法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้าง และผู้แทนองค์กรลูกจ้าง และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงแรงงาน

ระเบียบกระทรวงแรงงาน

ว่าด้วยการได้มา

วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้าง

และผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ

ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔๑ แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงกำหนดระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการได้มา

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในระเบียบนี้

“สภาองค์การนายจ้าง” หมายความว่า

สภาองค์การนายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สภาองค์การลูกจ้าง” หมายความว่า

สภาองค์การลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สมาคมนายจ้าง” หมายความว่า

สมาคมนายจ้างตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“สหภาพแรงงาน” หมายความว่า

สหภาพแรงงานตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

การได้มา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

กรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

ให้มาจากการเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้กรมการจัดหางานแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

เมื่อวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้างเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

ให้นำความในวรรคสองมาใช้โดยอนุโลม

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ให้เบิกจ่ายจากกรมการจัดหางาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

เมื่อได้รับแจ้งตามข้อ ๔

แล้วให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง

เวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการลงคะแนนเลือกตั้ง

และสถานที่ทำการเลือกตั้งกรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

โดยให้ติดประกาศดังกล่าว ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งสภาองค์การนายจ้าง

และสภาองค์การลูกจ้างให้เสนอชื่อผู้แทนแห่งละหนึ่งคนต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อตามข้อ ๖

ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทย

(๒)

มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๓)

เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๔)

เป็นนายจ้างหรือลูกจ้างของสถานประกอบกิจการ

(๕)

เป็นกรรมการของสภาองค์การนายจ้างหรือกรรมการของสภาองค์การลูกจ้างที่เสนอชื่อ

(๖)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๗)

ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ให้ผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อรับรองการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งโดยแสดงหลักฐานด้วยตนเองต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งสมาคมนายจ้างและสหภาพแรงงานให้เสนอชื่อผู้แทนแห่งละหนึ่งคนเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้งผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

แล้วแต่กรณี

ผู้แทนตามวรรคหนึ่งต้องเป็นกรรมการของสมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานนั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การเสนอชื่อผู้แทนตามข้อ ๖ และข้อ ๘

ให้เป็นไปตามแบบและภายในระยะเวลาที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้แทนที่ได้รับการเสนอชื่อตามข้อ

๖ หรือข้อ ๘ แล้ว หากเห็นว่าผู้ใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗

หรือข้อ ๘ แล้วแต่กรณี ให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ที่เสนอชื่อและผู้นั้นทราบ

ผู้แทนที่ได้รับการเสนอชื่อและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพิจารณาว่า

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง หากไม่พอใจผลการพิจารณา มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อปลัดกระทรวงแรงงานภายในห้าวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ในการนี้ปลัดกระทรวงแรงงานต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน

และให้คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศรายชื่อผู้ซึ่งได้รับการเสนอชื่อตามข้อ

๖ และข้อ ๘ ซึ่งผ่านการตรวจสอบถูกต้องแล้ว

หรือเมื่อพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตามวรรคสองในกรณีที่มีผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม

หรือเมื่อการวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วในกรณีที่มีการอุทธรณ์ตามวรรคสอง โดยต้องติดประกาศ

ณ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัดก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับผิดชอบการดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำบัญชีรายชื่อ

หมายเลขประจำตัวของผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐ เสร็จสิ้นแล้ว

(๒)

ปิดประกาศบัญชีรายชื่อ

หมายเลขประจำตัวของผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อและบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ณ สถานที่ลงคะแนนในวันที่มีการเลือกตั้ง

(๓)

กำหนดแบบบัตรเลือกตั้ง

(๔)

จัดหาอุปกรณ์สำหรับใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง ดังต่อไปนี้

(ก)

บัตรเลือกตั้ง

(ข)

หีบบัตรเลือกตั้ง

(ค)

เครื่องเขียน

(ง)

กระดานดำ กระดาษ หรืออุปกรณ์อย่างอื่นที่คล้ายคลึงกัน เพื่อใช้ในการนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแต่งตั้งคณะกรรมการ

ตรวจคะแนนอย่างน้อยสี่คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการตรวจคะแนนคนหนึ่ง

จากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

และกรรมการตรวจคะแนนคนอื่นจากผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คณะกรรมการตรวจคะแนนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดระเบียบและควบคุมดูแลให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

(๒)

อำนวยความสะดวกแก่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

รวมทั้งมิให้ผู้ใดเข้าไปในสถานที่ทำการเลือกตั้ง

เว้นแต่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

หรือผู้ที่จะเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓)

ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง บันทึกชื่อ

และหมายเหตุลงในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

(๔)

ส่งบัตรเลือกตั้งให้กับผู้ลงคะแนนเลือกตั้งเพื่อใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

(๕)

ตรวจบัตรลงคะแนน นับบัตรลงคะแนน และรวมคะแนนเลือกตั้ง

(๖)

ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คะแนนจากข้าราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือกรมการจัดหางาน

เจ้าหน้าที่คะแนนมีหน้าที่ช่วยเหลือกรรมการตรวจคะแนนตามที่ได้รับมอบหมายการปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจคะแนน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การลงมติวินิจฉัยของคณะกรรมการตรวจคะแนนให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการตรวจคะแนนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงมติ ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อถึงเวลาเริ่มต้นการลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ประธานกรรมการตรวจคะแนนเปิดหีบบัตรเลือกตั้งในที่เปิดเผยแสดงให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งซึ่งอยู่

ณ สถานที่ทำการเลือกตั้งนั้นเห็นว่าหีบบัตรเลือกตั้งเป็นหีบเปล่า

แล้วให้ทำการบันทึกการดำเนินการดังกล่าว

โดยให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคนซึ่งอยู่ ณ สถานที่ทำการเลือกตั้งในขณะนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกด้วย

เว้นแต่ไม่มีผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ณ สถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในการลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไปแสดงตนต่อกรรมการตรวจคะแนนโดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน

บัตรประจำตัวประชาชนที่หมดอายุ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขประจำตัวประชาชนของผู้ถือบัตร

ให้กรรมการตรวจคะแนนตรวจสอบรายชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

และจดหมายเลขของบัตรและชื่อหน่วยงานของรัฐที่ออกบัตร

แล้วให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

แล้วให้กรรมการตรวจคะแนนจ่ายบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้น เพื่อไปลงคะแนนเลือกตั้ง

การจ่ายบัตรเลือกตั้ง

ให้จ่ายตามลำดับบัตรเลือกตั้ง

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งต้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยตนเอง

จะมอบให้ผู้อื่นมาใช้สิทธิแทนไม่ได้

ในกรณีที่สงสัยว่าผู้ลงคะแนนเลือกตั้งที่มาแสดงตนนั้นไม่ใช่ผู้ที่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเป็นผู้วินิจฉัยว่าผู้นั้น มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่

คำชี้ขาดของคณะกรรมการตรวจคะแนนให้เป็นที่สุด โดยคณะกรรมการตรวจคะแนนต้องบันทึกคำวินิจฉัยและลงลายมือชื่อไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายของหมายเลขผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อ

และในกรณีที่ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง

ให้ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง ทำเครื่องหมาย “ไม่ลงคะแนน”

ในบัตรเลือกตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งคนหนึ่งจะลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการผู้แทนฝ่ายตนได้ไม่เกินสามคน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

เมื่อผู้ลงคะแนนเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้ว

ให้พับบัตรเลือกตั้ง แล้วให้นำบัตรเลือกตั้งนั้นใส่ลงหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการตรวจคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อปิดการลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนนับคะแนนเลือกตั้งโดยเปิดเผยจนแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

บัตรเลือกตั้งต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นบัตรเสีย

(๑)

บัตรปลอม

(๒)

บัตรที่มิได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้ง

(๓)

บัตรที่มีเครื่องหมายหรือข้อความอื่นใดนอกจากเครื่องหมายกากบาท

(๔)

บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนเลือกตั้งให้กับผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อคนใด

(๕)

บัตรที่ทำเครื่องหมายเกินกว่าจำนวนที่กำหนด

(๖)

บัตรที่ได้ทำเครื่องหมายลงคะแนนเลือกตั้งให้แก่ผู้แทนซึ่งได้รับการเสนอชื่อแล้วทำเครื่องหมายในช่อง

“ไม่ลงคะแนน” เลือกตั้งด้วย

บัตรดังกล่าวให้กรรมการตรวจคะแนนสลักหลังว่า

“เสีย”

และต้องมีกรรมการตรวจคะแนนสามคนลงลายมือชื่อกำกับไว้

ในการนับคะแนน

หากปรากฏว่ามีบัตรเสียหรือบัตรที่ทำเครื่องหมายกากบาทในช่อง “ไม่ลงคะแนน” ให้แยกบัตรดังกล่าวออกไว้เป็นส่วนหนึ่ง และห้ามมิให้นับบัตรนั้น

เป็นคะแนนเลือกตั้งไม่ว่ากรณีใด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

เมื่อนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศผลการเลือกตั้ง และจัดทำบัญชีรายชื่อแยกเป็นผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

โดยเรียงตามลำดับผู้ได้คะแนนมากที่สุดจนถึงผู้ได้คะแนนน้อยที่สุดของแต่ละองค์กร

ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเลือกตั้งเท่ากันในลำดับใด

ให้ประธานกรรมการตรวจคะแนนจับฉลากเพื่อเรียงลำดับ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

เมื่อคณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว

ถ้าสภาองค์การนายจ้างสภาองค์การลูกจ้าง สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงาน

ที่ได้เสนอชื่อตามข้อ ๖ หรือข้อ ๘

เห็นว่าการที่บุคคลใดได้รับการเลือกตั้งเป็นไปโดยมิชอบ

ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่ได้รับคำร้องคัดค้าน

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการสรุปข้อเท็จจริงเสนอปลัดกระทรวงแรงงาน

เพื่อวินิจฉัยสั่งการตามที่เห็นสมควรโดยไม่ชักช้าคำวินิจฉัยสั่งการของปลัดกระทรวงแรงงานให้เป็นที่สุด

ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการตามคำวินิจฉัยสั่งการของปลัดกระทรวงแรงงานโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้คณะกรรมการตรวจคะแนนเก็บบัตรเลือกตั้งที่ได้นับแล้วใส่ซองปิดผนึกและลงลายมือชื่อกรรมการตรวจคะแนนอย่างน้อยสามคนกำกับไว้บนซอง

โดยแยกบัตรเลือกตั้งที่นับแล้วบัตรที่มีการทำเครื่องหมายลงในช่อง “ไม่ลงคะแนน”

และบัตรเสียไว้แต่ละประเภทแล้วส่งมอบให้กรมการจัดหางานพร้อมกับบัญชีรายชื่อตามข้อ

๒๓

ให้กรมการจัดหางานเก็บรักษาเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้ไม่น้อยกว่าหกเดือน

นับแต่วันที่คณะกรรมการตรวจคะแนนประกาศผลการตรวจนับคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้กรมการจัดหางานนำรายชื่อผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดตามลำดับตามบัญชีรายชื่อผู้แทนองค์กรนายจ้างและผู้แทนองค์กรลูกจ้างฝ่ายละไม่เกินจำนวนสามคน

เสนอรัฐมนตรีเพื่อประกาศให้บุคคลดังกล่าวเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้างในคณะกรรมการต่อไป

วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

กรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้างมีวาระการดำรงตำแหน่งสามปีนับแต่วันที่รัฐมนตรีประกาศตามข้อ

๒๖

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการเลือกตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

หากยังมิได้มีการเลือกตั้งกรรมการขึ้นใหม่ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้กรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้างและกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๗

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ในกรณีที่กรรมการผู้แทนองค์กรนายจ้าง หรือกรรมการผู้แทนองค์กรลูกจ้างพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้กรมการจัดหางานเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทนองค์กรนายจ้างหรือผู้แทนองค์กรลูกจ้าง

แล้วแต่กรณี ที่มีคะแนนมากในลำดับถัดไปตามบัญชีรายชื่อตามข้อ ๒๓ ต่อรัฐมนตรี

เพื่อประกาศให้เป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการที่ว่าง โดยให้มีวาระเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน

ในกรณีที่วาระของกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันจะไม่ประกาศให้มีกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี

และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

และมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน

ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ตนแทน

ในกรณีที่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ

เหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นก็ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่

ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕)

รัฐมนตรีให้พ้นจากตำแหน่งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

(๖)

ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐

มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

ไพฑูรย์ แก้วทอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

ภัทรวีร์/ปรับปรุง

๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๐๕ ง/หน้า ๓/๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๒

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของผู้แทนองค์กรนายจ้าง และผู้แทนองค์กรลูกจ้าง และวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพิจารณาการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_211dfb076d469f08

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com