法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 447/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนคำขอรับชำระหนี้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 447 / 2549

เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสํานวนคําขอรับชําระหนี้

เพื่อให้การปฏิบัติงานในหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เกี่ยวกับสํานวนคําขอรับชําระหนี้ เป็นไปโดยเรียบร้อย เหมาะสม มีประสิทธิภาพและเป็นแนวทางเดียวกัน จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ดังต่อไปนี้

1.1 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 50/2533 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 เรื่อง การทําความเห็นหรือ คําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และเจ้าพนักงานบังคับคดีในกรณีขัดแย้งกัน

1.2 คําสั่งกรมบังคับคดี 3032542 ลงวันที่ 10 สิงหาคม 2542 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับหนี้ด้อยสิทธิ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ฝ่ายคําคู่ความ สํานักงานเลขานุการกรม ตรวจและรับคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ใน คดีล้มละลายที่ยื่นภายในกําหนด 2 เดือนนับแต่วันประกาศโฆษณาคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและตั้ง สํานวนคําขอรับชําระหนี้ พร้อมบันทึกข้อมูลระบบงานเสร็จแล้วรวบรวมสํานวนคําขอรับชําระหนี้ส่ง กองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบภายในวันนั้น

ส่วนกรณีที่เจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้เกินกําหนดระยะเวลา ให้ฝ่ายคําคู่ความลงรับคําขอ รับชําระหนี้แล้วส่งให้กองบังคับคดีล้มละลายที่รับผิดชอบพิจารณาสั่งในวันนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่รับคําขอรับชําระหนี้ตรวจและมีคําสั่งในคําขอรับชําระหนี้ที่ยื่น ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ว่าดําเนินการโดยถูกต้องครบถ้วน ตามมาตรา 91 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือไม่ หากเจ้าหนี้ไม่ส่งเอกสารหลักฐานประกอบหนี้หรือส่งเอกสารหลักฐาน ประกอบหนี้ไม่ครบถ้วนในวันยื่นคําขอรับชําระหนี้ให้มีคําสั่งให้เจ้าหนี้นําส่งก่อนหรือในวันนัดตรวจ คําขอรับชําระหนี้ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่าหากประสงค์จะยื่นบันทึกถ้อยคํายืนยันข้อเท็จจริงประกอบ ให้ยื่น ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในเวลาดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ ให้แจ้งบรรดาเจ้าหนี้ทราบว่าหาก ประสงค์จะโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้รายใดให้ยื่นคําโต้แย้งเป็นหนังสือพร้อมสําเนาต่อเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ภายใน 7 วันนับแต่วันตรวจคําขอรับชําระหนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้มิได้เป็นบุคคลภายในของลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ ไม่ได้โต้แย้งไม่ว่าเป็นหนี้ประเภทใดและไม่มีเหตุอันสมควรสงสัยว่าจะเป็นหนี้ที่ขอรับชําระหนี้ไม่ได้ ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็น

เสนอต่อศาลให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ ตามมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ภายใน 15 วันนับแต่วันครบกําหนดโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ตามข้อ 4 โดยไม่ต้องทําการสอบสวนเว้นแต่ จะมีเหตุสมควรซึ่งจะเป็นผลให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้น้อยกว่าที่ขอมาหรือไม่ได้รับชําระหนี้ตามขอ

กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีผู้ได้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หมายนัดสอบสวนไป ยังเจ้าหนี้และผู้โต้แย้งภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ครบกําหนดโต้แย้งและให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนด วันนัดสอบสวนเจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไว้รวม 2 นัด ห่างกันไม่เกิน 15 วัน และแจ้งไปด้วยว่าเมื่อถึงกําหนดนัดถ้า เจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งไม่นําพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนตามนัด โดยมีแจ้งเหตุขัดข้อง หรือ โดย ถือว่าฝ่ายที่ไม่มาไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานไปให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวน ซึ่งเจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์จะทําความเห็นต่อไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสํานวน ร้องขอเลื่อน เจ้าหนี้หรือผู้โต้แย้งยินยอมให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การเลื่อนวันนัดทําการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ว่ากรณีใดๆ ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์พิจารณาเหตุที่ขอเลื่อนโดยเคร่งครัดและให้เลื่อนกรณีจําเป็น แต่ทั้งนี้มิให้เลื่อนไปเกินกว่า 20 วัน นับแต่วันขอเลื่อน และกําชับว่าในนัดหน้าจะไม่อนุญาตให้เลื่อนอีกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ หากการขอเลื่อน ไม่มี เหตุอันสมควรให้ถือว่าไม่มีพยานหรือไม่ติดใจนําพยานมาให้การสอบสวน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในวันนัดตรวจคําขอรับชําระหนี้ เมื่อปรากฏว่าเจ้าหนี้รายใดยื่นคําขอรับชําระหนี้ตามมาตรา 96(3) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ซึ่งยังไม่มีการยึดทรัพย์ไว้ในคดีแพ่ง ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าหนี้ให้ดําเนินการดังนี้

7.1 กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถทําความเห็นเสนอศาล ได้โดยไม่ต้องสอบสวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าหนี้ให้ส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์หลัก ประกันต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 15 วัน นับแต่วันตรวจคําขอรับชําระหนี้พร้อมให้ยึดทรัพย์หลัก ประกันในวันเดียวกันนั้น

7.2 กรณีสํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่ต้องทําการสอบสวนในหมายนัดสอบสวนพยานเจ้าหนี้ นัดแรก ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้เจ้าหนี้ดําเนินการดังกล่าวข้างต้นในวันที่กําหนดนัดสอบสวน พยานเจ้าหนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันเสร็จการสอบสวน ทั้งนี้ไม่นับรวมเวลาในการส่งสํานวนให้นักบัญชีติดยอดหนี้

เพื่อขออนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการกอง ในกรณีจําเป็นไม่อาจทําความความเห็นให้เสร็จภายในกําหนดดังกล่าวให้รายงานตามลําดับ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การพิจารณาให้ความเห็นชอบสํานวนคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

9.1 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาไม่เกิน 20 ล้านบาท ให้หัวหน้ากลุ่มเป็น ผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

9.2 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ ที่ขอมาเกิน 20 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ผู้อํานวยการกองเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

9.3 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ขอมาเกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

9.4 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ให้อธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นว่าควรอุทธรณ์หรือฎีกาหรือไม่อุทธรณ์ หรือ ไม่ถูก คําพิพากษาหรือคําสั่งศาลนั้นต่ออธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายก่อนที่จะครบกําหนดระยะ เวลานั้นๆ ไม่น้อยกว่า 15 วัน หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นต้องเสนอความเห็นช้ากว่ากําหนดดังกล่าวให้รายงาน เหตุขัดข้องดังกล่าวให้อธิบดี หรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบ และกรณีมีความจําเป็นให้ยื่นคําร้อง เพื่อขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีที่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาคําสั่งศาลเกี่ยวกับคําขอรับชําระหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ส่งสํานวนคําขอรับชําระหนี้ไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา พร้อมกับอุทธรณ์หรือฎีกาหรือคําแก้อุทธรณ์หรือ คําแก้แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การดําเนินการสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในส่วนภูมิภาคที่ลูกหนี้มีภูมิลําเนา ให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

12.1 เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาครับคําขอรับชําระหนี้ ไว้และส่งสําเนาคําขอรับชําระหนี้พร้อมขอลําดับเจ้าหนี้โดยทางโทรสารไปยังฝ่ายคําคู่ความ สํานักงาน เลขานุการกรม เพื่อตั้งภาคสํานวนไว้ที่ส่วนกลาง ส่วนต้นฉบับให้สํานักงานบังคับคดีส่วนภูมิภาคที่รับคําขอ รับชําระหนี้ตั้งสํานวนไว้เพื่อดําเนินการสอบสวนและทําความเห็นส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง พิจารณาเสนอศาลตามขั้นตอน

12.2 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่รับคําขอรับชําระหนี้ตรวจและมีคําสั่งในคําขอรับชําระหนี้ โดย ดําเนินการตามข้อ 3

12.3 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางทําการตรวจคําขอรับชําระหนี้ ปรากฏว่ามีการ ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในส่วนภูมิภาค ให้สําเนารายงานตรวจคําขอรับชําระหนี้ให้สํานักงานบังคับคดีส่วน ภูมิภาคทราบ ในกรณีที่มีการโต้แย้งคําขอรับชําระหนี้ให้ส่งคําโต้แย้ง รายชื่อ และภูมิลําเนาของผู้โต้แย้งไปด้วย

12.4 การนัด การเลื่อนการสอบสวน สํานวนคําขอรับชําระหนี้ให้ดําเนินการตามข้อ 5 ข้อ 6 7 และข้อ 8

12.5 การพิจารณาให้ความเห็นชอบ สํานวนคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 91 มาตรา 92 มาตรา 93 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

12.5.1 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้ที่ขอมาไม่เกิน 20 ล้านบาทให้ผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีจังหวัดหรือสาขาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

12.5.2 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนี้พี่ขอมาเกิน 20 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ให้ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

12.5.3 สํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนึ่งขอมาเกิน 50 ล้านบาทแต่ไม่เกิน เกินกว่า 100 ล้านบาท ให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการบังคับคดีล้มละลาย เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

12.5.4 จํานวนคําขอรับชําระหนี้ที่มีจํานวนหนีมาเกินกว่า 100 ล้านบาท ขึ้นไป ให้อธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

12.6 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นเสร็จแล้วให้จัดส่งสํานวนและความเห็นให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางเพื่อส่งศาลต่อไป และเมื่อศาลมีคําสั่งสํานวนคําขอรับชําระหนี้แล้ว ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลางแจ้งคําสั่งศาลให้คู่ความทราบ

12.7 การอุทธรณ์ ฎีกา หรือการแก้อุทธรณ์ แก้ฎีกา ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่วนกลาง เป็นผู้ดําเนินการโดยเร็วที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) ได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนในเรื่องหนี้สิน และข้อตกลงหรือข้อกําหนดตามสัญญาหรือตาม กฎหมายในการก่อหนี้ด้อยสิทธิไว้ให้ชัดเจนว่า เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) จะได้รับชําระหนี้ต่อเมื่อ เจ้าหนี้รายใดบ้างได้รับชําระหนี้ก่อน ตลอดจนวิธีการก่อหนี้ด้อยสิทธิว่าเป็น รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิไม่ชําระหนี้ (Contractual Subordination ) กล่าวคือ เจ้าหนี้ลําดับรองจะไม่ยอมรับชําระหนี้จนกว่าเจ้าหนลําดับแรกจะได้ รับชําระหนี้จนครบถ้วน หรือเป็น รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิส่งคืน (Turnover Subordination) กล่าวคือเจ้าหนี้ ลําดับรองตกลงว่าจะถือทรัพย์สินที่คนได้รับชําระหนี้ จากลูกหนี้ไว้แทนเจ้าหนี้ลําดับแรกหรือจะส่งมอบ ทรัพย์สินที่ตนได้รับชําระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกจนกว่าที่เจ้าหนี้ลําดับแรกจะได้รับการชําระหนี้จน ครบถ้วน และเมื่อได้ทําการสอบสวนพยานฝ่ายเจ้าหนี้และฝ่ายลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อื่นผู้โต้แย้งเสร็จ ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทําความเห็นเสนอศาลเพื่อมีคําสั่งว่าเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) จะได้รับ ชําระหนี้เป็นเงินจํานวนเท่าใด ตามมาตรา 130(7) และมีเงื่อนไขในการที่จะได้รับชําระหนี้ภายหลังเจ้าหนี้อื่น รายใดบ้างตลอดจนรูปแบบการก่อหนี้ด้อยสิทธิว่าเป็นรูปแบบใดดังกล่าวข้างต้นชัดเจน

13.1 ในการแบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ ให้ชําระค่าใช้จ่ายและหนี้สินตามลําดับดังที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา 139(1) - (6) ก่อน ต่อเมื่อเหลือเงินจึงให้นํามาแบ่งให้แก่เจ้าหนี้อื่นๆ ตามมาตรา 130(7) โดยให้ ดําเนินการแบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนีลําดับแรก เจ้าหนี้อื่นและเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ ดังนี้

13.1.1 ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องก่อหนี้ด้อยสิทธิ รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิ์ไม่รับชําระหนี้ (Contractual Subordination) ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกและเจ้าหนี้อื่น จนเต็มจํานวนหนี้ที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้ได้รับชําระหนี้ก่อน ต่อเมื่อเจ้าหนลําดับแรก ได้รับชําระหนี้ ครบถ้วน ซึ่งให้แบ่งทรัพย์สินแก่เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนีลําดับรอง) ต่อไป แต่ถ้ามีเงินไม่พอชําระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ลําดับแรกและเจ้าหนี้อื่น ให้แบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกและเจ้าหนี้อื่นตามส่วนเฉลี่ยโดย ไม่ต้องนําจํานวนหนี้ที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ด้อยสิทธิได้รับชําระหนี้มาคํานวณด้วย

13.1.2 ถ้าเป็นสิทธิเรียกร้องก่อหนี้ด้อยสิทธิ รูปแบบ : หนี้ด้อยสิทธิส่งคืน (Turnover Subordination) ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกและเจ้าหนี้อื่น จนเต็มจํานวนหนี้ที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตให้ได้รับชําระหนี้ก่อน ต่อเมื่อเจ้าหนลําดับแรก ได้รับชําระหนี้ ครบถ้วน จึงให้แบ่งทรัพย์สินแต่เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) ต่อไป แต่ถ้ามีเงินไม่พอชําระหนี้ให้แก่ เจ้าหนี้ลําดับแรกและเจ้าหนี้อื่น ให้ทําบัญชีแบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรก เจ้าหนี้อื่น และเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้รับรอง) ตามส่วนเฉลี่ยก่อนแต่เนื่องจากเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ์ (เจ้าหนีลําดับรอง) มีข้อตกลงหรือข้อกําหนด ตามสัญญาหรือตามกฎหมายว่าจะต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ตนได้รับจากการชําระหนี้ของตนให้แก่เจ้าหนี้ ลําดับแรกจนกว่าเจ้าหนลําดับแรกจะได้รับชําระหนี้ครบถ้วน ดังนั้นจึงให้นําส่วนแบ่งที่เจ้าหนี้ด้อยสิทธิ (เจ้าหนี้ลําดับรอง)ได้รับชําระหนี้จากการแบ่งทรัพย์สินครั้งแรกมาแบ่งให้แก่เฉพาะเจ้าหนี้ลําดับแรกอีกครั้ง ต่อไป เว้นแต่กรณีเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ์ (เจ้าหนี้ลําดับรอง) จะมีสิทธิได้รับชําระหนี้ต่อเมื่อเจ้าหนี้อื่นทุกรายได้รับ ชําระหนี้ก่อน จึงให้แบ่งทรัพย์สินให้แก่เจ้าหนี้ลําดับแรกตามส่วนเฉลี่ยได้เลย โดยไม่ต้องป่าจํานวนหนี้ที่ เจ้าหนี้ลําดับรองมีสิทธิได้รับนํามาคํานวณด้วย

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 20 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2549

(ลงชื่อ) สิรวัต จันทรัฐ

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 447/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานบังคับคดีล้มละลายในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_26fa25c2b59bd42f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com