法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 145/2555 เรื่อง การคำนวณฐานภาษีสำหรับการนำเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทำใบกำกับภาษีกรณีการขายยาสูบตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 145/2555

เรื่อง การคํานวณฐานภาษีสําหรับการนําเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกําหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทําใบกํากับภาษีกรณีการขายยาสูบตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจและแนะนําผู้ประกอบการจดทะเบียน กรณีการคํานวณฐานภาษีสําหรับการนําเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกําหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทําใบกํากับภาษีกรณีการขายยาสูบ ตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมสรรพากรที่ ป.85/2542เรื่อง การคํานวณฐานภาษีสําหรับการนําเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกําหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทําใบกํากับภาษีกรณีการขายยาสูบตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2542

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในคําสั่งนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(1) “ค่าการตลาด” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แต่ไม่รวมถึงอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด และไม่รวมถึงกําไรของกิจการ โดยการคํานวณค่าการตลาดให้คํานวณเฉลี่ยตามสัดส่วนของยอดขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตแต่ละชนิดของรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะแสดงให้เห็นว่า มีวิธีการคํานวณอื่นที่เหมาะสมกว่าวิธีการคํานวณเฉลี่ยตามสัดส่วนของยอดขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตแต่ละชนิด

(2) “ราคา ซี.ไอ.เอฟ.” หมายความว่า ราคาสินค้าบวกด้วยค่าประกันภัยสินค้าเสียหายในขณะขนส่ง และค่าขนส่งถึงด่านศุลกากรที่นําสินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ตามมาตรา 79/2 (1) วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร

(3) “ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ” หมายความว่า ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบไม่รวมภาษี ตามมาตรา 5 ตรี(1) วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509

(4) “ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น” หมายความว่า ราคาตลาดของยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตแต่ละชนิดที่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปหรือเป็นส่วนใหญ่ซื้อจากผู้ค้ายาสูบที่มีการจัดจําหน่ายกันตามความเป็นจริงทั่วไป ณ วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาลและผู้นําเข้า แจ้งราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษี

ตัวอย่าง

(ก) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดของบุหรี่ยี่ห้อกรองทิพย์ ณ วันที่ โรงงานยาสูบต้องแจ้งราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษี ได้แก่ ราคาขายปลีกของบุหรี่ยี่ห้อกรองทิพย์ที่ผู้ค้าปลีกทั่วๆ ไป เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์สโตร์ เป็นต้น ใช้เป็นราคาขายปลีกที่ขายให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปหรือเป็นส่วนใหญ่

(ข) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดของบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโร ณ วันที่ บริษัทผู้นําเข้าต้องแจ้งราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษี ได้แก่ ราคาขายปลีกของบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโรที่ผู้ค้าปลีกทั่วๆ ไป เช่น ร้านสะดวกซื้อ หรือซุปเปอร์สโตร์ เป็นต้น ใช้เป็นราคาขายปลีกของยาสูบที่ขายให้แก่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปหรือเป็นส่วนใหญ่ราคาตลาดของยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรตแต่ละชนิดตาม (ก) หรือ (ข) เป็นราคาขายปลีกที่โรงงานยาสูบหรือบริษัทผู้นําเข้า ใช้สําหรับแจ้งราคาขายปลีกต่อกรมสรรพากร เพื่อใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีของยาสูบยี่ห้อดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การนําเข้ายาสูบจากต่างประเทศตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ไม่ว่าจะนําเข้าโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนหรือบุคคลอื่น ต้องคํานวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 79/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ มูลค่าของยาสูบนําเข้าโดยให้ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกด้วยอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1(19) ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กําหนดในหมวด 4 ลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีการนําเข้าตามวรรคหนึ่งถ้าผู้นําเข้าได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหรือตามกฎหมายอื่น ให้นําอากรขาเข้าซึ่งได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนดังกล่าว มารวมคํานวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีด้วย

คําว่า “กฎหมายอื่น” ตามวรรคสอง หมายความถึง กฎหมายอื่นที่ไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นองค์การของรัฐบาลได้ขายยาสูบที่ผลิตให้แก่ผู้ซื้อ หรือผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ขายทุกทอด จะต้องคํานวณมูลค่าของฐานภาษี จากมูลค่าของยาสูบซึ่งเป็นบุหรี่ซิกาแรตที่ได้มาจากการหักจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจํานวนเต็มของราคาขายปลีกของยาสูบ โดยให้คํานวณจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจํานวนเต็มของราคาขายปลีก

ราคาขายปลีกตามวรรคหนึ่งคํานวณได้จากมูลค่าดังต่อไปนี้ แล้วแต่จํานวนใดจะสูงกว่า

(ก) ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ บวกด้วย ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด และค่าการตลาด

(ข) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

ตัวอย่าง

(ก) ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบ บวกด้วย ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด และค่าการตลาด ซองละ 46.00 บาท

(ข) ราคาเฉลี่ยของตลาดของยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ที่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปหรือเป็นส่วนใหญ่ซื้อจากผู้ค้ายาสูบที่มีการจัดจําหน่ายกันตามความเป็นจริงทั่วไป ณ วันที่โรงงานยาสูบ แจ้งราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษี ซองละ 50.00 บาท

ดังนั้น ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตต้องคํานวณจากราคาตลาด ซองละ 50.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 3.27 บาท (50 (7/107) และเป็นมูลค่าของยาสูบที่ได้มาจากการหักจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจํานวนเต็มของราคาขายปลีกของยาสูบจํานวน 46.73 บาท (50.00 – 3.27) โดยมูลค่าของฐานภาษีของยาสูบ จะใช้ราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นมูลค่าของฐานภาษี สําหรับการขายบุหรี่ซิกาแรตทุกทอด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ขายยาสูบที่นําเข้าจากต่างประเทศให้แก่ผู้ซื้อ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนที่นําเข้ายาสูบเอง หรือซื้อจากผู้นําเข้า หรือผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นผู้ขายทุกทอด จะต้องคํานวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้

(1) กรณียาสูบที่นําเข้าจากต่างประเทศ เป็นบุหรี่ซิกาแรต ได้แก่ มูลค่าของยาสูบที่ได้มาจากการหักจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจํานวนเต็มของราคาขายปลีกของยาสูบ โดยให้คํานวณจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจํานวนเต็มของราคาขายปลีก

ราคาขายปลีกตามวรรคหนึ่งคํานวณได้จากมูลค่าดังต่อไปนี้ แล้วแต่จํานวนใดจะสูงกว่า

(ก) ราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกด้วยอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1(19) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด และค่าการตลาด

(ข) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

ตัวอย่าง

(ก) ราคา ซี.ไอ.เอฟ. บวกด้วยอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด และค่าการตลาด ซองละ 63.00 บาท

(ข) ราคาเฉลี่ยของตลาดของยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ที่ผู้บริโภคทั่วๆ ไปหรือเป็นส่วนใหญ่ซื้อจากผู้ค้ายาสูบที่มีการจัดจําหน่ายกันตามความเป็นจริงทั่วไป ณ วันที่ผู้นําเข้ายาสูบแจ้งราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษี ซองละ 70.00 บาท

ดังนั้น ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตต้องคํานวณจากราคาตลาด ซองละ 70.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 4.58 บาท(70 x7/107) และเป็นมูลค่าของยาสูบที่ได้มาจากการหักจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจํานวนเต็มของราคาขายปลีกของยาสูบจํานวน 65.42 บาท (70.00 – 4.58) โดยมูลค่าของฐานภาษีของยาสูบ จะใช้ราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นมูลค่าของฐานภาษี สําหรับการขายบุหรี่ซิกาแรตทุกทอด

(2) กรณียาสูบที่นําเข้าจากต่างประเทศนอกจาก (1) ให้คํานวณมูลค่าของยาสูบตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ มูลค่าทั้งหมดที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับหรือพึงได้รับจากการขายยาสูบ รวมทั้งภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1(19) ถ้ามี ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า ซึ่งขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ต้องดําเนินการแจ้งราคาขายปลีกแยกเป็นประเภทชนิดหรือยี่ห้อ ตามตัวอย่างแบบแจ้งราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตที่แนบท้ายคําสั่ง ดังต่อไปนี้

(1) แจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในกําหนดเวลา 30 วัน นับถัดจากวันที่ 31 สิงหาคม 2555 หรือนับถัดจากวันที่ขาย และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป

ตัวอย่าง

ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 (ภายในกําหนดเวลา 30 วัน นับถัดจากวันที่ 31 สิงหาคม 2555) และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556

(2) แจ้งราคาขายปลีกครั้งต่อๆ ไปทุกปี พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันที่ 1 มิถุนายนถึงวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี และให้ใช้ราคาขายปลีกในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีสําหรับการขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป

ตัวอย่าง

ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งราคาขายปลีกครั้งต่อไปในปี 2556 พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557

(3) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีภายหลังจากการแจ้งราคาขายปลีกครั้งแรกหรือครั้งต่อๆ ไป แล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้

(ก) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น

(ข) อากรขาเข้า

(ค) ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร

(ง) ภาษีมูลค่าเพิ่ม

(จ) เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

(ฉ) เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

(ช) ภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ

(ซ) ค่าการตลาด

ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า แจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกนั้นและให้ใช้ราคาขายปลีกตามที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งเป็นต้นไปถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป

ตัวอย่าง

กรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีในวันที่ 1 มกราคม 2556 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนมกราคม 2556 (แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2556) และให้ใช้ราคาขายปลีกตามที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556

(4) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทชนิด หรือยี่ห้อใหม่ ให้แจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก เป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนที่มีการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทชนิด หรือยี่ห้อใหม่นั้น และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป

(5) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ไม่แจ้งราคาขายปลีก หรือแจ้งราคาขายปลีกต่ํากว่าราคาที่แท้จริง หรือแจ้งราคาขายปลีกต่อกรมสรรพากรเกินระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามข้อ 6(1) (2) และ (3) โดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอํานาจประเมินราคาขายปลีกที่ใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีของยาสูบในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ให้เป็นไปตามราคาที่แท้จริงที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ขายยาสูบ จะต้องจัดทําใบกํากับภาษีดังต่อไปนี้

(1) กรณียาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร

ใบกํากับภาษีตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ ใบกํากับภาษี ” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

(ข) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกํากับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกํากับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย

(ค) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า

(ง) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี และหมายเลขลําดับของเล่ม ถ้ามี

(จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

(ฉ) ราคาขายปลีกหักด้วยจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งคํานวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจํานวนเต็มของราคาขายปลีก

(ช) จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณจากมูลค่าของสินค้าตาม (ฉ) โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าตาม (ฉ) ให้ชัดแจ้ง

(ซ) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

(2) กรณียาสูบนอกจาก (1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทําใบกํากับภาษีที่มีรายการตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร

ใบกํากับภาษีตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ ใบกํากับภาษี ” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

(ข) ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกํากับภาษี และในกรณีที่ตัวแทนเป็นผู้ออกใบกํากับภาษีในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนตามมาตรา 86 วรรคสี่ หรือมาตรา 86/2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้ระบุชื่อ ที่อยู่ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของตัวแทนนั้นด้วย

(ค) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้า

(ง) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี และหมายเลขลําดับของเล่ม ถ้ามี

(จ) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

(ฉ) จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณจากมูลค่าของสินค้า โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าให้ชัดแจ้ง

(ช) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

ผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (1) และ (2) ต้องเก็บสําเนาใบกํากับภาษีเพื่อเป็นหลักฐานการลงรายงานภาษีขาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 และข้อ 5 ขายยาสูบในลักษณะขายปลีก คือ เป็นการขายสินค้าที่ผู้ขายทราบโดยชัดแจ้งว่าเป็นการขายให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง และได้ขายในปริมาณซึ่งตามปกติวิสัยของผู้บริโภคนั้นจะนําสินค้าไปบริโภคโดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนําไปขายต่อไป ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิออกใบกํากับภาษีอย่างย่อตามมาตรา 86/6 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

(1) กรณียาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทําใบกํากับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ ใบกํากับภาษีอย่างย่อ ” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

(ข) ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกํากับภาษี

(ค) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี และหมายเลขลําดับของเล่ม ถ้ามี

(ง) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

(จ) ราคาขายปลีกหักด้วยจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งคํานวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจํานวนเต็มของราคาขายปลีก

(ฉ) ราคาสินค้า โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

กรณีราคาสินค้าซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้วตาม (ฉ) มีจํานวนน้อยกว่ามูลค่าหรือราคาของสินค้าที่คํานวณตาม (จ) ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามจํานวนที่คํานวณตาม (จ)

(ช) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

(2) กรณียาสูบที่นําเข้าจากต่างประเทศนอกจาก (1)

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องจัดทําใบกํากับภาษีที่มีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

(ก) คําว่า “ ใบกํากับภาษีอย่างย่อ ” ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด

(ข) ชื่อ หรือชื่อย่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกํากับภาษี

(ค) หมายเลขลําดับของใบกํากับภาษี และหมายเลขลําดับของเล่ม ถ้ามี

(ง) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้า ซึ่งระบุเป็นภาษาอังกฤษได้

(จ) ราคาสินค้า โดยต้องมีข้อความระบุชัดเจนว่าได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว

(ฉ) วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษี

ผู้ประกอบการจดทะเบียนตาม (1) และ (2) ต้องเก็บสําเนาใบกํากับภาษีเพื่อเป็นหลักฐานการลงรายงานภาษีขาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 และข้อ 5 เมื่อมีการนําเข้ายาสูบ หรือซื้อและขายยาสูบ จะต้องลงรายการมูลค่าของสินค้าและจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มในรายงานภาษีขายตามมาตรา 87(1) และรายงานภาษีซื้อตามมาตรา 87(2) แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

(1) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 และข้อ 5 ซึ่งนําเข้ายาสูบหรือซื้อยาสูบ จะต้องลงรายการมูลค่าของยาสูบและจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มในรายงานภาษีซื้อ ตามหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมศุลกากร หรือหลักฐานใบกํากับภาษีซื้อ

(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 และข้อ 5 ซึ่งขายยาสูบ โดยจัดทําใบกํากับภาษีตามข้อ 7 และข้อ 8 จะต้องลงรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ ดังต่อไปนี้

(ก) การขายยาสูบตามข้อ 4 และข้อ 5(1) ให้ลงรายการมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตโดยการหักจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มออกจากจํานวนเต็มของราคาขายปลีกของบุหรี่ซิกาแรต และลงรายการจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณตามอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในจํานวนเต็มของราคาขายปลีก

ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อยาสูบตามข้อ 4 และข้อ 5(1) ลงรายการมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรต และจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรายงานภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

ตัวอย่าง

1. ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตโดยโรงงานยาสูบ ซองละ 50.00 บาท แต่ราคาขายจริง 48.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องคํานวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคา 50.00 บาท เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 3.27 บาท (50 x7/107) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจํานวน 46.73 บาท (50.00 – 3.27) ให้ลงรายการมูลค่าสินค้าจํานวน 46.73 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 3.27 บาท

2. ราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตนําเข้า ซองละ 70.00 บาท แต่ราคาขายจริง 68.00 บาท อัตราภาษีร้อยละ 7.0 ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องคํานวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคา 70.00 บาท เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 4.58 บาท (70 x7/107) และเป็นมูลค่าของบุหรี่ซิกาแรตจํานวน 65.42 บาท (70.00 – 4.58) ให้ลงรายการมูลค่าสินค้าจํานวน 65.42 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจํานวน 4.58 บาท

(ข) การขายยาสูบตามข้อ 5(2) ให้ลงรายการมูลค่าของยาสูบตามจํานวนที่ได้รับจริงจากการขายยาสูบ และลงรายการจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณจากมูลค่าของยาสูบที่ได้รับจริง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อยาสูบตามข้อ 5(2) ลงรายการมูลค่าของยาสูบ และจํานวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในรายงานภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คําสั่ง หนังสือตอบข้อหารือหรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้เป็นอันยกเลิก

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สาธิต รังคสิริ

(นายสาธิต รังคสิริ)

อธิบดีกรมสรรพากร

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 145/2555 เรื่อง การคำนวณฐานภาษีสำหรับการนำเข้าและการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีตามมาตรา 79/5 แห่งประมวลรัษฎากร และการจัดทำใบกำกับภาษีกรณีการขายยาสูบตามมาตรา 86/5(2) แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_253d9f93be85ac3e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com