุรกรรมที่กระทําจะต้องดําเนินการผ่านธนาคารพาณิชย์

3) งานการกํากับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance unit)

ทั้งนี้ บุคลากรที่อาจใช้ร่วมกันได้รวมไปถึงกรรมการที่ไม่มีตําแหน่งทางด้านบริหาร โดยต้องไม่ขัดต่อพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง

ข. ส่วนที่เกี่ยวกับสถานที่ปฏิบัติงาน ได้แก่

1) สถานที่ในส่วนสนับสนุนธุรกิจ เช่น สถานที่จอดรถสถานพยาบาล อาคารสันทนาการ ห้องมั่นคง ห้องคอมพิวเตอร์ และคลังสินค้า เป็นต้น

2) สถานที่ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้งานของธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ ผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินอื่นจะต้องชําระค่าใช้บริการให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่มีกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้ว่าจ้างบุคลากร และ/หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานตามสัดส่วนของต้นทุนที่เกิดขึ้น

(13.2) จะต้องกําหนดระเบียบพิธีปฏิบัติการรักษาข้อมูลหรือความลับที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสน และนําเสนอระเบียบดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ความเห็นชอบ รวมทั้งต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด ระเบียบพิธีปฏิบัติอย่างน้อยจะต้องมีข้อกําหนดในเรื่องดังต่อไปนี้

ก. จะต้องมีการระบุตัวบุคคลซึ่งทําหน้าที่ ติดตาม และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่ได้ปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สามารถปฏิบัติงานโดยร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นได้

ข. จะต้องมีข้อกําหนดในการควบคุมดูแลบุคคลที่ทําหน้าที่ตาม ก. ที่ใช้ร่วมกับเจ้าหนี้รายอื่นและผู้ที่เกี่ยวข่องอื่นไม่ให้มีการนําข้อมูลของลูกหนี้ ทั้งที่เป็นลูกหนี้ของตนเองและของเจ้าหนี้อื่นไปใช้เพื่อประโยชน์ใด ๆ โดยมิชอบ และให้มีการติดตามดูแลการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด และมีบทกําหนดโทษสําหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนั้น

ค. จะต้องควบคุมดูแลบุคคลตาม ก. ที่ใช้ร่วมกับเจ้าหนี้อื่นให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ โดยลูกหนี้จะต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าบุคคลตาม ก. ได้ปฏิบัติงานเพื่อเจ้าหนี้รายใด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดเสียหายแก่ลูกหนี้จากการที่บุคคลตาม ก. นั้นทํางานให้เจ้าหนี้เกินกว่า 1 แห่ง ที่อาจก่อให้เกิดความสับสนแก่ลูกหนี้ รวมทั้งต้องมีข้อกําหนดถึงบุคคลที่ต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายแก่ลูกหนี้ที่ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยที่พึงปฏิบัติแล้วทั้งนี้ บุคคลที่ต้องรับผิดชอบอาจมิใช่เจ้าหนี้ก็ได้

(14) งาน Back office ด้านการจัดการกองทุน (Fund administration) ได้แก่

(14.1) คํานวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value) จํานวนหน่วยมูลค่าต่อหน่วย และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

(14.2) ติดตามสิทธิประโยชน์ของกองทุน เช่น ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้เงินปันผลจากหุ้นสามัญ และสิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้น

(14.3) ติดต่อประสานงานกับผู้ดูแลผลประโยชน์ หรือผู้รับฝากทรัพย์สินและผู้เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย ในการตรวจสอบความถูกต้องของการคํานวณราคา

(14.4) จัดทําและจัดส่งรายงานตามข้อตกลงการให้บริการ และจัดทํางบการเงินกองทุน

(14.5) การให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการ ซึ่งไม่ใช่งานการตัดสินใจในการบริหาร การจัดการ รวมทั้งนโยบายการลงทุน

(15) การเป็นตัวแทนบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จํากัด รับคําขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากประชาชนที่ประสงค์จะตรวจสอบข้อมูลตนเอง

(16) การให้บริการกรอกข้อความในเช็ค การจัดทําเอกสารที่เกี่ยวข้องการนําส่งและหรือรับเช็ค Cashier order หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องตามคําสั่งของลูกค้า เช่น การพิมพ์ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ลงบนเช็คของลูกค้า ในกรณีที่ลูกค้ายินยอมให้ตัวอย่างลายเซ็นแก่ธนาคาร

ธนาคารพาณิชย์ต้องคํานึงถึงระบบการควบคุมภายใน ระบบความปลอดภัยในการเก็บรักษาสมุดเช็ดที่จัดพิมพ์แล้ว รวมถึงลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้า และในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์มิได้ดําเนินการด้วยตนเอง ธนาคารพาณิชย์จะต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าในความเสียหายจากการให้บริการของบุคคลภายนอกนั้นเสมือนธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ให้บริการเอง และจะต้องเก็บรักษาและควบคุมให้มีการนําลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้าไปใช้อย่างปลอดภัย และตรวจสอบได้

(17) การให้บริการจัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก และแนะนําข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งในและต่างประเทศ

(18) การผลิตบัตรและบันทึกข้อมูลลงในบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Money)

(19) การให้บริการขนส่งเงินสดหรือเหรียญกษาปณ์ (Money Security and Cash in Transit) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการบริหารจัดการเงินสดและเหรียญกษาปณ์

(20) การให้คําแนะนํา โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการทางการเงินของบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการประสานงาน รวบรวมและจัดส่งเอกสารประกอบการขอใช้ผลิตภัณฑ์ของลูกค้าให้กับบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่ม

(21) การให้บริการแก่ลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่มในการต่อทะเบียนและเสียภาษีรถยนต์

5.2.3 การให้บริการอื่นที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) การเป็นตัวแทนจ่ายเงิน (Paying agent) ธนาคารพาณิชย์สามารถทําหน้าที่เป็นตัวแทนง่ายแคชเชียร์เช็คหรือเงินสดให้แก่ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นตามที่ได้รับการแต่งตั้งได้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งที่เป็นตัวการและตัวแทนดังกล่าวทั้งสองฝ่ายยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย โดยแสดงเหตุผลและข้อมูลตามรายการที่กําหนด และหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วงหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขออนุญาตครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายแล้ว ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์นั้นดําเนินการไว้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(1.1) กําหนดนโยบาย กระบวนการ และวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนในการดําเนินการเป็นตัวการและตัวแทนจ่ายเงินซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนําไปถือปฏิบัติเป็นเกณฑ์ภายในซึ่งรวมถึงการจัดตั้งระบบการประเมินความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ขั้นตอนของการบริการการส่งคําสั่งจ่ายเงินมาให้ธนาคารตัวแทน การควบคุมภายใน การตรวจสอบหลักฐานแสดงตนของผู้รับเงิน การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับของข้อมูล และแผนรองรับกรณีธนาคาร

ตัวแทนไม่สามารถให้บริการได้

(1.2) จัดทําสัญญาที่กําหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของธนาคารพาณิชย์และลูกค้าหรือผู้รับบริการ

(1.3) ตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตาม (1.1) และ (1.2) อย่างเคร่งครัดรวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกําหนดไว้ด้วยพร้อมทั้งเก็บรักษาเอกสารการให้บริการไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้เมื่อร้องขอ

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ผู้แต่งตั้งตัวแทนง่ายเงินยังคงต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าและบุคคลภายนอกเสมือนตนเป็นผู้ดําเนินการเอง แต่ต้องไม่ปิดกั้นหรือห้ามธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจ่ายเงินทําหน้าที่นี้ให้กับธนาคารพาณิชย์อื่น

(2) การใช้เครือข่าย ATM ของธนาคารพาณิชย์เพื่อทําธุรกรรมทางการเงินโดยให้ธนาคารพาณิชย์ยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนให้บริการแก่ผู้ใช้บริการนั้น ๆ เนื่องจากจะต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ การรักษาความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของธนาคารพาณิชย์ก่อน

5.3 ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) หรือให้บริการอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ให้ยื่นคําขออนุญาตโดยแสดงเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และให้ประกอบธุรกิจตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะแจ้งให้ทราบต่อไป โดยธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจนั้นตามความเหมาะสมด้วยก็ได้

5.4 ธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อ 5.2 และ 5.3 โดยเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกําหนดไว้ด้วยในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์มีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามที่กําหนด ธนาคารแห่ง

ประเทศไทยอาจพิจารณากําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ธนาคารพาณิชย์นั้นปฏิบัติเพิ่มเติม หรือยกเลิกการให้อนุญาตก็ได้

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน 2552

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2552 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing)และบริการอื่น (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1fcf13aeac8efbe4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com