法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 32/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ฉบับประมวล)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
61
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทธ. 32/2559

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการ

เป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และ

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(ฉบับประมวล)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 มาตรา 223/3 และมาตรา 228 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 และมาตรา 223 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 คณะกรรมการกํากับตลาดทุนออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป

ส่วน ๑ วัตถุประสงค์ในการกํากับดูแลสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และ

ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ โดยที่ระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็นระบบพื้นฐานที่สําคัญและมีความเชื่อมโยงกับระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นระบบที่มีความจําเป็นต่อองค์กรในการดําเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กําหนดไว้ ดังนั้น การกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกํากับดูแลสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าว (IT Governance) ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการบริหารจัดการความเสี่ยงและจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมโดยคณะกรรมการและผู้บริหารให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่องค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลด้านตลาดทุนกําหนดขึ้น และนําไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมนั้น จึงมีความสําคัญและจําเป็นอย่างยิ่ง หลักเกณฑ์ตามประกาศนี้จึงกําหนดขึ้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการเพื่อการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความมีเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบการเงินโดยรวม ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและภาพลักษณ์ที่ดีของตลาดทุนไทย

ส่วน ๒ หลักการสําคัญในการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์

และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน (financial market infrastructures) ที่สําคัญ มีระบบงานรวมถึงระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งให้บริการแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีการดําเนินงานที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานที่องค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการกํากับดูแลด้านตลาดทุนกําหนดขึ้น สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องประกอบการภายใต้หลักการที่สําคัญดังต่อไปนี้

(1) การบริหารกิจการที่ดีและการจัดโครงสร้างองค์กรที่มีความชัดเจนและโปร่งใส

(2) การบริหารจัดการความเสี่ยง (risk management) ที่ดีเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านกฎหมาย (legal) ด้านเครดิต (credit) ด้านสภาพคล่อง (liquidity) ด้านการดําเนินการ (operation) และความเสี่ยงด้านอื่น ๆ โดยมีมาตรการในการติดตาม ควบคุม และจัดการความเสี่ยงในแต่ละด้านอย่างเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการดังกล่าวสามารถรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

(3) การมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอ มีระบบและกฎเกณฑ์ในการรับและกํากับดูแลสมาชิกที่เหมาะสม และรองรับวิธีปฏิบัติที่ทําให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องมีกระบวนการในการจัดการกรณีที่มีการผิดนัดชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ด้วย

(4) การบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ (business continuity management) โดยมีมาตรการที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล อันเป็นการส่งเสริมและรักษาไว้ซึ่งความพร้อมในการใช้งานของระบบงานที่สําคัญของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ให้สามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

(5) การเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน โปร่งใสและเพียงพอเพื่อให้สมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจนั้น ๆ สามารถเข้าใจผลกระทบและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

(6) ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องมีระบบและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการให้บริการที่ทําให้มั่นใจได้ว่าจะมีการเก็บรักษาหลักทรัพย์ไว้อย่างปลอดภัย และสามารถนําไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน ๓ สาระสําคัญของข้อกําหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศนี้มีข้อกําหนดในการกํากับดูแลสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การบริหารกิจการที่ดีและการจัดโครงสร้างองค์กร โดยมีรายละเอียดตามหมวด 2

(2) การบริหารจัดการความเสี่ยง โดยมีรายละเอียดตามหมวด 3

(3) การบริหารจัดการกรณีที่มีการเชื่อมโยงการให้บริการกับผู้ที่เกี่ยวข้องของ

สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 4

(4) การจัดการและการเปิดเผยข้อมูล โดยมีรายละเอียดตามหมวด 5

(5) การบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจและความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 6

(6) การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก โดยมีรายละเอียดตามหมวด 7

(7) การจัดการเรื่องร้องเรียน โดยมีรายละเอียดตามหมวด 8

(8) การให้ความเห็นชอบระเบียบหรือข้อบังคับ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 9

(9) การจัดทําและเปิดเผยงบการเงิน โดยมีรายละเอียดตามหมวด 10

(10) การเก็บรักษาข้อมูลและเอกสาร โดยมีรายละเอียดตามหมวด 11

(11) ข้อกําหนดเพิ่มเติมตามลักษณะเฉพาะของการประกอบธุรกิจ โดยมีรายละเอียดตามหมวด 12

ส่วน ๔ อํานาจสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามประกาศนี้ สํานักงานอาจกําหนดในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์ในรายละเอียดของข้อกําหนดให้มีความชัดเจนเพียงพอที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จะสามารถปฏิบัติได้ในแนวทางเดียวกัน

(2) กําหนดแนวทางการปฏิบัติ (guideline) ในรายละเอียดของข้อกําหนดเพื่อเป็นการให้แนวทางปฏิบัติที่ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศนี้ โดยหากสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์มีการปฏิบัติตามข้อกําหนดในเรื่องที่มีการออกแนวทางนั้น

(3) เพื่อให้สํานักงานสามารถติดตามการปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ยื่นรายงานหรือแสดงเอกสารใดตามระยะเวลาหรือเป็นครั้งคราวต่อสํานักงาน ภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด โดยต้องไม่เป็นภาระต่อสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จนเกินสมควร

ส่วน ๕ บทนิยาม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในประกาศนี้

“สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์” หมายความว่า สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“สํานักหักบัญชีสัญญา” หมายความว่า สํานักหักบัญชีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์” หมายความว่า ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ศูนย์ซื้อขายสัญญา” หมายความว่า ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์” หมายความว่า ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ตลาดหลักทรัพย์” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

“กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน” หมายความว่า กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงานตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่

“ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อํานวยการฝ่าย หรือผู้ซึ่งดํารงตําแหน่งเทียบเท่าตําแหน่งข้างต้นที่เรียกชื่ออย่างอื่น และให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้ทําสัญญาให้มีอํานาจทั้งหมดหรือบางส่วนในการจัดการด้วย

“บริษัทในเครือ” หมายความว่า บริษัทในเครือตามที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับดําเนินการในงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ

“สมาชิก” หมายความว่า สมาชิกของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

“อํานาจควบคุมกิจการ” หมายความว่า อํานาจควบคุมกิจการตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 89/1

“ผู้รับประโยชน์จากหุ้น” หมายความว่า ผู้ซึ่งมีอํานาจโดยทางตรงหรือทางอ้อมในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) อํานาจกําหนดหรือควบคุมการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในกิจการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

(2) อํานาจกําหนดหรือควบคุมการได้มา จําหน่าย หรือก่อภาระผูกพันในหุ้น

“ทรัพย์สินที่ได้รับมาหรือมีไว้เพื่อสมาชิก” หมายความว่า

(1) ทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ได้รับมาจากสมาชิกทั้งที่เป็นของสมาชิกและของลูกค้าเพื่อเป็นประกันการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่สมาชิกเป็นผู้รับผิดชอบต่อสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์

(2) ทรัพย์สินที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ได้รับมาเนื่องจากการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งของสมาชิกและของลูกค้า

(3) ทรัพย์สินที่สมาชิกนํามาวางไว้กับสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์เพื่อความมั่นคงของระบบการซื้อขายและการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารกิจการที่ดีที่มีความชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษรโดยต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ

ข้อกําหนดตามวรรคหนึ่งจะต้องเป็นการส่งเสริมความมั่นคงและประสิทธิภาพของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ รวมทั้งคํานึงถึงผลประโยชน์สาธารณะและผู้ใช้บริการโดยต้องระบุอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) นโยบายป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

(2) มาตรการที่เพียงพอในการป้องกันมิให้กรรมการ ผู้บริหาร อนุกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน ลูกจ้างหรือผู้ปฏิบัติงานให้แก่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูลที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ และมีมาตรการที่เพียงพอในการรักษาความลับของสมาชิกและลูกค้า

ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เปิดเผยข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารกิจการที่ดีต่อประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นการทั่วไปภายหลังจากข้อกําหนดดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อให้การดําเนินการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และส่งเสริมความมีเสถียรภาพของตลาดทุน รวมทั้งสอดคล้องกับข้อกําหนดเกี่ยวกับการบริหารกิจการที่ดีซึ่งได้กําหนดขึ้นตามข้อ 7 สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีคณะกรรมการของแต่ละองค์กรขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ กรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงานและกรรมการอิสระที่แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์ที่เกี่ยวกับตลาดทุนหรือที่จะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์แล้วแต่กรณี

เพื่อให้เป็นไปตามที่กําหนดไว้ในวรรคหนึ่ง สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) กําหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบที่ชัดเจนของคณะกรรมการและผู้บริหาร

(2) ประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและผู้บริหาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการจัดโครงสร้างองค์กรอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) กรรมการอิสระตามข้อ 8 วรรคหนึ่งในจํานวนดังนี้

(ก) กรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจํานวนกรรมการทั้งหมดและต้องมีจํานวนไม่น้อยกว่า 2 คน ในกรณีที่เป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์

(ข) กรรมการอิสระจํานวน 1 คน ในกรณีที่เป็นศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(2) ระบบการควบคุมกิจการภายในที่มีประสิทธิภาพ และระบบการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและเป็นอิสระ

นอกจากที่กําหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องบริหารจัดการความเสี่ยงในลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย

(1) จัดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อทําหน้าที่กําหนดนโยบายในการบริหารจัดการความเสี่ยงและติดตามให้มีการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์ในการซื้อขายหลักทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง หรือการบริหารงานสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ประธานและกรรมการจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดต้องไม่เป็นผู้บริหาร พนักงานหรือลูกจ้างของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และบริษัทในเครือของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์

(2) จัดให้มีหน่วยงานที่ทําหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงตามกรอบนโยบายความเสี่ยงทั้งนี้ การจ่ายผลตอบแทนให้กับหน่วยงานดังกล่าวต้องไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรรมการอิสระตามข้อ 8 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้ที่มีความอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นกลาง และมีความเป็นธรรม ตลอดจนคํานึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ความมั่นคงปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบตลาดทุนเป็นสําคัญ

กรรมการอิสระของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือบุคคลที่มีตําแหน่งอื่นใดที่เทียบเท่าตําแหน่งข้างต้นของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ และบริษัทในเครือของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี เว้นแต่จะได้พ้นจากตําแหน่งดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่รับตําแหน่ง

(2) เป็นกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง หรือบุคคลที่มีตําแหน่งอื่นใดที่เทียบเท่าตําแหน่งข้างต้น รวมทั้งบุคคลที่มีส่วนร่วมบริหารงานของสมาชิก

(3) เป็นผู้ถือหุ้นที่มีอํานาจควบคุมกิจการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

(4) เป็นบุคคลอื่นใดที่ไม่สามารถให้ความเห็นได้โดยอิสระเกี่ยวกับการดําเนินงานของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์บริหารจัดการความเสี่ยงโดยดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีกรอบนโยบายบริหารความเสี่ยงที่เป็นลายลักษณ์อักษรและครอบคลุมความเสี่ยงทุกด้าน โดยกรอบนโยบายดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการหรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดังกล่าว

(2) กําหนดมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นซึ่งเพียงพอที่จะป้องกันและจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(3) ทบทวนความเหมาะสมของกรอบนโยบายและมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นประจํา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอต่อการรองรับการประกอบการและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ ส่วนของผู้ถือหุ้นต้องมีมูลค่าไม่น้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจรวม 6 เดือน และคํานวณจากงบบัญชีล่าสุดโดยต้องอยู่ในรูปของทรัพย์สินที่มีคุณภาพและมีสภาพคล่องเพียงพอ

สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีแผนดําเนินการเพิ่มเติมแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนสําหรับกรณีที่เงินทุนไม่เพียงพอรองรับการประกอบการและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีแผนเพื่อการกอบกู้หรือการเลิกประกอบกิจการ (plan for recovery or orderly wind-down) ซึ่งแผนดังกล่าวต้องได้รับ

การอนุมัติจากคณะกรรมการ และต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) เหตุการณ์และช่วงเวลาที่อาจทําให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามแผนเพื่อการกอบกู้หรือการเลิกประกอบกิจการ

(2) งานสําคัญที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบและรับฝากหลักทรัพย์ที่ทําให้แต่ละองค์กรดําเนินธุรกิจต่อไปได้

(3) แนวทางหรือวิธีการที่ใช้เพื่อการกอบกู้กิจการ

(4) แนวทางหรือวิธีการในการจัดการสินทรัพย์และหนี้สินของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สมาชิก และลูกค้าในกรณีที่การกอบกู้กิจการไม่บรรลุผล

ของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ให้บริการเกี่ยวกับการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ หรือให้บริการรับฝากหลักทรัพย์แก่สมาชิกที่มีลูกค้าเป็นนิติบุคคลซึ่งให้บริการกับลูกค้าอีกทอดหนึ่ง (tiered participant) สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ต้องควบคุมดูแลและติดตามความเสี่ยงของสมาชิกรายดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์จะทําการเชื่อมโยงการให้บริการกับสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์อื่นหรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องกําหนดมาตรการเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงก่อนดําเนินการดังกล่าวอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) กฎหมายหรือกฎเกณฑ์รองรับการเชื่อมโยงการให้บริการและคุ้มครองการทําธุรกรรมของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ที่แตกต่างกัน

(2) ขั้นตอนและวิธีการจัดการในกรณีที่มีการผิดนัดชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (default management) ที่สามารถบังคับใช้กับสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์อื่นหรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่เชื่อมโยงการให้บริการระหว่างกันได้

(3) ประสิทธิภาพในการเรียกหรือบังคับหลักประกันได้ทันต่อเหตุการณ์

(4) ความเพียงพอของแหล่งเงินทุนรองรับความเสี่ยงที่เกิดจากการเชื่อมโยงการให้บริการ

ในกรณีที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จะทําการเชื่อมโยงการให้บริการกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์อื่นหรือสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องกําหนดมาตรการเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยตามที่กําหนดในวรรคหนึ่ง (1) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยหรือเผยแพร่ระเบียบ ข้อบังคับ ข่าวสารหรือข้อมูลเกี่ยวกับการให้บริการเป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์อย่างเพียงพอ เพื่อให้สมาชิก ลูกค้าของสมาชิก หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจความเสี่ยงจากการใช้บริการ และต้องทบทวนข้อมูลที่เปิดเผยหรือเผยแพร่เป็นประจําหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อปรับปรุงให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระบบการจัดการและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รัดกุม และครบถ้วน โดยต้องสามารถรวบรวม ประมวลผลและเรียกดูข้อมูลดังกล่าวได้ภายในระยะเวลาอันสมควร

ในกรณีที่ระบบงานตามวรรคหนึ่งไม่สามารถใช้การได้ สํานักหักบัญชีและศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการให้มีระบบสํารองเพื่อให้การจัดการและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสามารถดําเนินการต่อไปได้ตามปกติ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องมีระเบียบหรือข้อบังคับที่กําหนดให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ รวมถึงข้อมูลอื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กับตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายสัญญา สํานักหักบัญชีสัญญา ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ สํานักงานและธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการกํากับตรวจสอบฐานะทางการเงินและความเสี่ยงของสมาชิก

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เพื่อพิทักษ์ประโยชน์ของประชาชนและเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ สมาชิก การกระทําความผิดและการลงโทษสมาชิก รวมตลอดถึงข้อมูลอื่นใดที่ได้รับเนื่องจากการประกอบการเป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นสาระสําคัญต่อการทําธุรกรรมกับสมาชิก

การเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ต้องกระทําในลักษณะที่ทันต่อเหตุการณ์ มีข้อมูลเพียงพอ และประชาชนมีโอกาสได้รับข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้ ประเภทของข้อมูล วิธีการและเงื่อนไขในการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว ให้เป็นไปตามที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์กําหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในหมวดนี้

“ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์” หมายความว่า ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายที่สําคัญที่เกี่ยวข้องกับการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (clearing and settlement) รวมถึงการรับฝากหลักทรัพย์ (depository) ซึ่งหากไม่สามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หมวดนี้มีข้อกําหนดในการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจและความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ โดยมีรายละเอียดตามส่วนที่ 1

(2) การทบทวน ติดตามและตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ โดยมีรายละเอียดตามส่วนที่ 2

(3) การรายงานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ (material systems change report) โดยมีรายละเอียดตามส่วนที่ 3

(4) การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

(incident management) โดยมีรายละเอียดตามส่วนที่ 4

(5) การกําหนดนโยบาย การติดตามและการวิเคราะห์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีรายละเอียดตามส่วนที่ 5

ส่วน ๑ การบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการให้มีความพร้อมในการให้บริการโดยอย่างน้อยต้องกําหนดในเรื่องดังต่อไปนี้เป็นลายลักษณ์อักษร

(1) นโยบายการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจว่าหากมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น การชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ยังสามารถดําเนินการได้อย่างต่อเนื่อง หรือสามารถแก้ไขให้กลับมาดําเนินการต่อได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

(2) แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องที่สอดคล้องกับนโยบายที่กําหนดขึ้นตาม (1)โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการหรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามข้อ 22(2) ต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) มาตรการรองรับเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินที่อาจมีผลกระทบต่อการให้บริการเป็นสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ โดยต้องกําหนดขอบเขตของกรณีฉุกเฉินให้ครอบคลุมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งขั้นตอนการดําเนินการ และผู้รับผิดชอบในการดําเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวในแต่ละกรณีให้ชัดเจน

(2) รายชื่อระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ (3) การประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจทําให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ รวมทั้งผลกระทบที่อาจมีต่อการดําเนินธุรกิจ (business impact analysis: BIA)

(4) ระยะเวลากู้คืนระบบงาน (recovery time objective)

(5) ข้อมูลล่าสุดที่จะกู้คืนได้ (recovery point objective)

(6) รายละเอียดของระบบงานสํารองและศูนย์สํารองที่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจและแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมติดตามและสื่อสารกับสมาชิก เพื่อให้ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจ และแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เพื่อให้การกํากับดูแลการบริหารความต่อเนื่องในการดําเนินธุรกิจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

(1) ทดสอบแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องร่วมกับสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้อง

(2) ประเมินผลการทดสอบแผนตาม (1) โดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีความเป็นอิสระจากผู้จัดทําหรือผู้บริหารแผนนั้น

(3) รายงานผลการทดสอบตาม (2) ต่อคณะกรรมการและสํานักงาน ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ดําเนินการทดสอบเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ทบทวนและปรับปรุงแผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยไม่ชักช้า

ส่วน ๒ การทบทวน ติดตามและตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์

ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และ

รับฝากหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เพื่อให้การกํากับดูแลเกี่ยวกับขั้นตอนหรือกระบวนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ทบทวน ติดตามและตรวจสอบขั้นตอนหรือกระบวนการปฏิบัติงานของระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ ตามแผนการตรวจสอบซึ่งจัดทําตามระดับความเสี่ยงของแต่ละองค์กร โดยผู้ที่มีความรู้ ความสามารถและมีความเป็นอิสระ เช่น ผู้ตรวจสอบภายในหรือภายนอก (internal or external auditor) เป็นต้น ทั้งนี้ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จัดส่งรายงานผลการทบทวน ติดตามและตรวจสอบปีละ 1 ครั้ง พร้อมทั้งแผนการตรวจสอบซึ่งจัดทําตามระดับความเสี่ยงของแต่ละองค์กรต่อสํานักงาน ภายใน60 วันนับแต่วันที่ได้เสนอรายงานดังกล่าวต่อคณะกรรมการหรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดังกล่าว

(2) ทดสอบการเจาะระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ (penetration test) ให้ครบถ้วนทุกระบบงานทุก 3 ปี โดยเรียงลําดับความสําคัญตามผลการประเมินความเสี่ยง และรายงานผลการทดสอบดังกล่าวต่อสํานักงาน ภายในไตรมาสแรกของปีถัดจากปีที่มีการทดสอบแต่ละระบบ

ส่วน ๓ การรายงานการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับ

การชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์

(material systems change report)

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เพื่อให้การกํากับดูแลการประกอบธุรกิจโดยรวมของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์รายงานการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มีนัยสําคัญต่อระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ต่อสํานักงานภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป

ส่วน ๔ การบริหารจัดการเหตุการณ์ที่อาจส่ง

ผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย

(incident management)

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในส่วนนี้

“เหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย” หมายความว่า

(1) เหตุการณ์ที่ทําให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และ

รับฝากหลักทรัพย์ไม่สามารถดําเนินการได้ตามปกติ (system disruption and system degrade)

(2) เหตุการณ์ที่ทําให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ไม่สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน สํานักงาน สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์กําหนด (system non-compliance)

(3) เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบและรับฝากหลักทรัพย์อันเกิดจากการบุกรุก (system intrusion)

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อมีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยเกิดขึ้น ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์รวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา พร้อมทั้งกําหนดแนวทางการแก้ไข และรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อผู้บริหาร รวมทั้งจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดูหรือตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เพื่อให้เหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพภายในระยะเวลาที่เหมาะสม สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) กําหนดและดําเนินการตามแผนรองรับในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยที่กําหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

(2) จัดให้มีบุคคลหรือหน่วยงานเพื่อทําหน้าที่รับแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าว (point of contact) และรายงานต่อผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี เพื่อดําเนินการต่อไป (escalation procedure)

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยซึ่งมีความร้ายแรง นอกจากต้องปฏิบัติตามข้อ 30 และข้อ 31 แล้ว ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อสํานักงาน ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้เพิ่มเติมด้วย

(1) รายงานโดยทางวาจาหรือทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทันทีเมื่อทราบเหตุการณ์

(2) รายงานผลการตรวจสอบเหตุการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร (investigation report) เมื่อเหตุการณ์นั้นได้รับการแก้ไขแล้วภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการหรือคณะทํางานที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการดังกล่าวได้รับรายงาน แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้น

รายงานผลการตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง (2) ต้องประกอบด้วยคําอธิบายรายละเอียดของเหตุการณ์ ผลกระทบต่อการดําเนินงานของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และสมาชิก รวมทั้งสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา (root cause) ขั้นตอนการดําเนินการแก้ไขปัญหาและมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนั้นอีก

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามความในวรรคหนึ่ง คําว่า “เหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยซึ่งมีความร้ายแรง” หมายความว่า

(1) เหตุการณ์ที่ส่งผลให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ไม่สามารถดําเนินการได้ตามปกติในลักษณะที่ทําให้การให้บริการต้องหยุดชะงักลง

(2) เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์อันเกิดจากการบุกรุก ซึ่งอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของแต่ละองค์กรอย่างร้ายแรง

ส่วน ๕ การกําหนดนโยบาย การติดตามและการวิเคราะห์

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เพื่อให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์มีประสิทธิภาพ สามารถรักษาไว้ซึ่งความลับ ความถูกต้องความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความพร้อมใช้งาน ตลอดจนการติดตามวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์ได้อย่างเหมาะสม ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) กําหนดนโยบายและมาตรการควบคุมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานที่สํานักงานยอมรับได้ หรือมาตรฐานอื่นที่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวและเป็นที่ยอมรับได้ในอุตสาหกรรม ซึ่งนโยบายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการหรือผู้ดํารงตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น โดยต้องมีการทบทวนและปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมกับความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน

(2) ติดตามและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบ และรับฝากหลักทรัพย์โดยบันทึกและจัดเก็บหลักฐานการใช้งาน รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (log)

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การใดที่มิได้มีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์กําหนดไว้เป็นการเฉพาะ ให้สํานักหักบัญชีและศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการด้วยตนเอง หากการนั้นเป็นการกระทําด้วยความจําเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประกอบธุรกิจ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์สามารถใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกได้โดยต้องมั่นใจว่าผู้ให้บริการภายนอกสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และการใช้บริการนั้นไม่มีผลเสมือนเป็นการไม่ประกอบธุรกิจ

ในการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องกําหนดอย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) นโยบาย ขอบเขต หรือลักษณะงานที่จะใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกเป็นลายลักษณ์อักษรโดยต้องได้รับความเห็นชอบเป็นการทั่วไปหรือเป็นรายกรณีจากคณะกรรมการหรือคณะทํางานที่คณะกรรมการดังกล่าวมอบหมาย

(2) มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงในการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

(3) มาตรการตรวจสอบบริการของผู้ให้บริการภายนอกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้ให้บริการภายนอกเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กร

ความในวรรคสองมิให้นํามาใช้บังคับกับกรณีที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เป็นบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น และใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอกที่เป็นตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระบบการจัดการเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการชําระราคา ส่งมอบและรับฝากหลักทรัพย์ หรือเกิดขึ้นจากการใช้บริการของแต่ละองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอย่างน้อยต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีระเบียบปฏิบัติที่เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาท โดยการกําหนดระเบียบปฏิบัติดังกล่าวต้องคํานึงถึงการคุ้มครองผู้ร้องเรียนด้วย

(2) จัดให้มีหน่วยงานหรือบุคลากรที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาท

(3) จัดให้มีการติดตามตรวจสอบและแจ้งผลการพิจารณาข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทให้ผู้ร้องเรียนหรือคู่พิพาททราบ

(4) จัดทํารายงานสรุปข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทต่อสํานักงาน ทุก 6 เดือน ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวต้องมีบทสรุปสาระสําคัญและผลการพิจารณาหรือการดําเนินการของแต่ละองค์กรด้วย

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ระเบียบหรือข้อบังคับของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ให้มีผลใช้บังคับเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน และในกรณีที่ระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อการดําเนินธุรกิจหรือประโยชน์ได้เสียของสมาชิก ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลดังกล่าว และเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นนั้นต่อคณะกรรมการกํากับตลาดทุนเพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบ

การขอความเห็นชอบระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับกับระเบียบหรือข้อบังคับดังต่อไปนี้

(1) ระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวกับการบริหารงานภายในองค์กรของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(2) ระเบียบหรือข้อบังคับของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทนั้น และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อ 36/1

การรับฟังความคิดเห็นระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับกับระเบียบหรือข้อบังคับตามวรรคสอง (1)

มาตรา ข้อ 36/1

ข้อ 36/1ให้ระเบียบหรือข้อบังคับของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามข้อ 36 วรรคสอง (2) มีผลใช้บังคับได้โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่กําหนดไว้โดยครบถ้วนดังต่อไปนี้

(1) เป็นการกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้

(ก) การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 หรือประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน และประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว

(ข) การกําหนดหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับ โดยยังคงสาระสําคัญของระเบียบหรือข้อบังคับที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ในลักษณะที่เป็นการจัดหมวดหมู่หรือเนื้อหา หรือแก้ไขความขาดตกบกพร่องของระเบียบหรือข้อบังคับนั้น

(2) ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จัดส่งร่างระเบียบหรือข้อบังคับตาม (1) ต่อสํานักงาน พร้อมรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นของร่างระเบียบหรือข้อบังคับ (ถ้ามี) เป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทําการ ก่อนวันที่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ประสงค์จะประกาศใช้ระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เสนอระเบียบหรือข้อบังคับ เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุนแล้ว คณะกรรมการกํากับตลาดทุนจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 45 วันนับแต่วันที่ได้รับระเบียบหรือข้อบังคับและเอกสารหลักฐานประกอบคําขอที่ถูกต้องครบถ้วนตามข้อ 38

เมื่อพ้นกําหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว หากคณะกรรมการกํากับตลาดทุนไม่แจ้งผลการพิจารณาหรือไม่แจ้งให้มีการแก้ไขระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าวไปยังสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ให้ถือว่าระเบียบหรือข้อบังคับนั้นได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในการเสนอระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อขอความเห็นชอบ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการขอความเห็นชอบดังต่อไปนี้

(1) หนังสือแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหลักการ เหตุผล และความจําเป็นในการออกระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว รวมทั้งประโยชน์และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตลอดจนแนวทางในการบังคับใช้ระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว

(2) รายงานการประชุมคณะกรรมการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว พร้อมทั้งเอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา เช่น ระเบียบหรือข้อบังคับของต่างประเทศในเรื่องทํานองเดียวกัน เป็นต้น และในกรณีที่คณะกรรมการมีมติให้ความเห็นชอบระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าวไม่เป็นเอกฉันท์ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ระบุจํานวนกรรมการที่ไม่เห็นด้วยพร้อมทั้งสรุปความเห็นของกรรมการที่ไม่เห็นด้วยดังกล่าว

(3) บันทึกความเห็นของคณะอนุกรรมการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้ทําหน้าที่พิจารณากลั่นกรองและเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับระเบียบหรือข้อบังคับ ในกรณีที่มีการเสนอระเบียบหรือข้อบังคับต่อคณะอนุกรรมการ

(4) รายงานการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกและเอกสารประกอบ พร้อมทั้งความเห็นของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจสั่งให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ กําหนดระเบียบหรือข้อบังคับเพิ่มเติม ยกเลิก หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับที่มีอยู่แล้ว ตลอดจนอาจสั่งให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่มีความจําเป็น สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จะออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อใช้บังคับเป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ต้องดําเนินการตามข้อ 36 ก็ได้

ในกรณีที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนเห็นว่า สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ดําเนินการตามวรรคหนึ่งโดยไม่สุจริตหรือไม่มีเหตุอันสมควร คณะกรรมการกํากับตลาดทุนอาจสั่งให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว ตลอดจนดําเนินการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดทําและส่งงบการเงินประจํางวดการบัญชีสําหรับรอบปีที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและแสดงความเห็นแล้วต่อสํานักงานจํานวน 1 ฉบับ พร้อมทั้งดําเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีงบดุล งบกําไรขาดทุน และรายงานของผู้สอบบัญชีเพื่อให้ประชาชนตรวจดูได้ ณ ที่ทําการของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี

(2) เผยแพร่งบดุล งบกําไรขาดทุน และรายงานของผู้สอบบัญชีโดยลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันแห่งท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ฉบับหรือในเว็บไซต์ของแต่ละองค์กร ในการนี้ ให้ส่งเอกสารหลักฐานที่แสดงได้ว่ามีการลงประกาศดังกล่าวแล้วต่อสํานักงานด้วย

การดําเนินการตามวรรคหนึ่งต้องกระทําให้แล้วเสร็จภายใน 21 วันนับแต่วันที่งบการเงินได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นแต่ไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชี

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในการจัดทํางบการเงิน สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีเพื่อตรวจสอบบัญชีและแสดงความเห็นต่องบการเงิน โดยผู้สอบบัญชีดังกล่าวต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(1) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้รับประโยชน์จากหุ้นที่ออกโดยสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ กรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์นั้น

(2) ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานให้สอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินของบริษัทหลักทรัพย์ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี และไม่อยู่ระหว่างถูกสํานักงาน สั่งพักการทําหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชี

สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องดําเนินการให้มีข้อกําหนดในสัญญาที่ทํากับผู้สอบบัญชีเกี่ยวกับการให้ความร่วมมือกับสํานักงาน ในการชี้แจงหรือนําส่งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสอบบัญชี รวมทั้งในเรื่องอื่นใดตามที่สํานักงานร้องขอ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องจัดทําและเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่กําหนดตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี

ในกรณีที่การจัดทําหรือการเปิดเผยข้อมูลในเรื่องใดไม่มีมาตรฐานการบัญชีไทยกําหนดไว้ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีต่อไปนี้

(1) มาตรฐานการบัญชีของ International Accounting Standards Board

(2) ในกรณีที่ไม่มีมาตรฐานการบัญชีตาม (1) ให้ใช้มาตรฐานการบัญชีของ American Institution of Certified Public Accountants หรือ Financial Accounting Standards Board

ในกรณีที่ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีในวรรคสอง (1) หรือ (2) ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ระบุแหล่งที่มาของมาตรฐานการบัญชีดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์เก็บรักษาข้อมูลและเอกสารให้เป็นไปตามกําหนดเวลาดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจตามที่ระบุไว้ในข้อ 17 ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 10 ปีนับแต่วันที่ได้มาหรือวันที่มีการดําเนินการเกี่ยวกับข้อมูลนั้น

(2) แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องตามข้อ 22(2) ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 3 ปีนับแต่วันที่มีการจัดทําแผนดังกล่าว

(3) แผนการดําเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องที่แก้ไขตามข้อ 26 ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 3 ปีนับแต่วันที่มีการแก้ไขแผนดังกล่าว

(4) หลักฐานการใช้งานรวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดจากการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามข้อ 33(2) ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่กฎหมายว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กําหนด

(5) หลักฐานการตรวจสอบผู้ให้บริการภายนอกตามข้อ 34 วรรคสอง(3) และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 3 ปีนับแต่วันที่มีการดําเนินการนั้น

(6) เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาท และผลการพิจารณาตามข้อ 35(4) ให้เก็บรักษาไม่น้อยกว่า 3 ปีนับแต่วันที่มีข้อยุติเกี่ยวกับข้อร้องเรียนหรือข้อพิพาทนั้น

ในการปฏิบัติตามข้อกําหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการกํากับตลาดทุนมีอํานาจสั่งการเป็นประการอื่นได้ตามที่เห็นสมควร

การจัดเก็บข้อมูล เอกสารและหลักฐานตามข้อกําหนดในวรรคหนึ่ง ให้สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์จัดเก็บไว้ในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดู หรือตรวจสอบได้

ส่วน ๑ ข้อกําหนดเพิ่มเติมสําหรับการประกอบการเป็น

สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในการให้บริการระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องมีระบบที่สามารถให้ความมั่นใจว่าจะมีการปฏิบัติการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ตามสัญญาซื้อขายหลักทรัพย์ โดยสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องเข้าผูกพันหรือแทนที่เป็นคู่สัญญากับผู้ซื้อและผู้ขายหลักทรัพย์ในทันทีที่ตลาดหลักทรัพย์แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายให้แก่สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ภายหลังจากที่เกิดรายการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และสํานักหักบัญชีหลักทรัพย์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องจะยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงรายการมิได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องกําหนดระเบียบและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ชัดเจน เพื่อให้การชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอย่างน้อยต้องมีการดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ประมวลผลการซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อแจ้งยอดสุทธิของการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้แก่สมาชิก

(2) กําหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ รวมทั้งกําหนดจุดเวลาเพื่อการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ให้ถือว่าเป็นที่สุด (finality of settlement) ในข้อบังคับอย่างชัดเจน

(3) กําหนดขั้นตอนและวิธีดําเนินการเมื่อสมาชิกมีการผิดนัดชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถจัดการเมื่อเกิดเหตุผิดนัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา โดยมีการเปิดเผยขั้นตอนและวิธีการดําเนินการดังกล่าวเป็นการทั่วไป รวมทั้งทดสอบร่วมกับสมาชิกและผู้ที่เกี่ยวข้อง และทบทวนขั้นตอนและวิธีดําเนินการกรณีสมาชิกผิดนัด (default procedure) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

(4) ในกรณีที่มีการชําระราคาผ่านธนาคารพาณิชย์ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องกําหนดหลักเกณฑ์ในการเลือกใช้ธนาคารพาณิชย์ที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ โดยต้องมีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

(5) มีระบบการชําระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์แบบ delivery versus payment (DVP)

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องมีหลักเกณฑ์ในการรับสมาชิกที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยการกําหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวต้องคํานึงถึงความเหมาะสม ฐานะทางการเงิน และระบบการบริหารความเสี่ยงของผู้สมัครเป็นสมาชิกเป็นสําคัญ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เพื่อให้การดําเนินงานของสมาชิกเป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับ สํานักหักบัญชีหลักทรัพย์ต้องดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีระเบียบหรือข้อบังคับที่ใช้บังคับกับสมาชิก

(2) จัดให้มีมาตรการในการกํากับดูแลให้สมาชิกปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับ

(3) จัดให้มีมาตรการดําเนินการกับสมาชิกที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับ

(4) ประเมินผลการปฏิบัติตามระเบียบหรือข้อบังคับของสมาชิกในช่วงเวลาที่เหมาะสม

(5) จัดทํารายงานการประเมินผลและการดําเนินการต่อสมาชิกที่ฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับ แล้วจัดส่งให้สํานักงานเพื่อทราบ

61 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 32/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในการประกอบการเป็นสำนักหักบัญชีหลักทรัพย์และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ฉบับประมวล) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_223a49e2ee348be9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com