法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และบุคคลที่ศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ

และบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เป็นการสมควรให้มีระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุมประพฤติ พ.ศ. ๒๕๕๙ อธิบดีกรมคุมประพฤติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การจำแนก” หมายความว่า การประเมินผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ และสภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการของผู้กระทำความผิดแต่ละรายเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสม

“ความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ” หมายความว่า ความเป็นไปได้ถึงโอกาสการเกิดปัญหาพฤติกรรมการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิด

“สภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ” หมายความว่า ปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์หรือเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการกระทำความผิดของผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดกำลังเผชิญอยู่ หรือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข หรือเป็นประเด็นปัญหาที่ทำให้ผู้กระทำความผิดไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข

“ผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ” หมายความว่า ผู้ต้องหา จำเลย นักโทษเด็ดขาด หรือบุคคลอื่นซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้เข้าสู่กระบวนการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติ

“ผู้ถูกคุมความประพฤติ” หมายความว่า ผู้ต้องหา จำเลย นักโทษเด็ดขาด หรือบุคคลอื่นที่ศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจกำหนดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติภายใต้การคุมความประพฤติของพนักงานคุมประพฤติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมคุมประพฤติเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหาเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนก ประกอบด้วย ๒ เกณฑ์ ดังนี้

(๑) ความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ เป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินระดับของความน่าจะเป็น หรือแนวโน้มความเป็นไปได้ในการหวนกลับไปกระทำความผิดขึ้นใหม่ของผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ หรือบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง

ทั้งนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ ได้แก่ การกระทำผิดกฎหมายทั้งที่ถูกดำเนินคดีและไม่ถูกดำเนินคดี การผิดเงื่อนไขการคุมความประพฤติ ประวัติการก่อเหตุรุนแรง มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือพฤติกรรมที่แสดงถึงการขาดความสำนึกหรือความรับผิดชอบ การคบหาสมาคมกับนักเลงอันธพาล กลุ่มอาชญากร หรือผู้ค้าหรือผู้เสพยาเสพติด รวมทั้งปัจจัยอื่นที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด

(๒) สภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ เป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินสภาวะที่เป็นปัญหา ความจำเป็น และความต้องการของผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติหรือบุคคลที่ศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง

ทั้งนี้ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยหรือสภาพแวดล้อม ปัญหาเกี่ยวกับผู้อุปการะหรือผู้ดูแล ปัญหาความสัมพันธ์กับบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลที่พักอาศัยอยู่ด้วย ปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาหรืออาชีพ ปัญหาทางการเงิน มีโรคประจำตัวร้ายแรง มีอาการผิดปกติทางจิตหรือบุคลิกภาพ ปัญหาจากการดื่มสุรา การใช้ยาเสพติดหรือสารเสพติด และปัญหาอื่นที่สมควรให้ความช่วยเหลือ ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บุคคลที่ถูกจำแนกตามระเบียบนี้ หมายถึง บุคคลดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ถูกสืบเสาะและพินิจที่ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการสืบเสาะและพินิจ

(๒) ผู้ถูกคุมความประพฤติที่ศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่งให้ดำเนินการคุมความประพฤติ

การจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสืบเสาะและพินิจ ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการสอบปากคำผู้ถูกสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับข้อมูลประวัติครอบครัวและภูมิหลังทางสังคม ประวัติการกระทำความผิดและพฤติการณ์เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด รวมทั้งแสวงหาข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อมูลเพียงพอเพื่อนำมาวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์การจำแนกที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจแต่ละรายลงในแบบประเมินผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำออกเป็นระดับ ได้แก่ ระดับความเสี่ยงสูง ปานกลาง ต่ำ หรือไม่มีความเสี่ยง ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้พนักงานคุมประพฤติสรุปผลการจำแนกเพื่อเสนอศาลถึงวิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมว่าจะแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกสืบเสาะและพินิจโดยรอการลงโทษ รอการกำหนดโทษ แก้ไขฟื้นฟูในชุมชน หรือแก้ไขฟื้นฟูในสถานที่ควบคุม

ในกรณีที่พนักงานคุมประพฤติเห็นว่าจะดำเนินการแก้ไขฟื้นฟูในชุมชน ควรเสนอให้มีการกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติในระดับเข้มงวด ปานกลาง หรือไม่เข้มงวด เช่น การกำหนดความถี่ในการรายงานตัว การกำหนดชั่วโมงและประเภทของการทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ การกำหนดข้อห้ามให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขฟื้นฟู รวมทั้งการกำหนดให้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟู

การจำแนกผู้ถูกคุมความประพฤติ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำสั่งจากศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจให้ดำเนินการคุมความประพฤติให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการสอบปากคำผู้ถูกคุมความประพฤติ เกี่ยวกับข้อมูลประวัติครอบครัวและภูมิหลังทางสังคม ประวัติการกระทำความผิดและพฤติการณ์เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด รวมทั้งแสวงหาข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อมูลเพียงพอเพื่อนำมาวิเคราะห์ตามหลักเกณฑ์การจำแนกที่กำหนดไว้ในข้อ ๕

ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการจำแนกผู้ถูกคุมความประพฤติแต่ละรายลงในแบบประเมินผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำออกเป็นระดับ ได้แก่ ระดับความเสี่ยงสูง ปานกลาง ต่ำ หรือไม่มีความเสี่ยง และเพื่อประเมินสภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ ตามแบบที่กรมคุมประพฤติกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้พนักงานคุมประพฤติดำเนินการจำแนกผู้ถูกคุมความประพฤติแต่ละรายภายหลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำตามข้อ ๑๐ โดยทันที

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้พนักงานคุมประพฤตินำผลการจำแนกมากำหนดแผนการคุมความประพฤติตามระดับของความเสี่ยงหรือแนวโน้มการกระทำความผิดซ้ำ และกำหนดแผนการแก้ไขฟื้นฟูตามสภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับแผนตามระเบียบที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้พนักงานคุมประพฤติติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการคุมความประพฤติเป็นระยะในระหว่างการคุมความประพฤติ เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด

ให้พนักงานคุมประพฤติติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนการแก้ไขฟื้นฟูเป็นระยะในระหว่างการคุมความประพฤติ โดยประเมินตามสภาพปัญหา ความจำเป็น และความต้องการ หากพบว่ามีข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ให้ปรับแผนการแก้ไขฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับแผน ตามระเบียบที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด

การบริหารจัดการและการกำกับติดตาม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การดำเนินการจำแนกตามระเบียบนี้ ให้พนักงานคุมประพฤติบันทึกข้อมูลในระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ที่ผู้อำนวยการมอบหมาย ติดตามและกำกับดูแลให้พนักงานคุมประพฤติจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ และผู้ถูกคุมความประพฤติ เพื่อแก้ไขฟื้นฟูให้เหมาะสมกับผู้กระทำผิดแต่ละราย

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐

พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์

อธิบดีกรมคุมประพฤติ

ปุณิกา/ภวรรณตรี/จัดทำ

๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๒๕ ง/หน้า ๘/๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมคุมประพฤติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจำแนกผู้ถูกสืบเสาะและพินิจ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และบุคคลที่ศาลหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีคำสั่ง พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_2bcf04d3320ce60f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com