ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 5 /2554
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่น (Services) แก่ลูกค้าทั่วไป
เพิ่มเติมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์บางประการ
อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ
ปัจจุบันการดําเนินธุรกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ที่ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถให้บริการแก่ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนอกเหนือจากธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์อันได้แก่ บริการด้านเงินฝากและการให้สินเชื่อ การออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ ธนาคารพาณิชย์ยังสามารถรับให้บริการแก่ธุรกิจทางการเงินหรือทางการ และการให้บริการอื่นที่เพิ่มเติมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์บางประการ ซึ่งการอนุญาตดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านการบริการของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งอํานวยความสะดวกและเพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการแก่ลูกค้าในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้น
ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจให้บริการอื่นประเภทต่าง ๆ แก่ลูกค้ามาเป็นลําดับ คือ การดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินทั่วไป (Custodianservice) การให้บริการข้อมูลข่าวสาร การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor) การเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ และได้เพิ่มเติมประเภทของการให้บริการของบริการอื่นอีกเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น การให้บริการผลิตบัตรที่มีบาร์โค้ด การจําหน่ายบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับการบริการด้านสาธารณูปโภค เป็นต้น
ในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้แยกหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจบริการอื่น (Services) แก่ลูกค้าทั่วไปเพิ่มเติมจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์บางประการ ออกจากหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติมากขึ้น พร้อมจัดประเภทการให้บริการเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เข้าใจง่าย เช่น การบริหารจัดการเงินสด (Cash Management) งานสนับสนุนทางด้านหลักทรัพย์ เป็นต้น
โดยที่การให้บริการอื่นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์และด้านปฏิบัติการบ้าง แต่เนื่องจากเป็นงานบริการที่อยู่ในขอบเขตที่ธนาคารพาณิชย์มีความเชี่ยวชาญและดําเนินการอยู่แล้ว รวมถึงมีระบบบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานที่เพียงพอในระดับหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงมิได้กําหนดการบริหารความเสี่ยงโดยเฉพาะสําหรับการให้บริการอื่นอีก
อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการอื่น (Services) แก่ลูกค้าทั่วไปตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร
อื่นๆ - 4.ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 8/2552 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่น ลงวันที่ 3 เมษายน 2552
อื่นๆ - 5.เนื้อหา
5.1 นิยาม
ในประกาศฉบับนี้
"การบริหารจัดการเงินสด (Cash Management)" ให้แก่ลูกค้า หมายรวมถึงการให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ดังต่อไปนี้
- การให้บริการจ่ายเงิน เช่น การจ่ายค่าสินค้าและบริการ การจ่ายเงินเดือนพนักงานเป็นต้น ด้วยเงินสด เช็ค หรือการโอนเงิน/ชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการจัดทํารายงานการเคลื่อนไหวของบัญชี และหรือการสรุปรายงานการจ่ายเงิน ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง
- การรับชําระเงิน เช่น การรับชําระเงินค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น ด้วยเงินสด เช็คหรือการรับโอนเงิน/รับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการจัดทํารายงานการเคลื่อนไหวของบัญชี และหรือการสรุปรายงานการรับเงิน ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง
- การบริหารเงินสดเพื่อการหาประโยชน์จากเงินนั้น เช่น การทํา Zero-Balance sweep ณ สิ้นวัน ตามคําสั่งของลูกค้าเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยธนาคารพาณิชย์ต้องไม่เป็นผู้ตัดสินใจแทนลูกค้า เป็นต้น
5.2 ขอบเขตและหลักเกณฑ์
ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการอื่นได้ ดังต่อไปนี้
5.2.1 บริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการอื่นแก่ลูกค้าได้ตามเอกสารแนบ โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในแต่ละประเภทบริการตามที่กําหนด
อย่างไรก็ตาม การให้บริการอื่นของธนาคารพาณิชย์ อาจทําให้เกิดการคิดค่าธรรมเนียมจากการให้บริการได้ ดังนั้น เพื่อให้มีความชัดเจนและโปร่งใส ธนาคารพาณิชย์สามารถรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ตามที่ได้จ่ายไปจริงและพอสมควรแก่เหตุ และต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมดังกล่าวตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติในเรื่อง ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าบริการต่าง ๆ และเบี้ยปรับสําหรับธนาคารพาณิชย์
5.2.2 บริการที่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนดําเนินการ คือการให้บริการการใช้เครื่อข่าย ATM ของธนาคารพาณิชย์เพื่อทําธุรกรรมทางการเงิน ธนาคารพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนให้บริการแก่ผู้ใช้บริการนั้น ๆ
ทั้งนี้ หากธนาคารพาณิชย์มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการให้บริการ ตามข้อ 5.2 ให้หารือมาที่ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการให้บริการ
5.3 อํานาจสั่งการหรือการเพิกถอน
5.3.1 ธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การให้บริการอื่นในข้อ 5.2 แล้วแต่ประเภทการให้บริการโดยเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกําหนดไว้ด้วย ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องคํานึงว่าการให้บริการภายใต้ประกาศฉบับนี้ จะต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด
หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด หรือมีการกระทําที่กระทบกับความปลอดภัย หรือความผาสุกของประชาชน ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการหรือกําหนดเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม หรือพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้
5.3.2 ธนาคารพาณิชย์ที่ต้องการให้บริการอื่นใดนอกเหนือจากที่ปรากฏในประกาศฉบับนี้ ให้ยื่นคําขออนุญาตโดยแสดงเหตุผลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องต่อธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณี ในการอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจด้วยก็ได้
อื่นๆ - 6.วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2554
(นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย