ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการกู้เงินระยะสั้นเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้
(พ.ร.ก.
ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ พ.ศ. ๒๕๕๒)
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ครั้งที่ ๑[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๒ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พ.ศ. ๒๕๕๒ และมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
และกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการออก การซื้อขาย การโอน
และการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน พ.ศ. ๒๕๕๐ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง
โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (PN) โดยมีสาระสำคัญและเงื่อนไขของการกู้เงินดังนี้
๑.
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินระยะสั้น
จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท
โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ ๑.๔๙๙ ต่อปี เพื่อนำมาใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งที่ครบกำหนดในวันที่
๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ ภายใต้พระราชกำหนดข้างต้น
๒.
เบิกเงินกู้ทั้งจำนวน ในวันที่ ๙
มิถุนายน ๒๕๕๙
๓.
อายุเงินกู้ ๒ เดือน
นับตั้งแต่วันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙ ครบกำหนดชำระวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๕๙
๔.
กรณีที่มีการชำระคืนก่อนกำหนด
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงินทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ
โดยจะชำระค่าดอกเบี้ยคงค้างของหนี้เงินต้นที่ชำระคืนก่อนกำหนด
พร้อมกับการชำระหนี้เงินต้นก่อนกำหนดนั้นด้วย
หากวันครบกำหนดชำระหนี้ตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทยกระทรวงการคลังจะชำระหนี้ในวันเปิดทำการถัดไป
และจะคำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้การคำนวณดอกเบี้ยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วัน แล้วนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๕.
ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ ๗
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๙
สุทธิรัตน์ รัตนโชติ
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
วิศนี/ปริยานุช/จัดทำ
๒๙ มิถุนายน
๒๕๕๙
นุสรา/ตรวจ
๑๐ สิงหาคม
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๔๔ ง/หน้า ๗/๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙