法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 140/2549 เรื่อง การสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 140/2549

เรื่อง การสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ

เพื่อให้การปฏิบัติงานในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ในกรณีที่มีผู้ยื่นคําร้อง ขอสวมสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกรณีที่สํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ถูกสวมสิทธิมีผู้ร้อง คัดค้านคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือมีการอุทธรณ์คําสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ของศาลล้มละลายกลาง ผู้ร้องขอสวมสิทธิชอบที่จะต้องยื่นคําร้องต่อศาล คดีค้าง พิจารณาอยู่ จึงให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งยกคําร้องของผู้ร้องขอสวมสิทธิ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกรณีที่สํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ถูกสวมสิทธิ อยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งอนุญาตให้ได้รับ ชําระหนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว โดยไม่มีกระบวนพิจารณาชั้นคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการค้างพิจารณา อยู่ในศาล ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งรับคําร้อง นัดพิจารณาคําร้อง สําเนาคําร้องให้เจ้าหนี้ที่ถูกสวมสิทธิ และผู้ทําแผนหรือผู้บริหารแผนแล้วแต่กรณี หากจะคัดค้านประการใด ให้คัดค้านก่อนวันนัด หรือในวันนัด พิจารณา หากไม่คัดค้านภายในกําหนด ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน โดยให้ผู้ร้องขอสวมสิทธินําส่งหมายนัดและ สําเนาคําร้องภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคําสั่ง และแถลงผลการส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหมายนัดและ สําเนาคําร้อง หากไม่ดําเนินการ จะถือว่าผู้ร้องไม่ติดใจยื่นคําร้องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ถูกสวมสิทธิที่คดีถึงที่สุด และได้ดําเนินการส่งเก็บแล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้รับผิดชอบแจ้งฝ่ายบริหารงานทั่วไปเบิกสํานวนคําขอ รับชําระหนี้ดังกล่าวมาดําเนินการก่อนวันนัดพิจารณา

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ถ้าไม่มีผู้คัดค้านคําร้องขอสวมสิทธิของผู้ร้อง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ตามจํานวนหนี้ที่ผู้ร้อง ขอสวมสิทธิ เว้นแต่จะมีเหตุผลสมควรประการอื่น หรือปรากฏว่าแผนที่ศาลมีคําสั่งเห็นชอบแล้วกําหนดวิธี ปฏิบัติ เรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง หรือโอนหนี้ไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ถ้ามีผู้คัดค้านค้าร้องขอสวมสิทธิของผู้ร้อง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนและ พิจารณามีคําสั่ง เมื่อเสร็จการสอบสวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งกําหนดวันนัดฟังคําสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทราบในรายงานการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอ รับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการแล้ว ให้ฝ่ายบริหารงานทั่วไปบัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ความในข้อ 2 มิให้ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้

7.1 การควบรวม และการโอนกิจการโดยผลของกฎหมาย เช่น ตามพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 เป็นต้น

7.2 การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือการโอนสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ตามกฎหมาย เช่น ตามพระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 พระราชกําหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 พระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 เป็นต้น

7.3 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลาย ซึ่งผู้ซื้อได้ชําระราคา ครบถ้วนและได้บอกกล่าวการโอนสิทธิไปยังลูกหนี้แห่งสิทธิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

7.4 การรับช่วงสิทธิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

7.5 การโอนสิทธิเรียกร้อง หรือการโอนหนี้ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าได้ทําเป็น หนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนและได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังผู้ที่มีอํานาจกระทําการ แทนลูกหนี้ หรือผู้ที่มีอํานาจกระทําการแทนลูกหนี้ได้ยินยอมด้วยในการโอนนั้นเป็นหนังสือ โดยถูกต้อง ตามกฎหมาย

ในกรณีดังกล่าวข้างต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคําสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิ แทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องนัดพิจารณาคําร้อง เว้นแต่จะมี เหตุผลสมควรประการอื่น หรือปรากฏว่าแผนที่ศาลมีคําสั่งเห็นชอบแล้วกําหนดวิธีปฏิบัติ เรื่องการโอนสิทธิ เรียกร้อง หรือโอนหนี้ไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งประการใดให้แจ้งคําสั่งให้ผู้ร้อง ขอสวมสิทธิ์ เจ้าหนี้ที่ถูกสวมสิทธิ์ และผู้ทําแผนหรือผู้บริหารแผนแล้วแต่กรณีทราบ

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ 2549

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 140/2549 เรื่อง การสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_243c09aabae3e2ee

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com