ข้อ ๖ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า ซึ่งขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ต้องดําเนินการแจ้งราคาขายปลีกแยกเป็นประเภทชนิดหรือยี่ห้อ ตามตัวอย่างแบบแจ้งราคาขายปลีกบุหรี่ซิกาแรตที่แนบท้ายคําสั่ง ดังต่อไปนี้
(1) แจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในกําหนดเวลา 30 วัน นับถัดจากวันที่ 31 สิงหาคม 2555 หรือนับถัดจากวันที่ขาย และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป
ตัวอย่าง
ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2555 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 (ภายในกําหนดเวลา 30 วัน นับถัดจากวันที่ 31 สิงหาคม 2555) และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556
(2) แจ้งราคาขายปลีกครั้งต่อๆ ไปทุกปี พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันที่ 1 มิถุนายนถึงวันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี และให้ใช้ราคาขายปลีกในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีสําหรับการขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป
ตัวอย่าง
ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งราคาขายปลีกครั้งต่อไปในปี 2556 พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2557
(3) กรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีภายหลังจากการแจ้งราคาขายปลีกครั้งแรกหรือครั้งต่อๆ ไป แล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้
(ก) ราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น
(ข) อากรขาเข้า
(ค) ภาษีสรรพสามิตตามที่กําหนดในมาตรา 77/1 (19) แห่งประมวลรัษฎากร
(ง) ภาษีมูลค่าเพิ่ม
(จ) เงินบํารุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(ฉ) เงินบํารุงองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย
(ช) ภาษีบํารุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ
(ซ) ค่าการตลาด
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า แจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกนั้นและให้ใช้ราคาขายปลีกตามที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งเป็นต้นไปถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป
ตัวอย่าง
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกซึ่งใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีในวันที่ 1 มกราคม 2556 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นโรงงานยาสูบและผู้นําเข้า ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีก พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดวิธีการคํานวณราคาขายปลีกดังกล่าวเป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนมกราคม 2556 (แจ้งเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2556) และให้ใช้ราคาขายปลีกตามที่แจ้งการเปลี่ยนแปลงไว้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556
(4) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบที่เป็นองค์การของรัฐบาล และผู้นําเข้า ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทชนิด หรือยี่ห้อใหม่ ให้แจ้งราคาขายปลีกครั้งแรก เป็นหนังสือต่อกรมสรรพากร ณ สํานักงานสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หรือสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สําหรับผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ในเดือนที่มีการขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทชนิด หรือยี่ห้อใหม่นั้น และให้ใช้ราคาขายปลีกที่แจ้งไว้ ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนถัดจากเดือนที่แจ้งถึงวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป
(5) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งขายยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต ไม่แจ้งราคาขายปลีก หรือแจ้งราคาขายปลีกต่ํากว่าราคาที่แท้จริง หรือแจ้งราคาขายปลีกต่อกรมสรรพากรเกินระยะเวลาที่กําหนดไว้ตามข้อ 6(1) (2) และ (3) โดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอํานาจประเมินราคาขายปลีกที่ใช้ในการคํานวณมูลค่าของฐานภาษีของยาสูบในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ให้เป็นไปตามราคาที่แท้จริงที่รู้เห็นว่าถูกต้องได้