ข้อ ๑๒ การดําเนินการสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในส่วนภูมิภาคที่ลูกหนี้มีภูมิลําเนา ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้
12.1 เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาครับคําขอรับชําระหนี้ ไว้และส่งสําเนาคําขอรับชําระหนี้พร้อมขอลําดับเจ้าหนี้โดยทางโทรสารไปยังฝ่ายคําคู่ความ สํานักงาน เลขานุการกรม เพื่อตั้งภาคสํานวนไว้ที่ส่วนกลาง ส่วนต้นฉบับให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคที่รับคําขอ รับชําระหนี้ตั้งสํานวนไว้เพื่อดําเนินการสอบสวนและทําความเห็นส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง พิจารณาเสนอศาลตามขั้นตอน
12.2 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่รับคําขอรับชําระหนี้ตรวจและมีคําสั่งในคําขอรับชําระหนี้ โดย ดําเนินการตามข้อ 3
12.3 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางทําการตรวจคําขอรับชําระหนี้ ปรากฏว่ามีการ ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในส่วนภูมิภาค ให้สําเนารายงานตรวจคําขอรับชําระหนี้ให้สํานักงานบังคับคดีส่วน ภูมิภาคทราบ ในกรณีที่มีการโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ให้ส่งคําโต้แย้ง รายชื่อ และภูมิลําเนาของผู้โต้แย้งไปด้วย
12.4 การนัด การเลื่อนการสอบสวน สํานวนคําขอรับชําระหนี้ให้ดําเนินการตามข้อ 5 ข้อ 6 7 และข้อ 8
12.5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483
12.5.1 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาไม่เกิน 20 ล้านบาทให้ผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
12.5.2 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้พี่ขอมาเกิน 20 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
12.5.3 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนึ่งขอมาเกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน เกินกว่า 100 ล้านบาท ให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลาย เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
12.5.4 จํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนีมาเกินกว่า 100 ล้านบาท ขึ้นไป ให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ
12.6 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นเสร็จแล้วให้จัดส่งสํานวนและความเห็นให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเพื่อส่งศาลต่อไป และเมื่อศาลมีคําสั่งสํานวนคําขอรับชําระหนี้แล้ว ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางแจ้งคําสั่งศาลให้คู่ความทราบ
12.7 การอุทธรณ์ ฎีกา หรือการแก้อุทธรณ์ แก้ฎีกา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง เป็นผู้ดําเนินการโดยเร็วที่สุด