法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ปฏิบัติในเรื่องการกู้ยืม หรือรับเงิน หรือจัดหาเงินทุนจากประชาชน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ปฏิบัติ

ในเรื่องการกู้ยืม หรือรับเงิน หรือจัดหาเงินทุนจากประชาชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๕๔ (๗) แห่งพระราชบัญญัติ

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และที่แก้ไข

เพิ่มเติมธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

การคลัง ให้บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการกู้ยืม หรือรับเงิน หรือ

จัดหาเงินทุนจากประชาชน ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

"จัดหาเงินทุนจากประชาชน" หมายความรวมถึง กู้ยืมเงินหรือรับฝากเงิน

จากประชาชนด้วย ไม่ว่าจะกระทำโดยวิธีอื่นใดที่บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

ได้รับอนุญาตในปัจจุบัน หรืออาจได้รับอนุญาตในอนาคต

"ลูกค้า" หมายความถึงประชาชนผู้ให้กู้ยืม หรือฝากเงิน และหมายความรวมถึง

ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือผู้รับมอบอำนาจในการทำธุรกรรมกับบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิต

ฟองซิเอร์อันเนื่องมาจากการจัดหาเงินทุนจากประชาชนแทน หรือในนามของผู้อื่น

"บริษัท" หมายความถึงบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในการจัดหาเงินทุนจากประชาชนบริษัทต้องจัดให้ลูกค้าแสดงตนโดย

แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับตนเองอย่างละเอียด ในแบบรายการที่บริษัทกำหนดขึ้นพร้อมลงลายมือชื่อ

แบบรายการที่บริษัทกำหนดขึ้นตามวรรคหนึ่งจะต้องมีรายการละเอียดของลูกค้า

อย่างน้อยดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบัน อาชีพ สถานที่ทำงาน สถานที่ที่สะดวกในการ

ติดต่อ

(๒) ในกรณีเป็นนิติบุคคลให้แสดงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับประเภทธุรกิจ

หรือวัตถุประสงค์ของลูกค้านั้น ที่เป็นธุรกิจในทางการค้าปกติ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บริษัทต้องจัดให้มีเอกสารแสดงตน หรือสำเนาเอกสารดังกล่าวเพื่อ

เป็นหลักฐานประกอบการจัดหาเงินทุนจากประชาชนอย่างน้อยดังต่อไปนี้ และต้องให้ลูกค้า

ลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสำเนาเอกสารหลักฐานดังกล่าวไว้ด้วย

(๑) สำหรับลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดา เอกสารที่ต้องมีอย่างน้อยต้องเป็นเอกสาร

ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชนของบุคคลนั้นไว้ด้วย

(๒) สำหรับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยเอกสารที่ต้องมี

ได้แก่ หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์

เอกสารที่แสดงว่าคณะกรรมการ หรือหุ้นส่วนเห็นชอบให้กู้ยืมเงิน หรือฝากเงิน รวมทั้งกำหนด

อำนาจและเงื่อนไขในการไถ่ถอน หรือสั่งจ่ายโดยผู้มีอำนาจลงนามรับรองพร้อมทั้งประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมเอกสารแสดงตนของผู้มีอำนาจลงนาม เอกสารที่กล่าวให้เป็นไปเช่นเดียวกับที่

กำหนดตามข้อ ๓ (๑)

(๓) สำหรับลูกค้าที่เป็นส่วนราชการ องค์กรของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือ

หน่วยงานอื่นของรัฐ เอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือแสดงความจำนงให้กู้ยืมเงินหรือฝากเงิน อำนาจและเงื่อนไขในการไถ่ถอน หรือสั่งจ่าย พร้อมเอกสารแสดงตนของผู้มีอำนาจลงนาม

เอกสารที่กล่าวให้เป็นไปเช่นเดียวกับที่กำหนดตามข้อ ๓ (๑)

(๔) สำหรับลูกค้าที่เป็นสหกรณ์ มูลนิธิ สมาคม สโมสร วัด มัสยิด ศาลเจ้า และ

นิติบุคคลอื่น เอกสารที่ต้องมีได้แก่หนังสือจดทะเบียนของกระทรวงมหาดไทยหรือกระทรวงอื่น

หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หนังสือแต่งตั้งหรือมอบอำนาจ รายงานการประชุมกรรมการหรือ

หนังสือแสดงความประสงค์ให้กู้ยืมเงิน หรือฝากเงินรวมทั้งกำหนดอำนาจและเงื่อนไขในการ

ไถ่ถอน หรือสั่งจ่าย โดยผู้มีอำนาจลงนามรับรองพร้อมประทับตรา พร้อมเอกสารแสดงตนของ

ผู้มีอำนาจลงนาม เอกสารที่กล่าวให้เป็นไปเช่นเดียวกับที่กำหนดตามข้อ ๓ (๑)

(๕) สำหรับลูกค้าที่ไม่ใช่บุคคลผู้มีสัญชาติไทย หรือไม่ใช่นิติบุคคลในประเทศ

ไทยเอกสารที่ต้องมีได้แก่ หนังสือเดินทาง หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว หรือเอกสารหลักฐาน

แสดงตนที่ออกหรือรับรองโดยหน่วยงานหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ

เอกสารที่กล่าวข้างต้นให้หมายความรวมถึง ใบแทน หรือบัตรชั่วคราวที่ใช้ระหว่าง

รอการออกเอกสารดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บริษัทต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐาน หรือสำเนา

เอกสารหลักฐาน ในข้อ ๓ ตามปกติวิสัยที่พึงปฏิบัติ โดยสุจริตและปราศจากความประมาท

เลินเล่อ และต้องจัดเก็บรักษาเอกสาร หรือสำเนาเอกสารหลักฐานที่ลูกค้าได้ลงลายมือชื่อรับรอง

ความถูกต้องแล้วในห้องมั่นคง หรือสถานที่ที่ปลอดภัย ณ บริษัท ตั้งแต่วันจัดหาเงินทุนจาก

ประชาชนและเก็บรักษาต่อไปเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี นับแต่วันที่ชำระคืนเงินแก่ลูกค้า เพื่อ

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ หรือใช้ประกอบ

ในการสอบสวนหรือดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ บริษัทจะให้ลูกค้าปกปิดชื่อจริง ใช้ชื่อแฝง หรือใช้ชื่อปลอมมิได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สำหรับลูกค้าที่ยังคงมีเงินให้กู้ยืมหรือเงินฝากอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้

มีผลใช้บังคับให้บริษัทดำเนินการให้เป็นไปตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ภายใน ๖ เดือน นับแต่

วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ เว้นแต่ ลูกค้าที่ติดต่อไม่ได้และบริษัทได้แจ้งทางจดหมาย

ลงทะเบียนให้ลูกค้าดำเนินการแล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๖๐ วัน นับแต่วันประกาศ

ในราชกิจจานุเบกษา

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๔๓/พ๑๓๒ง/๔๕/๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๓]

สุรินทร์ / แก้ไข

๑๑/๐๗/๒๕๔๔

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การกำหนดให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ปฏิบัติในเรื่องการกู้ยืม หรือรับเงิน หรือจัดหาเงินทุนจากประชาชน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_26ba960adc64b5b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com