法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์ พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๕๗

โดยเป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์

สำนักงานวางทรัพย์กลาง สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค

และสำนักงานบังคับคดีจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ โดยอาศัยอำนาจตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมบังคับคดี

กระทรวงยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๖ ข้อ ๒ (๗) ข้อ ๓ การแบ่งส่วนราชการกรมบังคับคดี

ก.ราชการบริหารส่วนกลาง (๑๑) และข้อ ๑๑ กองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

มีอำนาจหน้าที่ (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์ และปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการ

คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ ดังนั้น

เพื่อให้การปฏิบัติราชการในการประเมินราคาทรัพย์ของเจ้าพนักงาน

กองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีจังหวัด

ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยอันเป็นประโยชน์แก่ทางราชการ กระทรวงยุติธรรมเห็นสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

กระทรวงยุติธรรมจึงได้วางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๕๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์

สำนักงานวางทรัพย์กลาง สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค

และสำนักงานบังคับคดีจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี

พ.ศ. ๒๕๒๒ ข้อ ๓๗, ๓๘, ๓๙

บรรดาระเบียบ คำสั่ง

หรือแนวปฏิบัติอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์” หมายถึง

เจ้าพนักงานในสังกัดกรมบังคับคดี หรือผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมบังคับคดี

กำหนดหรือมอบหมาย ให้เป็นเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

“ราคาประเมินทรัพย์” หมายถึง

ราคาประเมินที่เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

หรือราคาประเมินที่คณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์พิจารณา โดยดำเนินการประเมินตามหลักวิชา

“ราคาตลาด” หมายถึง

(๑) ราคาที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายส่วนมากยินดีตกลงซื้อขายกัน

(๒) ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายทั้งสองฝ่าย

ทราบข้อมูลในทรัพย์สินที่จะซื้อขายนั้นพอสมควร

(๓)

ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายมิได้ถูกบังคับหรือมีแรงจูงใจให้ซื้อขายกัน

(๔) ราคาตลาดการค้าเสรีที่มีการแข่งขัน ไม่ใช่ราคาจากตลาดผูกขาด

โดยผู้ซื้อหรือผู้ขายหรือราคาขายทอดตลาด หรือราคาในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ

หรือเงินเฟ้อ

“วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด” หมายถึง

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งกำหนดมูลค่าโดยการพิจารณาและวิเคราะห์ราคาซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงของข้อมูลตลาดซึ่งมีลักษณะประเภทและการใช้ประโยชน์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่ประเมิน

ทั้งนี้

ให้รวมถึงการพิจารณาวิเคราะห์เปรียบเทียบปัจจัยที่สำคัญต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินระหว่างข้อมูลตลาดกับทรัพย์ที่ประเมินด้วย

“วิธีรายได้” หมายถึง วิธีการประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งกำหนดมูลค่าโดยการพิจารณา

และวิเคราะห์ราคาข้อมูลค่าเช่าตลาดทรัพย์สินที่มีลักษณะ ประเภท

หรือการใช้ประโยชน์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่ประเมิน

และวิเคราะห์การประมาณการรายได้ อัตราว่าง ค่าใช้จ่าย อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Capitalization Rate) อัตราคิดลด (Discounted

Rate) และรายการอื่นที่เกี่ยวข้องโดยวิเคราะห์จากข้อมูลค่าเช่าตลาดทรัพย์สินที่มีลักษณะคล้ายคลึง

และการใช้ประโยชน์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่ประเมิน

“วิธีต้นทุน” หมายถึง

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สินซึ่งกำหนดมูลค่าโดยการพิจารณาต้นทุนในปัจจุบันที่เกิดจากการจัดซื้อจัดหาทรัพย์สินทดแทนที่มีอรรถประโยชน์เหมือนหรือใกล้เคียงกับทรัพย์สินที่ประเมิน

ประกอบด้วย มูลค่าตลาดของที่ดินรวมกับต้นทุนค่าก่อสร้างทดแทนใหม่ของอาคาร

หรือสิ่งปลูกสร้างที่คล้ายคลึงกับทรัพย์สินที่ประเมิน

หักค่าเสื่อมราคาของอาคารและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นผลจากปัจจัยต่าง ๆ

ที่มีผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สิน

“ค่าเสื่อมราคา” หมายถึง

มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ลดลง

เนื่องจากการเสื่อมค่าอันเนื่องมาจากอายุการก่อสร้างของโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง

ประโยชน์ใช้สอย เศรษฐกิจ หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินที่ประเมิน

โดยคิดหักเป็นร้อยละต่อปี ตามประเภทของโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างนั้น ๆ

“วิธีคำนวณมูลค่าคงเหลือ” หมายถึง

วิธีการประเมินที่ประยุกต์ใช้เทคนิคของวิธีการประเมินทั้ง ๓ วิธีเข้าด้วยกัน คือ

วิธีเปรียบเทียบราคาตลาด วิธีต้นทุน และวิธีรายได้

โดยในด้านสมมติฐานประมาณการรายได้และรายจ่าย

จะต้องมีการเปรียบเทียบประมาณรายได้และรายจ่ายของทรัพย์สินที่ประเมินกับราคาตลาด

ใช้วิธีต้นทุนในการประมาณการก่อสร้าง และใช้วิธีรายได้ในการประมาณการกระแสเงินสด

“ค่าใช้จ่าย” หมายถึง

ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้อธิบดีกรมบังคับคดีรักษาการตามระเบียบนี้และมีอำนาจออกคำสั่ง

หรือประกาศจัดการให้มีทะเบียน บัญชีสารบบ และแบบพิมพ์ขึ้น

ตามความจำเป็นเพื่อใช้ในงานประเมินราคาทรัพย์เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการปฏิบัติหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์

ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์ ควบคุม กำกับ

ดูแลรับผิดชอบงานประเมินราคาทรัพย์ งานธุรการในงานประเมินราคาทรัพย์

ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

กำหนดขั้นตอนการประเมินราคา ประกอบด้วย วัตถุประสงค์

ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์ที่ประเมิน

รวมถึงวิธีการประเมินราคาทรัพย์ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เช่น ประเภท ชนิด ราคา

ตลอดจนวิธีคำนวณการเสื่อมราคาทรัพย์ที่จะประเมินไว้เป็นมาตรฐานเท่าที่จะจัดทำได้

เพื่อประโยชน์ในการนี้ให้

(๑) จัดทำบัญชีแยกประเภททรัพย์ แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับประเภท ชนิด

รุ่น จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ ดอกผล และข้อสำคัญอื่น

อันจำเป็นพร้อมทั้งราคาปานกลางของทรัพย์นั้นในกรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ให้จัดทำบัญชีประเมินใหม่ทุก

๔ ปี

(๒) กำหนดการจัดเก็บราคาประเมินของกรมธนารักษ์

และราคาซื้อขายของกรมบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

กำหนดตัวเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ เป็นผู้รับผิดชอบในการประเมินราคาทรัพย์

ตามที่ได้รับแจ้งหรือร้องขอตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

กำหนดประเภทของทรัพย์ที่จะทำการประเมินไว้

เพื่อประโยชน์ในการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

ทรัพย์ที่ไม่ได้กำหนดประเภท ชนิดไว้ล่วงหน้าเพื่อการประเมิน

อธิบดีกรมบังคับคดี หรือผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

อาจสั่งให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ทำการประเมินราคาได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ทรัพย์ที่ไม่อาจกำหนดราคาประเมินไว้ล่วงหน้า

หรือไม่อาจกำหนดไว้ล่วงหน้านาน ๆ

ได้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์อาจทำการประเมินราคาทรัพย์นั้นได้ และจะแสดงเหตุผลในการประเมินราคาไว้เท่าที่มีก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการประเมินราคาทรัพย์

ให้เจ้าพนักงานดังต่อไปนี้ มีอำนาจในการประเมินราคาทรัพย์

(๑) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี

กรณีทรัพย์มีราคาไม่เกินสิบล้านบาท

(๒) เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ กรณีทรัพย์มีราคาไม่เกินห้าสิบล้านบาท

(๓) คณะกรรมการกำหนดราคาทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการขายทอดตลาด พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในคดีล้มละลายกรณีทรัพย์ที่เจ้าหนี้มีประกันยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา

๙๖ (๔) แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

ดำเนินการประเมินราคาเพื่อใช้ประกอบการตีราคาทรัพย์ของเจ้าหนี้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีกำหนด

การประเมินราคาทรัพย์

ขั้นตอนการประเมิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

มีหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์เมื่อได้รับแจ้ง

หรือร้องขอให้ประเมินราคาทรัพย์จากบุคคลต่อไปนี้

(๑) เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี

หรือเจ้าพนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดี

(๒) ศาล

(๓) ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ

(๔)

ผู้ซึ่งร้องขอและได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

มีฐานะเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี

ในการดำเนินการประเมินราคาทรัพย์ตามอำนาจหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การแจ้งหรือการร้องขอให้ประเมินราคาทรัพย์

ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีประกาศกำหนด

ให้แจ้งหรือร้องขอต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่

ทรัพย์ที่อยู่นอกจากพื้นที่ตามวรรคหนึ่ง

ให้แจ้งหรือร้องขอต่อเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ในเขตพื้นที่ส่วนภูมิภาคตามที่อธิบดีกรมบังคับคดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ส่วนราชการ

รัฐวิสาหกิจ หรือผู้ใดตามที่กล่าวในข้อ ๑๔ (๓) หรือ (๔)

ที่มีความประสงค์จะให้ประเมินราคาทรัพย์จะต้องยื่นคำร้องขอตามแบบพิมพ์ของกรมบังคับคดี

ต่อเจ้าพนักงานตามที่กล่าวในข้อ ๑๕

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์

เว้นเฉพาะหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงยุติธรรมที่ไม่อาจจะเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อการนี้ได้

จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการประเมินราคาทรัพย์

ค่าใช้จ่ายดังกล่าว จะต้องส่งหรือวางต่อเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์

พร้อมกับหนังสือแจ้งหรือคำร้องขอเป็นจำนวนที่อธิบดีประกาศกำหนด

และผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์จะต้องวางค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าที่จำเป็น

ตามที่ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

กำหนดไว้เป็นมาตรฐานเท่าที่จะจัดทำได้เพื่อประโยชน์ ในการนี้

หากมีค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์แจ้งให้ทราบภายในสิบห้าวัน

เว้นแต่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่อาจเบิกค่าใช้จ่ายได้

จะขอวางค่าใช้จ่ายในภายหลังก็ได้

ในกรณีที่ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์ไม่วางเงินค่าใช้จ่ายให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ระงับการประเมินราคาและแจ้งให้ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์ทราบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์อาจทำการสอบสวนและทำบันทึกถ้อยคำ

บุคคลใดหรือตรวจหาเอกสารหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินราคาทรัพย์นั้นได้

ในกรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือศาลแจ้งให้ประเมินราคาทรัพย์ตามข้อ

๑๔ (๑) หรือ (๒)

เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์อาจขอให้ผู้แจ้งดำเนินการเรียกหรือส่งเอกสารหลักฐานใด

หรือบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ เพื่อการตรวจสอบ และประเมินราคาทรัพย์นั้นได้

ในกรณีส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใดร้องขอให้ประเมินราคาทรัพย์ตามความในข้อ

๑๔ (๓) หรือ (๔)

เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์จะสอบปากคำผู้ขอหรือบุคคลอื่นที่เห็นสมควรและให้ผู้ขอนำมา

หรือขอตรวจสอบเอกสารหลักฐานใด ๆ จากผู้ขอหรือบุคคลเหล่านั้นก็ได้

หากผู้ขอหรือผู้นั้นไม่ให้ความร่วมมือ เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์ อาจงดการประเมินราคาทรัพย์นั้นเสียได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์อาจไปตรวจดูทรัพย์ที่จะประเมิน

ณ สถานที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่

หรือสถานที่ที่เก็บรักษาทรัพย์นั้นได้ตามที่เห็นสมควร

และมีอำนาจดำเนินการเท่าที่จำเป็นเพื่อเข้าไปในทรัพย์ที่ต้องประเมินราคา ตามสมควรเพื่อเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว

สำหรับการประเมินตามข้อ ๑๔ (๑) และ (๒)

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากเห็นสมควรเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์อาจขอความร่วมมือเจ้าพนักงานตำรวจให้อยู่ร่วมในการดำเนินการ

และอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์รีบดำเนินการและแจ้งผลให้ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์ทราบราคาทรัพย์ที่ขอให้ประเมินภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์กำหนด

พร้อมทั้งส่งคืนเงินค่าใช้จ่ายที่เหลือ

หากไม่สามารถประเมินราคาทรัพย์ให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคแรก

ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์อาจอนุญาตให้ขยายเวลาออกไปได้

ทั้งนี้ เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ต้องแสดงเหตุจำเป็นอันสมควรในการขอขยายระยะเวลา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ไม่สามารถประเมินราคาทรัพย์ตามที่ได้รับแจ้งหรือร้องขอไม่ว่ากรณีใด

ให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์รีบแจ้งให้ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์ทราบ พร้อมทั้งเหตุแห่งการนั้น

และให้คืนค่าใช้จ่ายที่เหลือทั้งหมดให้แก่ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์นั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์เห็นว่า

ราคาที่เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ประเมินสูงหรือต่ำเกินไป

หรือมีข้อสงสัยตามสมควรเกี่ยวกับราคาที่ประเมิน

ผู้ขอให้ประเมินราคาทรัพย์อาจแจ้งหรือร้องขอให้ทำการประเมินราคาใหม่พร้อมด้วยเหตุผล

และผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์

อาจสั่งให้ทำการประเมินราคาทรัพย์นั้นใหม่ หรือยืนยันราคาที่ประเมินเดิมได้

ถ้าผู้ขอให้ประเมินไม่พอใจในคำสั่งยืนยันราคาที่ประเมินเดิมของผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการบังคับคดีและประเมินราคาทรัพย์ดังกล่าวในวรรคแรก

ผู้ขอให้ประเมินอาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีภายในเจ็ดวัน

นับแต่วันได้รับทราบคำสั่งดังกล่าว

คำวินิจฉัยของอธิบดีกรมบังคับคดีให้ถือเป็นที่สุด

วิธีประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การประเมินราคาที่ดินพึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน

คือ

(๑) ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด

เช่น ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น

และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย

ที่ชุมนุมชนอยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึง หรือไม่หากเป็นที่ให้เช่ามีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าพนักงานบังคับคดีเคยขายทอดตลาดไปแล้ว

(๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด

และที่ดินข้างเคียง

(๔) ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การประเมินราคาทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ดิน

ให้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ คือ

(๑) วิธีเปรียบเทียบมูลค่าตลาด

โดยอาจเปรียบเทียบกับสภาพทรัพย์ที่คล้ายกัน หรือปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทรัพย์

ทั้งสภาพแวดล้อมคุณลักษณะทางกายภาพ ประโยชน์ใช้สอย

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต คุณลักษณะทางกฎหมาย เช่น ภาระผูกพัน การรอนสิทธิ

ข้อกำหนดการใช้อาคาร ข้อกำหนดด้านรายได้และรายจ่าย

(๒) วิธีต้นทุน โดยการนำการวิเคราะห์ต้นทุนด้วยวิธีการเปรียบเทียบต่อตารางเมตร

คำนวณจากราคาประเมินค่าก่อสร้างมาตรฐาน หักด้วยค่าเสื่อมราคา

(๓) วิธีรายได้ โดยการหามูลค่าสิ่งปลูกสร้างที่ก่อให้เกิดรายได้

พิจารณาอัตราส่วนผลตอบแทนตลาดหรือที่คาดหวัง เปรียบเทียบกับผลตอบแทนเป็นรายปี

เพื่อกำหนดมูลค่า เช่น รายได้จากการประกอบการ รายได้ที่แท้จริงจากการประกอบการ

รายได้จากการดำเนินการสุทธิ เป็นต้น

(๔) วิธีเปรียบมูลค่าที่เหลืออยู่

โดยการหามูลค่าของทรัพย์ที่ไม่มีลักษณะใกล้เคียงในการเปรียบเทียบราคามูลค่าตลาด

อาคารสร้างค้าง อาคารอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยคำนึงถึงปัจจัยในการประเมินทั้งคุณลักษณะทางกายภาพ

ทางกฎหมาย ทางการตลาดและการเงิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การใช้ราคาประเมินค่าก่อสร้างมาตรฐานให้เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

และเจ้าพนักงานบังคับคดี

นำบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สิน

กรมธนารักษ์ หรือคณะอนุกรรมการประจำจังหวัดกรมธนารักษ์ มาใช้บังคับ

หากกรณีที่บัญชีกำหนดราคาประเมินก่อสร้างอาคารฯ

ดังกล่าวไม่ได้กำหนดราคาสิ่งปลูกสร้างประเภททรัพย์ที่ทำการประเมินนั้น ๆ ไว้ หรือ

และเจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือเจ้าพนักงานบังคับคดี

เห็นสมควร

ให้นำบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์โรงเรือนสิ่งปลูกสร้างของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยมาใช้แทน

ในส่วนของค่าเสื่อมราคา

ให้นำตารางกำหนดอัตราร้อยละของค่าเสื่อมโรงเรือน

และสิ่งปลูกสร้างตามระเบียบของคณะกรรมการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์ของอสังหาริมทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมหรือบัญชีประเมินราคาค่าก่อสร้างอาคารของสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทยมาใช้

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีทรัพย์สินที่ทำการประเมินราคาบริเวณใดไม่มีการซื้อขาย

ให้พิจารณากำหนดราคาประเมินโดยพิจารณาจากทรัพย์สินใกล้เคียง

ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันในปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

(๑) สภาพการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

(๒) การคมนาคม สาธารณูปโภค

(๓) ข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น การผังเมือง หรือที่ดินที่อยู่ในเขตเวนคืน

(๔) แนวโน้มของการพัฒนาในอนาคต

(๕) ข้อมูลการตกลงจะซื้อจะขาย

(๖) ค่าเช่าหรือรายได้ที่ได้รับจากทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การประเมินราคาทรัพย์บางประเภท หากมีความจำ

เป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการพิเศษ

หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและประเมินราคาทรัพย์

ให้อธิบดีสั่งให้ดำเนินการได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การรวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการประเมินราคา

ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) เจ้าพนักงานประเมินราคาทรัพย์ต้องออกไปประเมินราคาทรัพย์

โดยตรวจสภาพทรัพย์ ณ ที่ตั้งทรัพย์เพื่อดูสภาพทรัพย์ที่แท้จริงของทรัพย์ทุกครั้ง

(๒) การเก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดของสภาพทรัพย์ที่ประเมิน

เป็นไปตามแบบพิมพ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

(๓) การใช้ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์ที่ประเมิน

ซึ่งอยู่ในความครอบครองของหน่วยงานราชการหรือเอกชน

ให้เจ้าพนักงานประเมินติดต่อประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจัดเก็บราคาประเมินทุกปีหรือทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงราคา

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดในระเบียบนี้หรือมีปัญหาอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้รายงานอธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อพิจารณาสั่งการเป็นกรณี ๆ ไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗

ชัยเกษม

นิติสิริ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๘ พฤษภาคม

๒๕๕๗

ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ

๒ มิถุนายน

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๘๑ ง/หน้า ๑/๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์ พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2aba161aad7ce3c3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com